ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

เป้าหมายหรือฝันเรามันใหญ่มาก ถ้าเราไม่ขยับไปหา มันก็ไม่มาหาเราเหมือนกัน

“ถ้าอยากได้อะไร เราต้องมองภาพนั้นแล้วฝันถึงมันบ่อย ๆ รู้สึกกับมันจริง ๆ และเชื่อว่ามันทำได้ แต่กว่าที่มันจะเป็นจริงออนว่าเราต้องทำตัวให้เหมาะสมที่จะได้รางวัลนั้น เป้าหมายหรือฝันเรามันใหญ่มาก ถ้าเราไม่ขยับไปหา มันก็ไม่มาหาเราเหมือนกัน ดังนั้นนอกจากมายด์เซ็ตก็ต้องลงมือทำด้วย”

ถ้าคุณมีความฝันอยู่ลึก ๆ ในใจ Neighbors and Friends อยากชวนคุณมาฟังเรื่องราวของเพื่อนบ้านสายลุย ‘คุณออน-สุนีย์ มงคลชูชื่น’ เจ้าของเพจ ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee ที่หากคุณเป็นคนชอบเที่ยวก็อาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับบล็อกเกอร์สายท่องเที่ยวและถ่ายภาพคนนี้กันมาบ้าง เพราะคุณออนคือนักเดินป่าตัวยงจนเพื่อนแซวว่า “ตัวแทนหมู่บ้าน ไปก่อนเลย!” ที่กลายมาเป็นชื่อเพจที่ทำให้หลายคนจดจำเธอได้

คำว่า ‘ตัวแทนหมู่บ้าน’ ยังมีสตอรีที่น่าสนใจลึกลงไปกว่านั้น เพราะก่อนที่เธอจะได้เป็นตัวแทนหมู่บ้านอย่างทุกวันนี้ คุณออนคือ ‘อดีตเด็กดอย’ ที่ได้รับโอกาสจาก ‘ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน’ ผู้มากความสามารถและมีลูกศิษย์ที่เคารพรักมากมาย ซึ่งครูเล็กได้เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของคุณออน โดยพาเธอลงจากดอยมาใช้ชีวิตและเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ ซึ่งคุณออนก็คว้าโอกาสนี้ไว้และใช้มันอย่างคุ้มค่าที่สุดให้สมกับการได้รับเลือกเป็น ‘ตัวแทนหมู่บ้าน’

นอกจากคุณออนจะเป็นตัวแทนหมู่บ้านที่ได้รับโอกาสมาเรียนต่อและใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ หลังเรียนจบเธอยังกระเสือกกระสนที่จะออกเดินทางตามฝันไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลกด้วยตัวเอง จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เธอได้เป็นตัวแทนคนไทยไปเดินป่าสุดโหดหินที่สวีเดนใน ‘Fjällräven Classic Sweden 2023’ และล่าสุดกับทริปลุยหิมะและใช้ชีวิตกับสุนัขลากเลื่อนกับ ‘Creator Experience Fjallraven Polar 2025′ ซึ่งเป็นความใฝ่ฝันและการก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนที่เธอรู้สึกภาคภูมิใจ

เราจึงชวนเธอมาพูดคุยถึงวิธีคิดในการตั้งเป้าหมายในชีวิตและเดินทางไปให้ถึงฝันตามแบบฉบับของเธอ ซึ่งถ้าเพื่อน ๆ ลองอ่านแล้วรู้สึกชีพจรลงเท้าหรือมีไฟที่จะลุกไปทำอะไรสักอย่าง มาติดตามเรื่องราวการเดินทางจากอดีตเด็กดอยที่วาดฝันถึงชีวิตนอกหมู่บ้าน สู่บล็อกเกอร์นักเดินทางที่พร้อมไปถึงทุกจุดหมาย ในคอลัมน์ Life-titude กันเลย! บอกเลยว่าทั้งสนุก ตื่นเต้น และแฝงไปด้วยแง่คิดดี ๆ แน่นอน

Hampta pass, Manali, India | Xinjiang, China
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

