“แค่ขับไปเซเว่นหรือขับวนไปเติมลมยางแล้วเข้าบ้าน แค่นั้นเราก็มีความสุขแล้ว ขับช้า ๆ เหยียบคันเร่งเบา ๆ ไปเรื่อย ๆ ผมจะมองกระจกข้างกับกระจกหลังตลอด เห็นคนอื่นมองแล้วคุยกันเราก็แฮปปี้”
ดีไซน์เรโทรเท่ ๆ แฝงความน่ารักด้วยไซซ์กะทัดรัด แต่ลุยไปได้ทุกที่ของรถ Suzuki Jimny ทำให้หลายคนตกหลุมรักรถคันนี้ได้ไม่ยาก มากไปกว่านั้น Jimny ยังเชื่อมโยงคนที่รักในสิ่งเดียวกันมารวมตัวเป็นคอมมูนิตี้ เพื่อแชร์แพสชันเรื่องรถ ประสบการณ์การเดินทาง ไอเดียแต่งรถ หรือแม้แต่หาเพื่อนร่วมเดินทางที่ช่วยให้ทริปนั้นน่าจดจำยิ่งขึ้น!
คอลัมน์ Passion For Life จะพาคุณไปรู้จักเพื่อนบ้านใหม่ในคอมมูนิตี้คนรัก Jimny อย่าง ‘Jimny มหานคร’ พร้อมฟังเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหลงใหลในรถคันจิ๋ว และความสนุกของกลุ่มแก๊งที่พร้อมเป็นเพื่อนกับทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีรถ Jimny แล้วหรือยัง ขอเพียงมีหัวใจเป็นอิสระ รักการเดินทาง หรืออาจจะแค่โดนตกด้วยรูปลักษณ์ตะมุตะมิ เราก็อยากชวนคุณมาโดดขึ้นรถ Jimny และออกทริปผ่านคอลัมน์นี้ไปด้วยกัน!



ย้อนกลับไปในยุค 1970 หรือ พ.ศ. 2513 นับเป็นจุดเริ่มต้นของรถรุ่น Jimny ซึ่งเป็นออฟโรดรุ่นแรก ๆ จากค่ายญี่ปุ่นอย่าง Suzuki แต่หากถามคนเจนเอ็กซ์ถึงรถ 4×4 สุดคลาสสิกนี้ หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ Jimny กันเท่าไหร่นัก เพราะในปี พ.ศ. 2531 รถออฟโรดของ Suzuki ที่เข้ามาตีตลาดในไทยจะมีชื่อรุ่นว่า Caribbean ซึ่งมีหน้าตาคล้าย Jimny จนเรียกได้ว่าพี่น้อง เพียงแต่ Jimny จะมีขนาดตัวที่สั้นกว่านั่นเอง
ส่วนรถ Jimny รุ่นวินเทจที่คนไทยนิยมขับกันในยุคนี้ มีที่มาจากการที่เคยถูกจัดซื้อเข้ามาเมื่อประมาณ 30-40 ปีก่อน เพื่อใช้งานในค่ายทหาร และหลังจากกองทัพรถ Jimny ได้เวลาปลดประจำการก็ถูกประมูลออกมาปัดฝุ่น พร้อมยกเครื่องและเปลี่ยนโฉมน้า ๆ Jimny คันเก่าให้กลับมาหล่อเหลากว่าเคย ดังนั้นจึงเป็นที่รู้กันในหมู่คนเล่นรถว่า หากเป็น Jimny รุ่นวินเทจในไทย ส่วนใหญ่ก็เป็นรถที่ประมูลมาจากล็อตเดียวกันนี่แหละ

