The Pawse Club

พักวางจากความเหนื่อยล้า แล้วมาโฟกัสกับความรู้สึกตัวเองในพื้นที่ของการเยียวยาจิตใจ

“ฉันเป็นคนที่ยุ่งตลอดเวลา จนบางทีไม่รู้ตัวว่าควรหยุดพักหรือไม่ต้องทำอะไรเลยเพื่อรีแลกซ์ตัวเองบ้าง เราจึงสร้างที่นี่ขึ้นเพื่อให้คนได้หยุดคิด เพราะบางครั้งมันก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะได้อยู่กับตัวเอง และคิดทบทวนดูว่าวันนี้คุณรู้สึกยังไง ซึ่งฉันคิดว่ามันสร้างพลังบวกที่ดีมากแต่ผู้คนมักหลงลืมไป”

ช่วงนี้คุณยุ่งกับงานหรือก้มหน้าจ้องมือถือจนลืมใส่ใจความรู้สึกตัวเองอยู่หรือเปล่า ? หากกำลังเหนื่อยล้าหรือว้าวุ่นหัวใจ คอลัมน์ Neighbors Balance จะชวนคุณมาปรับกายใจให้สมดุลกับ The Pawse Club ที่จะมอบพื้นที่ปลอดภัยให้คุณได้หยุดพักจากโลกภายนอกอันแสนวุ่นวายเพื่อกลับมาโฟกัสโลกภายในของตัวเอง

ตาม Neighbors and Friends ไปพูดคุยกับ ‘คุณเบลลา’-มิรา เบลลา พาร์ค และ ‘คุณวาริ’-วาริ ชีวการุณ สองสาวเพื่อนซี้ผู้ก่อตั้ง The Pawse Club ซึ่งพวกเธอเพิ่งเข้ามาเป็นเพื่อนบ้านในคอมมูนิตี้ที่ดีต่อใจอย่าง Slowcombo กันเลย!

วันอาทิตย์ช่วงบ่าย ๆ เราเดินทางมาถึง Slowcombo เพื่อร่วมกิจกรรม Sound Bath with Puppies ระหว่างนั้นจึงถือโอกาสแวะมาทำความรู้จักกับ ‘คุณเบลลา’ และ ‘คุณวาริ’ สองสาวเพื่อนซี้ที่ตัดสินใจทำธุรกิจร่วมกันในชื่อ ‘The Pawse Club’ ซึ่งมีที่มาจากความสนใจในเรื่อง Wellness และการเป็น Pet Lovers ด้วยกันทั้งคู่

โดยเรื่องราวของ The Pawse Club เริ่มต้นจาก ‘คุณเบลลา’ สาวเกาหลีที่ทำธุรกิจบิวตี้ซาลอนอยู่แคนาดามา 11 ปี แต่ถึงจุดหนึ่งเธอต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในชีวิต จึงตัดสินใจซื้อตั๋วเที่ยวเดียวเพื่อบินมาทดลองใช้ชีวิตที่ไทยเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็ตกหลุมรักที่นี่และไม่กลับไปแคนาดาอีกเลย

เมื่อต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไทย คุณเบลลาจึงใช้เวลาร่วมปีในการค้นหาตัวเองว่างานแบบไหนที่จะตอบแพสชัน จนได้มาเจอกับ ‘คุณวาริ’ เพื่อนสาวชาวไทยที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกัน แต่นอกจากการไปแฮงก์เอาต์ตามประสาสาว ๆ พวกเธอยังแชร์ความสนใจร่วมกันนั่นคือการดูสุขภาพกายและใจอีกด้วย

พอพวกเธอได้เข้าร่วมคลาสเกี่ยวกับ Wellness ด้วยกันบ่อย ๆ และไปเจอกิจกรรมที่ให้น้องหมาเข้ามามีส่วนร่วมในการเยียวยาจิตใจผู้คน จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะจัดกิจกรรมแนวนี้ขึ้นในรูปแบบที่ต่างออกไป และมีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของพวกเธอเอง

Sound Bath with Puppies

ด้วยความที่คุณเบลลาและคุณวาริเป็นคนรักสัตว์ และเชื่อว่าสัตว์เลี้ยงมีพลังในการเยียวยา จึงออกแบบกิจกรรม Sound Bath ให้มีเซสชันที่ทุกคนจะได้ฮีลใจกับลูกหมาเพื่อรับพลังบวกกลับไป ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ ‘The Pawse Club’ ที่เกิดจากการผสมคำระหว่าง ‘Pause’ ที่แปลว่าการหยุดพัก และ ‘Paw’ ที่แปลว่าอุ้งเท้าสัตว์นั่นเอง

