Homoliving

แบรนด์หมอนสุขภาพดีไซน์คิวต์ ที่พร้อมซัพพอร์ตคุณในทุกโมเมนต์

ใครเคยเสิร์ชหา ‘ท่าแก้อาการปวดคอ บ่า ไหล่’ ‘ร้านนวด’ หรือ ‘คลินิกกายภาพใกล้ฉัน’ ขอให้รู้ว่าเราคือเพื่อนกัน!

คนยุคนี้เป็นออฟฟิศซินโดรมกันแทบจะเป็นปกติเพราะต้องนั่งทำงานนาน ๆ ทุกวัน แต่เคยสังเกตไหมว่าการนอนของเราที่ควรจะเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ทำไมตื่นมาแล้วกลับปวดเนื้อปวดตัวยิ่งกว่าเดิมโดยเฉพาะช่วงคอ บ่า ไหล่ ดังนั้นสิ่งที่ควรจะลงทุนเพื่อสุขภาพกายและใจก็คือหมอนดี ๆ สักใบ (หรืออาจจะหลายใบก็ได้นะ) ที่ช่วยซัพพอร์ตให้เรานอนหลับสบายไม่ต้องตื่นมาปวดคออีกต่อไป

ชาวออฟฟิศ (ซินโดรม) Neighbors and Friends ไปเจอแบรนด์หมอนที่อยากมาบอกต่อเพื่อน ๆ เพราะมันทั้งน่ารักและตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ซึ่งแบรนด์นี้มีชื่อว่า Homoliving ด้วยดีไซน์น่ารักนุ้บนิ้บชวนให้เราอยากเข้าหา ไม่ว่าจะเป็นหมอนกล้วย หมอนเลมอน หมอนโดนัท หมอนกระต่าย และหมอนเมฆ และเมื่อได้ลองจับก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มแต่แน่นกระชับ โดยวัสดุเป็นเมมโมรี่โฟมที่กระจายน้ำหนักได้ดี และนอกจากรูปลักษณ์สุดคิวต์ตัวหมอนยังออกแบบมาให้รองรับสรีระได้พอดี อีกทั้งปลอกหมอนทุกรุ่นยังเป็น Cool Fabric ที่ให้ความรู้สึกเย็นสบาย เรียกว่าถ้าได้ทิ้งตัวลงบนหมอนใบนี้ต้องหลับเป็นตายแน่ ๆ

คอลัมน์ Behind the Brand จึงตั้งใจพาทุกคนมารู้จักกับแบรนด์ Homoliving ของเพื่อนบ้านอย่าง ‘คุณแพร – รมิตา’ ที่ไม่เพียงอยากส่งต่อหมอนคุณภาพให้เพื่อน ๆ ได้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังคัดสรรดีไซน์ที่สวยน่ารักและมาพร้อมฟังก์ชันที่จะช่วยเติมสีสันให้คุณแฮปปี้กับทุกโมเมนต์ในบ้าน

“สิ่งที่แบรนด์ Homoliving พยายามสื่อสารกับลูกค้าคือคุณภาพ อย่างเมมโมรี่โฟมที่มีอายุการใช้งานได้นาน 10 ปี นอนแล้วลดอาการปวดเมื่อย นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ ไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรมนะคะ คุณภาพในการนอนก็สำคัญ เราอยู่บนเตียง 8 ชั่วโมง หรือบางครั้งคนเมืองนอนแทบไม่ถึงด้วยซ้ำ เราใช้เวลาไปกับการเดินทางหรือการทำงาน จุดที่เราจะได้พักจริง ๆ คือแทบจะเป็นเตียงหรือโซฟาเพราะวันนี้ฉันหมดแรงแล้ว แล้วอะไรที่จะเป็นตัวชาร์จเอเนอร์จีให้กับเรามากที่สุดก็ต้องเป็นหมอนคุณภาพที่ทำให้เราได้ Deep sleep แล้วตื่นมาเฟรชในตอนเช้า ซึ่งหมอนทุกรุ่นของ Homoliving เหมาะกับการใช้หนุนนอนตอนกลางคืนเลยค่ะ แต่แค่มันน่ารักด้วย”

ตามไปส่องดีไซน์สุดคิวต์ของหมอนแต่ละรุ่นจาก Homoliving ที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานสนุก ๆ พร้อมอ่านเรื่องราวของหมอนสุดฮีลใจนี้ไปด้วยกันเลย!

