SUPERVERYSNAPSHOT

ช่างภาพแฟชั่นที่มีแพสชันกับความไม่เนี้ยบ

บางครั้งโลกโซเชียลก็ทำให้เราเผลอไปยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ ทั้งในเรื่องการใช้ชีวิต การทำงาน รูปลักษณ์ หรือแม้กระทั่งการโพสต์ภาพลง Instagram สักรูปก็ต้องผ่านหลายแอปพลิเคชัน

แต่สำหรับช่างภาพแฟชั่นอย่าง ‘คุณนน-อนน สิงห์ทองลา’ ที่เราสะดุดตากับผลงานภาพถ่ายของเขาบน Instagram ที่ใช้ชื่อว่า ‘SUPERVERYSNAPSHOT’ เขาหลงใหลความสมบูรณ์แบบในความไม่สมบูรณ์แบบและถ่ายทอดออกมาผ่านเลนส์กล้อง ซึ่งสร้างความแตกต่างที่กลายเป็นซิกเนเจอร์ประจำตัวของเขา

ไอเดียจากความไม่สมบูรณ์แบบของคุณนนยังต่อยอดไปไกลกว่าการเป็นช่างภาพ เพราะเขาได้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของแบรนด์สตรีทแฟชั่น ‘S.V.S.S’ ที่เอาความชื่นชอบในงานศิลปะมาผสมผสานกับความเป็นแฟชั่น ส่วนอีกหนึ่งโปรเจกต์ของคุณนนคือคาเฟ่ที่สะท้อนสไตล์ความเป็นเขาอย่าง ‘SUPER NICE LAND’

Neighbors and Friends ที่ชอบออกไปค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ และพูดคุยกับเพื่อนบ้านที่มีแพสชัน จึงแวะไปที่ร้าน ‘SUPER NICE LAND’ เพื่อทำความรู้จักเพื่อนบ้านสายแฟชั่นอย่างคุณนน พร้อมชวนคุณนนมาครีเอตลุคและถ่ายภาพสนุก ๆ ให้กับทีมงานชาว Neighbors and Friends ที่รับบทเป็นนางแบบกับอินเนอร์การโพสจัดเต็ม!

ถ้าอยากเห็นมุมมองการถ่ายภาพของช่างภาพสายแฟคนนี้ ตามไปดูเบื้องหลังการถ่ายแบบของช่างภาพแฟชั่น ‘SUPERVERYSNAPSHOT’ แล้วมาอินสไปร์ชีวิตการทำงานไปกับแพสชันและความสนุกในทุก ๆ สิ่งที่เขาทำไปพร้อมกันเลย

จุดเริ่มต้นของสไตล์ที่ไม่เหมือนใคร

กว่าจะมาเป็นช่างภาพอย่างทุกวันนี้ วัยเด็กของคุณนนก็เคยวาดฝันไว้มากมายคล้ายกับเด็กคนอื่น ๆ ที่ความฝันอาจเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ เวลาเห็นผู้ใหญ่ทำอาชีพอะไรแล้วดูเท่ก็อยากจะเป็นอย่างเขาบ้าง

สุดท้ายคุณนนก็เลือกเข้าคณะรัฐศาสตร์ตามคำแนะนำของที่บ้าน แต่ลึก ๆ แล้วคุณนนรู้ตัวว่าชอบศิลปะ ชอบขีดเขียนวาดรูป ชอบประดิดปะดอย ชอบแต่งตัว และชอบอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น จนกระทั่งได้เจอคนใกล้ตัวที่กลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการเป็นช่างภาพ

“เรามาเห็นน้าแท้ ๆ สะพายกล้องฟิล์ม Nikon FM2 กินกาแฟ ขับรถเต่า โอ้โห เท่มาก ไอดอลเลย เรารู้แล้วว่าอยากเป็นอะไร มันคือช่วงที่เราโตและมีการกลั่นกรองแล้ว ที่ผ่านมาเราชอบศิลปะ ชอบวาดรูป ชอบแต่งตัว พอมาเห็นน้าเลยเป็นอินสไปเรชันแรกของเราในการเป็นช่างภาพ”