ออกเดินทางเพื่อค้นหาตัวตน

เรื่องราวชีวิตในวัยเด็กของคุณออนเติบโตมาในหมู่บ้านที่เป็นชนเผ่าจีนยูนนาน หรือที่คนสมัยก่อนเรียกว่า ‘จีนฮ่อ’ เธอเล่าถึงวิถีชีวิตของคนในหมู่บ้านที่มักจะใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วถ้าไม่ปลูกผักก็มักจะรับจ้างทั่วไป ดังนั้นความฝันที่เด็กดอยคนหนึ่งจะมีได้จึงเป็นความฝันเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร

“ครูที่หมู่บ้านเคยถามออนว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ตอนนั้นน่าจะอยู่ ม.1 ม.2 เราก็ตอบว่าน่าจะเป็นสาวโรงงาน เพราะรู้สึกว่าสาวโรงงานน่าจะเป็นอาชีพที่ง่ายที่สุด ได้เงินเดือนแล้วก็ได้อยู่บ้านด้วย ความฝันมีแค่นั้นจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้คิดว่าจะเรียนต่อปริญญาอะไร”

จนกระทั่ง ‘ครูเล็ก-ภัทราวดี มีชูธน’ ได้มาสอนการแสดงและศิลปะให้เด็กบนดอย เด็กหญิงออนจึงไม่ลังเลที่จะยกมือขอเป็นตัวแทนไปเรียนกับครูเล็ก ซึ่งเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้แหละที่ทำให้ครูเล็กประทับใจ เพราะไม่ว่าครูเล็กจะให้ทำอะไรเธอก็ดูจะสนุกไปเสียหมด หลังจากจบ ม. 3 ครูเล็กจึงชวนเธอมาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเองไม่เคยคิดฝันมาก่อน

คุณออนตัดสินใจย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในโรงละครของครูเล็กที่กรุงเทพฯ และเลือกเรียกสายอาชีพไปพร้อมกับเรียนรู้ศิลปะแขนงต่าง ๆ ที่ครูเล็กตั้งใจให้เธอได้ค้นหาตัวเองตั้งแต่สมัยวัยรุ่น หลังจากนั้นครูเล็กก็ไปเปิดโรงเรียน ‘ภัทราวดี หัวหิน’ คุณออนจึงติดตามไปเรียนด้วย

ที่นี่ทำให้เธอได้ทดลองอะไรหลาย ๆ อย่าง แม้จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นเป็ดที่ทำได้ทุกอย่างแต่ดีไม่สุดสักอย่าง แต่เธอก็ค้นพบว่าการปั้นดินคือสิ่งที่เธอชอบและอยู่กับมันได้นาน จนเธอได้กลายมาเป็นครูผู้ช่วยสอนเด็ก ๆ ที่โรงเรียน ระหว่างนั้นคุณออนก็เรียนต่อครูที่คณะศึกษาศาสตร์ ม.รามคำแหง ไปด้วย ถึงอย่างนั้นในปีสุดท้ายที่เรียนเธอกลับตระหนักได้ว่า “อาชีพครูอาจไม่ใช่สิ่งที่เธออยากทำไปตลอดชีวิต”

ตั้งเป้าหมายและลงมือทำ

เมื่ออาชีพครูยังไม่ตอบโจทย์ในสิ่งที่คุณออนใฝ่ฝัน เธอจึงตัดสินใจไปเที่ยวด้วยตัวเองครั้งแรกที่ประเทศเวียดนาม ที่นั่นเธอได้ค้นพบแรงบันดาลใจซึ่งเป็นหนุ่มนักเดินทางที่นำภาพถ่ายฝีมือเขามาวางขายให้นักท่องเที่ยว คุณออนเห็นแล้วใจเต้นและบอกกับตัวเองว่า “วันหนึ่งฉันจะเป็นให้ได้เหมือนเขา” หลังจากนั้นคุณออนก็กลับมาไทยและขอลาออกกับครูเล็กพร้อมให้คำมั่นว่า “หนูจะกลับมาหาครูด้วยการเป็นนักเดินทาง”

ในตอนนั้นคุณออนไม่รู้เลยว่าเส้นทางที่ฝันจะต้องก้าวไปทางไหน จึงเดินเข้าร้านหนังสือแล้วเหมาเชลฟ์ในหมวดท่องเที่ยวมาอ่านแทบทุกเล่ม จนได้เจอหนังสือเล่มหนึ่งที่อ่านแล้ววางไม่ลง นั่นคือ ‘ทริปในฝัน 41 วัน ครึ่งซีกโลก จุดเริ่มต้นบนรถไฟทรานส์-ไซบีเรีย’ โดยนักเขียน ‘หมอ ๆ ตะลุยโลก’ เรื่องราวการนั่งรถไฟจากจีนไปสวิตเซอร์แลนด์ในหนังสือเล่มนี้ ปลุกไฟในตัวคุณออนให้ออกเดินทางไปเที่ยวตามรอย

