Same Thang

เปลี่ยน ‘ซองกาแฟ’ ขยะกำจัดยาก ให้กลายเป็นกระเป๋าอัปไซเคิลสุดเท่

ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหากระเป๋าสักใบที่ทั้ง ‘เท่ รักษ์โลก และมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร’ ต้องไม่พลาดผลงานการดีไซน์จากแบรนด์ Same Thang ที่หยิบ ‘ซองเมล็ดกาแฟใช้แล้ว’ มาอัปไซเคิลให้กลายเป็นกระเป๋าดีไซน์เก๋สุดยูนีก ที่แต่ละใบมีลวดลายไม่ซ้ำกัน แถมยังพก ‘เรื่องราวของกาแฟ’ จากแต่ละซองมาชวนให้เราตามไปสำรวจแหล่งที่มาของกาแฟกันต่ออีกด้วย

Neighbors and Friends แวะเวียนมาที่ Brew Lab คาเฟ่ย่านพระราม 9 เพื่อพบปะและพูดคุยกับ ‘คุณโป๊ป – กิตฐนพงษ์ โรจนบวร’ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Same Thang ที่รังสรรค์ขึ้นจากความหลงใหลในกาแฟ และมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ ของ ‘วัสดุเหลือทิ้ง’ ที่ยังสามารถสร้างคุณค่าได้ ถือเป็นแบรนด์รักษ์โลกที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมสุด ๆ!

คอลัมน์ Behind the Brand จะพาไปเปิดมุมมองใหม่ ๆ ผ่านเรื่องราวของความคิดสร้างสรรค์ และการคอนเน็กกับเพื่อนบ้านในคอมมูนิตี้กาแฟ ที่มาพร้อมกับแรงบันดาลใจดี ๆ ที่ชวนให้เราได้เริ่ม ‘รักษ์โลก’ ในแบบของตัวเองไปด้วยกัน

จุดเริ่มต้นจากซองกาแฟ

คุณโป๊ป อดีตกองบรรณาธิการนิตยสาร ที่ผันตัวมาเปิดบริษัทเอเจนซี่โฆษณาออนไลน์กับเพื่อน ๆ ในตำแหน่ง Creative และ Copywriter เป็นบุคคลที่หลงใหลในงานอาร์ต งานดีไซน์ และความคิดสร้างสรรค์เจ๋ง ๆ ที่ถูกผสมเข้ากับไลฟ์สไตล์ของ ‘คนรักกาแฟ’ จนเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์ Same Thang ขึ้น

“ช่วงที่ Covid-19 ระบาด เราได้ลองทำกาแฟกินเองที่บ้าน พอเริ่มทำ บรรจุภัณฑ์พวกนี้มันก็จะเริ่มเข้ามา เพราะเราต้องสั่งเมล็ดกาแฟมาทำอยู่เรื่อย ๆ พอเราเห็นดีไซน์ของซองสวย ๆ เราก็จะเก็บสะสมเอาไว้และไม่ได้ทิ้ง จนวันหนึ่งมันเยอะมาก เราก็หาวิธีที่จะใช้ประโยชน์จากมันเพราะเสียดาย ซองบางซองก็มาจากศิลปินที่เรารู้จักมาดีไซน์ให้ เราเลยอยากเก็บไว้มากกว่าทิ้งไปเฉย ๆ”

“เราไปจีบช่างกระเป๋าอยู่คนหนึ่ง พอดีกับที่ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด เขาเลยยอมทำให้จนกลายเป็นโปรดักต์ประมาณ 7-8 ชิ้น แล้วเราก็แบ่งให้เพื่อน ๆ ดูว่ามันออกมาเป็นกระเป๋าที่ใช้งานได้จริง ทุกคนก็ฮือฮากันมาก แล้วส่งซองกาแฟที่เขามีมาให้เราทำให้บ้าง ในล็อตแรกที่ได้ลองทำก็เป็นล็อตที่ทำแจกเพื่อน ๆ ทั้งหมด”

จุดเริ่มต้นของแบรนด์จากโปรเจกต์เล็ก ๆ ที่เกิดจากความชอบในกาแฟ ทำให้ Same Thang ได้ค่อย ๆ เติบโตขึ้นจากความตั้งใจที่เอาซองกาแฟที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ กลายเป็นแบรนด์ที่สะท้อนตัวตนของคุณโป๊ปผ่านกระเป๋าแต่ละใบได้อย่างลงตัว

