เสาชิงช้า

แวะจิบชาพร้อมดื่มด่ำเสน่ห์ของย่าน กับเพื่อนบ้านร้าน ‘Gimbocha’

‘ย่านเสาชิงช้า’ หนึ่งในย่านเก่าแก่ที่ยังคงเก็บเรื่องราวของชุมชนยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นเอาไว้ในทุกมุมถนน เพราะครั้งหนึ่งที่นี่เคยได้รับการขนานนามว่าเป็น ‘สะดือเมือง’ ของกรุงเทพฯ พื้นที่สำคัญที่รายล้อมไปด้วยเทวสถานพราหมณ์ วัดวาอาราม และศาลเจ้าเก่าแก่ ไม่ว่าจะเป็น วัดสุทัศน์ วัดราชบพิธฯ วัดราชนัดดาฯ หรือศาลเจ้าพ่อเสือ ที่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนในย่านมาจนถึงทุกวันนี้

และเมื่อพูดถึงย่านนี้ สิ่งแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็น ‘เสาชิงช้า’ เสาไม้สีแดงขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์ แลนด์มาร์กคู่ย่านเมืองเก่ามาอย่างยาวนาน เดิมทีเสาแห่งนี้เคยใช้ประกอบ พิธีโล้ชิงช้า ในพระราชพิธีของศาสนาพราหมณ์ – ฮินดู ก่อนจะกลายเป็นสัญลักษณ์ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวของย่านที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน และพราหมณ์-ฮินดู ที่ผสมผสานและอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

สิ่งเหล่านั้นเองที่สะท้อนออกมาเป็น ‘ชุมชนแบบดั้งเดิม’ ที่มีความสงบ และไม่คึกคักเท่าย่านเมืองเก่าอื่น ๆ ที่เราคุ้นเคย ที่นี่ยังคงรายล้อมไปด้วยอาคารพาณิชย์เก่าอายุหลายสิบปี ร้านอาหารของเพื่อนบ้านที่เปิดและส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น รวมไปถึงวัดวาอารามเก่าแก่ที่ยังคงมีผู้คนแวะเวียนเข้ามาอยู่เสมอ

และท่ามกลางบรรยากาศของย่านเก่าที่ยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมเอาไว้ ก็มีเพื่อนบ้านหน้าใหม่ที่ค่อย ๆ เข้ามาเติมสีสันให้กับชุมชนแห่งนี้ หนึ่งในนั้นคือ ‘Gimbocha’ หรือ ‘ร้านชาคุณยาย’ ของ ‘คุณบอส – นภัสรพี พุทธรัตน์’ และ ‘คุณต้นน้ำ – วารีช กิจบูรณะ’ ที่ชวนผู้คนมาเชื่อมโยงกับความน่ารักของย่านเสาชิงช้า ผ่านการดีไซน์หน้าร้านที่เข้ากันกับย่าน รวมไปถึงคาแรกเตอร์ ‘คุณยาย’ ที่จะมาเป็นไกด์ประจำย่าน พาเราออกไปทำความรู้จักผู้คนและเรื่องราวรอบ ๆ ย่าน ในคอลัมน์Neighborsgood ครั้งนี้

Gimbocha ร้านชาเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยไวบ์แสนอบอุ่น เกิดจากความหลงใหลในการดื่มชาของคุณพ่อ ก่อนจะค่อย ๆ ต่อยอดไปสู่การศึกษาเรื่องชาอย่างจริงจัง และกลายมาเป็นร้านชาพร้อมดื่มอย่างในปัจจุบัน โดยมี ‘คุณบอส’ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการชงชาหอม ๆ ที่พร้อมเสิร์ฟถึงมือลูกค้าทุกคน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของใบชาและวิธีการดื่มชาในแบบที่เข้าใจง่าย แต่ชวนให้เราได้รู้จักชาแบบลึกซึ้งในทุก ๆ แก้ว