เส้นทางของสถาปนิกสู่เจ้าของแบรนด์

กว่าจะมาเป็นแบรนด์ Homoliving เริ่มต้นจากคุณแพรที่ใฝ่ฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองและชอบการแต่งบ้านมาตั้งแต่เด็ก

ย้อนกลับไปสมัยมัธยม ตอนนั้นคุณแพรยังไม่รู้ว่าตัวเองจะเลือกเส้นทางไหนดี รู้แต่ว่าทุกครั้งที่ว่างเธอมักจะหยิบดินสอมาวาดรูปโครงสร้างบ้าน และภายในตัวบ้านด้วยลายเส้นแบบเด็ก ๆ พี่สาวของเธอเห็นแววจึงแนะนำให้มาเรียนสายสถาปัตย์ จนในที่สุดคุณแพรก็ตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลัยด้านสถาปัตย์ภายในที่บางมด

พอเรียนจบคุณแพรก็ได้ทำงานประจำ ในบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการออกแบบบูทให้กับลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ คุณแพรจึงมีโอกาสได้บินไปดูงานเมืองนอกบ่อย ๆ ทำให้เธอได้เปิดโลกและเกิดแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ ก่อนจะไปเรียนต่อ Business School ที่สกอตแลนด์ ในสาขา ‘International Management and Design Innovation’ ที่เธอได้เรียนรู้ทั้งในฝั่งธุรกิจและฝั่งดีไซน์

หลังจากนั้นเธอก็กลับมาทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการทำธุรกิจ โดยเธอเลือกที่จะทำงานด้าน Real Estate รวมไปถึง Retail Expansion ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ จนกระทั่งคุณแพรคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เธอต้องลงมือปั้นแบรนด์ด้วยตัวเองเสียที

แต่คำถามที่เธอตอบตัวเองยากที่สุดคือ “แล้วจะทำแบรนด์อะไรดีล่ะ ?” ด้วยความที่คุณแพรชอบงานดีไซน์ และตอนที่เธอเคยทำงานออกแบบภายในซึ่งต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านเองทุกอย่าง เธอก็มักจะให้ความสำคัญกับ ‘หมอน’ สิ่งนี้แหละที่จุดประกายให้เธอทำแบรนด์หมอนของตัวเอง

ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาออฟฟิศซินโดรม แต่คุณภาพการนอนก็สำคัญ

คุณแพรก็เหมือนกับหลาย ๆ คนที่มักจะปวดนั่นปวดนี่หรือเป็นออฟฟิศซินโดรม บวกกับเธอสนใจในสินค้าสุขภาพอยู่แล้ว เธอจึงมองหาหมอนสุขภาพ แต่ก็พบว่าส่วนใหญ่มักจะดีไซน์ไม่สวย เธอจึงเกิดไอเดียในการทำแบรนด์หมอนที่ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องสุขภาพเท่านั้น แต่ยังสวยงามและน่าใช้ด้วย พร้อมกับหยิบมาเป็นจุดขายของแบรนด์ ‘Homoliving’ ที่ตั้งใจดีไซน์ให้ชีวิตของผู้คนดีขึ้น

“สิ่งที่แบรนด์ Homoliving พยายามสื่อสารกับลูกค้าคือคุณภาพ อย่างเมมโมรี่โฟมที่มีอายุการใช้งาน 10 ปี นอนแล้วลดอาการปวดเมื่อย นั่นคือสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับ”

“ไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรมนะคะ คุณภาพในการนอนก็สำคัญ เราอยู่บนเตียง 8 ชั่วโมง หรือบางครั้งคนเมืองนอนแทบไม่ถึงด้วยซ้ำ เราใช้เวลาไปกับการเดินทางหรือการทำงาน จุดที่เราจะได้พักจริง ๆ คือแทบจะเป็นเตียงหรือโซฟาเพราะวันนี้ฉันหมดแรงแล้ว”

“แล้วอะไรที่จะเป็นตัวชาร์จเอเนอร์จีให้กับเรามากที่สุดก็ต้องเป็นหมอนคุณภาพที่ทำให้เราได้ Deep sleep แล้วตื่นมาเฟรชในตอนเช้า ซึ่งหมอนทุกรุ่นของ Homoliving เหมาะกับการใช้หนุนนอนตอนกลางคืนเลยค่ะ แต่แค่มันน่ารักด้วย”

อยากให้บ้านเป็นเหมือนทุกที่

ที่มาของชื่อแบรนด์ ‘Homoliving’ มาจากคำสองคำคือ ‘Homo’ + ‘Living’ ซึ่งคำว่า ‘Homo’ มีความหมายว่า ‘เหมือน’ และ ‘Living’ คือ ‘การอยู่อาศัย’

โดยปกติเราจะได้ยินคำว่า ‘Feel like home’ หรือ ‘ทุกที่เหมือนบ้าน’ แต่พอผ่านช่วงโควิดที่ทุกคนทำกิจกรรมทุกอย่างในบ้าน คุณแพรเลยได้ไอเดียที่กลายมาเป็นคอนเซปต์ของแบรนด์ว่า ‘บ้านเป็นเหมือนทุกที่’

