ในโลกที่หมุนเร็ว ทุกสิ่งเกิดขึ้น เปลี่ยนแปลง และผันผ่านไป จนเราแทบไม่ได้สังเกตตัวเองหรือใส่ใจสิ่งต่าง ๆ อย่างลึกซึ้ง Neighbors and Friends จึงออกเดินทางมาตามหาความสงบพร้อมชวนเพื่อน ๆ มาพักกายพักใจกันที่ neera retreat hotel กับบรรยากาศของธรรมชาติริมแม่น้ำท่าจีน จังหวัดนครปฐม เพื่อนบ้านที่เป็นมากกว่าโรงแรม แต่คือที่ที่เราจะได้กลับมาอยู่กับตัวเอง โฟกัสลมหายใจ ฟังเสียงความคิด และใช้ชีวิตอย่างรู้กายรู้ใจในทุก ๆ ย่างก้าว
คอลัมน์ Behind The Brand มีโอกาสได้มาพูดคุยกับเพื่อนบ้านที่ช่วยให้ใจเราเบาลงอย่าง ‘คุณซอย – วริวรรณ์ วิทยฐานกรณ์’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง neera retreat hotel ที่มีเสาหลักหนึ่งที่สำคัญในการทำธุรกิจอย่างเรื่อง ‘Mindfulness’ ซึ่งคือการกลับมาอยู่ที่บ้านของใจหรือปัจจุบันขณะ โดยคุณซอยได้นำหลักคิดจากการเรียนด้าน ‘จิตตปัญญาศึกษา’ ที่เน้นการพัฒนาจากภายในเพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ในตนเอง มาสร้างประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อส่งต่อแนวความคิดนี้ให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสด้วยกายและใจของตัวเองที่ neera retreat hotel
ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบที่มอบความรู้สึกสงบและผ่อนคลาย กิจกรรมเวิร์กช็อปที่ทั้งเพลิดเพลินและช่วยให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ไปจนถึงงาน ‘neera mindful connections (nmc)’ ที่จัดขึ้นปีละครั้งซึ่งรวบรวมวิธีการ ศาสตร์ หรือเครื่องมือที่หลากหลายมาไว้ในที่เดียว ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ผู้คนในสังคมได้รู้จักและเข้าใจเรื่อง Mindfulness มากขึ้น
เปิดใจให้กว้างแล้วมาซึมซับประสบการณ์การพักผ่อนที่ไม่ใช่แค่การหลีกหนีความวุ่นวาย แต่คุณจะได้ละเมียดละไมกับการใช้ชีวิตและสิ่งรอบตัวอย่างช้า ๆ เพื่อค้นพบวิถีทางในการใช้ชีวิตอย่างมีสติที่อาจเปลี่ยนบางอย่างในตัวคุณ คนรอบข้าง และโลกใบนี้ให้ดีขึ้นได้ไปพร้อมกันเลย

ในโลกที่หมุนไว mindfulness จึงสำคัญ
ท่ามกลางยุคสมัยที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนบางครั้งเราไม่ทันได้ตั้งตัว การกลับมาตระหนักในตัวเองและตั้งสติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโลกภายนอก จึงเป็นสิ่งที่จะช่วยให้เรายืนหยัดได้ในโลกยุคนี้
Neighbors and Friends จึงเดินทางมาพูดคุยกับ ‘คุณซอย – วริวรรณ์ วิทยฐานกรณ์’ ที่นำแพสชันเรื่อง ‘Mindfulness’ และความรู้จากการเรียนด้าน ‘จิตตปัญญาศึกษา’ มาสร้างพื้นที่และประสบการณ์ที่หลากหลายเพื่อส่งต่อแนวความคิดนี้ผ่าน neera retreat hotel
“ทุกวันนี้โลกมันหมุนไวมาก ความไวนั้นทำให้เราไม่ได้อยู่กับเนื้อกับตัว และไม่มีโอกาสได้กลับมาคอนเนคกับตัวเอง หลาย ๆ ครั้งมันยังทำให้เกิดความคับข้อง ความทุกข์ ความบีบอัดข้างในตัว แล้วมันส่งผลต่อสุขภาพใจที่ลิงก์ไปสู่สุขภาพกาย ไปจนถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวและในสังคม”
“mindfulness คือการกลับมาอยู่ที่บ้านของเรา ซึ่งบ้านหลังเดียวของเราจริง ๆ ก็คือร่างกายของเรา การที่เรากลับมารู้กายรู้ใจของตัวเอง มันน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของคำว่า ‘สติ’ แล้วพอเรามีสติเราจะสามารถตัดสินใจหรือเลือกกระทำบางสิ่งได้อย่างมีปัญญามากขึ้น เพราะเราจะเข้าใจว่าเมื่อเราเลือกแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นผลทางบวกหรือทางลบต่อชีวิตของเราและต่อชีวิตคนอื่น”

