หากพูดถึงย่านฮิปในกรุงเทพฯ ต้องมีชื่อของ ‘อารีย์’ ที่เป็น All-time Favorite ของชาวคาเฟ่ฮอปเปอร์ แต่นอกจากมุมเก๋ชิคที่เต็มไปด้วยอินสไปเรชันดี ๆ อารีย์ยังเป็นส่วนผสมของแหล่งไลฟ์สไตล์และย่านอยู่อาศัยที่เฟรนด์ลี่กับทุกคนอีกด้วย
Neighbors and Friends อยากชวนเพื่อน ๆ มารู้จักอารีย์ในมุมมองคนโลคอลกับคอลัมน์ Neighbors Good ซึ่งครั้งนี้เรามีไกด์ประจำย่านเป็นเพื่อนบ้านชาวอารีย์ตัวจริงอย่าง ‘Blue Dean’ หรือ ‘คุณดีน-ธนกร ศิริรักษ์’ ศิลปินนักวาดภาพที่ใช้ชีวิตอยู่ในย่านอารีย์มาตั้งแต่เกิด และเปิดบ้านตัวเองเป็นแกลเลอรีเล็ก ๆ ชื่อ ‘Ari Home Gallery’ เราจึงขอมาแง้มประตูเข้าไปเสพผลงานศิลปะ และฮีลใจไปกับกิจกรรม ‘วาด.รูป.กัน’ ของคุณดีน พร้อมพูดคุยถึงความผูกพันกับย่านในบรรยากาศที่เป็นกันเอง
ใครอยากเที่ยวย่านในแบบฉบับ ‘Blue Dean’ รีบปักหมุดตามนี้ แล้วออกไปค้นพบสเน่ห์อารีย์ในอีกแบบกัน!


ช่วงสายของวัน Neighbors and Friends มีนัดกับคุณดีน ซึ่งเราไม่เพียงตั้งใจมาพูดคุยกับเขาในฐานะศิลปิน แต่เรายังชวนทุกคนมาทำความรู้จักคุณดีนในมุมของการเป็นเพื่อนบ้านชาวอารีย์ด้วย และเมื่อเราถามคุณดีนว่ารู้สึกผูกพันกับย่านอารีย์ขนาดไหน เราก็ได้คำตอบที่ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นใจ
“เราอยู่อารีย์มาตั้งแต่เด็กแล้วก็มีคอมมูนิตี้ที่เรารู้สึกสบายใจ ทั้งคนอารีย์ที่เข้ามาอยู่ใหม่และคนอารีย์ที่อยู่มาแต่เดิม บางทีเราเดินไปร้านขายอุปกรณ์ช่างหรือร้านทำผมแม่เราก็สวัสดีเขา ถัดไปอีกนิดเป็นร้านขายยาที่รู้จักกัน ป่วยเป็นอะไรก็ไม่ต้องหาหมอ แค่โทรไปร้านนี้ก็เดินไปรับยาได้เลย เวลาเดินไปร้านก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอย หรือร้านกาแฟซอยข้าง ๆ ที่สนิทกัน เราก็ยังรู้สึกว่าเป็นบ้านเราอยู่ อารีย์เลยเป็นเหมือนเป็นบ้านหลังใหญ่สำหรับเรา”
หลายคนชอบอารีย์ในความเก๋ที่ไม่เคยเอาต์ แต่สเน่ห์ของอารีย์ในมุมมองของคุณดีนคือความเป็นย่านที่ทุกคนสามารถมาใช้ชีวิตช้า ๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศของร้านที่หลากหลาย
“อารีย์มีความเจริญแต่ก็เป็นย่านที่สงบ ถึงแม้จะเป็นย่านฮิตแต่ก็เป็นที่ที่คนอยากมาชิล มาเดินเล่น หรือมานั่งร้านกาแฟ ด้วยความที่ดีนโตมากับอารีย์ก็จะเห็นตั้งแต่ยุคที่มันคือย่านอยู่อาศัยธรรมดาย่านหนึ่ง แล้วค่อย ๆ เห็นว่ามันเท่ขึ้นยังไง หลาย ๆ ทีเราก็เสียดายร้านเจ้าเก่าเจ้าดังที่ค่อย ๆ หายไป แต่ที่รู้สึกว่ายังชอบย่านนี้อยู่เพราะมันไม่ได้ถูกกลืนไปทั้งหมด มันยังมีร้านธรรมดา ๆ ร้านคนเก่าคนแก่ แล้วก็มีร้านเท่ ๆ ของคนที่เข้ามาใหม่ ซึ่งเขาให้ Value กับย่ านนี้ในมุมที่เราเองก็เห็นด้วยกับเขา”