ถ้าพูดถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลในรถ Jimny และถ่ายทอดออกมาในสไตล์ที่สดใหม่และเท่ไม่ซ้ำใคร เราขอแนะนำให้รู้จักคอมมูนิตี้สุดคูลอย่าง ‘Jimny มหานคร’ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากคน 3 คนที่แทบไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่มีจุดเชื่อมโยงคือความชอบในรถ Jimny ที่ดึงดูดให้พวกเขามาเจอกัน โดยมีตัวตั้งตัวตีอย่าง ‘คุณปอนด์ – ภูวดล อ่อนละมุน’ ที่สร้าง Instagram ขึ้นมาเพื่อแชร์ไลฟ์สไตล์ส่วนตัวเกี่ยวกับรถ Jimny จนไปเตะตา ‘คุณอู๋ – ณัฐพงศ์ คุรุรัตน์ชัยกุล’ ที่คลั่งไคล้การแต่งรถและสนใจเข้าวงการ Jimny จึงได้ทักไปคุยเพื่อแลกเปลี่ยนกันเรื่องรถ
จากคนรู้จักในออนไลน์สู่การนัดเจอที่ร้านกาแฟครั้งแรก… ก่อนจะมีครั้งที่สอง… และอีกหลายครั้งตามมา ซึ่งทุกครั้งคุณอู๋จะชวน ‘คุณนิว – ฉัตรชัย แก้วสุด’ เพื่อนเก่าที่ห่างหายไปนาน ซึ่งโคจรกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากโดนคุณอู๋ป้ายยาให้ถอย Jimny มาร่วมรันวงการด้วยอีกคน เราสงสัยว่าชื่อ ‘Jimny มหานคร’ มีแรงบันดาลใจมาจากอะไร คุณปอนด์จึงเล่าถึงที่มาที่ไปอย่างเรียบง่าย
คุณปอนด์ : “จริง ๆ ไม่ได้คิดอะไรเลยครับ แค่เรามารวมตัวกันในกรุงเทพฯ แล้วผมคิดไม่ออกว่าจะตั้งชื่ออะไรดีก็นึกถึงคำว่า ‘กรุงเทพมหานคร’ แต่มันยาวไป ผมก็เลยเขียนไปว่า ‘Jimny มหานคร’ ”
คุณอู๋ : “Jimny ที่ไทยส่วนใหญ่จะแต่งแนวล้อโต ๆ สปอตไลต์เยอะ ๆ หรือเรียกว่า Overland ที่มีเต็นท์บนหลังคา ซึ่งเขาจะขับเข้าป่ากัน แต่เราไปเห็นรถ Jimny ที่ญี่ปุ่น สไตล์เขาจะไม่เหมือนบ้านเรา ผมจำกัดความว่ามันคือสไตล์เดฟ เหมือนกางเกงขาเดฟ คือล้อเล็ก ๆ หน้าแคบ ๆ เน้นใช้งานในเมือง พอกลับมาไทยเราก็เข้าไปดูไอจีของสำนักแต่งรถอันหนึ่งที่ญี่ปุ่นเลยเอาแบบนี้เลย ซึ่งปอนด์ก็ตั้งชื่อกลุ่มว่า ‘Jimny มหานคร’ เพราะเราเน้นขับในเมือง ขับไปร้านกาแฟ หรือมามีตติงกับเพื่อน”
ลองไปส่องและกดติดตามกันได้ที่ Instagram : jimny.mahanakhon


แค่ฟังเรื่องราวคร่าว ๆ จากชาวแก๊ง ‘Jimny มหานคร’ ก็ชวนให้เราอยากรู้จักและพูดคุยถึงแพสชันของทั้ง 3 คนให้ลึกขึ้น
เริ่มจาก ‘คุณปอนด์’ คนหลังกล้องที่แม้จะพูดน้อย แต่มีสไตล์การทำคอนเทนต์ที่ถ่ายทอดความเป็น Jimny ได้อย่างโดดเด่น ผ่าน Instagram ส่วนตัวชื่อ jimny.1995
คุณปอนด์ : “สวัสดีครับ ปอนด์ครับ จริง ๆ ผมเป็นช่างภาพถ่ายคอนเสิร์ต แต่ในชีวิตประจำวันเวลาเจอรถคลาสสิกผมก็จะถ่ายเก็บไว้ตลอด เพราะเราชอบรถคลาสสิกอยู่แล้ว พวกรถเต่า รถโฟล์ก”