mindfulness หนึ่งในเสาหลักของ neera
การทำความรู้จักและเข้าใจตัวเองไม่เพียงแต่จะนำพาเราไปสู่ชีวิตที่ดี แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจผู้อื่น เข้าใจธรรมชาติ และร่วมกันสร้างสังคมที่น่าอยู่ขึ้นได้ เมื่อคุณซอยเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้จึงเลือก ‘mindfulness’ มาเป็นหนึ่งในเสาหลักของ neera retreat hotel
“เราทำโรงแรมร่วมกัน 3 พี่น้อง เราก็คุยกันว่าถ้าจะทำกิจการอะไรสักอย่าง เราควรจะเริ่มจากสิ่งที่เราสนใจจริง ๆ พอซอยสนใจเรื่องนี้และเรียนโทด้าน ‘จิตตปัญญาศึกษา’ เรารู้สึกว่ามันเปลี่ยนชีวิตเรา เลยอยากจะนำหลักการหรือคุณค่าที่เรามีให้กับชีวิตเข้ามาอยู่ในธุรกิจด้วย แล้วก็คาดหวังว่ามันจะถูกส่งต่อออกไป ไม่ว่าจะอิมแพคเล็กหรือใหญ่เราจะได้ไม่ลืมมัน”

หลังจากตั้งเสาหลักเรื่อง ‘mindfulness’ แล้ว โจทย์ที่ท้าทายต่อมาคือจะสร้างบ้านหลังนี้อย่างไร เพื่อตอบโจทย์ความตั้งใจที่อยากให้ผู้คนที่ได้เข้ามาเยี่ยมเยียนบ้านหลังนี้ มีโอกาสได้ใช้เวลาเพื่อเรียนรู้โลกภายในของตัวเอง
“mindfulness เป็นประสบการณ์ภายในของแต่ละบุคคล แต่เราสามารถสร้างพื้นที่ที่เรียกว่า ‘สัปปายะ’ หรือพื้นที่ที่คุณจะมีโอกาสคอนเนคกับข้างในตัวเอง ซึ่งมันควรจะเป็นพื้นที่ที่หลีกเล้นจากความพลุกพล่าน ส่วนสิ่งที่เราจะนำเสนอหรือมอบให้ได้ก็คือประสบการณ์ เราจึงต้องมีกิจกรรมเป็นตัวเชื่อม แล้วก็มีนักกระบวนกรที่จะช่วยอำนวยกระบวนการการเรียนรู้ตรงนั้น”