เวลาที่อยากเติมฟีลใหม่ ๆ ให้ตัวเอง อารีย์ก็เป็นแหล่งไลฟ์สไตล์ที่ให้แรงบันดาลใจกับเราได้เสมอ เราจึงไม่แปลกใจที่คุณดีนจะซึมซับความเป็นอารีย์จนกลายมาเป็นสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนทั้งในแง่การทำงานศิลปะและการใช้ชีวิต
“ดีนรู้สึกเหมือนดีนกับอารีย์เป็นอันเดียวกัน ย่านอารีย์มันคือดีนเลย ดีนมาสังเกตตัวเองเวลาวาดรูปหรือจัดบ้าน มันเป็นสิ่งที่เราเห็นได้จากละแวกนี้ อะไรที่เราเคยเห็นบ่อย ๆ มันกลายมาเป็นรสนิยมหลักของเรา”
“อย่างตอนนี้เขาฮิตเอาบ้านทรง Midcentury มารีโนเวทซึ่งบ้านดีนก็เป็นสไตล์นั้น คือเอาความวัยรุ่นมาใส่ในบ้านเก่า แม้แต่ตอนเราทำงานศิลปะ ทั้งสี ลายพื้นหินขัด Terrazzo หรือเชปหลาย ๆ อย่างที่เป็นอารีย์มันก็อยู่ในงานของเรา ดีนว่างานดีนมันอธิบายทั้งในพาร์ทคอมมูนิตี้เล็ก ๆ แล้วก็ความเป็นแฟชั่น ความเท่ และมีรสนิยมของความเก่าผสมใหม่อยู่”
Ari Home Gallery
ก่อนออกไปเดินเล่นย่านอารีย์ เราแวะมาเคาะประตูบ้านคุณดีนที่รีโนเวทใหม่และเปิดเป็นแกลเลอรีชื่อ ‘Ari Home Gallery’
คุณดีนเล่าว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่คุณตาสร้างไว้ตั้งแต่คุณแม่ของคุณดีนเพิ่งเกิด จนตอนนี้คุณแม่ก็อายุ 60 กว่าแล้ว ส่วนที่มาของการรีโนเวทบ้านเริ่มมาจากพี่ชายจะสร้างบ้านข้าง ๆ กัน จึงถือโอกาสนี้ในการซ่อมแซมบ้านหลังนี้ครั้งใหญ่ รวมถึงเปลี่ยนโฉมให้มีสไตล์มากขึ้น โดยใช้โทนสีที่มีความเป็นกลางอย่างไม้ ซึ่งคุณดีนมองว่าเป็นสีที่เข้ากับแดดและสีผิว เมื่อมองแล้วรู้สึกถึงความอบอุ่น พร้อมแบ่งสเปซไว้สำหรับจัดแสดงงานของคุณดีนโดยเฉพาะ

ไม่ใช่แค่จัดแสดงผลงานแต่คุณดีนยังใช้สเปซ ‘Ari Home Gallery’ อย่างคุ้มค่าด้วยการแบ่งปันพื้นที่ให้เพื่อน ๆ ได้มาเอนจอยกับกิจกรรม ‘วาด.รูป.กัน’ ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่คุณดีนอยากชวนทุกคนมานั่งวาดรูปด้วยกันที่บ้าน เหมือนมานั่งเล่นบ้านเพื่อน คุยเรื่องสัพเพเหระ แลกเปลี่ยนเทคนิค หรือแชร์ไอเดียใหม่ ๆ
Neighbors and Friends จึงเตรียมมาวาดรูปกับคุณดีนในบรรยากาศชิล ๆ คลอไปด้วยเพลลิสต์เพลงโปรดของคุณดีนจากวง ‘Lamp’ ซึ่งเป็นวงดนตรีญี่ปุ่นสไตล์ Pop Jazz เพื่อสร้างมูดความสดใสในวันฟ้าอึมครึมได้เป็นอย่างดี ระหว่างที่ทุกคนกำลังเพลินกับการวาดรูป เราก็ชวนคุณดีนพูดคุยถึงการเติบโตในแง่ศิลปินที่ใช้ภาพวาดเยียวยาจิตใจตัวเองและคนอื่น ๆ
เมื่อย้อนกลับไปดูผลงานเก่า ๆ ของคุณดีน เราก็เข้าใจถึงที่มาของชื่อ ‘Blue Dean’ ที่เขามักจะใช้โทนสีฟ้าและวาดคนในท่าทางนั่งกอดเข่าก้มหน้าสื่อถึงความรู้สึกโศกเศร้า แต่วันนี้ในวัย 33 ที่คุณดีนได้เรียนรู้และเข้าใจชีวิตมากขึ้น นิยามของคำว่า ‘Blue’ สำหรับคุณดีนก็เปลี่ยนไป กลายเป็นสีฟ้าที่มีหลายความหมายและมีมิติที่ลึกขึ้น

