Same Old Days

ร้านแว่นวินเทจสุดคราฟต์ที่ชวนมองเสน่ห์วันวานผ่านเลนส์

หากคุณเป็นคนรักแฟชั่นและของวินเทจตัวแรร์ ปีลึก Neighbors and Friends จะชวนคุณหลุดไปในโลกยุคเก่ากับร้าน ‘Same Old Days’ ของเพื่อนบ้านสายวินเทจที่รีโนเวทอาคารเก่าตรงหัวมุมถนนกลันตัน ย่านเยาวราช ให้กลายเป็นร้านแว่นสุดคราฟต์ที่คลาสสิกพอ ๆ กับแว่นบางตัวที่ถูกจัดเก็บเป็นอย่างดี

นอกจากที่ร้านจะมีแว่นมือสองและแว่นเก่าเก็บที่เรียกว่า Dead Stock แล้ว ทางร้านยังมีแว่นแบรนด์ ‘Same Old Days’ ที่ออกแบบเองโดยถอดแบบมาจากทรงแว่นสมัยก่อน เรียกได้ว่าเป็นร้านที่มีแว่นให้เลือกหลากหลายทรง และมีราคาหลายระดับที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ แถมมาที่นี่ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเลือกแว่นอย่างไรให้เข้ากับตัวเองดี เพราะทางร้านพร้อมให้คำแนะนำอย่างเป็นกันเองโดยคนรักแว่นวินเทจตัวจริง รวมถึงมีบริการวัดสายตา ตัดเลนส์ และซ่อมแซมแว่นครบวงจรด้วยความใส่ใจที่อยากให้ลูกค้ากลับมาหากันอีกบ่อย ๆ

Neighbors and Friends ได้มาเยือนร้าน ‘Same Old Days’ ทั้งที จึงไม่เพียงพาทุกคนมาชมแว่นดีไซน์สวย แต่ยังได้มานั่งพูดคุยกับเพื่อนบ้านเจ้าของร้านอย่าง ‘คุณบาส – ธนิท นวเกียรติรัตน์’ ในคอลัมน์ กิจการเพื่อนบ้าน ถึงแพสชันที่เขามีต่อของวินเทจและเส้นทางกว่าจะมาเป็น ‘Same Old Days’ แล้วมาเปิดกรุแว่นวินเทจที่เป็นของสะสมส่วนตัวของคุณบาส ซึ่งซ่อนเรื่องราวในอดีตไว้มากมาย

มาดื่มด่ำไปกับเสน่ห์ของแว่นวินเทจปีลึก เพลิดเพลินไปกับเรื่องเล่าของเพื่อนบ้านที่จะทำให้ทุกคนได้หวนคิดถึงวันเก่า ๆ พร้อมมองวันวานผ่านร้านแว่นวินเทจ ‘Same Old Days’ เพื่อค้นหาคำตอบว่าทำไมแฟชั่นเมื่อ 60 – 70 ปีที่แล้ว ถึงยังครองใจผู้คนมาจนถึงทุกวันนี้ไปพร้อมกันเลย!

กว่าจะมาเป็น Same Old Days

ก่อนจะไปถึงจุดเริ่มต้นของร้าน ‘Same Old Days’ เราชวนคุณบาสมาพูดคุยเกี่ยวกับความชอบในของวินเทจกันสักเล็กน้อย เพื่อเป็นการค่อย ๆ ทำความรู้จักเพื่อนบ้านสายวินเทจคนนี้

“จริง ๆ เริ่มมาตั้งแต่สมัยมัธยม เราเคยไปช่วยแม่เพื่อนขายเสื้อผ้าที่จตุจักร เลยได้ไปคลุกคลีกับจตุจักรทุกอาทิตย์อยู่น่าจะเป็นปี คลองหลอดเก่าที่อยู่แถวสนามหลวง สมัยผมเด็ก ๆ ก็ไปบ่อย เสื้อผ้าของมือสองมันไม่แพงประมาณ 60 บาท เราก็ชอบไปซื้อกับเพื่อนสนุกดี มันเลยน่าจะทำให้เราเริ่มดูของเป็นว่านี่คือแบรนด์อะไร แล้วก็เริ่มมีแพสชันกับของมือสองมากขึ้น”

