ความหมายของการมีลมหายใจของ ‘เล็ก Greasy Café’

‘อย่าเพิ่งรีบสรุปกับตัวเองว่าทำไม่ได้ ในวันที่ยังไม่ได้ทำ’


ในยุคที่การไถฟีดคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียแค่เพียงผ่าน ๆ ตา ก็นำมาซึ่งการเปรียบเทียบ ตัดสิน หรือด้อยค่าตัวเองได้ในเวลาไม่กี่วินาที คอลัมน์ Life-Titude มีโอกาสได้พูดคุยกับ ‘พี่เล็ก Greasy Cafe’ หรือ ‘เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร’ ถึงวิธีคิดที่มีต่อบริบทต่าง ๆ ในชีวิต ที่จะช่วยส่งต่อพลัง และสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ให้กับเพื่อน ๆ ได้ในหลากหลายแง่มุม


’พี่เล็ก Greasy Café’ ผู้ชายที่นิยามตัวเองว่าเป็น ‘นักเล่าเรื่องผ่านเพลง’ ซึ่งทุกเพลงล้วนมาจากความรู้สึก ประสบการณ์ชีวิต ที่ร้อยเรียงผ่านวิธีคิด และชุดคำที่ถ่ายทอดออกมาอย่างลึกซึ้งสวยงาม ทำให้ทุก  ๆ ‘เพลง’ เหมือนเป็นตัวเชื่อมบทสนทนาระหว่างพี่เล็กและผู้ฟัง 


คอนเซ็ปต์ในการสนทนาครั้งนี้ ก็เป็นไอเดียที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ฟังเพลงของพี่เล็กเช่นกัน เพลงนั้นคือ ‘ความหมายของการมีลมหายใจ’ หนึ่งในเพลงจากอัลบั้มล่าสุด ที่บอกเล่าถึงมุมมองความรักในแบบที่พี่เล็ก ‘รู้สึก’  

แล้วถ้าไม่ใช่แค่เรื่องความรักล่ะ ‘ความหมายของการมีลมหายใจของพี่เล็ก’ จะคืออะไร?

จากคำถามนี้ จึงนำไปสู่กิมมิกที่เราครีเอตขึ้น เพื่อชักชวนให้พี่เล็กบอกเล่าความหมายของการมีลมหายใจสำหรับพี่เล็กในแง่มุมต่าง ๆ จากคีย์เวิร์ดที่ถูกบรรจุอยู่ในกลักฟิล์มที่พี่เล็กเป็นคนหยิบเลือกขึ้นมาทีละคำ 

เป้าหมาย / การเปลี่ยนแปลง / เพลง / ภาพถ่าย / ความทรงจำ และ แรงบันดาลใจ 

คีย์เวิร์ดเหล่านี้ จะมีความหมายต่อการมีลมหายใจของพี่เล็กยังไงบ้าง ลองไปติดตามผ่านบทสนทนาขนาดยาวร่วม 467 คำ ไปพร้อม ๆ กัน

‘ความทรงจำ’

สิ่งที่เราเตรียมมาประกอบการสัมภาษณ์และบทสนทนาในวันนี้ คือกลักฟิล์ม 6 กลัก โดยมีคีย์เวิร์ดที่ถูกเขียนอยู่บนแผ่นฟิล์มที่เหลือจากการล้างบรรจุอยู่ด้านใน เพื่อให้พี่เล็กสุ่มหยิบขึ้นมาบอกเล่าและขยายความถึงคีย์เวิร์ดเหล่านั้น

’ความทรงจำ’ คือคำแรกที่ถูกสุ่มหยิบขึ้นมา

เราให้พี่เล็กได้ใช้เวลาสักพักเพื่อย้อนนึกถึง ‘ความทรงจำที่มีความหมายต่อลมหายใจของพี่เล็ก’ แล้วค่อย ๆ บอกเล่าให้เราฟัง