แม้ว่าคุณนนจะไม่ได้เรียนสายที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายภาพ แต่เขาก็หาวิธีที่จะได้ทำในสิ่งที่ชอบนั่นก็คือการเข้าชมรมโฟโต้ ซึ่งทำให้เขาได้ค้นพบสไตล์ที่เป็นตัวเอง ขณะที่เพื่อน ๆ คนอื่นจับกลุ่มกันไปฝึกถ่ายภาพวัดวาอาราม ทางรถไฟ หรือถ่ายภาพสตรีทแถวเยาวราช แต่เขากลับยืมกล้องรุ่นพี่ไปถ่ายภาพแฟชั่นที่สยามโดยมีเพื่อนในชมรมไปช่วยเป็นแบบ

“ยุคนั้นมันต้องคอมโพสตามทฤษฎี 9 ช่อง จุดโฟกัสตา สเปซบน-ล่าง ด้านข้างต้องเท่ากัน แต่เราแหกกฎตั้งแต่ม้วนแรกที่ถ่ายคนเลย ตัดครึ่งหน้า ตัดหน้าผาก ทิ้งสเปซ ซ้าย-ขวา บน-ล่าง ไม่ตรงตามคอมโพส ตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ถ่ายวิธีนี้มาตลอด”

แม้จะไม่ได้สวยเป๊ะตามทฤษฎีแต่ภาพถ่ายของคุณนนก็แสดงออกถึงตัวตนที่ชัดเจน ทำให้หลายคนชื่นชอบและติดตามผลงานของเขา เราจึงขอคำแนะนำจากคุณนนสำหรับคนที่กำลังค้นหาสไตล์ของตัวเอง

“นนเป็นคนชอบซื้อหนังสือมาก ทุกวันเวลาเดินไปสยามต้องถือหนังสือเพื่อความเท่ (หัวเราะ) เราจะชอบดูหนังสือ ชอบดูแมกกาซีนเอาไว้เป็นอินสไปเรชัน มันเหมือนต้องเสพงานเยอะ ๆ อย่างเราซื้อหนังสือ เราจะชอบเปิดดูไปเรื่อย ๆ พอเจอสิ่งที่เราชอบมันจะสะดุดเอง แสดงว่ามันถูกจริตเรา เราก็ดูมันบ่อย ๆ ทำมันไปเรื่อย ๆ ว่าเราชอบจริงไหม แล้ววันหนึ่งมันจะเป็นของเราเองจากการทำซ้ำ ๆ เราต้องอยู่กับมันด้วยความสนุก ไม่ใช่ต้องทำเพื่อผลักดันให้ตัวเองเติบโตแต่ไม่สนุก อันนั้นเราจะเหนื่อย”

เส้นทางสู่การเป็นช่างภาพมืออาชีพ

จุดเริ่มต้นในอาชีพช่างภาพของคุณนน เริ่มมาจากการได้รับโอกาสจากรุ่นพี่ที่ชวนไปเป็นช่างภาพประจำอยู่สตูดิโอแห่งหนึ่งในสยามซอย 5 ด้วยสไตล์การถ่ายภาพแนวอาร์ต ๆ ที่แตกต่างจากสตูดิโออื่นที่จะเน้นความน่ารักสดใส ซึ่งการถ่ายภาพในสตูดิโอถือเป็นกิจกรรมยอดฮิตของเด็กสยามยุคนั้นเลยก็ว่าได้

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเพื่อนในวงการชวนคุณนนไปถ่ายภาพให้แมกกาซีน หนึ่งในนั้นคือ ‘You Are Here’ นิตยสารแจกฟรีที่เจาะกลุ่มวัยรุ่นสยาม ก่อนจะได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ ‘คุณปู – จิรัฏฐ์ พรพนิตพันธุ์’ และได้ไปถ่ายภาพสตรีทแฟชั่นให้กับ ‘Cheeze Magazine’ ด้วยสไตล์ที่แตกต่างจากช่างภาพคนอื่น