คุณวาริ : “เมื่อก่อนฉันเคยเลี้ยงหมูแคระค่ะ แล้วฉันก็สร้างแอคเคาท์อินสตาแกรมขึ้นมาซึ่งค่อนข้างไวรัลในตอนนั้น ฉันได้รับข้อความ DM เยอะมากจากคนทั่วโลก บอกว่าโพสต์ของฉันช่วยฮีลใจเขาได้เวลาที่เครียด หรือทำให้วันของเขาสดใสขึ้น จุดนั้นทำให้ฉันรู้สึกว่า แค่ในโลกออนไลน์ผู้คนยังรู้สึกถึงสิ่งนี้ได้ ฉันเลยคิดว่ามันจะสร้างอิมแพคกับผู้คนได้ขนาดไหน หากพวกเขาได้มีปฏิสัมพันกับสัตว์เลี้ยงตัวเป็น ๆ”

คุณเบลลา : “อีกอย่างคือถึงเราจะเป็นคนรักสัตว์ แต่ตอนนี้เราก็ไม่ได้มีสัตว์เลี้ยงของตัวเอง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่พร้อมจะเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ที่อาจมีข้อจำกัดต่าง ๆ อย่างฉันก็ต้องเดินทางเยอะ ๆ และไม่สามารถฝากให้ใครมาช่วยดูแลสัตว์เลี้ยงแทนได้ อย่างน้อย ๆ ถ้าคุณมาร่วมกิจกรรมนี้ก็จะได้สัมผัสถึงความรักและสายสัมพันธ์ที่งดงามกับสัตว์เหล่านี้ระหว่างอยู่ที่นี่ค่ะ”

คุณเบลลา : “ฉันเป็นคนที่ยุ่งตลอดเวลา จนบางทีไม่รู้ตัวว่าควรหยุดพักหรือไม่ต้องทำอะไรเพื่อรีแลกซ์ตัวเองบ้าง ซึ่งฉันรู้จักเพื่อนที่เป็นแบบเดียวกันเยอะมากค่ะ เราจึงสร้างที่นี่ขึ้นเพื่อให้คนได้หยุดคิด เพราะบางครั้งมันก็เป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะได้อยู่กับตัวเอง และคิดทบทวนดูว่าวันนี้คุณรู้สึกยังไง หรือชวนเพื่อนมาทำกิจกรรมสบาย ๆ แล้วยิ้มให้กันแค่นั้น ซึ่งฉันคิดว่ามันสร้างพลังบวกที่ดีมากแต่ผู้คนมักหลงลืมไป”

น้องหมาที่ได้รับการคัดเลือกมาร่วมกิจกรรม Sound Bath with Puppies ล้วนมาจากฟาร์มที่ดูแลน้องหมาเป็นอย่างดี โดยจะเป็นหมาเด็กที่มีอายุประมาณ 2-4 เดือน ซึ่งน้อง ๆ ทุกตัวจำเป็นต้องได้รับวัคซีนมาแล้ว ส่วนสายพันธุ์ของน้องหมาก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคลาส เช่น โกลเด้น หรือคอร์กี้ ทำให้คุณเบลลาและคุณวาริได้เจอน้องหมาที่หลากหลายและมีนิสัยต่างกัน

คุณวาริ : “ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของน้องหมาด้วยค่ะ บางสายพันธุ์ก็พลังเยอะ บางสายพันธุ์ก็แค่มานอนตักหรือนอนหลับบนตัวเรา แม้แต่สายพันธุ์เดียวกันก็มีนิสัยต่างกันนะคะ อย่างคอร์กี้บางตัวก็ชอบให้กอด บางตัวชอบนอน บางตัวก็วิ่งไปทั่วเลยค่ะ”

คุณเบลลา : “อย่างเดือนนี้เราเน้นพันธุ์ปั๊กเป็นหลัก ก็จะมีปั๊กหลายช่วงวัยแล้วแต่คลาส ในความคิดฉันสายพันธุ์ที่บอบบางที่สุดก็คือปั๊ก แต่เป็นปั๊กที่อายุน้อย ๆ ประมาณ 2 เดือน พวกเขาน่ารักมากจะชอบมาซุกตัวแล้วก็ขอนอนด้วย ถ้าอุ้มไปวางตรงไหนก็จะไม่ขยับไปไหนเลยค่ะ ส่วนสายพันธุ์ที่ซนที่สุดก็เป็นปั๊กอีกนั้นเแหละค่ะ แต่เป็นปั๊กที่โตกว่าหน่อยสัก 3-4 เดือน นิสัยเขาจะเปลี่ยนไปเลยซึ่งเป็นอะไรที่สนุกมากค่ะ”