“คือมันมีความทรงจำหลาย ๆ ช่วงเวลาแหละ แต่ว่าสิ่งนึงที่เราเพิ่งจะรู้สึกไม่นานมานี้ หลังจากที่แม่เราเสียไปนานมากแล้ว เป็น 10 ปีได้แล้วมั้ง มันคือเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มากเลย เราจำได้ว่ามันมีความทรงจำอันนึงที่มันอุ่นมากเลยสำหรับเรา เป็นช่วงเวลาที่เราเด็กมาก ๆ แล้วก็เป็นวันที่น้ำท่วม ตอนนั้นเราอยู่แถววรจักร แล้วเราอ่ะ นอนอยู่เตียงชั้นล่างซึ่งเราชอบไปนอนกับแม่แหละ แล้วก็มีวันนึงที่ตื่นเช้ามา แล้วน้ำเข้าบ้าน น่าจะประมาณครึ่งแข้งผู้ใหญ่ได้ครับ วันนั้นก็ไม่ได้ไปโรงเรียน ก็เลยนอนอยู่บนเตียงแบบงัวเงีย ๆ แล้วจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากนั้นนิดนึง แม่ก็เริ่มหยิบกระดาษมาพับเรือ ส่วนเราก็นอนคว่ำอยู่ตรงเตียงแล้วมองลงไปตรงน้ำที่มันท่วม แล้วแม่ก็บอกว่า ‘น้องเล็กมาเล่นเรือกัน’ แม่ก็ให้เราปล่อยเรือลำนั้น แล้วน้ำมันก็ขังอยู่ในบ้าน เพราะฉะนั้นเรือมันไม่ได้ไปไหนไกล มันเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราจำได้ว่า โห มันเป็นความทรงจำที่อุ่นมากเลยสำหรับเรา”

ถ้าพูดถึงความทรงจำ ในชีวิตคนเราอาจต้องเดินผ่านทั้งความทรงจำที่ดี และไม่ดีในแต่ละช่วงเวลา พี่เล็กจึงขยายความถึงการเลือกจัดวางความทรงจำ เพื่อให้เราสามารถเดินต่อไปได้เป็นการทิ้งท้าย 

“หลาย ๆ ครั้ง ความทรงจำมันอาจจะทำให้บางคนเสียจังหวะ หรือยืนไม่มั่นคง แต่เราเชื่อว่าในการที่จะจดจำความทรงจำ ถ้าเราเลือกได้ ก็เลือกแค่ความทรงจำที่มันดีก็ได้ ความทรงจำไม่ดีก็ไม่เห็นจะต้องแบกเอาไว้ตลอดเวลา ก็แค่วางเอาไว้ตรงไหนสักที่นึง ในวันที่เรายังเดินต่อไปเรื่อย ๆ อันไหนที่มันเกะกะ ก็เอามันออกไป”

‘เพลง’

มาถึงคีย์เวิร์ดถัดมาที่เป็นทั้งลมหายใจและชีวิตของพี่เล็ก 

23 สิงหาคม ที่ผ่านมา คือหนึ่งในวันสำคัญของชีวิตพี่เล็กที่คอนเฟิร์มได้ว่า ‘เพลง’ คือชีวิตและลมหายใจของผู้ชายคนนี้ ‘Greasy Cafe GATES TO THE OTHER SIDE’ คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 26 ปี ที่ Neighbors and Friends มีโอกาสได้ไปร่วมซึมซับกับโมเมนต์ที่มีความหมายเหล่านั้น เราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจและทุ่มเทในการถ่ายทอดทุกเพลง ทุกการแสดง ทุกการสื่อสารที่เป็นมากกว่าคอนเสิร์ตตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงเต็ม

วันที่เรานั่งสนทนากับพี่เล็ก คือวันก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ประมาณ 1 อาทิตย์ พี่เล็กได้ถ่ายทอดถึงความรู้สึกที่มีต่อการทำ ‘เพลง’ ที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงอัลบั้มที่ 5 ให้เราฟังว่า

”ทำไปทำมาแล้ว การที่เราเขียนเพลงหรือเล่นดนตรี เราไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นอาชีพแล้ว แต่เรียกว่ามันคือชีวิตเราไปเลยได้หรือเปล่าไม่รู้ สิ่งที่เราทำมาตลอด 26 ปีเนี่ย เราก็ไม่เคยคิดว่ามันจะสามารถทำให้เรามีข้าวกินได้ แต่ว่าในที่สุดแล้ว สิ่งที่เรารักมันมาก ๆ แล้วมันทำให้เรามีข้าวกิน มันมาจากงานเพลงเราเลยนะ”