“เราเลยมองว่ามันน่าจะไปต่อได้นะ เป็นโปรเจกต์ที่อยู่ในช่วงที่เราว่างพอดี ทีนี้เราเลยรวบรวมซองไว้เยอะมาก จนทำล็อตแรกออกมาได้ประมาณ 40-50 ใบ แล้วไปลองขายในอีเวนต์แรกที่คลองผดุงกรุงเกษม กลายเป็นว่าวันแรกเราขายไม่ได้เลย แต่พอผ่านไปสักพักเราก็ไปโพสต์ในกลุ่มกาแฟว่า ‘ถ้ามาเที่ยวงานนี้ก็จะเจอเรานะ ที่บูธเรามีของเกี่ยวกับกาแฟขายนะ’ กลายเป็นว่ามันตรงกลุ่ม คนในกลุ่มกาแฟเขาก็มากินกาแฟกัน นั่งคุยกันบ้าง หยิบจับของกันบ้างจนเราขายหมด เราเลยมองว่าถ้าเรามีกลุ่มที่เราชัดเจน และโฟกัสได้ว่า target ของเราอยู่ตรงไหนมันก็น่าจะไปได้ มันเลยเริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น”

เล่าเรื่องชุมชนผ่านซองกาแฟ
ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์

Same Thang ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่ทำกระเป๋าจากซองกาแฟเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เล่าเรื่องของ ‘กาแฟ’ ผ่านดีไซน์ของกระเป๋าแต่ละใบอีกด้วย เพราะคุณโป๊ปเชื่อว่า ‘ถ้าใครได้ลองหยิบจับกระเป๋าดู ก็จะอยากรู้เรื่องราวและที่มาของกาแฟซองนั้นแน่นอน’

ซึ่งดีไซน์ที่บอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้น ฝีมือของ ‘ช่างทำกระเป๋า’ ของ Same Thang ก็มีส่วนสำคัญในการเล่าเรื่องผ่านทุกการจัดวางซอง ไปจนถึงทุกฝีเข็มของการเย็บกระเป๋าแต่ละใบให้กลายเป็นงานศิลปะที่มีเรื่องราวเฉพาะตัว

“สไตล์งานของเราคือการเก็บข้อมูล ส่วนภาพลักษณ์ของ Same Thang จะอยู่ที่ช่างของเราล้วน ๆ เพราะโปรดักต์ต้องมีการเล่าเรื่องของบรรจุภัณฑ์ เหมือนที่เราเรียนรู้เรื่องกาแฟผ่านซองกาแฟ พอบรรจุภัณฑ์ถูกกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ เรื่องราวทั้งหมดก็ยังอยู่ในการเล่าจากสิ่งหนึ่งสู่อีกสิ่งหนึ่งที่มันยังต้องใช้เรื่องเดิมในการเล่าเรื่อง เราว่ามันเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร”

เพราะซองกาแฟแต่ละใบไม่ใช่แค่บรรจุภัณฑ์ แต่เป็นเรื่องราวของผู้คนและแหล่งเพาะปลูกที่อยู่เบื้องหลังทุกเมล็ดกาแฟ คุณโป๊ปเลยหยิบเอาข้อความบนซองที่ระบุชื่อเกษตรกร แหล่งเพาะปลูก หมู่บ้าน หรือจังหวัดที่มาของกาแฟซองนั้น ๆ มาต่อยอดและถ่ายทอดออกมาผ่านกระเป๋า เสมือนเป็น footprint ที่เราสามารถย้อนกลับไปยังต้นตอของกาแฟซองนั้นได้

“เราสังเกตจากคนกาแฟที่เขาให้ความสำคัญกับ ‘แหล่งเพาะปลูกและกระบวนการ’ คือเวลาเรากินกาแฟ เราก็จะดูว่าเรากินกาแฟของที่ไหน ใครเป็นคนปลูก เพราะที่ซองมันจะมีข้อมูลทั้งหมดเลย ทีนี้มันก็กลายเป็นมิติของการท่องเที่ยว ว่าถ้าเราไปตามสถานที่นั้น ๆ เราก็จะเจอวิวดี ๆ และได้เรียนรู้ชุมชนไปด้วย เสน่ห์นั้นมันเลยเริ่มมาตั้งแต่บรรจุภัณฑ์ แล้วเราก็เก็บเรื่องราวพวกนั้นไว้ในโปรดักต์ของเรา”