ก่อนเริ่มกิจกรรม Sound Bath with Puppies คุณเบลลาและคุณวาริจะเข้ามาแนะนำเกี่ยวกับเซสชันต่าง ๆ รวมถึงให้คำแนะนำสั้น ๆ ในการเล่นกับน้องหมาอย่างอ่อนโยนเพื่อความปลอดภัยของน้องหมาด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ The Pawse Club ให้ความสำคัญ เพราะเป้าหมายของกิจกรรมนี้ ไม่เพียงเพื่อฮีลใจเหล่าทาสหมา แต่เจ้าลูกหมาก็ได้ประโยชน์ไปด้วย

คุณเบลลา : “เราอยากจะฮีลใจทั้งคนและสัตว์เลี้ยงเลยค่ะ เพราะน้องหมาเองก็ชอบอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ แล้วในกิจกรรมนี้น้องหมายังได้เรียนรู้การมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับมนุษย์ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่น้องหมาควรรู้จักวิธีเข้าหามนุษย์ตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อช่วยให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ที่จะรับเขาไปเลี้ยงได้ง่ายขึ้น เราจึงต้องการให้พวกเขาได้ทำความรู้จักมนุษย์หรือแม้แต่เพื่อน ๆ ตัวอื่นในแก๊งหมา ซึ่งลูกหมาก็ดูแอคทีฟและเฟรนด์ลี่ขึ้น แล้วก็ไม่กลัวมนุษย์ด้วยค่ะ”

รสชาติ, ความรู้สึก, กลิ่น, เสียง และการสัมผัส

นอกจากนี้ Sound Bath with Puppies ยังสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะได้เยียวยาจิตใจผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ รสชาติ, ความรู้สึก, กลิ่น, เสียง และการสัมผัส

เปิดด้วยเซนส์การรับรสกับ ‘Welcome Drink’ ที่ทุกคนจะได้รับเครื่องดื่มก่อนเริ่มกิจกรรมเพื่อปรับสมดุลร่างกาย ซึ่งเป็นน้ำคอมบูชาที่คัสตอมตามธาตุของแต่ละคน อย่างเราเป็นคนธาตุลมก็ได้ดื่มน้ำ Longan Ginger Ale ซึ่งช่วยเพิ่มความสดชื่นด้วยรสเผ็ดร้อนอ่อน ๆ ของขิง และความหวานของลำไย

จากนั้นก็เป็นเซนส์ความรู้สึกที่เราจะได้รับการเยียวยาด้วย ‘Bach Flower Remedies’ ซึ่งเป็นศาสตร์ในการบำบัดจิตใจด้วยน้ำดอกไม้ที่สกัดจากดอกไม้และพืชพันธุ์ต่าง ๆ คิดค้นขึ้นโดยแพทย์ชาวอังกฤษชื่อ Dr. Edward Bach ตั้งแต่ยุค 1930s

โดยเซสชันนี้จะได้พูดคุยกับนักบำบัดว่าวันนี้เรารู้สึกอย่างไร แล้วนักบำบัดก็หยดน้ำดอกไม้ลงในเครื่องดื่มของเราเพื่อช่วยเยียวยาความรู้สึกต่าง ๆ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือความเศร้า อย่างวันนี้เรารู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน นักบำบัดก็หยดสารสกัดจาก Olive ซึ่งมีความเชื่อว่าการได้นั่งใต้ต้นโอลีฟจะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลาย

ไม่นานเราก็เข้าสู่เซสชันหลักซึ่งเป็นเซนส์การได้ยินอย่าง ‘Sound Bath’ หรือการอาบคลื่นเสียง โดยเสียงใส ๆ อันก้องกังวลนั้นเกิดจากคริสตัลโบวล์ ที่นักบำบัดกำลังบรรเลงเพื่อสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้เข้าร่วม อีกทั้งเสียงนี้ยังช่วยให้เราค้นพบความสงบในจิตใจเพราะเป็นหนึ่งในวิธีฝึกสมาธิ ถึงแม้ว่ามือใหม่เพิ่งหัด Sound Bath อย่างเราจะสมาธิหลุดหรือวอกแวกไปบ้างก็ไม่เป็นไร