และความน่ารักของร้านยังถูกเติมเต็มด้วยคาแรกเตอร์ ‘คุณยาย’ ที่ออกแบบโดย ‘คุณต้นน้ำ’ กลายเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่หลายคนจดจำได้ดีไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์บนแก้วหรือข้อความเล็ก ๆ ที่คอยส่งต่อรอยยิ้มถึงเพื่อนบ้านทุกคน

แล้วมาเดินเล่นช้า ๆ ท่ามกลางบรรยากาศของย่านที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวในวันวาน ที่รายล้อมด้วยเพื่อนบ้านใจดีรอให้เราแวะเข้าไปทำความรู้จัก ไม่ว่าจะเป็น ‘ครัวหน้าวัง’ กับเมนูซี่โครงหมูอบและไก่อบรสเด็ด ในร้านขายชุดอาหารตักบาตร, ‘สวนเงินมีมา’ ร้านหนังสือบรรยากาศอบอุ่นที่มีมุมเล็ก ๆ ให้ได้นั่งอ่านและเติมแรงบันดาลใจ และ ‘Mommy’s Magic’ ร้าน Sourdough รสชาติละมุนที่เปิดท่ามกลางร้านขายปืนในย่านเมืองเก่า

มาใช้เวลาไปกับ 1 Day Trip ครั้งนี้ ค่อย ๆ เดินสำรวจผู้คน ชิมความอร่อยจากสูตรเฉพาะที่กลั่นจากความตั้งใจ และแวะพักในพื้นที่เล็ก ๆ ที่ยังคงเก็บเสน่ห์ของย่านเอาไว้ เพื่อทำความรู้จัก ย่านเสาชิงช้า ในมุมที่อบอุ่นและน่ารักไปพร้อม ๆ กันได้เลย

Gimbocha

เราขอเริ่มต้นทริปนี้กันด้วย ‘Gimbocha’ (กิมบ้อชา) ที่หลายคนมักจะคุ้นหูจากการถูกเรียกว่า ‘ร้านชาคุณยาย’ ภาพจำจากคาแรกเตอร์คุณยายสุดน่ารัก ซึ่งมีที่มาจาก ‘เทพเจ้ากิมบ้อ’ ที่คอยพูดคุยกับลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาในร้าน พร้อมเป็นผู้ช่วยในการสื่อสารเรื่องชาจีนให้เข้าถึงง่าย และทำให้ร้านมีบรรยากาศสบาย ๆ เหมือนกำลังจิบชาอยู่ที่บ้านของเพื่อนบ้านสักคน

คุณบอส : “จุดเริ่มต้นทำร้านมาจากช่วงโควิดที่เราอยากลองหาอะไรทำเพราะเศรษฐกิจไม่ดี เลยมานั่งศึกษาเรื่องชาจีนกับคุณพ่อ ตอนแรกลองทำขายเป็นใบชาเล็ก ๆ ในบ้านแต่ก็ขายไม่ได้เลยครับ เราเลยลองปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นคาเฟ่เครื่องดื่มชงสำเร็จ เพราะลูกค้ามักจะถามหากาแฟหรือชาแบบพร้อมดื่ม แต่ตอนแรกคนก็ยังไม่ค่อยเข้า เพราะภาพลักษณ์มันยังดูเป็นชาจีนแบบเยาวราชมากเกินไป เราจึงออกแบบใหม่โดยใช้แนวการ์ตูนเพื่อให้คนไทยที่ยังไม่รู้จักชาจีนสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น”

คุณต้นน้ำ : “ส่วนเราเรียนสายวาดรูปมา เราเลยใส่ลายเส้นและความชอบของตัวเองลงไปในการวาดภาพการ์ตูน ‘คุณยาย’ จนเริ่มรู้สึกสนุกและชอบมันมากขึ้นเรื่อย ๆ”

จากหน้าร้านใจกลางเมืองอย่างสาขา BTS สนามกีฬาแห่งชาติ สู่หน้าร้านแห่งใหม่ในย่านเมืองเก่าอย่าง ‘เสาชิงช้า’ ทำเลที่คุณบอสและคุณต้นน้ำมองเห็นเสน่ห์ของชุมชนที่อบอุ่นและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อีกทั้งยังเดินทางมาได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า MRT สามยอด ที่ชวนให้เราค่อย ๆ ปล่อยใจไปกับบรรยากาศผ่อนคลายของร้านชาหอม ๆ ท่ามกลางย่านเก่าแก่แห่งนี้