“Cheeze เป็นที่ที่ทำให้เราเป็นเราในทุกวันนี้ มันเป็นช่วงที่เราสนุกกับการทำงาน แล้วก็ทำให้คนรู้จักเรามากขึ้น ได้เพื่อนเยอะขึ้น มีสังคมหลายรูปแบบ เพราะมันคือแมกกาซีนที่มีอิทธิพลในยุคนั้น จากตอนแรกเราถ่ายแค่สตรีทก็มีโอกาสได้ถ่ายแฟชั่นในเล่ม แล้วก็ได้ถ่ายปกด้วยสไตล์ของเราที่เข้ากับหนังสือ เราภูมิใจนะ พูดตลอดว่าโตมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะ Cheeze Magazine”

ถ้าย้อนกลับไปสมัยเพิ่งหัดแต่งตัว หนึ่งในนิตยสารแฟชั่นไทยที่ถือเป็นไบเบิลเล่มแรกของใครหลาย ๆ คนก็คงจะมีชื่อของ ‘Cheeze Magazine’ ซึ่งมีส่วนในการสร้าง ‘คนแฟชั่น’ มากมายให้โลดแล่นอยู่ในวงการแฟชั่นไทยในปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้ ‘Cheeze Magazine’ โดดเด่นจากนิตยสารอื่น ๆ ในยุคนั้น นั่นคือการถ่ายภาพสตรีทแฟชั่น ไปจนถึงแฟชั่นเซ็ตที่มีความเท่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเปรียบได้กับ Fashion School ที่ปลุกปั้นช่างภาพแฟชั่นอย่าง ‘คุณนน-อนน สิงห์ทองลา’ ให้เติบโตไปพร้อมกันกับ A.K.A. ที่เป็นที่รู้จักในวงการอย่าง ‘SUPERVERYSNAPSHOT’

ที่มาของชื่อเท่ ๆ ‘SUPERVERYSNAPSHOT’ ที่สะท้อนสไตล์การถ่ายภาพของคุณนน เริ่มต้นมาจากช่วงที่คุณนนได้เข้ามาทำงานที่ ‘Cheeze Magazine’ แล้วได้ไปร่วมงานปาร์ตี้หรืออีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งเขามักจะพกกล้องตัวเล็กไป Snap ภาพเพื่อน ๆ ในวงการที่เจอกันในงาน ไม่ว่าจะเป็นสไตลิสต์ กราฟิก หรือเหล่านางแบบ

ด้วยความที่ในยุคนั้นยังไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ทำให้การส่งภาพเป็นเรื่องง่ายเหมือนทุกวันนี้ เขาจึงทำเพจบน Facebook ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนเข้ามาเซฟรูปของตัวเองได้ โดยให้เพื่อนที่ชื่อคุณตุ้มช่วยคิดชื่อเพจ จนได้ชื่อแรกว่า ‘VERYPARTYSNAPSHOT’

แต่หลังจากนั้น คุณนนก็เริ่มโพสต์ภาพถ่ายแนว Back Stage หรือเบื้องหลังแฟชั่นโชว์ รวมไปถึงเบื้องหลังการถ่ายแบบมากขึ้น เขาจึงอยากให้ชื่อเพจมีความครอบคลุมมากกว่านี้ เพื่อนคุณนนคนเดิมก็แนะนำว่าน่าจะเอาคำว่า ‘SUPER’ มาแทนที่ ‘PARTY’ คุณนนได้ยินครั้งแรกแล้วรู้สึกว่าชื่อนี้แหละใช่เลย! เป็นที่มาของชื่อ ‘SUPERVERYSNAPSHOT’ นั่นเอง

ช่างภาพเจ้าของแบรนด์ ‘S.V.S.S.’