คุณออนกับเพื่อนสาวอีกคนวางแผนที่จะเดินทางไปเที่ยวด้วยกัน แม้ในตอนนั้นเธอจะไม่มีเงินเก็บเลยสักบาท แต่ก็มีแรงฮึดในการทำงานทุกอย่างที่จะทำได้ ประหยัดค่ากินใช้ทุกบาททุกสตางค์ ในที่สุดก็สามารถเก็บเงินได้หลักแสนภายในระยะเวลา 1 ปี คุณออนแชร์ถึงแนวคิดที่น่าสนใจให้เราฟังว่า สิ่งที่ช่วยให้เธอทำได้สำเร็จคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจน

“ออนเคยฟังมาว่าถ้าอยากได้อะไร เราต้องมองภาพนั้นแล้วฝันถึงมันบ่อย ๆ รู้สึกกับมันจริง ๆ และเชื่อว่ามันทำได้ ออนเลยติดรูปไว้หน้าประตู ก่อนออกจากห้องก็พูดกับตัวเองว่าจะไปที่นี่ให้ได้ แนวคิดเรื่อง Manifest เป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์หรือกฎแรงดึงดูด ถ้าเราคิดอะไรแรงดึงดูดนั้นก็จะไปหา แต่กว่าที่มันจะเป็นจริง ออนว่าเราต้องทำตัวให้เหมาะสมที่จะได้รางวัลนั้น เป้าหมายหรือฝันเรามันใหญ่มาก ถ้าเราไม่ขยับไปหา มันก็ไม่มาหาเราเหมือนกัน ดังนั้นนอกจากมายด์เซ็ตก็ต้องลงมือทำด้วย”

การเดินทางคือการได้เป็นตัวเอง

การเดินทางประมาณเดือนกว่าของ 2 สาว ซึ่งวางแผนท่องเที่ยวกันเองในยุคอินเทอร์เน็ตมีข้อมูลให้ค้นหาได้แค่เว็บไซต์ Pantip ทริปนั้นจึงเป็นทริปที่พวกเธอได้เจอเรื่องราวไม่คาดฝันมากมาย ซึ่งนำกลับมาเล่าเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่องราวที่ทั้งสนุก ท้าทาย และน่าตื่นเต้น

เรื่องที่คุณออนจำได้ไม่ลืมคือตอนที่ถูกตำรวจเมืองจีนเข้าชาร์จ เพราะคิดว่าพวกเธอเป็นประชาชนชาวจีนที่ปลอมแปลงเอกสารเพื่อนั่งรถไฟข้ามประเทศไปมองโกเลีย ทั้งยังได้ลองขี่ม้าครั้งแรก และนอนใน ‘เกอร์’ (กระโจมตามวิถีของชนเผ่าเร่ร่อน) ท่ามกลางอากาศที่เหน็บหนาว แต่แม้หนทางจะยากลำบากแค่ไหน คุณออนก็รู้สึกว่านี่แหละคือประสบการณ์ชีวิตที่เธอตามหา

“ทุกวันนี้มนุษย์เราไม่ค่อยได้ตัดสินใจด้วยตัวเองเพราะกฎเกณฑ์อะไรหลาย ๆ อย่าง จนบางครั้งเราก็ลืมความชอบของตัวเองไปเลย บางคนยังไม่รู้เลยว่าชอบอะไร แต่ที่ต้องทำเพราะว่ามันทำได้ หรือเพราะฉันเรียนมาทางนี้ฉันก็เลยต้องทำ สำหรับออนการออกเดินทางมันคือตัวเราที่สุด ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของตัวเองหมดเลย”

Ulaanbaatar, Capital of Mongolia
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