เข้าใจตัวเองผ่านจิตตปัญญาศึกษา
พอเราได้ฟังแนวคิดในการทำธุรกิจของ neera retreat hotel เราก็รู้สึกอยากทำความรู้จักเพื่อนบ้านคนนี้ให้มากขึ้น เราจึงชวนคุณซอยพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของความสนใจเรื่อง mindfulness และการก้าวเข้ามาเรียนด้าน ‘จิตตปัญญาศึกษา’ เพื่อเข้าใจตัวเองและคนอื่นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“ตั้งแต่เด็ก ๆ ซอยเหมือนเป็นเด็กที่สับสนในตัวเอง อาจเป็นเพราะเราอยู่ในครอบครัวใหญ่ 2 บ้านที่มีวิธีคิดต่างกันมาก เราเลยเริ่มตั้งคำถามว่าแล้วจริง ๆ เราคือใครกันแน่ ซึ่งมันเป็นคำถามที่อยู่กับเรามาจนโต”
“พอเราได้มาเรียนจิตตปัญญาศึกษา วิชาแรกเป็นวิชาที่ครูบอกให้เขียน 1 คำถามที่สำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งแต่ละคนก็มีคำถามไม่เหมือนกัน ซอยรู้สึกว่าคำถามนี้จะเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ เชปตัวเรา และพาเราเดินทางเพื่อค้นหาคำตอบนั้นคล้ายกับเป็นดาวเหนือ”
“จิตตปัญญาศึกษาเป็นกระบวนการที่เราค่อย ๆ กลับมาทำความรู้จักตัวเอง ทุกคลาสจะไม่มีหนังสือแต่จะมีเครื่องมือมากมาย เราต้องเอาชีวิตลงไปเรียน แล้วครูจะตั้งคำถามหรือจำลองกระบวนการเรียนรู้บางอย่างที่จะสะท้อนให้เราเห็นโลกภายใน เราจะได้รีเฟล็กซ์สิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวเรา แล้วก็เริ่มเห็นสิ่งที่ปรากฏในตัวเราชัดขึ้นเรื่อย ๆ”

voice dialogue เสียงที่สะท้อนตัวตนภายใน
การเรียนด้านจิตตปัญญาศึกษายังพาให้คุณซอยเดินทางไปรู้จักศาสตร์อื่น ๆ หนึ่งในนั้นคือ ‘voice dialogue’ ที่คุณซอยบอกกับเราว่าเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงจากข้างใน
“เราอาจจะเคยได้ยินว่าตื่นเช้าขึ้นมา เราจะมีเสียงที่อยากตื่นกับไม่อยากตื่น voice dialogue จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราได้มีบทสนทนากับเสียงภายในตัวเราโดยไม่มีการตัดสิน ทำให้เราได้รู้จักรูปแบบตัวตนต่าง ๆ ที่อยู่ในตัวเราชัดขึ้น และได้เห็นความเป็นจริงของด้านนั้น ๆ ในตัวเรา”
“มนุษย์เรามีศักยภาพเยอะมาก แต่สมมติเราบอกว่าเราเป็นอย่างนั้นไม่ได้หรอก นั่นก็แปลว่าเราปฏิเสธศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเรา ซึ่งทุกคนต่างเกิดมามีศักยภาพที่ซ่อนเร้นหมด แต่เราถูกเลี้ยงให้ตัดรูปแบบตัวตนต่าง ๆ ในตัวเราออกไป พอเราโตขึ้นเราก็เลยกลายเป็นมนุษย์ที่แหว่ง ๆ”
“voice dialogue จะทำให้เราได้รู้จักด้านต่าง ๆ เหล่านั้นที่เราเคยผลักไสหรือตัดมันทิ้ง มันอาจไม่ได้กลับมาสมบูรณ์แบบ แต่มันมีโอกาสที่จะบริบูรณ์ขึ้น ถ้าเรากลับมารู้จักด้านต่าง ๆ ที่เราหลงลืมไป ใจเราจะเปลี่ยนแล้วศักยภาพของเราก็จะเพิ่มขึ้นด้วย”