ความพิเศษของกิจกรรม ‘วาด.รูป.กัน’ ในวันนี้เราขอให้คุณดีนช่วยวาดรูปในโจทย์
“หากเปรียบย่านอารีย์เป็นเพื่อนคนหนึ่ง เพื่อนคนนี้จะมีรูปร่างหน้าตาหรือนิสัยแบบไหน”
หลังจากที่เราใช้เวลาวาดรูปกันเกือบชั่วโมง คุณดีนก็โชว์ผลงานที่ถ่ายทอดมุมมองที่เขามีต่อย่านอารีย์ให้เราได้ชม ซึ่งเป็นภาพวาดสีน้ำในโทนสีฟ้าที่มีชายคนหนึ่งกำลังกอดต้นไม้อยู่ใต้ชายคาบ้านอันร่มรื่น พร้อมเขียนคำสั้น ๆ 4 คำ ไว้ตรงมุมกระดาษ ได้แก่ ‘สงบ’, ‘อบอุ่น’, ‘ร่มเย็น’ และ ‘เท่’ ซึ่งสะท้อนถึงย่านอารีย์ที่เป็นคอมฟอร์ตโซนของคุณดีนได้ดีที่สุด
หากใครอยากมีประสบการณ์การวาดรูปสุดฮีลใจแบบนี้ สามารถทักไปสอบถามรายละเอียดทาง IG : Ari Home Gallery กันได้เลย


Ari Home Gallery
เปิดทุกวันอาทิตย์ 13:00 – 17:00 น.
Instagram : https://www.instagram.com/ari.home.gallery
ติดต่อเพื่อจองล่วงหน้าได้ทาง Inbox
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/Azwkk7GkvDqP3ahs9
ก๋วยเตี๋ยวเรือศรีอยุธยา
วาดรูปกันเสร็จแล้วก็ได้เวลาเติมความอร่อยกับร้าน ‘ก๋วยเตี๋ยวเรือศรีอยุธยา’ สาขาอารีย์ ซึ่งเป็นร้านดังที่ใคร ๆ ก็ต้องตามมากิน และถือเป็นร้านเพื่อนบ้านของคุณดีนเพราะอยู่ใกล้แค่เดินออกมาหน้าปากซอยนี้เอง
“ดีนเป็นคนง่าย ๆ เวลาเพื่อนมาหาก็จะชวนมากินร้านนี้ แต่ปรากฎว่าทุกคนที่เราพามากินบอกว่าอร่อย แล้วดีนก็กินได้ไม่เบื่อ ทั้งอาหาร ของหวาน น้ำชง ร้านนี้คือครบ!”
ใครมาร้านนี้บอกเลยว่าก๋วยเตี๋ยวเรือของที่นี่ อร่อยครบรสแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม แถมราคาก็น่ารัก เริ่มต้นแค่ชามละ 25 บาทเท่านั้น!
ทีเด็ดที่มาแล้วพลาดไม่ได้คือ ‘เส้นอุด้ง’ ที่เราเองก็ไม่คิดว่าเส้นหนึบ ๆ สไตล์ญี่ปุ่นจะเข้ากับความเข้มข้นของก๋วยเตี๋ยวเรือแบบไทย ๆ ได้ขนาดนี้ และพอลองสั่งเส้นอุด้งแห้งหมูต้มยำมาชิมก็อร่อยไม่แพ้กันเลย
นอกจากนี้ ยังมีเมนูทานเล่นที่น่าสั่งทุกอย่าง ทั้งลวกจิ้มเนื้อไทยเฟรนช์ ลวกจิ้มหมูหมัก ลูกชิ้นหมูปิ้ง แต่ที่เป็นจานโปรดของคุณดีนก็ต้อง ‘เกี๊ยวหมูเด้งทอด’ ที่กรอบได้ใจ พอกัดเข้าไปเจอเนื้อหมูข้างในก็เด้งสู้ฟัน
“ก๋วยเตี๋ยวเรือคืออร่อยอยู่แล้ว แล้วก็จะมีจานกลางเป็นเกี๊ยวหมูเด้งทอดที่ต้องสั่ง เพราะทุกครั้งที่พาเพื่อนมา ดีนก็จะแนะนำอันนี้แล้วทุกคนก็จะรีวิวว่าดี”