วาดฝันให้เป็นจริง

หลังจากปลดล็อกตัวเองในทริปแรก คุณออนก็ใฝ่ฝันที่จะเดินทางไปเที่ยวอีกหลายสถานที่ทั่วโลก ด้วยความชื่นชอบในศิลปะและการวาดรูปมาตั้งแต่เด็ก เธอจึงวาดปลายทางในฝันของเธอลงสมุดโน้ต โดยไม่คิดฝันว่าวันหนึ่งภาพที่เธอวาดไว้จะกลายเป็นจริง

“เมื่อก่อนแพสชันการเดินทางของเรามีเกินร้อย อยากไปไหนก็จะวาดไว้ก่อน อย่างภาพนี้เป็นเส้นทางเดินป่าที่ Xinjiang ประเทศจีน วาดไว้ก่อนที่จะได้ไป 3 ปี เพราะตอนนั้นเป็นช่วงโควิดมันออกนอกประเทศไม่ได้ เราฝันไว้ว่าวันหนึ่งฉันจะไปยืนตรงนี้ ซึ่งมันกลายเป็นจริงแล้วนะ”

คุณออนเปิดสมุดสเก็ตช์ภาพของเธอ พลางชี้ชวนให้เราดูและเล่าถึงสถานที่ในแต่ละรูปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นกับแววตาที่เป็นประกาย เราอ่านข้อความที่เธอเขียนไว้ข้างรูปวาดอันหนึ่ง ซึ่งสะท้อนวิธีคิดของเธอได้เป็นอย่างดี

“ถ้าวันไหนหัวใจมันเรียกร้องก็ฟังเขาสักหน่อย เพราะนั่นล่ะคือสิ่งที่ชีวิตของเธออยากเป็นสิ่งนั้นจริง ๆ จินตนาการให้ชัด นึกถึงภาพนั้นบ่อย ๆ จักรวาลจะมีบททดสอบมาให้เธอเรื่อย ๆ ถ้าเธอผ่านไปได้เธอจะได้สิ่งนั้นมาครอบครอง”

Xinjiang, China
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน

จากการเดินทางมาหลายประเทศนับไม่ถ้วน เราขอให้คุณออนยกตัวอย่างทริปที่คิดว่าเป็นการก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนมากที่สุด คุณออนจึงเล่าถึงการเดินทางที่เธอภาคภูมิใจและเป็นความท้าทายของเธอ

“สองปีที่แล้วออนได้ไป ‘Fjällräven Classic Sweden 2023’ ที่สวีเดนกับ Fjallraven ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ออนทำงานด้วยมาหลายปี เส้นทางเดินเท้านี้มีระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร ใช้เวลา 6 วัน 5 คืน แล้วทุกอย่างเราต้องแบกเอง เหนื่อยมากเดินจนขาพลิก ความยากคือเราคิดว่ามันง่าย เพราะคิดว่าป่าไทยเดินยากสุดแล้ว แต่เราลืมไปว่าเราไม่เคยไปอยู่ที่นั่น เราประเมินมันผิดเลยไม่ได้เตรียมตัว พื้นหินตะปุ่มตะป่ำเต็มเลย พอขามันปวดก็เริ่มส่งผล คิดว่าถ้าเรามีรองเท้าที่ป้องกันหินได้ดีกว่านั้น เราน่าจะไปได้เรื่อย ๆ เราประมาทเกินแต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้”

“ล่าสุดก็ได้เป็นตัวแทนคนไทยไปทริป ‘Creator Experience Fjallraven Polar 2025’ ครั้งนี้เราต้องไปอยู่ท่ามกลางหิมะ -30 องศา เดินทางกับสุนัขลากเลื่อนข้ามอาร์กติกกว่า 300 กิโลเมตร เขาก็จะสอนวิธีกางเต็นท์กลางหิมะ ละลายหิมะต้มกินเอง ในใจเราก็คิดว่าจะอยู่ยังไง จะนอนยังไง ทริปนี้เลยน่าจะเป็นการหลุดจากคอมฟอร์ตโซนของแท้”

Fjällräven Classic Sweden 2023 | Creator Experience Fjallraven Polar 2025
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

ไม่คาดหวังไม่ผิดหวัง

การออกไปเที่ยวในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ทำให้คุณออนเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และรู้จักปล่อยวางกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด

“ตามสไตล์ออนจะชอบความสดใหม่ ไม่ค่อยอ่านรีวิวเยอะ ไม่อยากคาดหวังแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง เพราะทุกอย่างมันเปลี่ยนได้ตลอด การที่เราไม่รู้ว่าจะได้ไปเจออะไร เวลามันเกิดปัญหาเราก็ได้ฝึกการแก้ปัญหา ณ ตอนนั้นเลย แล้วพอมันผ่านไปเราก็จะรู้สึกเจ๋งที่ผ่านไปได้อีก 1 วัน”

“อย่างแรกเราต้องเปิดใจเพราะถ้าไม่เปิดใจเราจะฝืน ไม่ว่าจะเรื่องอาหาร เรื่องผู้คน เรื่องที่นอน เรื่องธรรมชาติ เพราะทุกอย่างถ้าเรามีมาตรฐานของเรา พอไปเจอแล้วไม่เป็นอย่างที่คิด แทนที่เราจะเอนจอยกับมันก็กลายเป็นเราจะไม่มีความสุข อย่างธรรมชาติเราจะไปคาดหวังให้ฝนไม่ตกก็ไม่ได้ เพราะเราคุมเขาไม่ได้เลย ถ้าฝนตกหรอ ฝนตกเราก็รอ เดี๋ยวหมอกก็มา พยายามมองหาเรื่องดี ๆ ของมันให้เจอ หรืออย่างอาหารอินเดีย ถ้าเราไม่เปิดใจก็จะไม่ได้ชิม ชอบไม่ชอบก็อีกเรื่อง”

“มีอยู่ทริปหนึ่งที่ทำให้ออนเปลี่ยนตัวเอง คือเวลาเราไปเที่ยวเราก็อยากจะวางแผนให้มันเป๊ะ ๆ แต่ทริปอินเดียไม่มีอะไรที่เป๊ะเลย คนอินเดียเป็นคนที่ชิลมาก เดินทางยังไม่ถึงก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ถึง no problem ตลอด อะไรที่เราเครียดแต่เขาไม่เครียด ซึ่งพอเราปรับตัวได้ก็จอยจะเอายังไงก็เอาเลย คือถ้าเรามองอีกมุมมันก็กลายเป็นเรื่องสนุกได้”

Tobavarchkhili, Georgia
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

มีความสุขกับระหว่างทาง

สไตล์การเดินทางของคุณออน ส่วนมากจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติโดยเฉพาะการเดินป่า ซึ่งนอกจากคุณออนจะทำคลิปแนะนำการแพ็กกระเป๋า และแชร์เทคนิคสำหรับนักเดินป่าอยู่บ่อย ๆ แล้ว เธอก็มักจะเขียนโพสต์ดี ๆ เพื่อบอกเล่าความคิดที่ได้ตกตะกอนระหว่างเดินป่าด้วย

“ธรรมชาติมันมีพลังแค่เราไม่ได้เข้าไปสัมผัส หนึ่งคือเดินป่าแล้วสุขภาพดี สองคือฝึกการเอาชนะใจตัวเอง ปลายทางมันไกลมากแต่สุดท้ายเราก็ต้องต่อสู้กับใจตัวเองที่จะไปให้ถึง แล้วก็ได้ฝึกการอยู่ง่าย ๆ แบบสมถะ พอเราเข้าไปในธรรมชาติเราจะได้สัมผัสความเงียบ มันทำให้เราได้ยินเสียงตัวเองมากขึ้น ได้ฟังเรื่องทุกข์ในใจ พอกลับมาเราจะรู้สึกขอบคุณป่านี้”

เราเปิดเจอข้อความในสมุดของคุณออนที่ทำให้เราสะดุดใจ “สติเท่านั้นที่จะพาเธอไปได้ทุกที่ ทุกเวลา ได้อย่างปลอดภัย”

คุณออนจึงเล่าถึงมุมมองของเธอว่าการเดินป่าต้องใช้สติ เพราะหากเราคิดถึงแต่จุดหมายก็จะรู้สึกว่าปลายทางมันไกลเหลือเกิน แต่ถ้าเราจดจ่ออยู่กับทุกก้าวเดิน นอกจากจะเดินป่าได้อย่างปลอดภัยแล้ว ยังทำให้เราเอนจอยกับระหว่างทางและลืมความเหน็ดเหนื่อยไปได้