เมื่อได้ทำงานคลุกคลีอยู่กับแฟชั่นคุณนนก็คิดอยากจะสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยยังคงคอนเซปต์ของตัวเขาที่ต้องการฉีกกรอบมาตรฐานความสวยงาม จึงใช้ชื่อแบรนด์ว่า ‘S.V.S.S’ ซึ่งย่อมาจาก ‘SUPERVERYSNAPSHOT’ นั่นเอง

“แบรนด์ S.V.S.S เริ่มต้นเมื่อปี 2012 ตอนนั้นเรายังทำงานอยู่ที่ Cheeze ที่มาของแบรนด์ก็คือเราถ่ายแฟชั่น แล้วเราก็เป็นคนชอบอะไรที่มันผิด ๆ ไม่ชอบอะไรที่เป็นความสวยงาม เราเลยตัดเสื้อให้มันขาด ๆ หรือดึงให้มันย้วย ๆ แล้วก็ให้นางแบบช่วยใส่ถ่ายรูป”

“มันเริ่มมาจากการลองทำเล่น ๆ ไปขายในงาน Cheeze Market ที่เขาเปิดตลาดแล้วมันดันขายดีมาก เราก็เริ่มสนุกที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบแล้วคนอื่นก็ชอบด้วย เลยรู้สึกว่าทำแบรนด์ดีกว่า จากนั้นมาก็ค่อย ๆ ทำมาตลอด”

หากจะนิยามสไตล์ของแบรนด์ ‘S.V.S.S’ แบบง่าย ๆ ก็คือสตรีทแฟชั่น แต่ถ้าถามว่าเอกลักษณ์ที่ทำให้แบรนด์แตกต่างคืออะไร คุณนนก็อธิบายถึงดีเทลขาด ๆ หรือความย้วยของผ้า ผสมกับลายเพนต์แบบแฮนด์เมดที่ไม่เน้นความเนี้ยบ และใส่ตัวตนของเขาลงไป

“ก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองชอบถ่ายรูป เราจะชอบวาดรูป วาดโปสการ์ดไปขายตามถนนคนเดินหรือถนนงานศิลปะที่สีลมสมัยก่อน เราเลยเอาความชอบนี้มาเพนต์เสื้อ เพนต์กระเป๋า ชอบเอาหลาย ๆ อย่างมามิกซ์กัน ทั้งปากกา สีเพนท์ สีสเปรย์ ที่มันมีความไม่เข้ากันให้มันดูลงตัว”

“เราตั้งคอนเซปต์ของแบรนด์มาตั้งแต่แรก นั่นก็คือ ‘Perfection in Imperfection’ เป็นคำหนึ่งที่เราชอบมากซึ่งเป็นคอนเซปต์ที่เราใช้ทั้งในการถ่ายรูป การทำแบรนด์ และทุก ๆ อย่างที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ สมมติเราเพนท์ผิดก็จะขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่เลย หรือเราตัดผิดก็จะฉีกออกเลย มันคือการใช้ความผิดให้มีคุณค่า”

หลังจากที่เราได้เข้าใจความเป็นแบรนด์ S.V.S.S’ อย่างถ่องแท้ เราก็ขอให้คุณนนช่วยครีเอทลุคเท่ ๆ จากแบรนด์ S.V.S.S พร้อมถ่ายแฟชั่นสนุก ๆ โดยเรามีโจทย์ Challenge ให้ ‘หญิง’ Creative Designer หนึ่งในทีมงานชาว Neighbors and Friends มาเป็นนางแบบเฉพาะกิจ

บรรยากาศเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นเป็นไปด้วยความสนุกสนาน และปลุกอินเนอร์ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัวให้กับเรา ซึ่งคุณนนก็ได้แชร์ไอเดียในการถ่ายภาพกับเรา

“ความเป็นแฟชั่นมันจะไม่เหมือนเราถ่ายรูปติดบัตรที่แสงต้องสวย คอมโพสต้องดี แต่เมื่อไหร่ที่มันผิดไปจากคอมโพสนั้น มันก็อาจจะมองเป็นแฟชั่นได้หรือมองเป็นความแปลกขึ้นมา ทำให้เรารู้สึกพิเศษกับรูปนั้น”