“เราอยากให้บ้านเป็นเหมือนทุกที่ จะเป็นพื้นที่สำหรับปาร์ตี้ก็ได้ ถ้ามีเพื่อนมาบ้านก็นั่งเล่นนั่งคุยกันบนโซฟาแล้วกอดหมอนกล้วยไปด้วย หรือเบาะพิงหลังกระต่ายก็เปลี่ยนพื้นที่นั่งกินข้าวให้เป็นพื้นที่นั่งทำงานได้ เพราะฉะนั้นบ้านจึงเป็น Multi-Purpose Space มากกว่า มันเลย Flexible ทั้งตัวสินค้าและสเปซที่นำไปใช้”

หมอนที่ช่วยซัพพอร์ต ‘คอ บ่า ไหล่’

สังเกตไหมว่าบางวันเราตื่นมาแล้วเมื่อยคอ นั่นอาจเป็นเพราะหมอนที่เราใช้ไม่ช่วยซัพพอร์ตคอ บ่า ไหล่ การเลือกหมอนที่มอบความรู้สึกสบายจึงเป็นสิ่งที่ Homoliving ให้ความสำคัญ โดยหมอนทุกรุ่นผ่านการเทสมาแล้วว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด พร้อมปรับให้เข้ากับสรีระเพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าได้ใช้หมอนที่ตอบโจทย์การนอน

“หมอนของเราจะโค้งเว้ารับสรีระทั้งศีรษะ คอ บ่า ไหล่ โดยตรงกลางของหมอนทุกรุ่นจะเว้าเพื่อรองรับศีรษะ และขอบข้างจะนูนขึ้นเพื่อรองรับต้นคอ รวมถึงระดับความสูงของหมอนที่ช่วยให้กระดูกสันหลังของเราเวลานอนอยู่ในท่าที่โอเค ซึ่งการนอนของคนเราก็มีหลายแบบ นอนหงาย นอนตะแคง เราก็ต้องเลือกหมอนที่สูงพอดี”

“ส่วนวัสดุเป็นเมมโมรีโฟมที่ช่วยกระจายน้ำหนัก ซึ่งหมอนของเราจะมีความแน่น เพราะถ้านุ่มเกินไปเวลานอนก็จะไม่ได้กระชับหรือซัพพอร์ตได้ดีเท่า โดยเมมโมรี่โฟมจะช่วยฟิกซ์โพสเจอร์ของเราไม่ให้เผลอยกไหล่โดยไม่รู้ตัว เราก็จะไม่ต้องเกร็งไหล่เอาไว้ ซึ่งหมอนของเราก็จะช่วยผ่อนคลายตรงนี้ได้”

นอกจากใช้ดีแล้ว บ้านต้องสวยด้วย

จุดเด่นของ Homoliving คือหมอนที่ไม่ได้ดีต่อสุขภาพอย่างเดียว แต่ยังดีต่อใจด้วย

“เราเลือกรูปลักษณ์ของหมอนที่คนเห็นแล้วสบายใจที่จะมอง แล้วหมอนแต่ละรุ่นด้วยหน้าตาที่แตกต่างกัน ไซส์ต่างกันก็จะให้ฟีลลิ่งในการนอนที่ต่างกัน”

“ในการเลือกสีเราก็คิดว่าอยากให้โปรดักต์ของเราน่าดึงดูด แต่ก็สะท้อนคาแรกเตอร์ของหมอนแต่ละใบด้วย โดยเราจะวางมูดบอร์ดก่อนว่าสีมันแมตช์กันไหม”

“สุดท้ายคือปลอกหมอนที่เป็นผ้า Cool Fabric ช่วยกักเก็บความเย็น เวลานอนก็จะรู้สึกเย็นสบายแล้วก็นุ่มลื่น ซึ่งสามารถถอดซักได้โดยใส่ใจไปถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างซิปซ่อนที่ให้ความรู้สึกสมูธ”

ว่าแล้วก็ไปส่องดีไซน์สุดคิวต์ของหมอนแต่ละรุ่นจาก Homoliving ที่มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานสนุก ๆ กันเลย!