“ทีนี้ผมมองหารถที่จะซื้อเป็นของตัวเองสักคันเลยไปเจอ Jimny ใน Instagram คนญี่ปุ่น จากนั้นมาผมก็ชอบ Jimny แล้วก็ได้มาเป็นรถคันแรกของปอนด์ พอได้รถมาเราก็ชอบขับรถออกไปทำคอนเทนต์ ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอ โพสต์ลงโซเชียลเพื่อแบ่งปันให้คนอื่นรู้ว่ารถ Jimny มันมีเสน่ห์”
“ช่วงแรกก็ทำเล่น ๆ โพสต์ไปเรื่อยเพราะอยากเก็บไว้ดูเอง ไม่คิดว่าจะมีคนมาติดตาม แต่พอมีคนมาติดตามเยอะขึ้นก็ทำให้เราได้รู้จักคนเยอะขึ้น มีเพื่อนเยอะขึ้นอย่างพี่อู๋ พี่นิว ผมก็รู้จักกันผ่านทางโซเชียลครับ”
ไม่ใช่แค่การขับรถเที่ยวในเมือง คุณปอนด์ยังสนุกกับการขับ Jimny คู่ใจไปเที่ยว Road Trip ซึ่งพาคันนี้ไปเช็กอินมาแล้วหลายจังหวัด
คุณปอนด์ : “เราไม่เคยขับรถทรงสูงแบบนี้ มันคนละฟีลกับรถทั่วไปเลยครับ ความสนุกในการขับ Jimny คือการได้ขับออกไปเที่ยวไกล ๆ อย่างที่เราไปเที่ยวเหนือมาสนุกมาก ขับยังไงก็ไม่เหนื่อย ออกจากกรุงเทพฯ แวะนครสวรรค์ ลำปาง ไล่ขึ้นไปจนถึงเชียงใหม่ ผมว่ามันขับง่ายสำหรับผมนะ ขับแล้วไม่รู้สึกเหนื่อยเลย เพราะเราขับไปเรื่อย ๆ ชิล ๆ และอาจเป็นเพราะผมรักมันด้วยครับ”

Photo by jimny.1995
คุยกันต่อกับ ‘คุณอู๋’ นักออกแบบภายในที่มีแพสชันกับการแต่งรถ ตามไปส่องรถสวย ๆ ของคุณอู๋ได้ทาง Instagram ชื่อ here_ooh
คุณอู๋ : “สวัสดีครับ ชื่ออู๋นะครับ อาชีพหลัก ๆ เป็น Interior Designer ผมเป็นคนชอบแต่งรถ ซึ่ง Jimny คันนี้น่าจะเป็นรถคันที่ 7-8 ที่เคยเปลี่ยนมา ตอนนี้ก็มีรถเก่าอีก 2-3 คันที่ทำอยู่ เช่น Mazda MX-5 ยุค 90 ที่เอามาปรับแต่ง”
“ถ้าถามว่ามารู้จัก Jimny ได้ยังไง คือจริง ๆ เราชอบญี่ปุ่นมาก ไปเที่ยวปีหนึ่ง 5-6 ครั้ง เวลาไปก็จะเจอรถพวกนี้เยอะ ซึ่งที่ญี่ปุ่นเขาจะขับ Kei car หรือรถเครื่องเล็ก 660 CC ที่วิ่งได้ทั้งในเมืองและขึ้นเขา เราก็เลยกลับมาหา Jimny ที่ไทยแล้วก็ได้คันนี้มา”
แน่นอนว่าคุณอู๋สนุกกับการแต่งรถ Jimny คันนี้เป็นพิเศษ และหาอะไรใหม่ ๆ มาแต่งเติมอยู่เรื่อย ๆ
คุณอู๋ : “คันนี้เจ้าของเก่าทำมานิดหน่อย ผมเอามาตบต่อให้เข้าที่เข้าทาง ช่วงแรก ๆ คือหนักจริง เปลี่ยนเกือบทั้งคันครับ บูตช่วงล่าง เครื่องยนต์ไม่ดีเราก็ยกเครื่องใหม่ เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก แล้วก็แอร์เย็น เพลงเพราะ”
“ผมสนุกกับการหาอะไหล่มาก ทุกอย่างมันสั่งออนไลน์จากญี่ปุ่นได้ เพราะที่ญี่ปุ่นมีรถ Jimny เยอะมาก แล้วเขาแบ่งกันชัดเจนเลยว่าเป็น Jimny ตัวใหม่ หรือ Jimny วินเทจ ซึ่งคนที่โน่นก็ยังขับกันอยู่ทั่วไป”
