ถ้าพูดถึงย่าน ‘เกษตร – เสนาฯ’ หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงซอยทางลัดตัดผ่านถนนใหญ่ แต่แท้จริงแล้วที่นี่คือ ‘จุดตัด’ ที่เชื่อมโยงระหว่างความคึกคักของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และความสะดวกสบายของย่านรัชโยธิน เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จึงไม่แปลกใจที่หากมาเดินเล่นย่านนี้ จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวิถีชีวิตดั้งเดิมจากการเปลี่ยนผ่านของผู้คนรุ่นสู่รุ่น ผสมผสานกับแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ และคอมมูนิตี้ของหนุ่มสาวสมัยใหม่ที่ย้ายเข้ามาสร้างสีสัน
Neighbors and Friends ชวนทุกคนไปสำรวจและค้นพบเสน่ห์ของย่าน ‘เกษตร – เสนาฯ’ ในคอลัมน์ #NeighborsGood ผ่านมุมมองใหม่ที่ซ่อนความสนุกและความร่วมสมัยที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะความหลากหลายของผู้คนในย่าน สำรวจที่มาของชื่อย่าน วิถีชีวิตดั้งเดิมของคนท้องถิ่นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ยุคจัดสรรที่ดิน ร้านรวงระดับตำนานที่เปิดให้สัมผัสความอร่อยมาอย่างยาวนานเต็มสองถนน ผสมผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์และกิจการของของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ สตูดิโอ ไปจนถึงอาร์ตสเปซ และครั้งนี้โอกาสดีที่เราได้ทักทาย พูดคุยกับเพื่อนบ้าน People of Sena ‘คุณตั้ม-กฤตวัฒน์สุริย์’ เจ้าของร้าน สตูดิโอลาบ ร้านลาบสุดครีเอทีฟประจำย่าน ที่ผสานรสชาติความนัวของอาหารอีสานสูตรนครพนมแท้ ๆ เข้ากับเสียงเพลงจากแผ่นเสียงไวนิลได้อย่างลงตัว และเป็นอีกหนึ่งความสร้างสรรค์ที่ขับเคลื่อนและเติมสีสันให้เสนานิคมกลายเป็นอีกหนึ่งย่านที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
เมื่อผสานความ ‘เก๋า’ และความ ‘ร่วมสมัย’ ไว้ด้วยกัน ส่วนผสมเหล่านี้เองที่ทำให้ย่านเกษตร – เสนาฯ เป็นย่านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและชวนให้ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่รอบ ๆ ตัวได้ในทุกวัน

ย่านเก่าแก่ในยุคจัดสรรที่ดิน
หากย้อนเวลากลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2510 – 2520 ย่านเสนานิคม หรือซอยพหลโยธิน 32 เริ่มขยายตัวตามความเจริญที่เข้ามา มีการตัดผ่านของถนนพหลโยธิน และการเติบโตของเมืองฝั่งเหนือ และเมื่อ 2520 นี่เอง ที่ย่านนี้กลายเป็นที่ตั้งของ ‘หมู่บ้านเสนานิเวศน์’ โครงการหมู่บ้านจัดสรรยุคแรก ๆ ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นหนึ่งในต้นแบบธุรกิจบ้านจัดสรรแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นภาพจำของ ‘บ้านในฝันของชนชั้นกลาง’ ในยุคนั้น
ความร่มรื่นและกลิ่นอายชุมชนอยู่อาศัยของข้าราชการ บุคลากร ม.เกษตรฯ และครอบครัวที่ย้ายมาตั้งรกราก จึงค่อย ๆ ก่อตัวเป็นรากฐานความผูกพัน ร้านรวงสตรีทฟู้ด และตลาดท้องถิ่นที่เติบโตควบคู่มากับผู้คนสืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น