“ไม่ใช่ทุกคนที่ดื่มกาแฟหรือชอบกาแฟ แต่โปรดักต์ของเราทำให้ทุกคนสามารถใช้ได้ และยังได้เรียนรู้เรื่องกาแฟจากโปรดักต์แต่ละชิ้น มันทำให้ Same Thang ต่างจากกระเป๋าทั่วไป หรือการ Upcycling อื่น ๆ เราอยากใช้ประโยชน์จากขยะที่มันจะต้องทิ้งอยู่แล้ว ให้มันเป็นอะไรก็ได้แค่นั้นเอง”

เรื่องราวที่ Same Thang ตั้งใจถ่ายทอดออกมา ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปยังแหล่งเพาะปลูกของเมล็ดกาแฟดี ๆ อีกครั้ง ได้ลองสัมผัสกลิ่นอายของชุมชนในแต่ละแหล่งปลูก ที่ต่างมีเรื่องราวที่อบอุ่นและน่าสนใจไม่แพ้กัน

“บางคนเขามาเจอกระเป๋าเรามีข้อความว่า ‘แม่จันใต้’ บางคนอาจจะงงว่าคืออะไร แต่คนกาแฟจะรู้ว่าแม่จันใต้คือแหล่งเพาะปลูกกาแฟที่ดีมาก ๆ สำหรับคนที่ไม่รู้เขาก็อาจจะอยากลองไปสัมผัสดูสักครั้ง เพราะที่นั่นเป็นหมู่บ้านอาข่าเล็ก ๆ ที่จังหวัดเชียงราย มีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ แหล่งเพาะปลูกพวกนี้เขาก็จะมีเรื่องเล่าของเขาต่อไปเรื่อย ๆ”

ซองกาแฟที่เป็นเหมือนคลังสมบัติ

ซึ่งซองกาแฟแต่ละชิ้นของ Same Thang ล้วนมาจากคลังสะสมของคุณโป๊ป รวมไปถึงเพื่อน ๆ เจ้าของร้านกาแฟที่ส่งมาให้ทำกระเป๋าอยู่เป็นประจำ จากงานอดิเรกเล็ก ๆ ค่อย ๆ เติบโตจนกลายเป็นธุรกิจขนาดย่อม ที่เริ่มรับซื้อซองกาแฟจากกลุ่มใน Facebook ในราคา 5–10 บาทต่อซอง

“มันเป็นราคาขยะที่แพงมากเมื่อเทียบกับขวด กระป๋อง และกระดาษ ซึ่ง material ของเราก็มาจากการรับซื้อในช่วงแรก ทีนี้คนก็ส่งมาเยอะมาก จนเราไม่สามารถซื้อขยะทุกชิ้นในโลกได้ เราเลยเปลี่ยนเป็นการเทรด คือการใช้เป็นส่วนลด 1 ซอง แทนเงิน 1-3 บาท ถ้าถือมา 5 ซอง ได้ส่วนลดไปแล้ว 10 บาท แล้วเราก็ลดจากโปรดักต์เราไป พอช่วงหลัง ๆ บางคนก็ส่งมาทำ เช่น ในจำนวนนั้นมี 10 ซอง อยากทำกระเป๋า 1 ใบ ส่วนซองที่เหลือก็จะกลายเป็นส่วนลดแทน ซึ่งมันก็เป็นการหมุนเวียนวัสดุ เราขายโปรดักต์ออกไป แล้วได้วัสดุใหม่กลับมา ตอนนี้เราเลยจะมีบรรจุภัณฑ์กาแฟเยอะที่สุดในโลก (หัวเราะ) เราก็เก็บเหมือนเป็นสมบัติที่ต้องใช้งานต่ออยู่แล้ว”

ซองกาแฟในสไตล์ของ Same Thang

เพราะซองกาแฟเป็นบรรจุภัณฑ์ที่แข็งแรงมาก ๆ จากฟังก์ชันที่ต้องคงกลิ่นหอมและรสชาติของเมล็ดกาแฟให้ได้คุณภาพมากที่สุด ทำให้ซองกาแฟกลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ยากกว่าพลาสติกทั่วไป และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการนำกลับมาใช้ใหม่ในแบบของ Same Thang