“พอมันไม่ต้องทำอะไรเพิ่มแล้ว ผมก็หาอะไรมาทำเรื่อย ๆ ให้มันไม่เบื่อ อย่างสปอร์ตไลท์หน้าก็เพิ่งเอามาติดเป็นของอเมริกาชื่อ KC HiLiTES ตอนแรกเราเหมือนจะหมดแพซชันกับ Jimny แล้ว แต่สุดท้ายเราก็หาอะไรที่ทำให้อยากกลับมาขับมันต่อ”
“ปีนี้ก็แพลนจะไปงาน Jimny ที่ญี่ปุ่น จองตั๋วไว้แล้วช่วงกลางปี ชื่องาน ‘Jimny Sunlight’ จัดที่เมืองใกล้ ๆ ภูเขาไฟฟูจิ มีรถมาร่วมประมาณ 500 – 1,000 คันเลยครับ”

ถึงคิวของ ‘คุณนิว’ ช่างภาพวิดีโอที่ติดใจการขับ Jimny ไปตั้งแคมป์ พร้อมแบ่งปันไลฟ์สไตล์บน Instagram ชื่อ chatchai.new1988
คุณนิว: “สวัสดีครับ ผมชื่อนิว เป็นช่างภาพวิดีโอ ปกติผมกับแฟนจะชอบไปกางเต็นท์ แคมป์ปิงกันอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้เราก็ใช้รถทั่วไปแต่มันยังไม่ตอบโจทย์ เลยเริ่มหาข้อมูลเรื่องรถ โดยมีโจทย์ว่าเราชอบรถเล็ก ๆ ทรงเหลี่ยม ๆ สุดท้ายก็มาเจอเพื่อนอู๋ที่เขาเพิ่งถอย Jimny มา ผมเลยคุยกับอู๋ว่าเป็นยังไงบ้าง เอาดีไหม เลยได้คันนี้มาเป็นรถคันที่ 2 ในชีวิตครับ”
“จริง ๆ ผมไปดู Jimny มา 2-3 คัน แต่ยังไม่ถูกใจ สักพักเพื่อนอู๋ก็ส่งรูปคันสีเงินมาให้ บอกว่าสนใจไหมอยู่ลพบุรี วันรุ่งขึ้นเราก็ไปดูรถเลย แล้วทำท่าไหนไม่รู้อยู่ดี ๆ ก็ตัดสินใจไปวางมัดจำ ตอนนี้ก็อยู่ด้วยกันมาปีนึงแล้วครับ”
“เราชอบสีเงินมาตั้งแต่สมัยขับมอเตอร์ไซค์แล้ว และจังหวะมาเจอคันนี้กล้าพูดเลยว่าเหมือนเจอเนื้อคู่ เหมือนรถมันรอเรา เพราะมีคนอื่นไปดูมันหลายคนแล้ว”
ด้วยความชื่นชอบในชีวิตเอาต์ดอร์ Jimny จึงเป็นรถลุย ๆ ของคุณนิวที่ไปไหนไปกัน
คุณนิว : “ตั้งแต่ผมได้รถมาก็ออกไปกางเต็นท์ ไปทุกที่เลย ผมว่ามันมีความสุขมากเลยเวลาขับรถไปกับแฟนสองคน แค่ได้ขับเข้าป่าแล้วกางเต็นท์นอนข้างรถ ถ้าแต่งรถสไตล์นี้ส่วนมากเขาจะไม่ติดเต็นท์บนหลังคากัน แล้วเรามีเต็นท์อยู่แล้วด้วยก็สบายเลย”


Photo by chatchai.new1988
ถึงไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนจะต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำชาวแก๊ง ‘Jimmy มหานคร’ ตกหลุมรักเหมือนกัน คือความน่ารักเฟรนด์ลี่ของ Jimny ที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าหา
คุณอู๋ : “รถมันคือเทคโนโลยีเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว ขับไม่สบายเหมือนรถใหม่หรอก แต่เราสบายใจที่ได้ขับนะเพราะมันตะมุตะมิ ไปไหนก็เป็นมิตรกับทุกที่ ทุกชุมชน ไปจอดตรงไหนเด็ก ๆ ก็ชอบ คนแก่เขาก็เอ็นดู จอดหน้าร้านค้าเขาก็โบกให้”