คุณบอส : “ตรงนี้มันก็ถือว่าอยู่กลางเมือง เดินทางสะดวก แต่สภาพแวดล้อมไม่เร่งรีบ มีความสงบและยังคงความเป็นชุมชนอยู่ครับ ถึงรอบนอกจะเป็นเมืองและตึกสูง แต่พอเข้ามาตรงนี้ยังรู้สึกถึงความเป็นบ้านคนจริง ๆ อาหารการกินและบรรยากาศยังมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้เป็นห้างสรรพสินค้าไปทั้งหมด ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมาก”

คุณต้นน้ำ : “ส่วนเราอยากได้พื้นที่ที่อยู่ใกล้อาร์ตสเปซ ก่อนหน้านี้เคยเล็งแถวเจริญกรุงเอาไว้ แต่คิดว่าคนเดินผ่านอาจจะน้อย พอมาเจอที่นี่ เราก็รู้สึกว่าตอบโจทย์เพราะค่าเช่าถูกกว่าสาขาแรกด้วย แถมยังมีพิพิธภัณฑ์อยู่ในวัด บรรยากาศดึงดูดคนที่มีความสโลว์ไลฟ์ให้เข้ามาไหว้พระ ซึ่งมีตั้งแต่กลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ไม่ได้ใช้ชีวิตเร่งรีบเหมือนคนในเมือง”

เรื่องราวของชาที่เชื่อมโยงเข้ากับย่านเสาชิงช้า

ด้วยบรรยากาศของย่านเสาชิงช้าที่สงบและชวนให้ผ่อนคลาย หน้าร้านสาขาใหม่จึงถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับความเป็นย่าน สะท้อนผ่านความอบอุ่นและเรียบง่ายของชุมชนนี้ จนทำให้ Gimbocha แม้จะเป็นเพื่อนบ้านหน้าใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาได้ไม่นาน แต่ก็เข้ากับผู้คนและวิถีชีวิตของย่านเสาชิงช้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คุณบอส : “เราลงพื้นที่ศึกษาย่านก่อนว่าผู้คนและสีสันของที่นี่เป็นยังไง โดยยึดความรู้สึกของการเป็น ‘บ้าน’ ไว้เป็นแก่นหลัก เราให้เพื่อนที่ทำอาร์ตในกองถ่ายมาช่วยดีไซน์ ปรับบริบทให้ ‘คุณยายใส่ชุดไทย’ มีการไปหาข้อมูลที่พิพิธภัณฑ์เรื่อง ‘เครื่องชายุครัตนโกสินทร์ตอนต้น’ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเซ็ตชาร้อนของร้าน รวมไปถึงการเลือกใช้สีที่เข้ากับความเป็นย่านเมืองเก่าด้วยครับ”

ส่วนเมนูชาของร้าน Gimbocha แบ่งออกเป็นทั้งชาร้อนและชาเย็น ซึ่งให้รสสัมผัสและความรู้สึกที่ต่างกันออกไป อย่าง ‘ชาร้อน’ ที่คัดสรรใบชาหอม ๆ มาอย่างดี และถ้าใครสั่งเมนูชาร้อนมานั่งทาน ก็จะมีคุณบอสมาสาธิตการชงชาให้เราได้ค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกัน ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ และได้เข้าใจวัฒนธรรมการชงชาจีนแบบลึกซึ้ง

ส่วนเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็มีให้เลือกหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นชานมสไตล์ฮ่องกงรสชาติละมุน ชาใสจากดอกไม้ที่ดื่มแล้วสดชื่นสุด ๆ และเมนูเฉพาะของหน้าร้านในย่านเสาชิงช้า ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของย่านลงในรสชาติและวัตถุดิบ นั่นคือเมนู ชาแดงวาวีมะปี๊ดซ่า ที่โดดเด่นด้วยการใช้ชาแดงวาวีจากเชียงรายที่มีกลิ่นหอมของผลไม้สุก ผสมกับน้ำส้มมะปี๊ด (ส้มจี๊ด) จากจันทบุรีที่ให้รสเปรี้ยวจี๊ดสะใจ และความซ่าของโซดาที่กินแล้วช่วยดับกระหายในวันที่อากาศร้อน ๆ