“ถ้านนถ่ายแสงที่คนมองเห็นด้วยตา มันก็คือภาพธรรมดาที่เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็กจนโต แต่เมื่อไหร่ที่เราถ่ายแสงที่ผิดไปจากสายตาที่เราเห็น อันนั้นคือความแปลกใหม่ อย่างเช่นรูปหนึ่งที่นนถ่ายเบลอ ๆ ถามว่าทำไมเราชอบรูปนี้ เพราะพอมันไม่ชัดก็จะรู้สึกว่ามันแปลกดี มันคือความแปลกตาที่ผิดจากธรรมชาติของคน แต่เราก็ไม่ได้ทำให้มันดูเกินเรื่องไป มันต้องเอามาผสมให้มันอยู่ในสิ่งที่ไม่ใช่การประดิษฐ์ขนาดนั้น”

คาเฟ่สายแฟชั่น ‘SUPER NICE LAND’

อีกหนึ่งโปรเจกต์ของคุณนนที่เราตื่นเต้นสุด ๆ ก็คือ ‘Super Nice Land’ คาเฟ่สุดเก๋ที่คุณนนหยิบเอาความชอบของเขา ทั้งในเรื่องการถ่ายภาพ แฟชั่น ศิลปะ และดนตรี จับมามิกซ์แอนด์แมตช์เข้าด้วยกัน โดยมีกาแฟเป็นตัวเชื่อมหาผู้คนที่ชอบอะไรเหมือน ๆ กัน

“เราอยากทำธุรกิจอะไรเพิ่มที่ต่อยอดมาจากความเป็นเรา แล้วก็ได้ทำอะไรที่เราชอบและสนุกไปกับมัน ซึ่งเราชอบซื้อของแต่งบ้าน ชอบจัดนู่นจัดนี่ แล้วเรามีแบรนด์เสื้อผ้าอยู่แล้ว และมีเพื่อนที่ทำแบรนด์ เลยคิดว่าน่าจะเปิดร้านกาแฟที่เอาของที่เราชอบมาวางขาย แล้วก็เอารูปถ่ายของเรามาโชว์ด้วย”

“เชื่อไหมเราตกใจเลยว่านี่เราทำร้านมา 1 ปีแล้วหรอ เพราะเหมือนเมื่อวานเราเพิ่งจัดร้านไปเอง ตั้งแต่วันแรกจนทุกวันนี้เราก็ยังจัดร้านอยู่ เรายังมาขยับเสื้อ เปลี่ยนต้นไม้ เอารูปมาติด เหมือนกับวันแรก เราคงสนุกกับมันเลยรู้สึกว่าไม่น่าเบื่อ อย่างที่บอกว่ามันเกิดจากความสนุก พอได้ทำอะไรที่เป็นตัวเรา มันจะอยู่กับเราได้นาน เราเชื่ออย่างนั้นนะ”

ความรู้สึกแรกที่เราก้าวเข้ามาในร้าน เราก็รับรู้ได้ถึงแพสชันของคุณนนที่ซ่อนอยู่ในทุกมุมของร้าน ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายฝีมือเขาที่ติดอยู่บนผนัง เสื้อผ้าและไอเทมต่าง ๆ ที่เพนต์ด้วยมือ กองนิตยสารแฟชั่น ของตกแต่งที่ดูไม่เข้ากันแต่ก็เข้ากัน ไปจนถึงต้นไม้ฟอร์มแปลก ๆ ที่มองแล้วรู้สึกได้พักสายตา