ปิดท้ายกันด้วยของหวานที่ไม่ได้มีแค่ขนมถ้วย แต่ยังมีเมนูให้เลือกกันแบบจัดเต็ม ทั้งไอศกรีมกะทิ ลอดช่อง เฉาก๊วย และลูกตาลลอยแก้ว ที่รสชาติไม่เป็นสองรองใคร


ก๋วยเตี๋ยวเรือศรีอยุธยา สาขาอารีย์
เปิดทุกวัน จันทร์ – เสาร์ 8:00 – 16:00 น. | อาทิตย์ 9:00 – 15:00 น.
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/oVpcbTzpTvFc9bU1A
Lilou & Laliart
ถ้ายังเติมความหวานกันไม่หนำใจ ต้องไปต่อกับคาเฟ่ในซอยถัดกันไม่ไกลอย่าง ‘Lilou & Laliart’ ที่หลายคนน่าจะคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นร้านเพื่อนบ้านชาวอารีย์ที่อยู่ย่านนี้มานาน
“ลิลูละเลียดเป็นคาเฟ่ที่อยู่มานานมาก ตอนแรกเขาอยู่กับร้าน Tokyobike ตอนนั้นมีคนพาดีนไป ดีนเลยเริ่มรู้จักกาแฟ Speciality จากนั้นเขาก็ย้ายมาทำกับ FabCafe แล้วถึงมาเป็นโลเคชันนี้ เราชอบมู้ดของร้าน แล้วก็ชอบความเย็น ๆ ของเจ้าของร้าน ถ้าเป็นคาเฟ่ในย่านนี้ ดีนรู้สึกว่าร้านนี้เหมือนเป็นบ้านที่สุดแล้ว”
หากคุณหลงใหลกับสไตล์บ้านเก่า ๆ ในย่านอารีย์ ‘Lilou & Laliart’ ก็เป็นอีกหนึ่งที่ที่รีโนเวทบ้านเก่าซึ่งเคยเป็นออฟฟิศ ให้กลายเป็นคาเฟ่เก๋ที่ให้ความรู้สึกโฮมมี่ ๆ
ทั้งร้านยังตกแต่งด้วยผลงานศิลปะของคุณดีน ศิลปินเพื่อนบ้านที่มาช่วยสร้างบรรยากาศร้านให้น่านั่งและมองแล้วดีต่อใจ โดยคุณดีนเล่าถึงความน่ารักของเจ้าของร้านที่สนิทสนมกัน และอนุญาตให้คุณดีนนำผลงานมาติดโชว์ได้อย่างอิสระ เหมือนเป็นอีกหนึ่งแกลเลอรี่ที่ทุกคนสามารถตามมาชมผลงานของคุณดีนกันได้ตลอด แถมยังมีสเก็ตบอร์ดเท่ ๆ ที่วางขายในร้านที่คุณดีนออกแบบเอง ใครสนใจสเก็ตบอร์ดสุดคูลก็ตามไปส่องกันได้ที่ IG : soi.skateboard


ขณะที่ความหอมของกาแฟและขนมโฮมเมดที่อบใหม่ทุกวันจากครัวหลังร้านกำลังยั่วยวนใจ เราก็สั่งเครื่องดื่มกันคนละแก้ว และที่เราอยากแนะนำสุด ๆ ก็ต้อง ‘Carrot Cake Paradise‘ ซึ่งคุณดีนบอกกับเราว่าเค้กแครอทของที่นี่ถือเมนูยอดฮิต แต่ที่พิเศษไปกว่าเดิมก็คือครีมชีสที่เพิ่มมาแบบจุก ๆ กับธัญพืช 7 ชนิดที่ขอบอกเลยว่าอร่อยถูกใจทุกคนแน่นอน