ย่านแห่งความหลากหลาย
จากย่านที่อยู่อาศัยดั้งเดิม เสนานิคมเติบโตจนกลายเป็น ‘Connectivity Hub’ ที่มีผู้คนหลากหลายเข้ามาอยู่อาศัย มี BTS สถานีเสนานิคม ที่ช่วยเชื่อมย่านเข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างสยามและอโศกได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย และมีซอยลัดที่หลายคนใช้จนคุ้นชิน ทะลุเชื่อมต่อได้ทั้งถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าววังหิน โชคชัย 4 ถนนเกษตร-นวมินทร์ ไปจนถึงถนนวิภาวดีรังสิต เรียกว่าเป็นจุดตัดของความหลากหลายและไลฟ์สไตล์ที่ไม่ได้เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น
และวันนี้เราจะพาเดินทางไปสัมผัสตรอกซอกซอยของย่านเสนานิคม เยื้องไปทางเกษตรฯ นิด ๆ ลาดพร้าววังหินหน่อย ๆ แวะพักทักทายกับ People of Sena ที่สตูดิโอลาบ กินข้าวมันไก่เจ๊อ้วน ร้านในตำนานที่เปิดมานานกว่า 40 ปีเช็กอิน House of Bean Book Cafe ร้านหนังสือที่ผันตัวมาเป็นคาเฟ่ พร้อมต้อนรับนักอ่านด้วยหนังสือการ์ตูนกว่า 8 หมื่นเล่ม แฮงเอาต์ต่อที่คาเฟ่และบาร์ Pet-Frendly ที่ HomeLate BKK และตามหาแรงบันดาลใจที่ MOCA BANGKOK
ถ้าพร้อมแล้ววอร์มขารอ แล้วออกไปสำรวจย่านตามหาเสน่ห์ของความสนุกและความร่วมสมัยของเกษตร – เสนาฯ ไปพร้อมกับพวกเรา

หากคุณหลงเสน่ห์บนจุดตัดแห่งสีสันและความหลากหลายในย่านนี้ เราก็อยากชวนมาใช้ชีวิตในย่านเสนานิคมที่ ‘ASPIRE เกษตร – เสนาฯ’ คอนโดมิเนียม Pet Allowed จาก AP มาพร้อมฟังก์ชันห้องใหญ่ 1-Bed SizeXL พื้นที่กว้างกว่าเดิม และตอบโจทย์การเดินทาง ใกล้ BTS เสนานิคมแค่ 600 เมตร และเดินทางเพียง 1 สถานีถึง ม.เกษตรฯ ไปไหนก็โฟลว์ ให้คุณเชื่อมต่อชีวิตประจำวัน และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ได้ทุกวัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท* พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่างครั้งแรก 7-8 พ.ย.นี้!
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการได้ที่ https://apthai.ly/J6Q2AK

สตูดิโอลาบ StudioLarb
ลงจาก BTS สถานีเสนานิคมแล้ว เดินถัดไปไม่กี่ร้อยเมตร อยากชวนไปเคาะประตู พูดคุยกับเพื่อนบ้าน People of Sena ที่ร้านสตูดิโอลาบ แวะทักทาย ‘คุณตั้ม-กฤตวัฒน์สุริย์’ เจ้าของสุดเท่ ยืนรอพวกเราอยู่หลังบานประตู ที่แทรกด้วยแสงไฟสลัว ๆ และเพลงคลอเบา ๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงไวนิล
หากคุณว่าลาบธรรมดา ๆ หาทานที่ไหนก็ได้ ขอยกให้ที่นี่เป็นร้านลาบสุดครีเอทีฟประจำย่าน ที่ผสมผสานความร่วมสมัยของรสชาติแซ่บของอาหารอีสานสูตรนครพนมแท้ ๆ เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ ของสะสมเท่ ๆ กวน ๆ เอเลเมนต์แบบไท๊ยไทย และจังหวะเพลงที่หมุนวนจากแผ่นเสียงไวนิลที่เปิดคลอเบา ๆ เสริมความกลมกล่อมระหว่างบทสนทนาได้อย่างลงตัว นี่คือร้านลาบที่ตั้งใจอยากพรีเซนต์รสชาติความอร่อยที่เรียบง่ายของอาหารอีสานบ้านเฮา เสิร์ฟร้อน ๆ ออกจากครัวโดยพ่ออ๊อด แม่ติ้ม เพิ่มความจัดจ้านด้วยไวป์สนุก ๆ ที่หาที่ไหนไม่ได้โดยลูกอีสาน ที่ใส่ความครีเอทีฟ ความสนุกให้ร้านลาบเท่ขึ้น เก๋ขึ้น พร้อมโอบรับความหลากหลายของคนที่ชื่นชอบอาหารอีสานและเสียงเพลงไว้ด้วยกัน