ที่สำคัญการสั่นสะเทือนของเสียงยังส่งผลดีต่อร่างกายอีกด้วย เช่น บรรเทาอาการปวดไมเกรน หรือลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ซึ่งก่อนเริ่มกิจกรรมเราได้ถาม ‘คุณไอซ์’ นักบำบัดด้วย ‘Sound Bath’ ในคลาสนี้ถึงประโยชน์ของ Sound Bath ที่ผู้เข้าร่วมจะได้รับ

“ส่วนใหญ่ผู้เข้าร่วมก็จะหลับสบายหายเครียด บางคนที่อาจรู้สึกสงสัยในตัวเอง เขาก็ได้กลับไปเชื่อมต่อกับจิตใจเพื่อเข้าไปฟังความคิด และมีสติมากขึ้นเหมือนได้นั่งสมาธิหรือฝึกเจริญสติ ทำให้เราได้กลับมาคอนเนคกับตัวเอง คอนเนคกับลมหายใจของเรา”

ถัดมาเป็นเซนส์การได้กลิ่นนั่นก็คือ ‘Aroma Oil Massage’ โดยในระหว่างที่เรา Sound Bath อยู่จะมีสตาฟมานวดไหล่เบา ๆ ด้วยน้ำมันอโรมาที่ให้กลิ่นหอม ซึ่งกลิ่นที่แต่ละคนได้ ทาง The Pawse Club จะเลือกตามธาตุของแต่ละคนเช่นกัน

เยียวยาใจด้วย Puppies Sessions

หลังจากผ่อนคลายกับ Sound Bath กันไปแล้วก็ถึงเวลาของ ‘Puppies Sessions’ ที่เราจะได้เล่นกับลูกหมาซึ่งเป็นเซนส์การสัมผัส เซสชันนี้จะปลุกเราให้ตื่นขึ้นด้วยความสดใสเพื่อให้เรากลับไปใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยพลังบวกจากแก๊งหมาสุดน่ารักที่ถูกปล่อยเข้ามาในห้อง

ความตะเล็กตะน้อยของหมาปั๊กวัยเพิ่งหย่านม ทำให้เราต้องร้อง “งู้ยยย” ทุกครั้งที่อุ้มน้อง พร้อมเผยด้านอ่อนโยนออกมาด้วยขนาดตัวที่เล็กและบอบบางน่าทะนุถนอม พอปล่อยวางกับพื้นเจ้าปั๊กตัวจิ๋วก็เดินตะปัดตุเป๋กลับมาเหมือนหมาใส่ถ่าน ทั้งน่าขำทั้งน่าเอ็นดู เล่นไปสักพักตาน้องเริ่มจะปิดก็พยายามปีนขึ้นมาบนตักแล้วหลับปุ๋ยไปเฉย ๆ จากเราที่ไม่คุ้นเคยกับลูกหมาตัวเล็ก ๆ ก็รู้สึกโดนตกขึ้นมาทันที 

น้องหมาไม่ได้มอบแค่ความน่ารักเท่านั้น แต่ยังมีพลังที่ช่วยเยียวยาจิตใจในหลากหลายอารมณ์ความรู้สึก บางคนกอดน้องหมาด้วยความสุขจนถึงกับน้ำตาคลอ หรือพ่อแม่น้องหมาบางคนที่ต้องสูญเสียสัตว์เลี้ยงแสนรักก็ได้รับการฮีลใจจากเซสชันนี้ด้วย

คุณเบลลา : “มีลูกค้าที่บอกเราว่ากำลังจะรับเลี้ยงหมา เลยอยากมาลองดูว่าสายพันธุ์ไหนจะเข้ากับเขาได้ หรือบางคนเพิ่งสูญเสียสัตว์เลี้ยงไปและต้องผ่านช่วงเวลาที่ยาก ซึ่งเขารักมันมากจึงยังไม่พร้อมที่จะเลี้ยงตัวใหม่เพราะความเจ็บปวดนั้นมันใหญ่เหลือเกิน เขาเลยมาใช้เวลาสักชั่วโมงเพื่อฮีลใจ ซึ่งเป็นการบำบัดที่ช่วยให้เขาก้าวข้ามความโศกเศร้านั้น และเป็นการเช็กตัวเองด้วยว่าพร้อมจะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในชีวิตหรือยัง”