แล้วแวะมาจิบชารสละมุนที่ร้าน พร้อมดื่มด่ำไปกับแรงบันดาลใจของเพื่อนบ้านผู้หลงใหลในเรื่องชา และอย่าลืมทักทาย ‘คุณยาย’ ที่พร้อมต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ นอกจากนี้มุมหน้าร้านในย่านเสาชิงช้ายังเหมาะกับการนั่งพักผ่อนและใช้เวลาชิล ๆ ซึมซับบรรยากาศของย่านผ่านกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นวัดสุทัศน์ได้อย่างพอดี

สำหรับใครที่อยากทำความรู้จักเรื่องราวของชาจีนให้มากขึ้น ทางร้านยังมีเวิร์กชอปเล็ก ๆ อย่าง ‘Tea Tasting Club’ ที่ชวนให้เพื่อนบ้านได้เรียนรู้พื้นฐานและประวัติศาสตร์ของชาจีนผ่านการชิมและการพูดคุยแบบเป็นกันเอง ที่จะทำให้เราได้ค้นพบเสน่ห์ของชาแต่ละแก้ว ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากความตั้งใจของเพื่อนบ้านทั้งสองคน

Gimbocha
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.
Facebook : Gimbocha
Instagram : Gimbocha
โทร. 066-015-7717
Google Maps

ครัวหน้าวัง

เดินชมวัดกันไปเพลิน ๆ จนเกือบถึงวัดราชบพิธฯ เราก็สะดุดตากับ ‘ครัวหน้าวังที่หน้าร้านเรียงรายไปด้วยปิ่นโตใส่ชุดอาหารตักบาตร พร้อมกลิ่นหอมของ ‘ซี่โครงหมูอบและไก่อบ’ ที่ชวนให้เราอยากลองเข้าไปลิ้มรสสักครั้ง

คุณต้นน้ำ : “ครั้งแรกที่เราได้ลองไปกิน เราก็เซอร์ไพรส์เพราะรสชาติอร่อยมาก ๆ จนเราต้องไปกินติดต่อกันอยู่ช่วงหนึ่งเลย ซึ่งเป็นร้านที่พอนึกถึงแล้วก็อยากกลับไปกินอีก มีทีเด็ดคือน้ำจิ้มที่แซ่บมาก”

คุณบอส : “น้ำจิ้มแซ่บและอร่อยมากครับ ตอนผมไปกินครั้งแรกยังไม่ทันได้จิ้มน้ำจิ้มเลย เผลอกินไก่กับเส้นจนหมดก่อน เพราะไก่ของเขาเนื้อนุ่มเนียนละเอียดมาก ส่วนบะหมี่ก็ลวกมาพอดี กินเพลินจนหมดแล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แตะน้ำจิ้มเลย”

‘ครัวหน้าวัง’ เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อด้วยเมนูซี่โครงหมูอบและไก่อบ เนื้อเปื่อย ๆ นุ่ม ๆ ที่ไม่ว่าจะกินคู่กับบะหมี่หรือข้าวก็อร่อยไม่แพ้กันเลย พร้อมราดน้ำจิ้มรสแซ่บที่ตัดรสกันพอดี ทำให้มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมมาก

อีกหนึ่งความอร่อยของร้านครัวหน้าวัง คือ เกี๊ยวกุ้งหมูชิ้นโตไส้แน่น ที่พอกัดแล้วเราจะได้เจอกุ้งตัวใหญ่ ๆ และเนื้อหมูแบบจัดเต็มที่บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