คุณตั้ม : “มันคือความร่วมสมัยระหว่างรุ่นพ่อแม่เรากับรุ่นเรา จริง ๆ อาหารร้านเราเป็นอะไรที่เรียบง่ายมาก ๆ ไม่ได้ประดิษฐ์ประดอย เป็นรสชาติโฮมมี่สไตล์นครพนมจากฝีมือพ่อแม่เรา แต่ความร่วมสมัยสำหรับเรามันคือไลฟ์สไตล์ที่เราชอบฟังเพลง ชอบแต่งร้าน ชอบสะสมแผ่นเสียง เราอยากทำร้านลาบให้คนที่มากินแล้วรู้สึกเท่ มู้ดเพลงดี ๆ ไวบ์ดี ๆ ก็เลยเป็นที่มาของสตูดิโอลาบ”
เมื่อถามถึงความหมายของชื่อ ‘StudioLarb’ คุณตั้มเฉลยว่าเกิดจากตัวตนของหุ้นส่วนทั้ง 4 คน ที่คลั่งไคล้ในดนตรีและการสะสมแผ่นเสียง
คุณตั้ม “คำว่าสตูดิโอมันมาจากห้องอัดเสียง เพราะเดิมพวกเราทำคอนเสิร์ตและชอบฟังเพลงกันอยู่แล้ว พอเอามารวมกับลาบ มันเลยกลายเป็นการมิกซ์กันระหว่างดนตรีกับอาหารอีสาน”


เพราะทุกเรื่องราว มีเรื่องลาบ นอกจากมู้ดร้านสุดเก๋ สิ่งที่ทำให้ย่านเสนานิคมกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของสตูดิโอลาบ คือเสน่ห์ของชุมชนรอบข้างหลังขี่มอเตอร์ไซค์วนหาทำเลอยู่นานนับเดือน คุณตั้มก็ตกหลุมรักอาคารบนถนนเสนานิคมแห่งนี้ เมื่อถามถึงเสน่ห์ในย่านเสนานิคม คุณตั้มเล่าถึงความเป็นคอมมูนิตี้อย่างตลาดบางเขนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกับร้าน เป็นแหล่งรวมความอร่อยของร้านสตรีทฟู้ด กิจการของคนในย่าน ร้านขายยา ร้านจำหน่ายเครื่องอุปโภค-บริโภค ที่หากใครอยากมาตามหาความอร่อยก็ต้องแวะมาที่นี่
คุณตั้ม : “ผมชอบความเป็นคอมมูนิตี้ของเสนานิคม มันมีความเป็นต่างจังหวัดนิด ๆ ผสมเมืองหน่อย ๆ มีซอยลัดทะลุถึงกันหมด สำหรับเราเสน่ห์จริง ๆ ของย่านนี้คือ ‘ผู้คน’ และ ‘ตลาดสด’ อย่างตลาดบางเขนอยู่ใกล้ ๆ นี้เอง มีของกินอร่อย ๆ เยอะ แถมคนย่านนี้กินง่ายอยู่ง่าย เลยรู้สึกว่าเสนานิคมมีความเป็นโลคอลที่อบอุ่นมาก”