“ด้านนอกของบรรจุภัณฑ์กันน้ำ ด้านในมีฟอยล์กันความชื้น มีวาล์วคลายก๊าซสำหรับระบายอากาศ มีฟิล์ม food grade สำหรับใส่อาหาร ตัวบรรจุภัณฑ์ย่อยยากกว่าพลาสติกทั่วไป ถ้าเผาก็หนักกว่า pm 5 เท่า เพราะ pm พวกนี้จะมาจากไฟป่าเป็นหลัก มันยังเป็นชีวมวล แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์พวกนี้จะเป็นเคมีสังเคราะห์ พลาสติกมันสกัดออกมาจากปิโตรเลียมอีกทีหนึ่ง ซึ่งเรากำลังพูดถึงอุตสาหกรรมใหญ่เบอร์ 1 กับเบอร์ 2 ของโลก อย่างเบอร์ 1 ก็คือปิโตรเลียมเอามาสกัดเป็นพลาสติก อุตสาหกรรมกาแฟเองก็เป็นรองแค่น้ำมัน”

เมื่อความนิยมในกาแฟเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ‘ขยะจากกาแฟ’ ก็มีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

Same Thang เลยเป็นเหมือนศูนย์กลางเล็ก ๆ ที่รวบรวมซองกาแฟเพื่อนำมาสร้างคุณค่าใหม่ และได้ใช้ความครีเอทีฟในการจัดการวัสดุเหลือใช้อย่างมีคุณภาพ

“ขยะในอุตสาหกรรมกาแฟมีอยู่เยอะมาก แต่ยังไม่มีคนจัดการแบบจริงจัง อาจจะมีคนที่เขาดูแลเรื่องแก้วหรือในส่วนอื่น ๆ บ้างแล้ว แต่ในส่วนของซองกาแฟ Same Thang ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยจัดการขยะปลายน้ำตรงนี้ เพราะมันดูเป็นสิ่งที่คนอาจจะลืมนึกถึงไป เป็นความเคยชินว่าถ้าใช้ประโยชน์เสร็จแล้วก็ต้องทิ้ง เสื้อผ้าที่เราเลิกใส่แล้วเราก็ต้องทิ้ง หรือทุก ๆ อย่างที่เราไม่ได้ใช้ เก็บไว้วันหนึ่งก็ต้องทิ้งไป แต่บางคนอาจจะมองว่าทุก ๆ อย่างมันสามารถใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้ บรรจุภัณฑ์กาแฟก็เหมือนกันครับ มันก็มีทางไปของมัน ถ้าเรามองเห็นช่องทางอื่น ๆ ในการใช้ประโยชน์จากเขา”

กระเป๋าจากฝีมือช่างชุมชน

ก่อนจะมาเป็นกระเป๋าของ Same Thang กระบวนการต่าง ๆ ก็เริ่มตั้งแต่การหาไอเดียจากซองกาแฟหลากหลายรูปแบบ กลายเป็นดีไซน์ของกระเป๋าที่มีอยู่ประมาณ 14 ดีไซน์ จากนั้นก็เลือกวัสดุที่เข้ากับดีไซน์นั้น ๆ แบ่งซองออกเป็นกอง แล้วส่งต่อให้ช่างทำตามแบบที่ถนัดแตกต่างกันไป

“ในช่วงแรกเราอาจจะไปสอนเขาก่อน เรื่องของการใช้วัสดุ การวาง compose หรือการใช้คู่สี เพราะว่าของพวกนี้มันจะต้องเล่าเรื่องที่มันมีจังหวะของเขา ซึ่งเรื่องราวก็จะอยู่ที่ช่าง”

“เราเองก็ไม่ได้จบดีไซน์มา เราแค่ชอบงานดีไซน์เพราะซึมซับจากการทำงาน อย่างเรื่องเสก็ตช์เราก็ไม่มีเลย พอเราเจอช่าง เรามีดีไซน์ใหม่ ๆ มา เราก็วาดกว้างคูณยาวใส่กระดาษง่าย ๆ ให้ช่างดู แล้วบอกเขาว่า ‘พี่ ซิปตรงนี้นะ เข้ามุม เพิ่มช่องตรงนั้นนะ’ ทีนี้เขาก็จะไปทำตามแบบที่วาดไป และปรับให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น เราเองก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไปพร้อมกับช่างด้วย”

ช่างของ Same Thang เป็นช่างจากชุมชน งานทุกชิ้นทำด้วยมือโดยแม่ ๆ และป้า ๆ ทั้งจากกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ที่มีฝีมือการเย็บกระเป๋าอยู่แล้ว เป็นการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับเพื่อนบ้าน ถือเป็นการสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับวัยเกษียณในชุมชนอีกทางหนึ่ง