“เพลงของเรามันเหมือนกับการระบายสิ่งที่เรารู้สึกอัดอั้น เราคงถนัดในการที่จะเล่าออกมาเป็นเรื่องสั้น ๆ ผ่านเพลง ๆ นึง มันเป็นเหมือนกับการอัปเดตข้อมูลข่าวสารของชีวิตเราที่เกิดขึ้น ณ เวลานั้น ๆ” 

แล้วถ้าให้เลือก 1 เพลงที่มีความหมายต่อลมหายใจของพี่เล็กที่สุด พี่เล็กจะเลือกเพลงไหน?

“ขอเลือกเพลง ‘สิ่งเหล่านี้’ แล้วกันครับ เพราะเรารู้สึกว่าเพลงนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมาก ๆ ในเรื่องของวิธีคิดและการทำงานของเรา ในช่วงที่เราเขียนเพลงนี้ครับ เราได้ยินเพลงหลายเพลงมาก ๆ ที่แบบว่า โห ทุกคืนที่เรามองไปบนท้องฟ้า เราจะเห็นดวงดาวไปด้วยกันนะ เราจะรักกันชั่วฟ้าดินสลาย แล้วเราก็มารู้สึกกับตัวเองว่า มันไม่ใช่ความรักแบบที่เราเคยเจอเลย ทุกคนมันมีความรักที่ดีกันแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ไม่มีใครเจอความรักที่ไม่ดีบ้างเหรอ”

“แล้วมันก็เป็นความรู้สึกที่ว่า เราอยากพูดเรื่องนี้มากเลยว่า โอเค ความรักที่เรารู้สึกว่ามันดี มันเป็นแบบไหน แต่ในพาร์ทสุดท้ายเราขอพูดบ้างว่า ความรักที่เราเจอ มันเป็นแบบไหน มันก็เลยเป็นหนึ่งในเพลงที่สะท้อนวิธีคิดของเราได้ชัดเจนมากที่สุด”

เชื่อว่า ‘สิ่งเหล่านี้’ คงเป็นเพลงที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เพื่อน ๆ ได้เริ่มทำความรู้จักกับสไตล์การทำเพลงที่เรียกว่าเป็น DNA ของพี่เล็ก และน่าจะเป็น 1 ในเพลงที่มีความหมายต่อลมหายใจของใครหลายคนด้วยเช่นกัน 

‘การเปลี่ยนแปลง’

ก่อนที่จะมาเป็นนักเล่าเรื่องผ่านเพลงที่สามารถสื่อสารได้อย่าง ‘เข้าถึงหัวใจ’ คนฟังแบบทุกวันนี้ หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ส่งผลต่อชีวิตพี่เล็กก็คือ การบอกลาอาชีพจากช่างภาพมาเป็นนักแต่งเพลงและนักดนตรี 

“การเปลี่ยนแปลงที่มันชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นการที่เราปล่อยมือจากกล้องแล้วมาจับกีตาร์แทน ในวันสุดท้ายที่ต้องตัดสินใจจริง ๆ กับตัวเอง มันคุยกันมาเยอะมาก กอดคอคุยกันเยอะมากกับตัวเอง แล้วการถ่ายรูปมันถ่ายมา 10 กว่าปีแล้ว อันนี้มันเป็นสนามเด็กเล่นใหม่เลย คุยกับตัวเองเลยว่า อยากลองมั้ย อยากลองก็โดดลงไปเล่น ถ้าโดดไปแล้วมันไม่ดีก็รีบกระโดดกลับมา แต่พอเราไปแล้วเราไม่กระโดดกลับมาเลย เรารู้สึกว่าเราอยากกระโดดไปข้างหน้าอย่างเดียว นั่นแหละคือการเปลี่ยนแปลงที่มันส่งผลมาถึงทุกวันนี้”