คุณปอนด์ : “หาที่จอดง่ายด้วย”
คุณอู๋ : “ใช่ ๆ รถมันเล็ก”
คุณนิว : “อยากกินอะไรก็แวะง่ายมาก รถมันสั้นเลยถอยง่าย”
คุณอู๋ : “มันน่าจะสั้นกว่ารถเก๋งทั่วไปเป็นเมตรเลยครับ แล้วก็แคบด้วย มันเป็นรถ 2 ประตู 4 ที่นั่ง เหมือนรถคูเป้ (Coupe) ที่ต้องพับเบาะเข้าไปนั่งข้างหลัง”
คุณนิว : “แค่ขับไปเซเว่นหรือขับวนไปเติมลมยางแล้วเข้าบ้าน แค่นั้นเราก็มีความสุขแล้ว ขับช้า ๆ เหยียบคันเร่งเบา ๆ ไปเรื่อย ๆ ผมจะมองกระจกข้างกับกระจกหลังตลอด เห็นคนอื่นมองแล้วคุยกันงุ้งงิ้ง ๆ เราก็แฮปปี้”
ได้เจอเพื่อน ๆ 3 คนว่าสนุกแล้ว ‘Jimny มหานคร’ ยังจัดกิจกรรมมีตติงที่ชวนพี่ ๆ น้อง ๆ คนรัก Jimny มารวมตัวกันในคอมมูนิตี้แสนอบอุ่น
คุณอู๋ : “น่าจะเป็นแค่ 2-3 ครั้งแรกที่เรามาเจอกันโดยมีแค่เรา 3 คน ที่เหลือจะเป็นการหาวันที่เรา 3 คนว่าง แล้วเอาโปสเตอร์ที่ปอนด์ทำไปแปะตามกลุ่มใหญ่ ๆ ของ Jimny ทั้งใน Facebook และกลุ่ม LINE เพื่อชวนคนมาจอยกันที่ร้านกาแฟ”
“แมตช์แรกน่าจะมีราว ๆ 20 กว่าคัน ได้รู้จักพี่คนนั้น คนนี้ เราก็ได้คอนเน็กกันต่อ ผมมองว่าเราทำกันด้วยความสบายใจ ไม่ได้บังคับว่าต้องมาเจอกันทุกเดือน เอาที่ว่างตรงกันแล้วค่อยมาเจอกันดีกว่า”
“กิจกรรมก็ไม่มีอะไรเลยครับ ส่วนใหญ่ก็จะมาคุยกัน มาอัปเดตกัน อย่างคนนี้แต่งรถไปถึงไหนแล้ว โทรโข่งสักตัวก็ไม่มี ผมจะเป็นคนเดินไปบอกว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง เช่น จะขยับรถ กินกาแฟ ถ่ายรูป เราแค่ทำให้มันเกิดขึ้นมา ให้คนได้มารู้จักกัน และทุกคนก็ได้รูปกลับบ้าน”

Photo by jimny.1995
หลังจากฟีดแบ็กที่ดีจากพี่ ๆ น้อง ๆ ในกิจกรรมมีตติง ‘Jimny มหานคร’ ก็ทดลองจัดทริปต่างจังหวัดครั้งแรกเริ่มที่ชายหาดบางแสน ซึ่งการออกทริปครั้งนี้มีคนรัก Jimny มารวมตัวกันเยอะเกินคาด
คุณอู๋ : “ล่าสุดที่ไปบางแสนเรานัดกันวันอังคาร เพราะทุกคนว่างตรงกันพอดี และวันอังคารบางแสนจะไม่มีร่ม ไม่มีแม่ค้า ชายหาดจะโล่ง เราก็เอารถไปจอดริมหาดถ่ายรูปได้”
“พอเป็นวันอังคารเราก็คิดว่าใครจะมา แถมวันนั้นตรงกับช่วงตรุษจีน เลยไม่คิดว่าคนจะไปกันเยอะ เราโพสต์ประกาศไปแค่อาทิตย์เดียวเองมั้ง เหมือนโพสต์จันทร์นี้ไปอังคารหน้า แต่คนก็ให้การตอบรับดีมาก ตอนเช็คชื่อในกรุ๊ป LINE ก็มี 20-30 คัน แต่มาจริง ๆ เกือบ 50 คันเลยครับ”