พูดคุยกันพอหอมปากหอมคอ ล้อมวงเข้ามาม่วนคักม่วนหลายกับจานเด็ดจากนครพนม จานแรกขอยกให้ ‘หมูทอด’ ชิ้นใหญ่ เนื้อนุ่มเด้ง จิ้มทานกับน้ำพริกปลาร้าไม่เหมือนใคร แต่รับประกันได้ว่าอร่อยนัว ‘ตำหมูยอปลาร้า’ สับมะละกอสด ๆ ลงไปคลุกเคล้ากับหมูยอแผ่นใหญ่แบบไม่กั๊ก น้ำปลาร้าแซ่บ ๆ คัก และพลาดไม่ได้กับ ‘ลาบเป็ดนครพนม’ ที่ต้องบอกว่าลาภปากเพราะเสิร์ฟเคียงด้วย กากหมู หอมเจียว กระเทียมดอง และใบมะกรูดทอด ให้คลุกเคล้ากินเข้ากันในคำเดียว


คุณตั้มไม่ได้แนะนำเมนูไหนเจาะจงเป็นพิเศษ แต่ความอร่อยของอาหารอีสานคือการล้อมวง กินลาบ ส้มตำ ของย่าง และของต้มไปด้วยกันแบบจอย ๆ และทั้งหมดนี้สตูดิโอลาบเสิร์ฟให้เรากินด้วยตะเกียบ! เพราะอยากให้ได้บรรยากาศการกินอีกรูปแบบหนึ่ง
คุณตั้ม : “ด้วยความที่นครพนมเป็นจังหวัดที่ติดทั้งแม่น้ำโขงลาวและเวียดนามเราเลยได้รับอิทธิพลและวัฒนธรรมอาหารจากทั้งเวียดนามและลาว รสชาติเอกลักษณ์ของเราเลยเป็นความนัวกลมกล่อมที่ใครกินก็อร่อยง่าย ถ้าลูกค้ามาทานอาหารของเราแล้วพูดออกมาสั้นๆว่า ‘อร่อยจัง’ แค่คำว่าอร่อยคำเดียวผมก็มีความสุขและแฮปปี้แล้ว มันทำให้เรารู้สึกภูมิใจในตัวพ่อแม่ที่ทำอาหารมาอย่างจริงใจ”
สตูดิโอลาบ StudioLarb
เปิดวันพฤหัส-วันอังคาร เวลา 17.00-23.59 น. (หยุดทุกวันพุธ)
Facebook : สตูดิโอลาบ Studio Larb
Instagram : สตูดิโอลาบ Studio Larb
โทร. 064-586-6029
Google Maps
การเดินทาง : BTS เสนานิคม ทางออก 2
จอดรถได้ที่ฝั่งตรงข้ามร้าน ราคา 25 บาท/ชม.
ข้าวมันไก่เจ๊อ้วน
ตามรอยคุณตั้มไปเที่ยวตลาดบางเขนที่อยู่ไม่ไกลจากร้าน อย่างที่บอกว่าตลาดบางเขนเป็นศูนย์รวมความอร่อยและผู้คน ที่นี่มีร้านรวงระดับตำนานที่เปิดให้สัมผัสความอร่อยมาอย่างยาวนานเต็มสองถนน แต่ถ้าใครเป็นสายกินดึก ทำงานยันเช้าแล้วรู้สึกหิวละก็ อย่าปล่อยให้ท้องร้องจนไส้กิ่ว Neighbors & Friends ขอพาไปเช็กอิน ‘ข้าวมันไก่เจ๊อ้วน’ ตำนานที่เสิร์ฟความอร่อยๆให้เพื่อนบ้านได้ทานกันตลอด 24 ชั่วโมงมานานกว่า 40 ปี



ร้านใหญ่ขยายพื้นที่สองฝั่งถนนให้เราเลือกนั่งได้ตามสะดวก จากเสียงลือเสียงเล่าอ้างของเด็กเกษตรฯ ที่แวะเวียนมากินหลังเลิกเรียนและแองเอาต์ เค้าขึ้นชื่อเรื่องไก่เนื้อนุ่มฉ่ำ ทั้งไก่ต้มไก่ทอดไก่ย่างกินกับข้าวมันหอม ๆ ราดน้ำจิ้มรสเด็ด ทำสดใหม่จานต่อจานให้ลิ้มลองกัน