ใครที่อาจจะกำลังกล้า ๆ กลัว ๆ กับการเปลี่ยนแปลง หรืออยู่ในจังหวะชีวิตที่จะต้องเดินออกจากคอมฟอร์ตโซนแต่ขาดความมั่นใจ พี่เล็กได้ส่งพลังและแรงซัพพอร์ตผ่านประโยคบอกเล่ามาตามด้านล่างนี้ว่า 

“ก็ลองทำมั้ยล่ะ ก่อนที่จะบอกว่าเราทำไม่ได้ ลองทำดูก่อนหรือเปล่า แล้วถ้าเกิดว่ามันแย่ขนาดนั้นก็ปล่อยมือแล้วก็เดินจากไป แต่อย่าพูดในวันที่ยังไม่ได้เริ่มต้นอะไร อย่าเพิ่งรีบสรุปกับตัวเองว่าทำไม่ได้ ในวันที่ยังไม่ได้ทำ มันอาจจะเป็นสิ่งท่ี่แบบ โห คือสิ่งที่เราโคตรรักเลยอ่ะ มันอาจจะคือแพสชันใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเจอในการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น”

‘ภาพถ่าย’ 

อย่างที่รู้กันว่า สิ่งที่พี่เล็กทำเป็นอาชีพก่อนจะมาเป็นนักทำเพลง ก็คือ ‘การเป็นช่างภาพ’ ซึ่งเรามักจะเห็นภาพพี่เล็กพกกล้องฟิล์มติดตัวไปเก็บโมเมนต์ระหว่างการเดินทาง หรือระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต การถ่ายภาพจึงเป็นสิ่งที่พี่เล็กหลงใหล และเป็นอีก 1 ในความหมายของการมีลมหายใจด้วยเช่นกัน 

Photos by Greasy Cafe

“ภาพถ่าย มันเหมือนกับเป็นการที่เราหยุดเวลาได้จริง ๆ เราว่ามันเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก ๆ ในการที่เราจะหยุดคน ๆ นึงให้อยู่แบบนี้ตลอดไปกับเรา มันคือการหยุดเวลาจริง ๆ” 

“สำหรับการถ่ายภาพของเรา มันเกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายและซื่อตรงมาก ก็แค่อะไรอยู่ข้างหน้าก็ถ่ายไป รู้สึกอะไรกับสิ่งที่มันอยู่ข้างหน้าก็ถ่ายแค่นั้น ไม่มีการรอ ไม่มีการกลับมาใหม่” 

“มีภาพนึงที่เราชอบมาก คือตอนที่ไปที่ประเทศโอมาน มีลุงคนนึงที่เดินมาเราเห็นดวงตาเขาแล้วแบบ เห้ย เราต้องถ่ายรูปนี้ให้ได้เลยว่ะ แล้วก็ขอลุง ลุงก็งง ๆ เราจำได้ว่าตอนนั้นน่ะ ในขณะที่เราถ่าย เรากดได้เลย แต่เราอ่ะรอแป๊บนึง เป็นจังหวะที่เค้าไม่ได้ดูเรา แต่เค้ามองเหม่อออกไปเห็นอะไรสักอย่าง เป็นภาพขนลุกมากสำหรับเรา ซึ่งโคตรธรรมดา ไม่ได้มีอะไรเลย ก็เป็นหน้าคน พอร์ตเทรตธรรมดา แต่มันมีพลังมาก ก็เลยรู้สึกว่าบางทีในการที่มันเกิดเป็นเรื่องธรรมดา ๆ มันอาจจะเป็นสิ่งที่โคตรวิเศษเลยก็ได้”

Photos by Greasy Cafe

พี่เล็กเล่าว่าหลังจากที่หยุดถ่ายภาพเพื่อไปทำดนตรีอย่างจริงจัง เมื่อกลับไปถ่ายภาพอีกครั้ง กลับถ่ายไม่ได้เหมือนเดิม และต้องใช้เวลานานมากในการ ‘ขอคืนดีกับการถ่ายภาพ’ เพื่อให้กลับมาถ่ายได้อย่างที่ตั้งใจอีกครั้ง