เช่นเดียวกับการตั้งเป้าหมายในชีวิต หากเรามองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่และคิดแต่จะไปให้ถึงจุดนั้น โดยลืมที่จะมีความสุขไปกับเส้นทางที่เรากำลังก้าวไป เราก็อาจจะท้อกลางทางแล้วล้มเลิกมันไปเสียก่อน

Yading, China
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

ธุรกิจที่เชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ

จากความหลงใหลในการเดินป่า คุณออนก็ตัดสินใจลงหลักปักฐานอยู่ที่เชียงใหม่ แล้วร่วมหุ้นกับเพื่อนและคนรักในธุรกิจนำเที่ยวอย่าง Know Thailand Better ที่ตั้งใจพาคนเมืองไปสัมผัสธรรมชาติและเข้าถึงวิถีชุมชนอย่างแท้จริง

“สไตล์ของ Know Thailand Better จะเข้าถึงชุมชนที่หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้จัก เช่น ป่าข้าวหลาม ป่าแม่จอก ป่าแม่ตะละเหนือ ในจังหวัดเชียงใหม่ที่ชาวบ้านเขาใช้ชีวิตกันจริง ๆ เราได้เข้าไปช่วยเขาสร้างรายได้ ส่วนเขาก็ช่วยให้เราได้พาผู้คนไปเรียนรู้ แล้วก็ได้ความสนุกเพลิดเพลินกลับไป”

ไม่เพียงประสบการณ์การเดินป่าในเส้นทางที่ไม่เหมือนใคร เพราะสิ่งที่หลายคนได้รับกลับไปจากการมาร่วมทริปกับ Know Thailand Better คือมิตรภาพดี ๆ จากเพื่อนร่วมทาง

“เราทำให้คนในเมืองได้เห็นว่าชาวบ้านเขาใช้ชีวิตกันแบบนี้ พอเขาได้ไปสัมผัสเรื่องที่เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ มันก็กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย แล้วเขาก็ได้เพื่อนใหม่กลับไป บางคนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปเลย”

“บางคนยังรู้สึกว่าฉันไม่พร้อมที่จะรู้จักใคร แต่ถ้าเราปลดล็อกตรงนั้น ได้ลองทำความรู้จักคนอื่น เรื่องราวของเขานี่แหละที่อินสไปร์เรา เพราะทุกคนมีเรื่องราวของตัวเอง วิวมันก็สวยนะแต่เราว่าผู้คนต่างหากที่สำคัญ”

หมู่บ้านแม่จอก อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่
Photo by ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

การเดินทางภายในจิตใจตัวเอง

หากนับถึงวันนี้ ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee ออกเดินทางมาประมาณ 7 ปีแล้ว คุณออนบอกกับเราว่าสิ่งสำคัญที่เธอได้เรียนรู้ไม่ใช่โลกภายนอกที่กว้างใหญ่ แต่คือการได้กลับมารู้จักโลกภายในของตัวเอง

“เราจินตนาการว่าการเดินทางของเราจะราบรื่น แฮปปี้เอนด์ดิ้งเหมือนในหนัง แต่จริง ๆ แล้วการเดินทางมันเหมือนชีวิตเลย คุณไม่ได้มีความสุขทุกวัน ถ้าคุณมีเรื่องทุกข์ ถึงวิวจะสวยแค่ไหนคุณก็ไม่ได้มีความสุข ออนได้ข้อคิดอย่างหนึ่งคือถ้าใจเราเป็นสุข อยู่บ้านเฉย ๆ ก็เป็นสุข ไม่ต้องมีวิวอลังการขนาดนั้นก็ได้ เพราะวิวไม่ได้สำคัญเลย จิตใจเราสำคัญกว่า”

คุณออนแชร์ถึงความสนใจของเธอให้เราฟังว่า ปีที่ผ่านมาเธอได้ค้นพบกิจกรรมโปรดอีกอย่าง นอกจากการเดินทางและการวาดรูป นั่นก็คือ ‘การนั่งสมาธิ’