มาถึงร้าน เราแนะนำให้สั่ง ‘ข้าวมันไก่’ และ ‘ซุปเยื่อไผ่’ ร้อน ๆ มาซดให้คล่องคอ แต่ถ้าใครยังไม่จุใจที่นี่ยังมีเมนูอื่นๆให้สั่งมาลองลิ้มรสกันอีกเพียบ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ หรือถ้าใครมาบ่อย ๆ จะรู้ว่าร้านมีทีเด็ดเป็นน้ำซุปใส่โครงไก่ชิ้นใหญ่มาให้แบบจัดเต็ม

ข้าวมันไก่เจ๊อ้วน
เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง
Facebook : ข้าวมันไก่เจ๊อ้วน
โทร. 02-579-3039
Google Maps
House of Bean Book Cafe
ถัดมาจากตลาดบางเขนไม่ไกลพาลัดเลาะเข้าซอยเสนานิคม 42 ไปเอาใจสายสโลว์ไลฟ์และเหล่านักอ่านกันที่ ‘House of Bean Book Cafe’ คาเฟ่สุดชิลที่ชวนให้เราย้อนเวลากลับไปหาความทรงจำในวัยเด็ก เพราะที่นี่คือการฟื้นคืนชีวิตให้กับ ‘บ้านหนังสือ’ ร้านเช่าหนังสือการ์ตูนเก่าแก่คู่ย่านเสนานิคมที่เปิดมานานกว่า 30 ปี

ย้อนกลับไปในยุคที่เสนานิคมยังเป็นย่านครอบครัวขยายที่เต็มไปด้วยเด็ก ๆ และวัยรุ่น ร้านเช่าหนังสือแห่งนี้คือศูนย์รวมความบันเทิงและสเปซพักผ่อนหย่อนใจของคนในย่าน จนกระทั่งยุคสมัยเปลี่ยนไปพร้อมการมาถึงของโลกดิจิทัลแต่สำหรับ ‘คุณไบรท์-ภครัฐเทพวิทักษ์กิจ’ เด็กหนุ่มที่เติบโตมาในตู้หนังสือการ์ตูนของครอบครัว และเคยฝันอยากเป็นเชฟเพราะอ่านมังงะเรื่อง Silver Spoon กลับมองว่า ‘หนังสือการ์ตูนเล่มยังมีคุณค่าและมันควรได้เปิดอ่าน‘ เขาจึงจับมือกับคู่หูสายกาแฟชุบชีวิตร้านเช่าหนังสือเดิมให้กลายเป็นคาเฟ่หนังสือสุดอบอุ่น



บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบให้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความทรงจำ เรียงรายด้วยการ์ตูนมังงะ นิยาย และหนังสือการ์ตูนหายากกว่า 80,000 เล่ม แน่นเต็มตู้ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ให้ทุกคนได้หยิบอ่านกันฟรี ๆ ควบคู่ไปกับการจิบ Specialty Coffee จากเมล็ดกาแฟไทยคุณภาพระดับแชมป์ เสิร์ฟคู่กับขนมอบจากเพื่อนบ้านในชุมชนที่ช่วยกระจายรายได้ไปในตัว จนกลายเป็นคอมมูนิตี้สุดน่ารักที่ต้อนรับคนทุกเพศทุกวัย


House of Bean Book Cafe
เปิดทุกวัน เวลา 06.30–19.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ เปิดถึง 21.00 น.)
Facebook : House of Bean Book Cafe
Instagram : House of Bean Book Cafe
โทร. 063-313-5668
Google Maps
HomeLate BKK
จากร้านหนังสือลัดเลาะเชื่อมต่อไปทางเส้นทางตัดผ่านโชคชัย 4 และลาดพร้าววังหินปักหมุดต่อที่ HomeLate BKK พิกัดแฮงก์เอาต์สุดโฮมมี่ ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มเพื่อนสนิทและเหล่านักสร้างสรรค์ ที่ตั้งใจทำสเปซแห่งนี้ให้มีบรรยากาศเป็นกันเองชิล และอบอุ่นเหมือนแวะมาเที่ยวบ้านเพื่อน ที่เปิดประตูรอต้อนรับเราอย่างอบอุ่นอยู่เสมอ