“สิ่งที่เราทำก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบ เราชอบแบบนี้เลยทำร้านแบบนี้ บางคนบอกว่าแต่งร้านอะไรดูเลอะเทอะ แต่คนที่จะมาร้านนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ก็คือคนที่ชอบเหมือนเรา อย่างต้นไม้ที่ดูวางไว้ผิดที่ผิดทาง มันอาจจะไม่เหมาะที่จะตั้งตรงนี้ แต่เรารู้สึกว่ามันทำให้ร้านรก ๆ ดูเย็นลงได้ หรือเราเอาจานมาวางแล้วเอากระเป๋ามาตั้งมันก็ผิดแล้ว บนจานมันต้องเป็นอาหารไหม แต่อะไรที่มันผิด ๆ นี่แหละคือความถูกต้องสำหรับเรา”
.
“เราอยากทำร้านที่เป็นตัวตนของเรา ซึ่งหยิบเอาอินสไปร์จากทุกอย่างมาไว้ที่นี่ อย่างภาพวาดของศิลปินที่เราชอบในเทคนิคการวาดของเขา หรือรูปถ่ายของเราที่คอลแลปกับอาร์ตติส คนที่มาจึงไม่ใช่แค่มานั่งกินกาแฟหรือมาซื้อของ แต่มาแล้วเขาได้แรงบันดาลใจกลับไปด้วย”

การทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวกับไลฟ์สไตล์

พอได้พูดคุยกับคุณนนเราก็สัมผัสได้ว่าทุกงานที่เขาทำล้วนเกิดมาจากแพสชัน ตั้งแต่การถ่ายภาพแฟชั่น การทำแบรนด์เสื้อผ้า ไปจนถึงการเปิดคาเฟ่ เราจึงไม่แปลกใจว่างานที่เขารักจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์เขาไปแล้ว

“สมัยก่อนเราจะไปตามร้านหนังสือดูแมกกาซีน หรือไปเดินสยามดูเสื้อผ้าแฟชั่น แต่ยุคนี้ก็ไม่ได้ไปแล้วเพราะมันอยู่ในโซเชียลหมด ตอนนี้มันจะเป็นลูปคือเราแต่งตัวออกจากบ้าน ถ้ามีงานก็ไปถ่ายงาน ถ้าไม่มีงานก็จะเข้าร้าน มาจัดร้าน นั่งทำงาน คิดเรื่องแบรนด์ คิดแบบเสื้อผ้า หา Reference คิดคอนเทนต์ ลงโซเชียล”

“เราเหมือนคนทำงานตลอดเวลาแต่มันคือความสนุก วันไหนที่เราไม่ได้เปิดดูแฟชั่น เราจะรู้สึกไม่ได้รีแลกซ์ เพราะมันเป็นความสุขที่เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเราไปแล้ว”

ก่อนจบบทสนทนาเราขอคำแนะนำจากคุณนนถึงวิธีการรักษาแพสชันให้ยังสดใหม่อยู่เสมอ เพื่อเป็นพลังใจดี ๆ ให้กับชาว Neighbors and Friends

“เอาจริง ๆ ต้องเริ่มจากตัวเองก่อน เราอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพ แล้วก็สนุกกับการแต่งตัว สนุกกับการออกไปทำงาน ถ้าเราทำในสิ่งที่ชอบ ทำในสิ่งที่เป็นตัวเรา มันจะไปของมันเอง ไม่ต้องไปหาวิธีที่จะทำให้คนอื่นมายอมรับ อันนั้นเหนื่อย แค่ทำในสิ่งที่เราสนุกไปกับมัน วันหนึ่งจะมีคน ๆ นั้นมาเห็นเอง”

IT MIGHT INSPIRE YOU

สะพานควาย LAB

'ศิลปะช่วยเยียวยาใจ' แพสชันที่เบ่งบานในวัยเกษียณของ 'คุณพ่อวันชัย ภูรีกูล'

Volkstory

แพสชัน ตัวตน และความหลงใหลที่มีให้กับ Volkswagen คันโปรดของ 3 พี่น้องแห่ง Volkstory

Jimny มหานคร

คอมมูนิตี้ของคนรักรถที่ค้นพบความสุขจากการหลงใหลในสิ่งเดียวกัน

พี่หนุ่ย – ดร.ศิริกุล เลากัยกุล

“ถ้าต้องวิ่งตามกระแส โดยไม่รู้ว่าตัวเราเองอยู่ตรงไหน ก็เหมือนคลื่นกระทบฝั่งที่วันหนึ่งมันจะหายไป”