จากความชอบคุณบาสก็เริ่มหันมาขายเองโดยเริ่มต้นจากขายรองเท้าหนัง แล้วเปลี่ยนมาขายเสื้อวินเทจด้วยการเปิดกระสอบขายออนไลน์ จนเริ่มศึกษาหาวิธีสั่งเสื้อตัวแรร์เข้ามาจากต่างประเทศ แม้จะได้กำไรบ้างขาดทุนบ้าง แต่นั่นก็ทำให้คุณบาสได้สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย และมีแพสชันกับของวินเทจมาตลอด

หลังจากที่คุณบาสทดลองขายของวินเทจมาแล้วเกือบทุกอย่าง เขาก็สนใจจะขายแว่นวินเทจจากการที่เขาซื้อมาเก็บไว้เพราะเห็นว่าสวยดี จึงเกิดความคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเขาน่าจะสั่งแว่นวินเทจจากเมืองนอกมาขายเองเสียเลย

คุณบาสเริ่มต้นจากการนำเข้ามาขายต่อให้กับร้านแว่น จากนั้นก็โพสต์ขายเองตามกลุ่มต่าง ๆ ใน Facebook จนกระทั่งเขาอยากลองมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง แต่กว่าจะเป็นร้าน ‘Same Old Days’ อย่างทุกวันนี้ เชื่อไหมว่าคุณบาสเคยเปิดแผงวางขายแว่นวินเทจที่ตึกแดงมาก่อน

“ตอนนั้นเราไม่ได้มีรถยนต์ จำได้ว่าผมมีเวสป้าตัวเก่าก็ไปหาซื้อตะแกรงมาติดเพิ่ม เราก็เอาแว่นทั้งหมดใส่ตะกร้า มัดแล้วก็ขับมา สภาพมันคือพื้นกระเบื้องที่ตึกแดง เราก็เอาผ้ามาปูแล้วก็ไปหาถาดมาวางขายกับพื้นเลย”

“ครั้งแรกที่เรามาขายทุกคนดูตื่นเต้นกับเรามาก เพราะเรามั่นใจว่าของเราโหด เรามีของดี พอเริ่มวางขายก็ขายดีมาก ทุกคนถามว่าได้แว่นมายังไง มันแปลกใหม่แล้วก็ไม่ได้มีใครที่มีแว่นเยอะและหายากแบบเรา เราขายตรงนั้นได้เดือนเดียวก็มีพ่อค้ามาเหมาหมด หลังจากนั้นเราเหมือนตาสว่างเลยเริ่มจริงจังกับมันมากขึ้น”

รีโนเวทตึกเก่าเป็นร้านแว่นวินเทจ

เมื่อธุรกิจขายแว่นวินเทจไปได้สวย ‘Same Old Days’ จึงถือกำเนิดขึ้น คุณบาสชี้ให้เราดูภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนัง ซึ่งเป็นภาพร้านแรกของเขาแถวสี่พระยา หลังจากเปิดร้านนั้นมาได้ 3 ปี เขาก็ย้ายจากตึกแถว 1 คูหา มาอยู่ในโลเคชั่นปัจจุบันที่มีขนาดใหญ่ขึ้น โดยหากนับตั้งแต่ร้านแรกจนถึงวันนี้ Same Old Days ก็มีอายุครบ 5 ปีแล้ว

แน่นอนว่าการเลือกโลเคชั่นร้านจะต้องอยู่ในย่านเมืองเก่า เพราะเพื่อนบ้านผู้เป็นเจ้าของร้านมีความหลังกับย่านเจริญกรุงมาตั้งแต่เกิด

“ผมเองเรียนวัดไตรมิตรใกล้ ๆ ตรงนี้ แล้วก็เคยเรียนวัดสุทธิ บ้านเราก็อยู่แถวนั้น คืออยู่เจริญกรุงมาตั้งแต่เกิดเลย เลยผูกพันกับเส้นเจริญกรุงมาตลอด ผูกพันกับตึกและผู้คนที่นี่ เราหาโลเคชันในย่านนี้มาเกือบ 2 ปี แต่อาคารดี ๆ ในย่านนี้มีเงินก็ใช่ว่าจะเช่าได้ มันต้องรอจังหวะเหมือนตึกเลือกคนเช่าด้วย”