ความน่ารักของ HomeLate BKK คือการออกแบบร้านให้ตอบโจทย์คนในย่านแบบ Day-to-Night โดยช่วงกลางวันจะเปิดเป็นคาเฟ่ละมุน ๆ แสงธรรมชาติโปร่งสบาย เสิร์ฟเมนูกาแฟเครื่องดื่มสดชื่นบรันช์และอาหารจานโปรด ให้มานั่งทำงานนั่งพูดคุยหรือจิบกาแฟชิล ๆ ที่สำคัญคือที่นี่เป็นสเปซ Pet-Friendly แบบเต็มตัว ที่เปิดต้อนรับน้องหมา น้องแมว และสัตว์เลี้ยงแสนรักให้มาวิ่งเล่น นั่งชิลไปกับเจ้าของ


อย่างเมนูที่เราลองสั่งเป็นเมนูง่าย ๆ อย่าง ‘สปาเก็ตตี้พริกแห้งเบคอน’ เมนูเส้นที่ได้ความแซ่บของพริกแห้งหอม ๆ และเบคอนกรุบกรอบเข้ากันกับเส้นสปาเก็ตตี้นุ่ม ๆ ต่อด้วย ‘Home Ball’ อเมริกาโน่เย็นชื่นใจ ที่ใส่ความครีเอทีฟ เติมความคิดสร้างสรรค์ด้วยการมิกซ์แอนด์แมชเมนู High Ball และความซ่าเข้าไป ให้เมนูนี้มีความสดชื่นในวันสบาย ๆ
พอพระอาทิตย์ตกดินแสงไฟในร้านจะค่อย ๆ ปรับมู้ดเข้าสู่บรรยากาศบาร์เก๋ ๆ ที่ เสิร์ฟคราฟต์เบียร์ เมนูเนื้อวากิวและอาหารอร่อย ๆ เคล้าคลอไปกับดนตรีสดและเสียงหัวเราะ จนกลายเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ยามค่ำคืนของคนย่านเสนานิคม–ลาดพร้าว ที่เชื่อว่าทุกคนจะได้วางความเหนื่อยล้า หันมาชนแก้วและแลกเปลี่ยนบทสนทนากันอย่างสบายใจก่อนกลับบ้าน


HomeLate BKK
เปิดทุกวันเวลา 10.00 – 02.00 น.
Facebook : HomeLate BKK
Instagram : HomeLate BKK
Google Maps
Museum of Contemporary Art
(MOCA BANGKOK)
ก่อนปิดทริปการเดินทางขยับออกไปทางฝั่งเกษตรฯ ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (ฝั่งถนนวิภาวดีรังสิต) เพื่อพาไปฮีลใจและเติมสีสันให้ชีวิตกันที่ ‘MOCA BANGKOK’ พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย แลนด์มาร์กศิลปะระดับประเทศที่เกิดจากความหลงใหลในงานศิลป์ตลอด 30 ปีของ ‘คุณบุญชัย เบญจรงคกุล’ ที่ตั้งใจสร้างสเปซแห่งนี้เพื่ออุทิศให้กับวงการศิลปะไทย



แค่ก้าวเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงความสงบเงียบจากสถาปัตยกรรมสีขาวสุดโมเดิร์น ที่เปิดรับแสงธรรมชาติลงมาอย่างนุ่มนวล จัดแสดงผลงานศิลปะทรงคุณค่าถึง 5 ชั้น รวบรวมตั้งแต่ผลงานชิ้นเอกของศิลปินระดับตำนานของไทย อย่าง อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ฯลฯ ไปจนถึงนิทรรศการหมุนเวียนจากศิลปินรุ่นใหม่และระดับสากลทั่วโลก


ไปต่อกันที่ไฮไลต์บนชั้น 5 ที่สายอาร์ตและคนรักการถ่ายภาพไม่ควรพลาด คือ ‘Richard Green Gallery’ ห้องจัดแสดงงานศิลปะสไตล์ยุโรปคลาสสิก ที่จำลองบรรยากาศแกลลอรีในยุโรปเอาไว้ โดดเด่นด้วยหลังคากระจกโค้ง ทาผนังโทนสีเขียวเข้มหรูหรา รวบรวมผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมยุควิกตอเรียน อายุไม่ต่ำกว่า 150 ปี เอาไว้ให้เราได้วาร์ปเข้าไปสัมผัสความงดงามสไตล์คลาสสิกแบบเพลิน ๆ


ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ แต่เป็นสเปซที่เติมแรงบันดาลใจใจกลางเมือง ที่เปิดโอกาสให้เราได้เดินทอดน่อง ทิ้งความวุ่นวายจากการเรียนและการทำงาน มานั่งพักซึมซับความงาม ค้นหามุมมองใหม่ ๆ ผ่านงานศิลป์ และเติมพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์กลับไป

MOCA BANGKOK
เปิดทุกวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)
Facebook : MOCA BANGKOK
Instagram : MOCA BANGKOK
โทร. 02-016-5666
Google Maps
เชื่อมต่อแรงบันดาลใจได้ทุกวัน
ที่ ASPIRE เกษตร-เสนาฯ
หากคุณเริ่มตกหลุมรักเสน่ห์ของการผสมผสานความเก๋า เข้ากับความร่วมสมัย และจังหวะชีวิตที่เต็มไปด้วยความสนุกและแรงบันดาลใจในย่านนี้ เราอยากชวนมาปักหลักและออกแบบวันสบาย ๆ ในแบบของคุณที่ ‘ASPIRE เกษตร – เสนาฯ’ (ASPIRE Kaset-Sena) คอนโดมิเนียม Low Rise โครงการใหม่ล่าสุดจาก AP
โครงการนี้ตั้งอยู่ริมถนนเสนานิคม 1 บนพื้นที่กว่า 3 ไร่ ที่ตั้งใจให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน ที่พร้อมขยายความสุขและความสะดวกสบายให้ใหญ่ขึ้น ด้วยดีไซน์ห้องพักขนาดใหญ่จุใจที่มีให้เลือกถึง 3 ไทป์ (1 Bedroom, 1 Bedroom Plus และ 2 Bedroom) และพิเศษ 1-Bed SizeXL บนพื้นที่ใช้สอย 29 – 49 ตร.ม. ที่ออกแบบสเปซภายในให้ ‘ปรับเปลี่ยนฟังก์ชัน’ ได้ตามจังหวะชีวิต และสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นมุมทำงานสร้างสรรค์ มุมพักผ่อนปล่อยใจ และที่นี่ยังเป็น คอนโด Pet Allowed ยุคแรก ๆ ของย่านเสนานิคม ที่พร้อมเปิดพื้นที่ให้คุณและเพื่อนซี้สี่ขา ได้เข้ามาใช้ชีวิต แชร์โมเมนต์พิเศษและเติบโตไปพร้อมกัน ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.29 ล้านบาท* พร้อมเปิดชมห้องตัวอย่างครั้งแรก 7-8 พ.ย.นี้!

อีกหนึ่งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตที่นี่คือ ‘เดินทางไปไหนก็โฟลว’ เพราะโครงการตั้งอยู่ใกล้ BTS สถานีเสนานิคม และถนนพหลโยธินเพียง 600 เมตร เดินทางเพียง 1 สถานี ก็ถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใครที่ทำงานในเมืองก็นั่งยาวต่อเดียวตรงเข้าสู่ใจกลางลาดพร้าวและสยามได้เลย แถมยังครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รายล้อมรอบด้าน ตั้งแต่สตรีทฟู้ดระดับตำนานในตลาดบางเขน คาเฟ่เก๋ ๆ ไปจนถึงโรงพยาบาลเปาโล เกษตร ให้ทุกจังหวะในการการใช้ชีวิตประจำวันลงตัวที่สุด

ให้ ASPIRE เกษตร–เสนาฯ เป็นสเปซแห่งใหม่ ที่พาคุณออกไปเชื่อมต่อชีวิต ค้นพบผู้คน และ INSPIRE แรงบันดาลใจดี ๆในย่านนี้ได้ทุกวัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการได้ที่ https://apthai.ly/J6Q2AK