“แบรนด์ของเรามันมีความซับซ้อนที่ต่างจากการเย็บเสื้อหรือกระเป๋าทั่วไป ในช่วงแรก ๆ เลยมีความยากเล็กน้อย เรามีขั้นตอนการทำความสะอาด เพราะบางคนอาจจะแพ้กลิ่นหรือไม่ได้ชอบกลิ่นกาแฟ จากนั้นเราก็ขึ้นแพตเทิร์น ใส่ซับในและประกอบร่าง เราให้ค่าตอบแทนช่างเป็นรายชิ้น ถ้าช่างทำได้เยอะเขาก็จะได้เงินตามเรทเดิมที่เราให้ไว้ อย่างเช่นเราคิดใบละ 80 บาท ถ้าเขาทำได้สัก 10 ใบก็จะได้ 800 บาท บางครั้งเราก็มีแบบเป็นล็อตละ 50 ใบบ้าง 100 ใบบ้าง บางคนทำได้เป็นร้อยใบในเดือนเดียวก็มี”

“มันก็เพียงพอสำหรับวัยเกษียณที่เขาว่างงาน ซึ่งในอีกทางหนึ่งเราที่เป็นผู้ประกอบการเองก็อาจจะได้กำไรน้อยลงบ้าง แต่เราจะไม่ไปกดราคาช่างเลยครับ เขาเคยได้เท่าไหร่เราก็ให้เขาเท่านั้น มันเป็นการซื้อใจช่างด้วยแหละ เพราะกว่าเราจะได้ช่างมา กว่าที่เขาจะเข้ามือมันก็ต้องใช้เวลา เราก็ไม่อยากให้มีเรื่องลำบากใจกัน”

การค้นพบช่างที่เหมาะสมถือเป็นความท้าทายหลัก ๆ ของ Same Thang แต่การได้สร้างคอนเน็กชันกับช่างจากชุมชน ก็เป็นความท้าทายที่คุณโป๊ปสนุกกับการได้เรียนรู้และทดลองทำแบรนด์ไปพร้อม ๆ กัน

ความสนุกของการได้ทำแบรนด์
และการคอนเน็กกับ ‘คนรักกาแฟ’

สำหรับ Same Thang ธุรกิจไม่ใช่เรื่องของความท้าทาย แต่คือความสนุกที่ได้ทำในสิ่งที่ชอบ และมองว่าสิ่งสำคัญคือการได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กับการเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ ให้กับ Same Thang อยู่เสมอ

อย่างการไปออกบูธในแต่ละอีเวนต์ที่ผ่านมา ก็เกิดจากการที่คุณโป๊ปเห็นว่าโปรดักต์ของ Same Thang สามารถไปได้ในหลายทิศทาง ทั้งเรื่องกาแฟ สิ่งแวดล้อม ชุมชม และมิติของการท่องเที่ยว รวมไปถึงงานดีไซน์ที่เป็นงานคราฟต์ ทำให้แบรนด์สามารถไปร่วมอีเวนต์ได้อย่างหลากหลาย จนได้คอนเน็กกับเพื่อนบ้านในคอมมูนิตี้มากยิ่งขึ้น!

“ตอนนี้ก็เข้าปีที่ 5 ของ Same Thang แล้วครับ ทุกคนก็เริ่มรู้จักเรามากขึ้น เริ่มรู้ว่าโปรดักต์ของเราเป็นโปรดักต์เกี่ยวกับกาแฟ ทีนี้คนกาแฟเขาก็อยากมาจอยกับเรา จะมีร้านกาแฟที่เขาส่งซองมาให้เราทำบ้าง เช่นร้านกาแฟของ SWERB ที่พิเศษกว่าที่อื่น คือเขาจะใส่ใจเรื่องของต้นตอกาแฟ ที่ร้านเลยมีกาแฟแปลก ๆ ให้ชิมเยอะมาก เป็นเมล็ดที่คัดมาอย่างดี ซองกาแฟของเขาก็มีดีไซน์ที่สวยแปลกตา เพราะเป็นซองที่ได้ศิลปินมาดีไซน์ให้ เจ้าของร้าน SWERB เขาก็คิดเหมือนกับเราว่า ‘มันควรจะทำอะไรได้ ไม่งั้นเสียดายมากถ้าต้องทิ้งไป’ เราเลยมาจอยกันเป็น Same Thang x SWERB คอลเลกชันที่วางขายในร้าน SWERB เท่านั้น ราคาอาจจะแพงกว่าของเราแต่คุ้มค่าแน่นอน ถ้าเรามองมันเป็นงานศิลปะหรืองานออกแบบจากซองกาแฟสวย ๆ ที่หาไม่ได้ที่ไหน”