Lilou & Laliart
เปิดทุกวัน 10:00 – 17:00 น.
Facebook : https://www.facebook.com/Laliartcoffee
Instagram : https://www.instagram.com/lilou_laliart
Tel. 094-691-2666
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/zbGtE6qW74JzjpyT6
ห้องสมุดแผ่นเสียง
เปลี่ยนบรรยากาศจากคาเฟ่มาผ่อนคลายตัวเองกันต่อกับ ‘ห้องสมุดแผ่นเสียง’ ภายในพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ กรมประชาสัมพันธ์
โดยห้องสมุดแผ่นเสียงแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณดีนแอบเก็บไว้ในลิสต์มานาน เราจึงถือโอกาสชวนคุณดีนมาสัมผัสบรรยากาศสุดคลาสสิก และดื่มด่ำกับการฟังเพลงจากแผ่นเสียงยุคเก่าเพื่อซึมซับเรื่่องราวในวันวานอันน่าหลงใหล
เมื่อเปิดประตูเข้ามาเราจะพบกับคลังแผ่นเสียงที่อัดแน่นอยู่ในชั้นและถูกจัดเก็บไว้อย่างเป็นระเบียบ โดยแผ่นเสียงเกือบทั้งหมดล้วนเคยใช้งานจริงในสถานีวิทยุของกรมประชาสัมพันธ์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งในสมัยก่อนเวลาศิลปินไปทัวร์ตามสถานีวิทยุก็จะนำแผ่นเสียงไปแจก หรือไม่ก็เป็นค่ายเพลงที่นำแผ่นเสียงไปโปรโมท
แต่หลังจากหมดยุครุ่งเรืองของแผ่นเสียง ไวนิลกว่าแสนแผ่นก็ถูกรวมรวมมาไว้ที่กรมประชาสัมพันธ์ และคัดเลือกมาจัดแสดงในห้องสมุดแผ่นเสียงนี้ประมาณ 40,000 แผ่น โดยจัดเก็บแยกตามหมวดหมู่เพลง เช่น เพลงสากล เพลงไทยสากล เพลงลูกกรุง เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต และเพลงไทยเดิม

เพื่อนคนไหนเป็นนักสะสมไวนิลบอกเลยว่าถ้าได้มาเห็นต้องตาลุกวาว เพราะที่นี่มีทั้งแผ่นเสียงหายาก แผ่นเสียงในตำนาน ไปจนถึงแผ่นเสียงของศิลปินยุคใหม่ที่มีคนใจดีนำมามอบให้ทางพิพิธภัณฑ์
แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือเราสามารถหยิบไวนิลมาทดลองฟังได้ทุกแผ่น โดยมีพี่เจ้าหน้าที่คอยแนะนำอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง แถมยังมีเก้าอี้กำมะหยี่นุ่ม ๆ ให้เราเพลิดเพลินกับศิลปินคนโปรดได้โดยไม่ต้องรีบร้อน หากใครอยากมานั่งฟังเพลงยาว ๆ แบบไม่มีค่าใช้จ่าย พี่เจ้าหน้าที่แนะนำให้ทักมาจองก่อนที่ Inbox FB : พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ กรมประชาสัมพันธ์ หรือโทร 02-618-2323 ได้เลย


นอกจากนี้ ห้องสมุดแผ่นเสียงยังมีโซนนิทรรศการเพื่อบอกเล่าถึงประวัติความเป็นมาของกรมประชาสัมพันธ์ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ. 2476 และเพิ่งครบรอบ 92 ปีไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจก็คือเหล่าเครื่องไม้เครื่องมือยุคแอนะล็อกที่หาดูได้ยาก และอีกหนึ่งไฮไลต์ของพิพิธภัณฑ์ก็คือตู้เพลงสุดคลาสสิกที่ตั้งอยู่ด้านหน้า ซึ่งเราสามารถหยอดเหรียญและกดเลือกเพลงที่อยากฟังได้ ความสนุกคือเพลงสปอตโฆษณาวิทยุในยุคนั้นที่ครีเอตจนเราคาดไม่ถึง ถ้ามีโอกาสแวะมาก็อย่าลืมไปลองกดตู้นี้กันนะ