“แต่เราไม่ได้ขับไปพร้อมกันนะครับ ผมว่ามันอันตรายถ้าจะขับไปด้วยกันทีเดียวโดยไม่มีตำรวจนำ คือเรานัดกันที่จุดพักรถมอเตอร์เวย์ ถ้าไปทันตรงนี้ก็ขับไปด้วยกัน บางคนก็ไปรอที่บางแสนกันตั้งแต่เช้า ที่สำคัญรถผมมันวิ่งได้ 90-100 ก็ถือว่าแรงมากแล้วครับ เพราะรถผมกับปอนด์แค่ 660 CC ส่วนของนิวเป็น 1300 CC ครับ”
Photo by jimny.1995
การได้รู้จักกับ Jimny ไม่เพียงทำให้แต่ละคนมีแพสชันในการใช้ชีวิตตามสไตล์ของตัวเองมากขึ้น แต่สิ่งที่พิเศษของการได้รวมแก๊ง ‘Jimny มหานคร’ คือความสุขที่ได้เจอเพื่อนร่วมทางเดียวกัน
คุณปอนด์ : “ที่เรานัดกันออกมาทุกวันนี้ก็เพราะมันสนุก แล้วก็มีความสุขที่ได้ออกมาเจอพี่ ๆ เพื่อน ๆ และทำให้เรารู้สึกรัก Jimny มากขึ้น”
คุณอู๋ : “ขับคนเดียวก็มีข้อดีคือเราอยากสตาร์ทรถวันไหนก็ขับออกมาได้เลย แต่การได้มาเจอกัน มันทำให้ผมมีใจที่จะทำรถเราให้ใหม่ขึ้น เวลามาเจอรถคนอื่นเห็นว่ารถเขาสวยเงาดี พอได้แลกเปลี่ยนกันเราก็คิดที่จะไปขัดสีหรือไปเปลี่ยนไฟบ้าง มันเป็นความสนุกที่ว่าครั้งต่อไปเราจะทำอะไรกับรถคันนี้ดี”
คุณนิว : “ขับคนเดียวมันไม่ต้องคิดอะไรมาก ตัวคนเดียวสบาย ๆ แต่พอได้มาจอยกับเพื่อน ๆ น้อง ๆ มันก็สนุกไปอีกแบบ อย่างวันนี้ขับรถมากัน 3 คัน แค่นี้ก็สนุกแล้ว ยิ่งคันผมเป็นคนนำ มองกระจกหลังแล้วร่าเริงมากเลย พวงมาลัยผมอยู่แบบนี้ (ทำท่าจับพวกมาลัยแล้วโยกตัวไปมา) สนุกครับ มีความสุขมาก แค่เรารู้ว่าคนที่ขับตามมาข้างหลังคือใครยิ่งมีความสุขเลย”

‘Jimny มหานคร’ ที่เริ่มต้นจากคน 3 คน ค่อย ๆ เติบโตจนผ่านเวลามาครบหนึ่งปี ได้รู้จักคนรัก Jimny มากหน้าหลายตา อีกทั้งมีเรื่องราวและมิตรภาพดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย เราจึงอยากรู้ว่าคาดหวังที่จะเห็นคอมมูนิตี้นี้ในอนาคตเป็นอย่างไร
คุณปอนด์ : “เราไม่ได้คาดหวังเลยตั้งแต่แรก แต่พอถึงวันนี้มันเติบโตขึ้นมาก ๆ ผมก็ดีใจและมีความสุขที่ได้ทำ”
คุณอู๋ : “ถ้าถามว่าอนาคตจะเป็นไงผมก็ยังไม่รู้นะ บางคนอาจจะขายรถหรืออาจจะมีหน้าใหม่เข้ามา มันคงเป็นไปตามวัฏจักร ผมมองว่ารถเป็นของนอกกาย ผมอาจจะถือไปอีกสักปีสองปี พอเปลี่ยนเจ้าของใหม่ก็อาจมีคนอื่นเข้ามาอยู่กลุ่มนี้แทน เราก็อยากให้มันรันต่อไปโดยไม่ต้องมีเราก็ได้ แต่ถ้าวันนี้มีเราอยู่ก็จะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดโดยที่ไม่ได้หวังอะไรครับ”