และในทุก ๆ ปี คุณโป๊ปจะพา Same Thang ไปคอลแลบกับเพื่อนบ้านในงาน Thailand Coffee Fest อีเวนต์ที่รวบรวม ‘คนรักกาแฟ’ ไว้ด้วยกัน จนเกิดเป็นไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ

“ในปีแรก เราทำกับรุ่นพี่ที่ทำงานเซรามิก แบรนด์ ClayingCave ที่ทำ ‘แก้วซารู’ เป็นแก้วที่มีรู 3 รูไว้สำหรับชิมกาแฟ และในปีที่ 2 เราทำร่วมกับศิลปิน 4 คน เรียกว่า 4Kings เราเริ่มตั้งแต่คัดเมล็ดกาแฟของเกษตรกรที่ดอยเลอตอ ของ ‘กาแฟเลอตอโกลด์’ มาคั่วที่โรงคั่วของ Brew Lab แล้วให้เพื่อนที่เป็นคนญี่ปุ่นดีไซน์ซองบรรจุภัณฑ์ พอลูกค้าซื้อกาแฟเรากลับไป เขาก็ส่งซองกาแฟกลับมาให้เราทำกระเป๋าของ Same Thang ซึ่งรายได้ทั้งหมดเราก็ส่งกลับไปช่วยเป็นการศึกษาให้น้อง ๆ ที่หมู่บ้านเลอตอ อ.ท่าสองยาง จังหวัดตาก ถือเป็นโปรเจกต์ที่เราเริ่มตั้งแต่ต้นน้ำจนจบปลายน้ำ เราคิดตั้งแต่ต้นจนจบเลย สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ก็คือเขา”

“อีกโปรเจกต์หนึ่งคือ ‘ไก่บนบาน’ จาก BonBan บนบาน ของแก้บนรักษ์โลก ที่เขาดีไซน์ให้ด้านในมีขี้เลื่อยผสมกับเมล็ดพันธุ์ดอกไม้มงคลประจำวันเกิดสำหรับใช้แก้บน พอใช้งานเสร็จแล้วเอาไปฝังดิน ต้นไม้มงคลเหล่านั้นก็จะงอกขึ้นมา เราเลยลองเปลี่ยนกิมมิคของเขาใหม่ จากขี้เลื่อยก็เปลี่ยนเป็นกากกาแฟ และใส่เมล็ดพันธุ์กาแฟอะราบิก้า จากไร่กาแฟเลอตอโกลด์ เพื่อให้งอกออกมาเป็นต้นกาแฟ แล้วเอารายได้นั้นไปซื้อผ้าห่มให้น้อง ๆ บนดอย”

“และในปีล่าสุด เราทำร่วมกับแบรนด์ SUCHAI CRAFT เป็นอะลูมิเนียมลายไทยหลากสี โดยเราไปเอาแก้วของเขามาต่อยอดเป็น ‘เหยือกนม’ สำหรับเท latte art และอีกโปรเจกต์คือการดีไซน์ซองกาแฟเป็น ‘ซองใส่ช้อนชิมกาแฟ’ ที่คอลแลบกับสมาคม SCATH Specialty Coffee Association of Thailand”

Photo by Same Thang

“เราพาแบรนด์ Same Thang ไปจอยกับคนอื่น ๆ ในทุกปี ทั้งคอนเน็กกับคนในคอมมูนิตี้เรา รวมไปถึงดึงสายดีไซน์อื่น ๆ ให้มาจอยกันได้ เรามองว่ากาแฟไม่ได้เป็นแค่กาแฟ แต่มันกลายเป็นไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่แค่การกินกาแฟ มันสามารถเป็นของใช้ เป็นโปรดักต์เท่ ๆ หรืออาจจะเป็นเสื้อผ้าและเรื่องของแฟชั่นได้ด้วย ซึ่งกระเป๋าของ Same Thang ก็เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์เรื่องแฟชั่น และยังเชื่อมโยงคนกับกาแฟเข้าด้วยกัน มันลึกลงไปถึงชุมชน รวมถึงเรื่องของขยะและสิ่งแวดล้อมด้วย”