อีกมุมที่ทำให้เรารู้สึกว้าวคือการได้เห็นว่าอารีย์ไม่ได้มีแค่มุมเท่ ๆ คูล ๆ แต่ยังมีมุมสงบของสวนสีเขียวสุดร่มรื่นอยู่ใจกลางย่าน ซึ่งสวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งนี้ซ่อนอยู่ภายในพื้นที่ของกรมประชาสัมพันธ์นี้เอง
“ดีนรู้สึกว่าการมีสวนที่ร่มรื่นอยู่ใกล้ ๆ นี้โชคดีมาก เราจะเห็นคนไปออกกำลังกายเป็นประจำ ทั้งวิ่ง เตะบอล เล่นบาส ตีเทนนิส ที่นี่มีครบเลย ช่วงที่ฮิตเล่นสเก็ตบอร์ดดีนก็จะชวนเพื่อนมาเล่นที่สวนนี้ครับ”


ห้องสมุดแผ่นเสียง
เปิดวันจันทร์-ศุกร์ 10:00-16:30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)
Facebook : https://www.facebook.com/phiphithphanth.l.a.hx.cdhmayhetu.krm.pr
ติดต่อเพื่อจองล่วงหน้าได้ทาง Inbox
Tel. 02-6182323
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/23kVvwuiX7FUoGzP8
Paknang
ส่งท้ายย่านอารีย์กันด้วยมื้อเย็นอร่อย ๆ ที่ ‘Paknang’ ร้านอาหารใต้ที่พาสูตรต้นตำรับจากอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มาเสิร์ฟความอร่อยจัดจ้านให้คนเมืองได้ลิ้มลอง
เหตุผลข้อแรกที่คุณดีนเลือกแนะนำร้านนี้ คือสไตล์การออกแบบร้านที่ให้ความรู้สึกโคซี่เหมือนคาเฟ่ โดยภายในร้านตกแต่งด้วยภาพวาดที่บอกเล่าชีวิตของ ‘คุณยายละมูล’ ผู้รังสรรค์สูตรลับของครอบครัวที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นมานานถึง 65 ปี ซึ่งรสชาติที่พูดได้เต็มปากว่าทำถึงนี่แหละ คือสิ่งที่คุณดีนติดอกติดใจจนต้องกลับมากินเรื่อย ๆ

รอไม่นานอาหารที่เราสั่งก็มาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ เริ่มกันด้วย ‘ขาหมูปากนัง’ ที่รสชาติเข้มข้นถึงเครื่องและได้รสหวานจากธรรมชาติ เพราะเขาเคี่ยวขาหมูนานกว่าสิบชั่วโมงในน้ำมะพร้าว ซีอิ๊ว พริกไทยดำ กระเทียม และรากผักชี เรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของร้านที่โชว์ถึงความพิถีพิถัน
ต่อกันด้วยเมนูที่คุณดีนมาแล้วต้องสั่งทุกครั้งคือ ‘ไก่บ้านต้มขมิ้น’ ที่เคี่ยวไก่บ้านจนเหนียวนุ่ม พร้อมกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์แค่ซดน้ำซุปร้อน ๆ ก็สดชื่น
อีกเมนูที่เราแนะนำต้อง ‘ผัดวุ้นเส้นทับทิมสยามกุ้งสับกระเทียมดอง’ โดยวุ้นเส้นสีทับทิมที่ดูสวยน่ากินนี้ได้จากบีทรูท นำไปผัดกับไข่ ดอกขจร กุ้งสับ และกระเทียมดอง ออกมาเป็นจานที่รสชาติกลมกล่อม
ส่วนจานถัดมาเป็น ‘ผัดคะน้าปลาเค็ม’ ที่ใช้ปลาเค็มจากคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีความหอมและไม่เค็มจนเกินไป ผัดกับคะน้าที่คัดแต่ยอดอ่อน
ที่พลาดไม่ได้เลยคือเมนูพิเศษตามฤดูกาล ได้แก่ ‘ยำมังคุดคัดเมืองคอน’ จานเรียกน้ำย่อยที่นำเสนอวัตถุดิบในท้องถิ่นอย่าง ‘มังคุดคัด’ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ออกมาได้อย่างโดดเด่น
เช่นเดียวกับจานหลักอย่าง ‘แกงเหลืองเนื้อกะพงมังคุดคัด’ ที่ตัดรสกันได้อย่างลงตัว ซึ่งเราขอกระซิบว่าใครอยากมาลอง 2 เมนูนี้ต้องรีบหน่อย เพราะเขามีให้ชิมแค่ซีซันนี้เท่านั้น!