และด้วยโลเคชันที่ร้านครัวหน้าวังตั้งอยู่ใกล้กับวัดราชบพิธฯ พอดี ทำให้ ‘พี่แอม’ เพื่อนบ้านเจ้าของร้านเกิดไอเดียในการขาย ‘ชุดอาหารตักบาตร’ จากอาหารไทยรสมือคุณแม่ ที่เปิดรับพรีออเดอร์ทางออนไลน์ พร้อมมีให้เลือกหลากหลายเมนู

ไอเดียเล็ก ๆ นี้ทำให้ครัวหน้าวังกลายเป็นร้านที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของย่านเข้าด้วยกัน เพราะผู้คนสามารถแวะมารับชุดอาหารตักบาตร เดินเข้าวัดทำบุญไหว้พระ ก่อนกลับก็มาฝากท้องด้วยเมนูซี่โครงหมูอบและไก่อบสูตรประจำร้าน แล้วค่อยออกไปเดินเล่นต่อในย่านเมืองเก่าได้แบบสบาย ๆ

ครัวหน้าวัง
เปิดทุกวัน เวลา 05.30 – 14.00 น.
Facebook : ครัวหน้าวัง
โทร. 063-965-5656
Google Maps

สวนเงินมีมา

เดินต่อมาจากร้านครัวหน้าวังไม่ไกล เราก็จะได้เจอกับ สวนเงินมีมาร้านขายหนังสืออิสระที่เปิดอยู่ติดกับคาเฟ่สไตล์มินิมอล ซึ่งภายในร้านเต็มไปด้วยหนังสือหลากหลายหมวดหมู่ พร้อมมุมเงียบ ๆ ที่ชวนให้แวะพักจากการเดินเล่นในย่าน และใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือสักเล่ม หรือจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ เป็นการเติมแรงบันดาลใจ

คุณต้นน้ำ : “พอเราได้ไปร้านหนังสือสวนเงินมีมา เรารู้สึกว่ามันดีจังเลยที่มีร้านแบบนี้อยู่ตรงนี้ ซึ่งเราว่าร้านหนังสือ Stand Alone ในเมืองหายากมาก ที่นี่จะมีโต๊ะเล็ก ๆ ให้คนมานั่งอ่าน และอยู่ติดกับคาเฟ่ที่ขายชา ซึ่งเราเคยไปคุยกับพี่เจ้าของคาเฟ่ร้านนั้น เขาก็บอกว่าสามารถเอาหนังสือตรงนั้นมาอ่านได้ เรารู้สึกว่ามันน่ารักมาก ๆ ซึ่งสไตล์หนังสือก็ไม่ได้เก่า เป็นหนังสือวัยรุ่นทั่วไป ไปจนถึงหนังสือมือสองเลย”

‘สวนเงินมีมา’ เป็นทั้งสำนักพิมพ์และร้านหนังสือที่รวบรวมหนังสือจากหลากหลายสำนักพิมพ์เอาไว้ด้วยกัน เป็นร้านเงียบ ๆ ที่เข้ากับความเป็นย่านเสาชิงช้าที่สงบและไม่จอแจนัก ชวนให้เพื่อนบ้านนักอ่านได้แวะเวียนเข้ามาเลือกหนังสือสักเล่ม พร้อมปล่อยใจไปกับบรรยากาศของย่านได้อย่างเต็มอิ่ม

ที่นี่มีหนังสือหลากหลายหมวดหมู่ให้เราเลือกอ่าน โดยเฉพาะหนังสือด้าน สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม จิตวิญญาณ และการพัฒนาตนเอง ที่ชวนให้เพื่อน ๆ ได้ลองมองโลกในมุมใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน แล้วแวะเข้ามาสำรวจเรื่องราวต่าง ๆ ค้นหาหนังสือเล่มที่ถูกใจ และรับแรงบันดาลใจดี ๆ ก่อนออกไปเดินเล่นต่อในเมืองเก่ากันได้เลย!