“มันมีพลังมากและเราได้เรียนรู้ว่ายังมีสิ่งสวยงามอีกมากมาย เพราะแต่ละคนก็มาด้วยเหตุผลของตัวเอง ซึ่งเหตุผลนั้นไม่ได้ต้องยิ่งใหญ่เสมอไป เช่น บางทีอาจจะแค่รู้สึกว่าวันนี้เหนื่อยจังอยากมาเล่นกับน้องหมา แต่ฉันเชื่อว่าทุกคนต่างมีสตอรี่ของตัวเองค่ะ”

ความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นในทุกคลาสไม่เพียงทัชใจผู้เข้าร่วม แต่พลังบวกเหล่านี้ยังสะท้อนกลับไปถึงคุณเบลลาและคุณวาริด้วย ถึงแม้ The Pawse Club จะเพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นาน แต่คอมมูนิตี้นี้ก็ค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมเชื่อมโยงผู้คนผ่านการเยียวยาจิตใจ

คุณเบลลา : “สิ่งสำคัญที่ทำให้ฉันมีความสุข คือการได้เห็นผู้คนเดินออกจากคลาสอย่างมีความสุขและได้รับการเยียวยา มันเป็นเป้าหมายส่วนตัวของฉันเลยในการค้นพบโมเดลธุรกิจที่ไม่ใช่แค่ทำเงิน แต่สร้างผลกระทบเชิงบวกกับชีวิตด้วย ซึ่งฉันอยากสร้างอะไรที่ทำให้ผู้คนจำนวนมากมีความสุขเท่าที่จะทำได้”

“ฉันคิดว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ก็ใกล้เคียงนะ เราคุยกันเรื่องนี้เยอะมาก ทุกครั้งหลังจบเซสชันเราจะมีเรื่องราวเล็ก ๆ น้อย ๆ มาแชร์กันตลอด และมันทำให้เรารู้สึกได้เยียวยาโดยการได้เห็นคนอื่นได้เยียวยา ฉันรู้สึกภูมิใจในสิ่งนี้มากค่ะ”

คุณวาริ : “เราแฮปปี้มากเวลาที่จะได้จัดเซสชัน เราสนุกที่ได้มาที่นี่ ได้เห็นผู้คนมีความสุข เล่นไปยิ้มไป ที่สำคัญเรายังได้เรียนรู้กันและกัน เหมือนได้เติบโตไปด้วยกันและผูกพันกันมากขึ้นจากการทำธุรกิจนี้ค่ะ”

เติมพลังใจกันเต็มที่แล้ว ก่อนแยกย้ายไปใช้ชีวิตเราขอให้คุณเบลลาและคุณวาริ เลือก 1 คำที่นิยามถึงสิ่งที่ The Pawse Club อยากมอบให้แก่ผู้คน

คุณวาริ : “นึกถึงคำว่า Rejuvenation (การฟื้นฟู) เพราะผู้คนที่มาที่นี่จะรู้สึกเหมือนได้รีชาร์จพลังแล้วก็รีคอนเนคกับตัวเอง ในวันที่เคร่งเครียดพวกเขาก็สามารถมาหยุดพักในพื้นที่นี้ และมีสติอยู่กับปัจจุบันโดยไม่จมกับอดีตหรือกังวลกับอนาคตค่ะ”

คุณเบลลา : “น่าจะเป็นคำว่า Pure Love ค่ะ เพราะสัตว์จะมอบความรักอันบริสุทธิ์ มันเพียงแค่รู้สึกรักคุณมาก ๆ แค่อยากจะเล่นกับคุณหรืออยากคลอเคลียคุณ ฉันคิดว่ามนุษย์มักหลงลืมที่จะมอบความรักที่ไม่มีเงื่อนไขให้แก่กัน ซึ่งเราจะได้รับความรักนี้จากสัตว์เลี้ยงโดยที่มันไม่ตัดสินเราค่ะ”

IT MIGHT INSPIRE YOU

ปากคลองตลาด

สัมผัสเสน่ห์ของย่าน พร้อมเช็กอินร้านเพื่อนบ้านกับศิลปินนักวาดดอกไม้ WHITE HAT.

LAKE LEGEND
BANGNA-SUVARNABHUMI

โอเอซิสแห่งการอยู่อาศัย ความสงบที่หรูหราท่ามกลางธรรมชาติ

ประดิพัทธ์

ตามรอยความอร่อยโลคอล แวะช้อปไอเทมเก๋ กับเพื่อนบ้าน ‘Neighbourmart’ ในย่านสุดคลาสสิก

Mid-century Modern Home

เปลี่ยนทาวน์โฮมเก่าเป็นบ้านที่สะท้อนตัวตนของ ‘ขิม - จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์’