“เรากลับมาหาจุดกึ่งกลางก็คือการเรียนรู้โลกภายในที่เรายังไม่ได้รู้จักมันดีเลย ตอนเช้าก็นั่งสมาธิ 20 นาที โดยการเปิดเสียงนำซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ช่วยให้เรานิ่งได้เร็วขึ้น ออนมองว่ามันเหมือนการทดสอบอีกรูปแบบหนึ่ง แรก ๆ นั่งไม่ได้เลย อีกวันมานั่งใหม่ก็นั่งได้นานขึ้น การนั่งสมาธิทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน สิ่งที่ออนได้จากมันคือการเข้าใจตัวเองมากขึ้น เรารู้ชัดขึ้นว่าเราต้องการอะไรหรือมีปมอะไรในใจ”

“เรากลับมาหาจุดกึ่งกลางก็คือการเรียนรู้โลกภายในที่เรายังไม่ได้รู้จักมันดีเลย ตอนเช้าก็นั่งสมาธิ 20 นาที โดยการเปิดเสียงนำซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ช่วยให้เรานิ่งได้เร็วขึ้น ออนมองว่ามันเหมือนการทดสอบอีกรูปแบบหนึ่ง แรก ๆ นั่งไม่ได้เลย อีกวันมานั่งใหม่ก็นั่งได้นานขึ้น การนั่งสมาธิทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน สิ่งที่ออนได้จากมันคือการเข้าใจตัวเองมากขึ้น เรารู้ชัดขึ้นว่าเราต้องการอะไรหรือมีปมอะไรในใจ”

เป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น

คุณออนในวัย 32 เรียนรู้ที่จะยอมรับและเข้าใจตัวเองมากขึ้น ซึ่งเธอยังคงอยากพัฒนาตัวเองและเติบโตเป็น ‘สุนีย์’ ในเวอร์ชันที่ดีขึ้นทุก ๆ วัน

“ตอนนี้ยังต้องพัฒนาอีกเยอะเลย เมื่อก่อนเราคิดว่าเราเป็นคนมองโลกในแง่ดี แต่จริง ๆ เราก็เห็นมุมดาร์กของตัวเองที่เราจะปัดเขาออกไปตลอด ทั้งความทุกข์ ความเศร้า เราจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วก็ไม่ใส่ใจ แต่ตอนนี้ฉันพร้อมที่จะเข้าใจเธอแล้ว เพราะเธอคือส่วนหนึ่งในชีวิตของฉัน เราปล่อยวางได้ง่ายขึ้นว่าคนเราก็มีหลายมุม ฉันเป็นคนอย่างนี้ไม่เป็นไร ถ้าไม่ดีก็เดี๋ยวจะปรับปรุงตัว”

เราถามว่าคุณออนอยากบอกอะไรกับตัวเองในวัยนี้ ซึ่งคำตอบของเธอก็น่าจะตรงใจใครหลายคน

“ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ต้องรีบไปให้ถึงเป้าหมายก็ได้ แล้วก็ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใคร อะไรที่ผ่อนคลายได้ก็ผ่อนคลายไม่ต้องไปยึดติดมาก บางครั้งเรามักจะลืมอยู่กับปัจจุบันแล้วไปคาดหวังกับเป้าหมายมากเกิน”

หลังจากได้พูดคุยกับคุณออนและจิบกาแฟในบรรยากาศดี ๆ ที่คาเฟ่ ‘ใต้บ้าน’ แถวย่านหัวลำโพง เราก็ชวนคุณออนมาวาดรูปเล่น เพราะคาเฟ่แห่งนี้เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมานั่งวาดรูปและเอนจอยกับเวิร์กช็อปศิลปะได้เสมอ

คุณออนบอกกับเราว่านอกจากเธอจะชอบวาดภาพวิวสวย ๆ แล้ว เวลาเดินทางไปไหนเธอก็ชอบที่จะสเก็ตช์ภาพผู้คนที่ได้พบเจอ หรือแม้แต่คนแปลกหน้าเป็นลายเส้นการ์ตูนน่ารัก ๆ แล้วนำไปยื่นให้เพื่อเป็นการผูกมิตร

“ออนใช้การวาดรูปในการสานสัมพันธ์ สมมติว่าเราไม่กล้าทักก็จะวาดรูปให้เขาแล้วก็มีบทสนทนาง่าย ๆ เรารู้สึกว่ามันเป็นการเพิ่มสิ่งเซอร์ไพรส์ในชีวิตเขา วันนั้นเขาอาจจะเจอเรื่องที่เครียด ภาพนี้อาจจะทำให้เขาหลุดจากความเครียดนั้นสักหนึ่งนาทีก็ยังดี”

เราใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นั่งวาดรูปกับคุณออนเงียบ ๆ ด้วยกันสักพัก จากนั้นก็แลกภาพวาดกันเพื่อเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการได้มาพบเจอกันในวันนี้

ก่อนจากกันเราทิ้งท้ายด้วยคำถามว่าคุณออนยังมีที่ไหนที่อยากไป หรือมีอะไรที่อยากทำอีกบ้าง ซึ่งเป้าหมายใหม่ของเธอไม่ใช่การเดินทาง แต่เป็นการค้นหาตัวเองในพาร์ทต่อไปของชีวิต

“เรื่องการเดินทางอาจจะน้อยลงกว่าเดิม แต่น่าจะเป็นเรื่องการงานที่เราอยากมีวินัยมากขึ้น ทุกวันนี้ก็คุยกับตัวเองอยู่ว่าจะวางแผนยังไงกับชีวิตต่อไป เพราะสิ่งที่เรารักจริง ๆ อย่างการอยู่กับธรรมชาติหรือการวาดรูป มันไม่ได้มีเงินเข้ามาเยอะขนาดนั้น นอกจากจะฝึกตัวเองให้สามารถเป็น someone ซึ่งก็จะเป็นอีกโจทย์หนึ่งที่ออนต้องไปทำการบ้านค่อนข้างเยอะ”

“ลึก ๆ ออนอยากเป็นศิลปิน อาจไม่ต้องเป็นศิลปินวาดรูป แต่เป็นศิลปินอะไรก็ได้ที่ยังเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้วก็มีรายได้เข้ามาด้วย ซึ่งอาจต้องหาหนึ่งอย่างที่เราชัดเจนเรื่องนั้นไปเลย มันเป็นสิ่งที่ออนถามตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เพราะออนเหมือนเป็ดที่ทำได้ทุกอย่างแต่ก็ไม่ได้เก่งขนาดนั้น”

คุณออนโชว์ภาพในมือถือที่เธอวาดเองด้วยสีอะคริลิก ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่เธออยากทดลองและกำลังเตรียมที่จะโชว์ในนิทรรศการแรกของตัวเองร่วมกับเพื่อน ๆ ที่เชียงใหม่ โดยจะจัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ ร้าน ‘ทัศน’ อ. เชียงดาว พร้อมเล่าคอนเซปต์ให้เราฟังคร่าว ๆ

“มันเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบ slow down หรือการทำอะไรให้ช้าลง เป็นการย้ำเตือนการได้กลับมาค้นหาตัวเอง จริง ๆ ออนไม่ได้วาดรูปคล่อง นาน ๆ มีอารมณ์ก็วาดที ไม่ได้วาดเป็นอาชีพ การจะวาดรูปสำหรับออนเลยต้องค่อย ๆ วาด ค่อย ๆ หายใจ ค่อย ๆ ทำไป แบบสบายใจค่ะ”

Neighbors and Friends ขอเป็นกำลังใจให้คุณออนสนุกไปกับการค้นพบเส้นทางใหม่ และฝากทุกคนติดตามก้าวแรกในการเป็นศิลปิน รวมถึงการเดินทางครั้งต่อ ๆ ไปของเธอกันด้วยนะ

IT MIGHT INSPIRE YOU

The Rotate

เข้าใจวิถีชนเผ่าและ ‘ไร่หมุนเวียน’ ผ่านแพสชันของเพื่อนบ้านหลากชาติพันธุ์ในงาน The Rotate Festival

ดอกไม้ใกล้บ้านและเจ้าแมวสีโฮจิฉะ

ภาพวาดจากแพสชันของแม่บ้านชาวไทยที่อาศัยในญี่ปุ่น 'สะใภ้โคบายาชิ 小林 NAGANO’s stories'

“ผมแค่อยากให้ทุกคนกล้าแต่งตัว ถ้าผมแต่งได้ ทุกคนก็แต่งได้”

คนรักแฟชั่นที่เชื่อว่ารูปร่างแบบไหนก็มั่นใจได้ 'คุณภวินท์ จรรยาไพศาล'

สะพานควาย LAB

'ศิลปะช่วยเยียวยาใจ' แพสชันที่เบ่งบานในวัยเกษียณของ 'คุณพ่อวันชัย ภูรีกูล'