“แล้วอยู่ดี ๆ ก็มีคนทักมาว่าหาที่อยู่ใช่ไหม พอเขาบอกราคาที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะได้ราคานี้ เราก็เอาเลยโดยที่ไม่มีความรู้ ซึ่งหลังจากนั้นน่ะของจริง เพราะสภาพตึกมันหนักมาก ๆ มันเคยเป็นร้านซ่อมรถเก่าและเป็นที่อยู่อาศัย ข้างบนไม้มันทรุดไปหมดเพราะหลังคามันรั่ว ตรงกลางบ้านก็ไม่มีเสาเลย เสาที่เห็นนี้ช่างทุบไปเจอแค่ไม้แท่งเดียว เราเลยทำอะไรกับโครงสร้างไม่ได้ ได้แต่เสริมให้มันแข็งแรง”

“เราก็แค่วัยรุ่นคนหนึ่งที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้ แล้วเราก็ไม่ได้ขายดีจนมีเงินหลาย ๆ ล้าน มันเกินสิ่งที่เราคิดไปหลายเท่ามาก ทุกอย่างมันท่วมไปหมด มันถาโถมเข้ามาเยอะมาก แต่เราก็ผ่านมันมาได้”

ถ้าถามว่าเสน่ห์ในของวินเทจคืออะไร คำตอบของเราคงเป็นความคลาสสิกที่ชวนให้เราอยากย้อนเวลากลับไปมีช่วงชีวิตอยู่ในยุคนั้น เช่นเดียวกับคุณบาสที่หลงใหลในงานดีไซน์เก่า ๆ และเรื่องราวในวันวานจนเป็นที่มาของชื่อ ‘Same Old Days’

“ย้อนไปสมัยที่เราขายแว่นวินเทจแรก ๆ มีลูกค้าพูดเยอะมากว่าแว่นนี้เหมือนที่พ่อเขาเคยใส่ หรืออากงเขาเคยใส่เลย เราเลยตั้งชื่อกันว่า ‘Same Old Days’ หรือวันเก่า ๆ ซึ่งเราว่าความหมายมันดีนะ แล้วก็ติดหูดีด้วย”

เราสงสัยว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือความตั้งใจที่โลเคชันร้านตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่าเข้าคอนเซปต์กับ Same Old Days คุณบาสบอกเหตุผลกับเราว่าที่เขาเลือกย่านนี้ก็เพราะเขาเองเติบโตมากับย่านนี้ และร้านนี้ก็ทำให้เขาได้พูดคุยกับผู้คนที่มีความทรงจำในย่านนี้เหมือนกัน

“Same Old Days ก็เหมือนวันเก่า ๆ ในย่านนี้ มีหลายคนที่เขาไม่ได้อยู่แถวนี้แล้ว แต่ก็ยังคงแวะมาแถวนี้หรือมาเป็นลูกค้าเรา เขาก็เล่าว่าเมื่อก่อนเขาเคยอยู่แถวนี้นะ”

เมื่อก้าวเข้ามาภายในตึกเก่าที่ถูกปรับปรุงจนสวยงามและร่วมสมัย เราจะพบกับคาเฟ่ที่ชื่อ ‘Leap Cafe’ อยู่ฝั่งขวา เราจึงแวะจิบกาแฟกันคนละแก้ว ก่อนจะเดินมาดูแว่นหลากหลายดีไซน์ ซึ่งวางโชว์อยู่ในโซนของร้าน ‘Same Old Days’ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

โดยชั้น 1 จะเป็นดิสเพลย์แว่นสไตล์วินเทจของแบรนด์ ‘Same Old Days’ ที่ทางร้านออกแบบเองโดยถอดแบบมาจากแว่นยุคเก่า เราเดินมาหยุดที่ตู้กระจกกลางร้านซึ่งมีแว่นทรงเก๋และเขาสัตว์จัดวางอยู่ เมื่อสอบถามจึงได้รู้ว่าเป็นกรอบแว่นที่ทางร้านออกแบบ โดยใช้วัสดุจาก ‘เขาควาย’ ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เนื่องจากแต่ละชิ้นจะมีสีและลวดลายไม่เหมือนกัน ทั้งยังเป็นงานแฮนด์คราฟต์จากช่างฝีมือ ที่สำคัญยังเป็นวัสดุที่ทนทานและเป็น Cruelty-Free หรือไม่ทารุณกรรมสัตว์ จะแต่งตัววินเทจหรือโมเดิร์นก็สามารถเสริมลุคให้ยูนีคได้ด้วยแว่นนี้