ความหลากหลายนี้เป็นสิ่งที่คนในคอมมูนิตี้ของคนรักกาแฟเห็นตรงกันว่า ‘กาแฟไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่คือไลฟ์สไตล์ที่มีหลายมิติ’ ทำให้ Same Thang เป็นแบรนด์ที่ได้เติบโตขึ้นจากการได้คอนเน็กกับแบรนด์เพื่อนบ้านที่มีสไตล์แตกต่างกัน แต่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะตัวเอาไว้

การวนกลับมาของซองกาแฟ

“ลูกค้าเรากลับมาประมาณ 30-40% ได้ ซึ่งสำหรับเรามันเยอะมากนะครับ คนที่เขาซื้อซ้ำหรือกลับมาทักทายกัน เขาก็จะบอกว่า ‘พี่ยังใช้อยู่เลย กระเป๋ามันทนมาก’ ทีนี้ในทางธุรกิจของเรา มันคือการขาดช่วงหรือขาดการซื้อซ้ำ เราเลยต้องทำดีไซน์ใหม่ ๆ มาให้ลูกค้าได้อุดหนุนแบบใหม่ไป บางคนอาจจะซื้อซ้ำบ้าง ซื้อฝากบ้าง ในความประทับใจของเรามันก็กลายเป็นการให้เราได้พัฒนาโปรดักต์ไปเรื่อย ๆ ด้วย”

คุณโป๊ปเล่าเพิ่มเติมว่า Same Thang ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อขยะของตัวเอง หรือ Extended Producer Responsibility (EPR) ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ขยะของเราไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากเกินไป เป็นความตั้งใจหลักของ Same Thang ที่ครีเอต ‘วัสดุเหลือทิ้ง’ ให้กลายเป็นโปรดักต์ที่เกิดประโยชน์ ใช้งานได้นาน และลดผลกระทบต่อโลกไปพร้อม ๆ กัน

“เรามีวิธีการรับผิดชอบต่อขยะของตัวเองในวงจรของเราเอง คือวันหนึ่งถ้าลูกค้าใช้งานจนพัง เราก็จะรับโปรดักต์ชิ้นนั้นกลับคืนมาที่เรา คือทุกคนที่มีกระเป๋าของเรา ถ้าอยากเปลี่ยนก็สามารถกลับมาหาเราแล้วซื้อใบใหม่ไปในราคา 50%”

“ถ้าครบรอบ 10 ปี เราก็อาจจะเอามานับแล้วจัดแสดงงานอะไรสักอย่าง เพราะกระเป๋าถูกใช้งานแบบสมบุกสมบันจริง ๆ บางคนใช้แล้วก้นขาดเป็นรูแต่เขาก็ยังใช้อยู่ จนกว่าจะเจอเราถึงจะได้ใบใหม่กลับไป เพราะของพวกนี้ต้องมาเลือกด้วยตัวเอง ซึ่งจริง ๆ เราก็มีโปรดักต์ของ Same Thang วางอยู่ในหน้าร้านกรุงเทพฯ ประมาณ 16 ที่ เราก็บอกให้ลูกค้าไปซื้อตรงไหนก็ได้ แล้วค่อยเอาใบเก่ามาคืน เราก็จะโอนเงินส่วนต่างนั้นคืนให้อีกที แต่เขาก็อยากมาเจอ อยากมาเลือกกับเรา อยากมาดูโปรดักต์ใหม่ ๆ เวลาเราไปออกอีเวนต์ต่าง ๆ”

ในท้ายที่สุดแล้ว โปรดักต์ทุกชิ้นก็ยังคงวนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นเดิม ทำให้ Same Thang สามารถจัดการขยะจากซองกาแฟอย่างถูกวิธีและไม่รบกวนสิ่งแวดล้อม เป็นความใส่ใจจากคุณโป๊ป ที่ตั้งใจให้แบรนด์ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการ ‘รักษ์โลก’ ให้ได้มากที่สุด

หามุมมองใหม่ให้กับวัสดุเหลือทิ้ง

คุณโป๊ปพยายามหามุมมองใหม่ ๆ ให้กับวัสดุเหลือทิ้งหลากหลายแบบ อย่างเช่นโปรเจกต์ล่าสุดของ Same Thang ที่คุณโป๊ปมองเห็นประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์อื่น ๆ อย่างพลาสติกที่ย่อยสลายยาก และใส่ไอเดียสร้างสรรค์ที่เล่าเรื่องและตัวตนผ่านขยะชิ้นนั้น ๆ