“เรื่องที่มันตลกเกี่ยวกับการถ่ายรูปของเราเนี่ย มันเหมือนกับพอเราหยุดถ่ายรูปไปแล้ว เราเริ่มมาทำดนตรีจริงจัง พอเรากลับไปถ่ายอีกที เชื่อปะ เราต้องง้อมันหลายปีมากเลย เราถ่ายไม่ได้เลย เสียฟิล์มไปเยอะมากครับ กว่าที่มันจะยอมคืนดีกับเราใช้เวลาจูนอยู่นานเหมือนกัน หลายปีเลยกว่าที่มันจะโอเค กลับมากอดกันนะ” 

พี่เล็กเล่าเพิ่มเติมถึงประสบการณ์ตอนไปเที่ยวประเทศลาว ที่รู้สึกตื่นเต้นและเตรียมฟิล์มไปเยอะมาก แต่กลับพบว่าตัวเอง “มองไม่เห็น” ภาพที่จะถ่ายเลย

“ไปวันแรกคือมองไม่เห็นอะไรเลย คือไม่ใช่ว่าตามองไม่เห็น แต่มันมองไม่เห็นรูป พยายามจะถ่ายแล้วมันถ่ายไม่ได้ แล้วเสียใจกับตัวเองมาก ในช่วงเวลานั้นเราประกอบอาชีพเป็นช่างภาพ แล้วถ้าเรามองไม่เห็นภาพมันคือจบเลยนะ ก็คือเสียใจกับตัวเองมาก ก็เลยเอากระเป๋ากล้องไปเก็บในโรงแรม แล้วออกมาดื่ม จนดื่มไปพักนึง อยู่ดี ๆ มันก็เริ่มเห็น ความรู้สึกมันกลับมาแล้ว เลยคิดได้ว่าบางทีเรากดดันตัวเองมากเกินไปหรือเปล่า”

‘เป้าหมาย’

ถ้าพูดถึงคำว่าเป้าหมาย เราอาจจะนึกถึงการวางแผนชีวิตไปถึงวันข้างหน้าในอีก 5 ปี 10 ปี หรืออาจจะรวมไปถึงค่านิยมที่สังคมตะโกนใส่เราว่า อายุเท่านี้จะต้องมีสิ่งนั้น อายุเท่านั้นจะต้องมีสิ่งนี้แต่สำหรับพี่เล็ก เป้าหมายในความหมายของการมีลมหายใจของพี่เล็ก คือการอยู่กับปัจจุบัน และทำสิ่งนั้น ๆ ให้ดีที่สุด

“เราเป็นคนที่ไม่ค่อยมีเป้าหมาย อย่างคอนเสิร์ตใหญ่มันเป็นเป้าหมาย แต่ในการทำงานปกติหรือการใช้ชีวิตปกติ เราจะไม่มีเป้าหมายเลย หมายความว่าเราก็จะแค่ถ้าวันนี้เราต้องทำเพลง เราก็ทำเพลงอย่างบ้าคลั่งแล้วทำให้มันดีที่สุด เราจะไม่ได้คิดถึงเมื่อวานหรือพรุ่งนี้สักเท่าไหร่” 

”เรารู้สึกว่าเราไม่ค่อยถนัดกับการกดดันตัวเองมาก ๆ มั้ง วันนี้ต้องทำอะไรก็ทำวันนี้ให้มันดีที่สุดแค่นั้น แล้วมันจะเกิดเป็นอะไรในวันข้างหน้า มันจะเกิดเป็นเป้าหมายใหม่ ๆ ในขณะที่เราไม่ทันระแวดระวังตัวก็ให้มันเกิดไป”

‘แรงบันดาลใจ’

มาถึงกลักฟิล์มกลักสุดท้ายที่มีคำว่า ‘แรงบันดาลใจ’ อยู่ในนั้น ซึ่งถือเป็นคำสำคัญที่ทำให้เกิดเป็นเรื่องเล่าผ่านเพลง ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟนเพลงของพี่เล็กได้อย่างมหาศาล

”แรงบันดาลใจสำหรับเรา เราว่าน่าจะเกิดจากการที่เราเป็นคนอ่อนไหวมาก ๆ มันจะเกิดจากสิ่งที่เรารู้สึกแหละในทุก ๆ เพลง แต่ก็จะมีบางเปอร์เซ็นต์ที่เกิดจากสิ่งที่เราไปรู้สึกกับคนที่สนิทมาก ๆ หรือเรื่องบางเรื่องที่คนบางคนเล่าให้เราฟังแล้วเรารู้สึกมาก ๆ ยกตัวอย่างเช่นเพลงเรื่องสั้น 132 คำ”