หลังจากได้ลิ้มรสอาหารใต้ที่ทั้งอร่อยและหน้าตาดี มาดูฝั่งเครื่องดื่มกันบ้างซึ่งเราชื่นชอบในการนำเสนอแต่ละแก้วที่ครีเอตสุด ๆ อย่างแก้วแรกที่ดูเหมือนท้องฟ้าและก้อนเมฆก็คือ ‘Coco on the Cloud’ หรือมะพร้าวน้ำหอมออร์แกนิกที่ผสมอัญชัญ
ส่วนในขวดแก้วดีไซน์เก๋เป็นน้ำสมุนไพรที่มีให้เลือกหลายสูตร โดยแต่ละสูตรจะตั้งชื่อเพราะ ๆ ต่างกันไป เช่น ‘น้ำดาหลา’ ที่เป็นน้ำมะตูมต้มกับตะไคร้และใบเตย ให้รสชาติความอร่อยที่แปลกใหม่และชื่นใจ
แก้วสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้คือ ‘ชาไทยโบราณ’ ที่ใช้ใบชา 3 ชนิด ส่งตรงจากปักษ์ใต้ ชงกับนมสดให้ความหอมหวาน เสิร์ฟพร้อมเฉาก๊วยเคี้ยวหนึบ



ก่อนจะอิ่มแปล้เราได้เผื่อท้องสำหรับของหวานกันไว้แล้ว เพราะคุณดีนยืนยันว่าไหน ๆ มาแล้วต้องได้กิน ถ้าเพื่อน ๆ คิดว่าเมนูอาหารของที่นี่หลากหลายแล้ว ต้องได้เห็นเมนูของหวานเสียก่อน บอกเลยว่าน่ากินไปหมดจนเลือกไม่ถูก
เราจึงสั่งมา 2 เมนูคือ ‘บัวลอยเบญจรงค์ในไอศกรีมกะทิสด’ ซึ่งบัวลอยหลากสีสันนี้ ทำจากฟักทอง มันม่วง มันแครอท และเผือก ราดด้วยกะทิเข้มข้น โรยเนื้อมะพร้าวอ่อน ทานคู่กับไอศกรีมกะทิสด แล้วปิดท้ายด้วย ‘มันเกลือก’ หรือมันม่วงและมันแครอทแกงบวดในน้ำกะทิ หวานมันเค็มกำลังดี


Paknang
เปิดทุกวัน 11:00 – 22:00 น.
Facebook : https://www.facebook.com/paknang.bkk
Instagram : https://www.instagram.com/paknang.bkk
Tel. 098-822-1450
Goofle Maps : https://maps.app.goo.gl/NBRsSNJKZU7HMXJ58
ทริปเดินเล่นรอบอารีย์ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์ของอารีย์ที่เป็นมากกว่าแหล่งไลฟ์สไตล์ชิค ๆ แต่ยังเป็นย่านที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และมีแง่มุมหลากหลายให้เราได้ค้นหา
สิ่งที่เราประทับใจที่สุดคงเป็นความน่ารักของผู้คนในย่าน อย่างพี่เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวและเจ้าของคาเฟ่ที่ใจดีกับเรา พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ที่กรมประชาสัมพันธ์ที่ต้อนรับเราอย่างเต็มที่ ไปจนถึงพี่พนักงานร้านปากนังที่แนะนำทุกเมนูอย่างจริงใจ ซึ่งเรารับรู้ได้ว่าทุกคนต่างมีความสุขกับสิ่งที่ทำและส่งต่อพลังบวกนั้นมาถึงเรา
คนสุดท้ายที่เราอยากขอบคุณจากใจเลยก็คือคุณดีน เจ้าบ้านที่ยินดีมาเป็นไกด์ประจำย่านให้ชาว Neighbors and Friends ทั้งช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ของย่านอารีย์ และพาไปรู้จักผู้คนที่เราสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตร ที่สำคัญคือเราได้ซึมซับความรู้สึกอบอุ่นเช่นเดียวกับที่คุณดีนได้รับจากย่านนี้
เราเองก็ไม่คิดว่าการออกไปเดินเล่นย่านและพบปะผู้คนในหนึ่งวันจะดีต่อใจจนเราอดใจรอไม่ไหวว่า คอลัมน์ Neighbors Good ครั้งหน้าเราจะไปทัวร์ย่านไหนกันดี!