“เราไปเห็น ‘กล่องสุ่ม’ จากคนที่สะสม Art Toy เราเลยไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็ได้เจอว่าเฉพาะในประเทศไทย มูลค่าการตลาดของ Art Toy มันสูสีกับกาแฟเลย เพราะความนิยมมันเยอะมาก ขยะตรงนี้ก็คงเยอะมากเหมือนกัน เราเลยลองสนุกกับมันดู เริ่มจากทำเป็นกระเป๋าและกลายเป็นโปรเจกต์ ‘จุ่มไม่ทิ้ง’ ให้คนส่งกล่องของตัวเองมาขายให้เรา”

“สุดท้ายแล้วเรามองว่าโปรดักต์ทุก ๆ ชิ้น ไม่ใช่แค่การทำขาย แต่มันต้องมีเรื่องราวของมันด้วย เพราะความสำคัญมันคือการเล่าเรื่องที่ถือเป็นจุดหลักของแบรนด์ Same Thang อยู่แล้ว เรามองว่าการสร้างผลิตภัณฑ์ Upcycling มันคือการเล่าเรื่องราวที่มีตัวตนชัดเจน”

ก่อนจบบทสนทนาในวันนี้ คุณโป๊ปได้ฝากข้อความดี ๆ ถึงเพื่อนบ้านที่สนใจรักษ์โลก เพราะถึงแม้จะเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ แต่การเห็นคุณค่าในสิ่งต่าง ๆ ก็ช่วยทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นได้เหมือนกัน

“เราพูดเสมอว่าของที่อยู่รอบตัวเรามันมีที่มาที่ไป ก่อนจะทิ้งให้เป็นขยะ ถ้าเรามองว่ามันเป็นขยะดี ๆ ที่ยังใช้งานได้ หรือสามารถเอาไปทำอะไรเพิ่มเติมโดยหามุมมองใหม่ ๆ ให้กับของที่เรากำลังจะทิ้ง ซึ่งเราสามารถสนุกกับมันได้ หรืออาจเป็นธุรกิจและสร้างรายได้ให้เราและคนอื่น ๆ เพิ่มได้ด้วย”

“อย่างน้อยก็อยากให้แยกขยะ ถึงเราไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน แต่ถ้าเราแยกไว้ คนที่เห็นประโยชน์จากขยะกองนั้นเขาก็สามารถเอาไปทำประโยชน์ต่อได้ สิ่งสำคัญก็คือ ‘การแยกขยะ’ แล้วหามุมมองใหม่ ๆ เปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับมันอีกครั้ง เราก็เชื่อว่าแพสชันของเรามันสามารถทำให้ขยะเหล่านั้นมีคุณค่าขึ้นมาได้ อยากให้ลองมองย้อนกลับมาแล้วลองครีเอตดู เพราะมันคือขยะดี ๆ ชิ้นหนึ่งที่ยังสร้างประโยชน์ให้กับเรา”

ลองมอง ‘วัสดุเหลือทิ้ง’ ในมือเราใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าที่ใส่จนเบื่อแล้ว หรืออะไรก็ตามที่เราเตรียมจะทิ้ง ค่อย ๆ หาไอเดียมาสร้างสรรค์และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ไปด้วยกัน

หรือจะเริ่มจากการช้อปไอเทมจาก Same Thang ไปใช้ ก็ถือเป็นการได้รักษ์โลกเหมือนกันนะ นอกจากกระเป๋าจากซองกาแฟ ตอนนี้เขาก็มีโปรดักต์มาให้เราเลือกใช้หลากหลายมาก ลองเข้าไปดูดีไซน์ที่เก๋และยูนีคแบบนี้ได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ของ Same Thang ได้เลย!

Same Thang
Facebook : Same Thang
Instagram : same_thang.bkk
โทร. 091-165-5624

IT MIGHT INSPIRE YOU

เนื้อหอม คาเฟ่

เสิร์ฟความอร่อยเด็ดจากรสมือ และวัตถุดิบตัวซีเคร็ตในละแวกย่านปากคลองตลาด

neera retreat hotel

'พื้นที่พักใจ' ที่ชวนทุกคนกลับมาโฟกัสโลกภายในตัวเอง

The Warehouse Talat Noi

โกดังเก่าย่านตลาดน้อย คอมมูนิตี้ของคนรัก Art Food Music

Survey with ThepLocation

เดินดูโลฯ กับ 'Location Manager' เวิร์กช็อปอาชีพใน 1 วันกับเทพโลฯ