“มันเริ่มจากการที่ผู้หญิงคนนึงที่เราเรียกว่าแม่นี่แหละ เค้าเก็บกระป๋องน้ำอัดลมที่พ่อดื่มค้างเอาไว้ในตู้เย็นซึ่งอยู่ในห้องทำงาน จน​ถึงวันนี้ประมาณ 16 ปีแล้ว น้ำอัดลมกระป๋องนั้นก็ยังอยู่ ก็คือไม่ได้เอาไปทิ้งหรือไม่ได้เอาไปทำอะไรเลย แล้วแม่ก็เล่าให้ฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่าตั้งแต่วันแรกที่พ่อไม่อยู่แล้ว มันไม่มีวันไหนที่เค้าไม่รักกันเลย เราเป็นคนที่เซนซิทีฟด้วยเวลาได้ยินอะไรแบบนี้ เราจะรู้สึก แล้วพอรู้สึก เราจะเขียน เพราะเรารู้สึกว่าเพลงที่เราจะต้องร้องมันออกไป มันต้องเป็นเพลงที่เรารู้สึก ถ้าเราไม่รู้สึก คนอื่นก็ไม่รู้สึก มันก็จะเป็นการทำไปเพื่อเสียเวลาเปล่า ๆ ”

ฝากอะไรถึงเพื่อนบ้าน

หลังจากจบบทสนทนาในคีย์เวิร์ดสุดท้าย เราขอให้พี่เล็กฝากอะไรถึงเพื่อนบ้าน Neighbors and Friends พร้อม ๆ กับเขียนทักทายเพื่อนบ้านทุกคนด้วยลายมือซิกเนเจอร์เท่ ๆ ของพี่เล็ก 

“สิ่งที่อยากฝากกับทุกคนนะครับ อาจจะมีสองสามข้อก็คือเรื่องบางเรื่องที่เราไม่เคยทำ อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจว่าเราทำไม่ได้ กับบางทีสิ่งที่จะทำให้ใจนิ่งลงเยอะ ๆ ก็คือวางมือถือลงบ้าง พาตัวเองไปเที่ยวทะเลหรือไปเที่ยวไหนก็ได้ แล้วไม่ต้องยุ่งกับมัน ไม่เห็นจะต้องดูตลอดเวลาแล้วเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนโน้นคนนี้ แล้วพอเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น หนึ่งในเรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ ก็คือการด้อยค่าตัวเองโดยที่เราไม่รู้สึกตัว บางทีเราเก่งกว่าเค้าอีก หรือบางทีเราอาจจะทำในสิ่งที่เค้าทำไม่ได้เลยก็ได้”

“แล้วก็คุยกับตัวเองบ้าง กลับมารักตัวเองบ้าง บางคนอาจจะไม่ได้คุยกับตัวเองมานานมากแล้ว หลังจากที่มันเกิดอะไรบางอย่างแล้วมันทำให้ไม่อยากรักตัวเอง”

IT MIGHT INSPIRE YOU

Jimny มหานคร

คอมมูนิตี้ของคนรักรถที่ค้นพบความสุขจากการหลงใหลในสิ่งเดียวกัน

“ผมแค่อยากให้ทุกคนกล้าแต่งตัว ถ้าผมแต่งได้ ทุกคนก็แต่งได้”

คนรักแฟชั่นที่เชื่อว่ารูปร่างแบบไหนก็มั่นใจได้ 'คุณภวินท์ จรรยาไพศาล'

ฉายหนังเพื่อต่อลมหายใจให้หนังนอกกระแส

'วิวัฒน์ เลิศวิวัฒน์วงศา' เภสัชกรที่มีชีวิตอยู่เพื่อดูหนัง

สะพานควาย LAB

'ศิลปะช่วยเยียวยาใจ' แพสชันที่เบ่งบานในวัยเกษียณของ 'คุณพ่อวันชัย ภูรีกูล'