รู้จักตัวเองเพื่อปล่อยวางตัวตน
ท้ายที่สุดแล้วสิ่งสำคัญของการเข้าใจตัวเอง อาจไม่ใช่การค้นพบคำตอบว่า “เราคือใคร?” แต่คือการปล่อยวางจากตัวตนที่เราเคยแบกไว้ และเรียนรู้ว่ามนุษย์ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
“เราไม่ได้หาคำตอบเพื่อให้เกิดอีโก้ในตัวเรา แต่เราต้องคลายอีโก้นั้นให้ได้ ถ้าเราเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วตัวเราคือใคร มันก็คือการกลับสู่ธรรมชาติ สุดท้ายเราไม่ได้แยกขาดจากกัน จิตทั้งมวลคือสิ่งเดียวกัน”
“มันไม่ได้มีคำตอบที่ต้องไปไขว่คว้า แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้นได้จุดเริ่มต้นก็ต้องรู้จักตัวเองก่อน ถ้าเราไม่รู้ว่าเราติดอยู่กับอะไรหรือเราเชื่อว่าเราคือใคร เราจะคลายจากความเชื่อนั้นไม่ได้”
“คนเราชอบมีสตอรีแล้วก็เชื่อในสตอรีที่มีมาตลอดชีวิตว่า ฉันเป็นแบบนี้ ฉันเคยผ่านแบบนี้ แล้วนี่คือตัวฉัน แล้วก็แบกสตอรีทั้งหมดนั้นเอาไว้ แต่ใจเราจะเบาขึ้นถ้าเราไม่จริงจังกับสตอรีในชีวิตเราเกินไป”

มนุษย์ไม่ได้ตัดขาดจากธรรมชาติ
“มนุษย์มีความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ยกตัวอย่างต้นไม้มันไม่ได้บอกว่าต้นไหนดีกว่ากัน มันก็แค่โตขึ้นมา มนุษย์ก็เหมือนกัน ความทุกข์ของเรามันเกิดขึ้นก็เพราะการเปรียบเทียบนี้”
“จริงไหมว่ามนุษย์ที่ดีต้องมีระเบียบแบบแผน แล้วคนที่ไม่มีระเบียบนั้นไม่ดีเลย ถ้าเคยสังเกตจะเห็นว่าบางป่าเป็นระเบียบมากเลย ในขณะที่บางป่ากลับรกทึบ แต่มันก็ต้องมีป่าทั้ง 2 แบบในโลกใบนี้”
สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันโดยไม่ไหลไปตามโลกที่หมุนเร็ว คือการฝึกฝนให้ตัวเองมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ สิ่งนี้จึงเป็นความตั้งใจของคุณซอยที่อยากให้ mindfulness เป็นเรื่องที่เข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น
“ทุกวันนี้โลกมันเร็วมากจนทำให้คนทุกข์เร็ว แต่ถ้าเราฝึกเรื่อง mindfulness เราจะเห็นธรรมชาติของความเป็นไปในตัวเรา ชีวิตเกิดมามันมีทุกข์อยู่แล้วแต่พอเราเริ่มเห็น มันก็จะวางง่าย ปัญหามันไม่ได้หายไปนะ เราแค่ไม่ได้เห็นปัญหาในวิธีคิดแบบเดิม ๆ แล้ว”
“ซอยคิดว่าการเริ่มต้นฝึกเรื่องเหล่านี้ มันต้องเป็นวิธีที่เรียบง่าย น่าเข้าหา แล้วก็ทำให้เป็นเรื่องใกล้ตัว ซึ่งหลาย ๆ อย่างที่ neera retreat hotel ทำ เราอยากให้ทุกคนได้มาลองดูว่าทำแล้วสบายใจขึ้นไหม ถ้าไม่ชอบมันก็มีทางเลือกอื่น ๆ อีกมากมายเลย”

ความสงบที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ
เมื่อได้ฟังมุมมองและวิธีคิดของคุณซอยอย่างลึกซึ้งกันแล้ว เราอยากให้ทุกคนลองปล่อยใจให้ว่าง แล้วมาสัมผัสบรรยากาศความสงบของ neera retreat hotel แห่งนี้
เพียงแค่ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ไม่ไกลแล้วเดินเข้ามาในโรงแรม เราจะรู้สึกค่อย ๆ ผ่อนคลายด้วยการออกแบบสเปซที่โปร่งโล่งให้เราได้ใช้เวลากับความนิ่งเงียบ โดยมีบ่อน้ำเล็กใหญ่ที่ปล่อยให้สายน้ำไหลเบา ๆ เพื่อชะล้างความขุ่นมัวในใจให้ข้างในตัวเรารู้สึกชุ่มชื่น
ก่อนจะเข้ามาเจอกับโถงล็อบบี้ที่แม้เราจะอยู่ในตัวอาคารก็ยังรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับธรรมชาติ แล้วจึงพาตัวเองออกไปยังสเปซสีเขียวที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านอยู่ด้านนอก ซึ่งเมื่อมองเลยออกไปก็จะเห็นแม่น้ำท่าจีนและวิถีชีวิตริมน้ำ