สวนเงินมีมา
เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น.
Facebook : สวนเงินมีมา
โทร. 02-622-0955
Google Maps

Mommy’s Magic

และมาปิดท้ายกันที่ Mommy’s Magicร้านซาวโดว์ร้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในร้านขายปืนชื่อว่า ‘ปืนสุชาติและเพื่อน’ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากร้านเบเกอรีในชนบทของแคนาดา สู่การดีไซน์ร้านซาวโดว์ท่ามกลางชุมชนเก่าที่ให้มู้ดโทนน่ารัก อบอุ่น และเป็นกันเองมาก ๆ

คุณต้นน้ำ : “จริง ๆ ร้านนี้เป็นร้านที่เราเคยเจอจากการไปออกบูทบ่อย ๆ แต่ตอนนั้นยังไม่เคยได้อุดหนุน จนมาเห็นรีวิวว่าเขาไม่ได้ออกบูทแล้ว แต่เปลี่ยนบ้านตัวเองที่เป็นร้านขายปืนให้กลายเป็นร้านขายซาวโดว์แทน ซึ่งป้ายหน้าร้านก็ยังเขียนว่าเป็นร้านปืนอยู่เลยค่ะ”

จากร้านปืนที่ต้องเจอกับวิฤตทางเศรษฐกิจ สู่ไอเดียการเปิดร้าน ‘ซาวโดว์’ สูตรของเพื่อนบ้าน 3 พี่น้อง ซึ่ง ‘คุณวินนี่’ หนึ่งในเจ้าของร้านที่มีตำแหน่งเป็นน้องสาวคนเล็กของบ้าน ได้เล่าเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้เราฟัง ว่าที่บ้านนี้ได้เปรียบให้พี่สาวเป็นเสมือน ‘คุณแม่’ ที่คอยเสิร์ฟความอร่อยจากสูตรเฉพาะตัว เหมือนซาวโดว์ที่อบอวลไปด้วยเวทมนต์จากความตั้งใจ กลายเป็นที่มาของชื่อร้านว่า ‘Mommy’s Magic’

คุณวินนี่ : “แนวคิดหลักของร้านคือ ‘From Family Heritage to Daily Bakery’ เราเลยอยากเปลี่ยนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของครอบครัวซึ่งก็คือร้านปืน ให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความสุขสำหรับทุกคนที่แวะเข้ามาในร้านแทน”

“เราเชื่อว่าขนมปังที่ดีควรเป็นอาหารประจำวัน ไม่ใช่อาหารสำหรับโอกาสพิเศษ ทุกเมนูของร้านเลยถูกออกแบบให้ทานง่าย อร่อย และเข้าถึงได้ เพราะเราให้ความสำคัญกับเวลาในการหมัก วัตถุดิบและกระบวนการผลิตมากกว่าการเร่งปริมาณการผลิต เพื่อให้ได้ขนมปังที่มีรสชาติ กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ดีที่สุดค่ะ“

พอเดินเข้ามาในร้าน เราก็จะได้กลิ่นหอม ๆ ของซาวโดว์ลอยมาต้อนรับ ซึ่งก็มีให้เราได้เลือกชิมหลากหลายรสชาติ ไม่ว่าจะเป็น Country Sourdough ซาวโดว์สูตรดั้งเดิมของร้านที่ด้านนอกกรอบเล็กน้อยและเนื้อด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำ หรือ Purple Sweet Potato Cranberry Sourdough ที่ใช้มันหวานสีม่วงจากชุมชนในจังหวัดเชียงรายมาผสมกับแครนเบอร์รี จนได้รสหวานธรรมชาติที่มีความเปรี้ยวแทรกเล็ก ๆ รวมถึง English Muffins Sourdough เมนูยอดนิยมของร้านที่หลายคนนิยมสั่งมาทานคู่กับดิปรสชาติต่าง ๆ ที่มีให้เลือกกันเพียบ

นอกจากนี้ ทางร้านยังเอา Muffins Sourdough มาครีเอตให้เป็นเมนูอร่อย ๆ อย่าง Maple Apple Brie ที่ผสมผสานแอปเปิ้ลรสหวานอมเปรี้ยว ชีสบรี (Brie) เนื้อนุ่ม และไซรัปเมเปิ้ลเข้าด้วยกัน หรือเมนูหวานอย่าง Red Bean and Butter ที่จับคู่ถั่วแดงกับเนยรสละมุน พอกินคู่กับมัฟฟินซาวโดว์แล้วอร่อยมาก