พอขึ้นบันไดมาที่ชั้น 2 จะรู้สึกเหมือนก้าวเข้ามาอีกโลก ด้วยการตกแต่งในกลิ่นอายวินเทจแตกต่างจากชั้นล่าง โดยชั้นนี้จะโชว์แว่นวินเทจเป็นส่วนใหญ่

คุณบาสเล่าว่าในการออกแบบ เขาจะให้ความสำคัญกับเชลฟ์หรือชั้นวางแว่นมากที่สุด โดยจะต้องมีระยะการจัดวางที่พอดีและแสงที่ส่องลงมาอย่างเหมาะสม เพื่อให้จัดดิสเพลย์แว่นได้อย่างสวยงาม และช่วยให้ลูกค้าเห็นดีเทลต่าง ๆ ของแว่นได้ชัดเจน

นอกจากแว่นวินเทจที่ละลานตา ทางร้านยังสร้างบรรยากาศด้วยของสะสมเก่า ๆ เช่น โปสเตอร์โฆษณาเก่าของแบรนด์แว่นต่าง ๆ ไปจนถึงอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือของร้านแว่นในสมัยก่อนอีกด้วย

เปิดกรุแว่นวินเทจตัวโปรด

เมื่อพูดถึงของสะสม Neighbors and Friends ก็ขอมาแอบดูคลังแว่นที่เป็นของรักของหวงสำหรับคุณบาสสักหน่อย

1. Metzler (1970 -1980) จากเยอรมนี : เป็นแว่นที่คุณบาสชอบด้วยเหตุผลที่ว่าทรงมันดูแก่ดี เขายังเล่าว่าเคยได้มาหลายตัวแต่ปล่อยไปเกือบหมดแล้วในราคาหลักพันเพราะอยากแบ่งปันให้คนอื่นได้ใส่ จนตอนนี้เหลืออยู่แค่ตัวสองตัวเลยตั้งใจจะเก็บไว้ เนื่องจากเป็นแว่น Deadstock ที่ค่อนข้างหายาก


2. Bausch & Lomb (1950 -1960) จากอเมริกา : ถัดมาเป็นแบรนด์แว่นในไลน์ผลิตเดียวกับ Ray-Ban ตัวนี้จะเป็นแว่นเลนส์กระจก Safety ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะตรงขาแว่นจะเขียนเอาไว้ชัดเจนเลยว่า ‘Z87’ ซึ่งเป็นมาตรฐานของอเมริกา


3. Wilson (1940 -1950) จากอเมริกา : แว่นเลนส์กระจก Safety อีกหนึ่งตัวที่คุณบาสบอกว่าน่าจะหายากสุดแล้ว เพราะเคยเจอรุ่นนี้แค่ครั้งเดียวที่สำคัญยังมาพร้อมกล่องด้วย และถึงจะเป็นแว่นที่เก่ามากแต่ถ้าไม่บอกก็จะดูไม่รู้ด้วยทรงแว่นที่ร่วมสมัยใส่ได้ทุกยุค


4. Lacoste (1990) จากฝรั่งเศส : ความพิเศษของแว่นนี้คือขาแว่นที่เขียนไว้ว่า Made in France เพราะหลังจากยุค 90 แบรนด์ Lacoste ก็ไม่มีไลน์การผลิตในฝรั่งเศสแล้ว ซึ่งแว่นทรงนี้เป็นทรงที่นิยมมาก ๆ ในยุค 90 ที่ตอนนี้กลับมาฮิตกันอีกครั้ง


5. unknown (1960) จากเยอรมนี : สุดท้ายเป็นแว่นที่ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นแบรนด์อะไรเพราะไม่มีการสลักข้อมูลที่ขาแว่น แต่คุณบาสบอกว่าน่าจะมาจากยุค 60 เพราะลายไม้เป็นอะไรที่นิยมมากในยุคนั้น ซึ่งแว่นตัวนี้จะเป็นลาย Blackwood โดยสิ่งที่ทำให้คุณบาสชอบแว่นตัวนี้มากคือทรงแว่นที่เป็นแคทอายนิด ๆ ดูไม่เหมือนใคร