mindful room
พอก้าวเข้ามาในห้องเราจะรู้สึกถึงความแตกต่าง ด้วยการไล่สีจากชั้นล่างที่เป็นสีเข้มซึ่งให้ความรู้สึกสงบ ค่อย ๆ เป็นเฉดที่อ่อนลงจนเรารู้สึกถึงความสว่างและเบาสบาย ส่วนการตกแต่งห้องพักจะเน้นความเรียบง่าย ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านหรือพื้นที่ที่เราสามารถผ่อนคลายตัวเองได้อย่างสบายใจ
โดยห้องพักที่ Neighbors and Friends อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้มาลองพักก็คือห้อง ‘mindful’ ซิกเนเจอร์ของ neera retreat hotel ที่มีเพียงไม่กี่ห้อง เพราะนอกจากวิวแม่น้ำที่ตื่นขึ้นมาก็ดื่มด่ำกับธรรมชาติได้ทันที ภายในห้องยังมอบประสบการณ์แบบ mindfulness ที่ไม่เหมือนใคร เหมาะกับคนที่อยากมาพักกายพักใจและใช้เวลากับตัวเอง

กิมมิกที่แตกต่างของห้อง ‘mindful’ นี้เป็นห้องที่ช่วยเราตัดสิ่งเร้าจากภายนอกแล้วกลับมาอยู่กับใจตัวเอง โดยมีอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดูแลใจหรือฝึกสมาธิเล็ก ๆ น้อย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นลำโพงที่เราสามารถเปิด Sound Healing, หนังสือ How to เกี่ยวกับ mindfulness, เครื่องหอมกลิ่น Deep Night Sleep Aroma ที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น, กาดริปกาแฟเพื่อเริ่มต้นวันใหม่แบบช้า ๆ ในยามเช้า, เสื่อโยคะสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพ ไปจนถึงเบาะนั่งสมาธิก็มีให้เราได้เลือกทำกิจกรรมที่หลากหลายในวัน mindful day ของเรา


mindfulness card
ไอเทมที่เป็นไฮไลต์ของห้อง ‘mindful’ เลยก็คือ ‘neera mindfulness card’ ที่ neera retreat hotel ออกแบบขึ้นเอง โดยการ์ดแต่ละใบจะมีเควสง่าย ๆ ให้เราใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ ในวันนั้นทำอะไรดี ๆ เพื่อตัวเอง ซึ่งมีทั้ง Morning Deck และ Night Deck ที่เราสามารถเลือกเปิดชุดการ์ดได้ทั้งตอนเช้าและก่อนนอน
การ์ดแต่ละชุดจะมีทั้งหมด 31 ใบ วิธีการเล่นก็ง่าย ๆ แค่สุ่มหยิบการ์ดมาหนึ่งใบแล้วทำตามข้อความที่เขียนไว้บนการ์ดโดยใส่ความตั้งใจของเราลงไปด้วย เช่น Single Tasking ฝึกทำอะไรทีละอย่างแล้วมีสติอยู่กับสิ่งนั้น, Brain Dumping ลิสต์สิ่งที่จะทำพรุ่งนี้เพื่อพักสมองจากความคิดที่คั่งค้าง, Self Raflection เช็คเป้าหมายตัวเองก่อนเข้านอนเพื่อตื่นขึ้นด้วยพลัง