ซึ่งความนุ่มและความหอมของซาวโดว์จากร้าน Mommy’s Magic มาจากการใช้ยีสต์ธรรมชาติที่ผ่านกระบวนการหมักนานกว่า 30 ชั่วโมง โดยไม่ใช้ยีสต์อุตสาหกรรมเลย ทำให้เราได้ให้เห็นถึงความตั้งใจของคนในครอบครัวที่ค่อย ๆ ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง จนทำให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้เป็นเหมือนบ้านของเพื่อนบ้านในย่าน ที่ผู้คนแวะเวียนเข้ามาทักทาย พูดคุย และเลือกซื้อขนมปังอร่อย ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย

Mommy’s Magic
เปิดทุกวัน เวลา 10.30 – 19.00 น.
Facebook : Mommy’s Magic
Instagram : Mommy’s Magic
โทร. 093-789-0656
Google Maps

อีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันได้ว่าย่านแห่งนี้ยังคงรักษาเสน่ห์และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมเอาไว้ คือภาพของผู้คนในชุมชนที่แวะเวียนเข้ามาตามร้านต่าง ๆ ในย่าน เพื่อทักทายและใช้เวลาชิล ๆ ร่วมกัน ราวกับเป็นการแวะมาหาเพื่อนบ้านมากกว่าการมาเป็นลูกค้า ซึ่งบรรยากาศเล็ก ๆ เหล่านี้เองที่ทำให้เสาชิงช้าแตกต่างจากย่านเมืองเก่าอื่น ๆ และกลายเป็นเสน่ห์ที่ยังคงอบอุ่นมาจนถึงปัจจุบัน

คุณบอส : “ที่ย่านเสาชิงช้าจะมีความหลากหลายสูงมาก อย่างคุณป้าที่กำลังรอรถเมล์อยู่หน้าร้าน ก็เคยเข้ามาแนะนำว่า ‘บันไดหน้าร้านสูงไป คนแก่ขึ้นลำบาก’ เราก็เลยทำสเต็ปเพิ่มให้ พี่ ๆ ข้างบ้านสองฝั่งก็ช่วยดูแลร้านให้ วันไหนที่เราหยุดแล้วมีลูกค้ามา เขาก็จะเดินมาบอกเราครับ หรือบางทีเพื่อนบ้านก็มาอุดหนุนซื้อชาไปไหว้พระ บรรยากาศมันเหมือนทุกคนอยู่บ้าน สามารถนั่งทำอะไรของตัวเองได้สบาย ๆ เลย”

แล้วแวะมาใช้เวลาช้า ๆ ในย่านเสาชิงช้ากันดูสักครั้ง เพราะนอกจากร้านของเพื่อนบ้านที่น่ารักและของอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่าง ๆ แล้ว ที่นี่ยังเต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมจะแบ่งปันเรื่องราวดี ๆ ให้เราได้ทำความรู้จัก พร้อมเติมแรงบันดาลใจในไวบ์สุดอบอุ่นของย่านเมืองเก่าแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กันได้เลย!

IT MIGHT INSPIRE YOU

หัวลำโพง-แปลงนาม

เดินเที่ยวย่านผ่านภาพวาดผังเมืองในความทรงจำของ ‘ZILLUSTATION’

Dib Bangkok

แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ Dib Bangkok โดยสถาปนิกไทยเจ้าของผลงานระดับโลก

ทรงวาด

สำรวจเส้นทางสมุนไพร - เครื่องเทศจีน ผ่านร้านเพื่อนบ้าน ศาลเจ้า และวิถีชุมชนกับ ‘Oh! Vacola’

ประดิพัทธ์

ตามรอยความอร่อยโลคอล แวะช้อปไอเทมเก๋ กับเพื่อนบ้าน ‘Neighbourmart’ ในย่านสุดคลาสสิก