CLOUD Pillow

เริ่มกันด้วยหมอนเมฆที่มาในดีไซน์โค้งมน ให้ฟีลลิ่งหลับสบายเหมือนอยู่บนปุยเมฆทุกคืน แถมยังมาในสีพาสเทลจะหยิบมาแต่งบ้านมุมไหนก็น่ารัก

LEMON Pillow

ต่อกันด้วยน้องเลมอนไซส์เล็กสุดที่ใช้นอนตอนกลางคืนก็ได้ จะพกไว้ในรถหรือเอาไปแคมป์ปิง ปิกนิกนอกบ้านก็สะดวก

BANANA Pillow

ถัดมาเป็นหมอนกล้วยที่เป็น Best Seller ของแบรนด์ ด้วยไซส์ใหญ่สะใจที่นอนแล้วไม่ต้องกลัวตกหมอน กลิ้งไปมาได้สบาย แถมยังกอดก่ายได้ด้วยเหมาะกับคนชอบนอนดูซีรีส์ที่สุด

DONUT Pillow

อีกหนึ่งรุ่นฮิตก็คือหมอนโดนัทที่มีรูตรงกลาง เหมาะกับคนที่ชอบนอนคว่ำหรือนอนตะแคง ใครใส่ตุ้มหูหรือชอบใส่หูฟังตอนนอนก็ไม่ต้องกลัวเจ็บ หรือจะสอดมือเข้าไปเวลานอนกอดก็ได้ แถมวงรอบโดนัทยังช่วยกระชับต้นคออีกด้วย

RABBIT Back Cushion

นอกจากหมอนยังมีเบาะพิงหลังอย่างน้องกระต่าย ที่ไม่ใช่แค่น่ารักแต่แก้มกระต่ายยังช่วยซัพพอร์ตสะโพก ส่วนหูกระต่ายก็รับแผ่นหลังของเราอีกด้วย ไม่ว่าจะเอาไว้นั่งทำงานหรือขับรถก็ตอบโจทย์

เห็นดีเทลของหมอนแต่ละรุ่นกันแล้วก็อยากตามเก็บให้ครบทุกรุ่นเลย เพราะหมอนของ Homoliving ไม่เพียงช่วยให้เราหลับฝันดีทั้งคืน แต่ยังน่าเอาไปตกแต่งบ้านและใช้งานได้กับทุกโมเมนต์ในบ้านด้วย

“ถ้าให้แนะนำว่าจัดหมอนไว้มุมไหนแล้วสวยก็น่าจะเป็นโซฟา เพราะห้องนั่งเล่นมักจะเป็นสเปซแรกของบ้านที่เข้ามาแล้วได้เห็นหมอนน่ารัก ๆ ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้เรา แล้วพอไปลองนอนก็จะรู้สึกสบาย ลดการปวดเมื่อยหรือความหนื่อยล้าที่เราผ่านชีวิตมาในแต่ละวัน เข้าบ้านเปิดประตูมาอย่างแรก อุ้ย! หมอนน่ารักจัง มันก็เพิ่มความรู้สึกดีแล้วพอได้นอนก็รู้สึกว่าสบายจังเลย”

“อีกมุมก็แน่นอนว่าต้องเป็นเตียง จริง ๆ ถ้าตามฟังก์ชันใบเดียวก็เอาอยู่ แต่เราจัดเซ็ตได้นะ เพราะถ้าเอาหมอนมาวางกองรวมกันหลายอันแล้วมันจะน่ารัก อย่างหมอนกล้วยที่กอดก่ายได้ แล้วเพิ่มหมอนโดนัทสีมอคค่าไว้หนุนอีกใบ จะได้เป็นเซ็ต ‘Mocca Banana’ ค่ะ (หัวเราะ)”

หากกำลังมองหาหมอนสุขภาพที่ดีทั้งคุณภาพและดีไซน์ หมอนสุดฮีลใจของ Homoliving นี่แหละที่เรียกว่าเป็นตัวจบ แต่ถ้าชอบแต่งบ้านจะซื้อไว้หลาย ๆ ใบก็ไม่ผิดนะ! ใครเล็งใบไหนไว้ก็สามารถตามไปอุดหนุนแบรนด์เพื่อนบ้านได้ที่ช่องทาง FB : Homoliving และ IG : homoliving หรือแวะไปลองของจริงที่โชว์รูมของ SK Home, Crystal Design Center (CDC) กันได้เลย

IT MIGHT INSPIRE YOU

Same Thang

เปลี่ยน ‘ซองกาแฟ’ ขยะกำจัดยาก ให้กลายเป็นกระเป๋าอัปไซเคิลสุดเท่

Granite in the House

แบรนด์ไอเท็มหิน งานศิลป์สุดคราฟต์ที่มีชิ้นเดียวในโลก

neera retreat hotel

'พื้นที่พักใจ' ที่ชวนทุกคนกลับมาโฟกัสโลกภายในตัวเอง

POCO HOUSE

ที่พัก Airbnb ไวบ์อบอุ่นที่ตั้งใจอยาก 'ชุบชีวิตใหม่' ให้กับตึกเก่า