herbal inhaler workshop
นอกจากกิจกรรมภายในห้องแล้ว แขกที่เข้าพักห้อง ‘mindful’ ยังสามารถเข้าร่วมเวิร์กช็อปที่เกี่ยวกับ mindfulness ของ neera retreat hotel ได้ฟรี หรือหากใครอยากมาพักห้องอื่นก็สามารถสนุกกับเวิร์กช็อปต่าง ๆ ได้ในราคาหลักร้อย
วันนี้ชาว Neighbors and Friends ได้มาปรุงยาดมแบบ DIY กับกิจกรรม ‘herbal inhaler workshop’ ซึ่งสมุนไพรแต่ละกลิ่นถูกครีเอทขึ้นให้มีสรรพคุณตรงกับธาตุประจำเจ้าเรือนตามหลักแพทย์แผนไทย โดยทีมแพทย์ ณ สมดุล ที่รังสรรค์กลิ่นเฉพาะตัวมาเพื่อ neera retreat hotel โดยเฉพาะ
นอกจากเราจะได้ทดลองดมสมุนไพร และเปิดใจกับกลิ่นใหม่ ๆ ที่ไม่คุ้นเคย การที่เราได้สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อดมกลิ่น แล้วหลับตาเพื่อใช้สมาธิจดจำกลิ่นต่าง ๆ ยังช่วยให้เราได้กลับมาอยู่กับตัวเอง และเชื่อมโยงประสบการณ์หรือความทรงจำของเราเข้ากับกลิ่นนั้น ๆ อีกด้วย


mindfully delicious
ไม่เพียงการออกแบบโรงแรมและการมอบประสบการณ์ด้าน mindfulness แต่ neera retreat hotel ยังใส่ใจถึงสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยมีอีกเสาหลักหนึ่งคือ eco concious อย่างการตระหนักเรื่อง food waste ที่สอดคล้องกับการมีสติและกินอย่างพอประมาณ
เพราะอาหารไทยที่ ‘season by neera’ นอกจากจะมีสีสันน่าลิ้มลองทุกเมนู ยังมีไซส์ให้เราเลือกสั่งในปริมาณที่พออิ่ม เพื่อให้เราอร่อยกับหลายเมนูได้โดยไม่เหลือทิ้งและส่งผลกระทบต่อโลก แถมยังได้กลับมาสังเกตตัวเองด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่พอดีสำหรับเรา

สิ่งที่อยากให้ทุกคนได้รับกลับไป
“บางทีเราอยู่ในเมืองที่มีแต่ความเคร่งเครียด การได้ออกมาอยู่ในพื้นที่ที่สร้างความรู้สึกดี ๆ มันไม่ใช่แค่การมาพักผ่อนแต่เป็นการพักใจด้วย เราดีใจนะถ้าแขกที่มาพักรู้สึกว่าที่นี่อนุญาตให้คุณขี้เกียจได้เพราะโลกข้างนอกมันเร่งรีบเหลือเกิน”
“เราพยายามจะมอบเครื่องมือหลาย ๆ อย่างที่คุณสามารถกลับไปสร้างพื้นที่แบบนี้เล็ก ๆ เองที่บ้าน แล้วลองทำกิจกรรมที่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองอย่างน้อย 2% หรือ 5% ในชีวิตประจำวัน ซึ่งใช้เวลาไม่ต่างจากการแปรงฟันอาบน้ำ แต่สิ่งนี้แหละที่จะค่อย ๆ ล้างสิ่งที่สกปรกที่เรารับเข้ามาทุกวันให้ใจมันสะอาดขึ้น”
“พอใจสะอาดขึ้น ซอยเชื่อว่ามันก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิต ทัศนคติ ไปจนถึงการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและโลกด้วย บางคนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากที่ไหน neera retreat hotel ก็อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่คุณเองก็สามารถสร้างอิมแพคให้กับโลกใบนี้ได้”

neera mindful connections
ในทุกปี neera retreat hotel ยังจัดงาน ‘neera mindful connections’ (nmc) ขึ้นปีละครั้ง โดยเป็นงานที่รวบรวมครูหรือนักกระบวนกรด้าน mindfulness, self awareness และ conciousness เพื่อให้คนในสังคมได้มีโอกาสรู้จักเรื่องเหล่านี้ผ่านวิธีการ ศาสตร์ และเครื่องมือที่หลากหลาย
“neera mindful connections จัดมาเป็นปีที่ 3 เราตั้งใจที่จะนำศาสตร์ต่าง ๆ มาให้คนได้ลองโดยจะมีเวิร์คช็อปเล็ก ๆ ในราคาที่เข้าถึงง่าย เราใช้คำว่า ‘connections’ เพราะเราชวนเพื่อนของ neera retreat hotel มาทำอะไรดี ๆ ร่วมกัน ผู้ที่มาสอนก็ตั้งใจมาโดยไม่คิดค่าตัว ส่วนคนที่มาเข้าร่วมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามารับอย่างเดียวแต่ยังได้ให้ด้วย แต่ละปีเราจะให้เลือกบริจาคกับมูลนิธิหรือโครงการเพื่อสังคม”

bloom within
‘neera mindful connections’ ครั้งล่าสุด หรือ nmc’25 ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อกลางปี จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ ‘bloom within’ ซึ่งเน้นเรื่อง Mental Wellness หรือการดูแลฟื้นฟูจิตใจ โดยรายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายนำไปสมทบทุนให้กับ Sati เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงการดูแลสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง
ภายในงานมีเวิร์กช็อปให้เข้าร่วมมากมายกว่า 15 กิจกรรม เช่น Flower Mandala ที่เป็นการเชื่อมโยงและสะท้อนตนเองผ่านดอกไม้, Tamandama การจัดสวนแขวนขนาดจิ๋วเพื่อรับพลังจากธรรมชาติ, Sandtray สร้างสรรค์ภาพบนถาดทรายเพื่อสะท้อนความรู้สึกที่ซ่อนอยู่, Mind Tangle สัมผัสความสงบในใจผ่านการลากเส้น และนอกจากกิจกรรมเวิร์กช็อป nmc’25 ยังมีเวทีเสวนาที่เปิดให้ทุกคนเข้าฟังฟรีอีกด้วย

be the start of the ripple
ประสบการณ์ที่เราได้รับจาก neera retreat hotel ได้สร้างคุณค่าบางอย่างให้เกิดขึ้นในใจเรา และอาจเป็นแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ที่ทำให้ทุกคนได้หันกลับมาคุยกับใจตัวเองมากขึ้น เฉกเช่นที่คุณซอยตั้งใจจะส่งต่อสิ่งดี ๆ นี้ไปถึงคนอื่น ๆ
“เราไม่ได้เป็นโรงแรมใหญ่ เรามองตัวเองเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างระลอกคลื่น เหมือนกับ Tagline ของเรา ‘be the start of the ripple.’ แล้วเมื่อคุณได้รับอินสไปเรชันจากเราไป มันก็เหมือนหยดน้ำหลาย ๆ หยดที่รวมกันแล้วสร้างแรงกระเพื่อมออกไปได้มหาศาล เราเลยเชื่อว่าสิ่งเล็ก ๆ ที่เราทำมันน่าจะค่อย ๆ เปลี่ยนสังคมได้”
“เราก็รู้สึกว่าถึงเราจะเป็นคนตัวเล็ก ๆ แต่คนตัวเล็กก็มีคุณค่า แล้วก็อยากให้สิ่งนี้มันสะท้อนออกไปสู่สังคมให้ผู้คนได้รู้สึกแบบนั้น พอเรามีคุณค่า เรารู้ว่าเราจะใช้ศักยภาพของเราอย่างไร และรู้ว่าอำนาจภายในตัวของเรามันเพียงพอที่จะส่งต่อต่อคนรอบตัว ต่อสังคม และต่อโลก”

neera retreat hotel
Facebook : neera retreat hotel
Instagram : neera.retreat.hotel
www.neeraretreathotel.com
โทร. 03-432-4034
Google Maps