แว่นวินเทจที่สะท้อนถึงสไตล์

ได้ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับแว่นที่เป็นของสะสมของคุณบาสกันแล้ว เราก็มั่นใจว่าแว่นวินเทจที่คุณบาสคัดสรรมาขายที่ร้านจะต้องยูนีค โดยคุณบาสเผยว่าแว่นทุกตัวที่เลือกนั้นมาจากความชอบของเขาเอง

“ร้านแว่นแต่ละร้านก็จะแตกต่างกัน เพราะแต่ละคนก็จะชอบดีไซน์ของแว่นที่แตกต่างกัน ส่วนตัวผมเองจะชอบแว่นเยอรมันเพราะมีความคลาสสิก แล้วก็ดูแก่สุด ๆ ซึ่งสำหรับผมมันเหมือนคำชมว่าแก่ดี ส่วนแว่นอเมริกันก็จะใส่ง่ายได้ทุกโอกาส แตกต่างจากฝรั่งเศสที่มีดีไซน์เยอะกว่าและมีสไตล์ที่ชัดมาก”

ใครกำลังมองหาแว่นสไตล์วินเทจที่ ‘Same Old Days’ ก็มีให้เลือกหลากหลายทั้งของเก่าของใหม่ แต่ที่เราสะดุดตาก็ต้องเป็นแว่นหล่อ ๆ จากแบรนด์ ‘Shady CHARACTER’ กับคอลเลกชันที่โดดเด่นด้วยทรงวินเทจยุค 50 โดยมีนักแสดงหนุ่มสุดเท่ในตำนานอย่าง ‘James Dean’ ที่ใส่แว่นทรงนี้จนเป็นภาพจำ ซึ่งทั่วโลกมีเพียง 350 ชิ้นเท่านั้น!

ไม่ใช่แค่แว่นแบรนด์เก่าในตำนาน เพราะเดินมาอีกมุมของร้านเราก็เจอกับแบรนด์ ‘Rewinder Spectacles’ ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่สุดคราฟต์จากเกาะฮ่องกงที่ได้แรงบันดาลใจมาจากแว่นตาทรง Vintage French Frames

และที่เราตื่นเต้นสุด ๆ ก็คือแว่นกันแดด ‘Viper Eclipse’ ที่เกิดจากการคอลแลปกันระหว่างแบรนด์แฟชั่น ‘Rompboy’ และร้านแว่นวินเทจ ‘Same Old Days’ ร่วมกันออกแบบแว่นกันแดดทรงวินเทจยุค 60 ตัวจี๊ดที่มาพร้อม Special Set ทั้งผ้าเช็ดแว่น, เคสหนัง, ถุงผ้ากำมะหยี่ และการ์ดสุดเท่

หากกำลังมองหาแว่นเพื่อสร้างลุคที่แตกต่าง มาที่ร้าน ‘Same Old Days’ รับรองเลยว่าไม่ผิดหวัง แต่ถ้ายังไม่มั่นใจว่าจะเหมาะกับแว่นทรงไหน ทางร้านก็พร้อมให้คำแนะนำเสมือนเพื่อนบ้านที่จริงใจ

“มันมาจากประสบการณ์ที่เราเห็นคนใส่แว่นมาเยอะมาก เราจะบอกได้ทันทีว่าทำไมคนนี้ใส่แว่นนี้แล้วเท่จัง เราบอกได้ว่าพี่ใส่อันนี้แล้วดูดีมากเลย เขาอาจจะยังไม่มั่นใจ เราก็จะบอกให้เขาลองดูคนนี้ใส่สิ เราจะแนะนำเหมือนเราแนะนำเพื่อนโดยที่เราไม่ได้เชียร์ขาย”

“หลายครั้งมากที่เราขายแว่นตัวถูกมากกว่าตัวแพง เพราะเรารู้สึกว่าลูกค้าคนนี้เหมาะกับอันนี้มากกว่า แล้วก็จะแนะนำตามคาแรกเตอร์ของแต่ละคน สมมติคนไม่ชอบแต่งตัวก็ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นที่มีสีสันขนาดนั้น หรือมีลูกค้าผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวเยอะ ๆ มีสไตล์ที่ไม่เหมือนใครก็อาจจะเหมาะกับแว่นทรงแคทอายมาก ๆ”

“แต่สุดท้ายทุกคนต้องเปิดใจก่อน แว่นมันดีไซน์เยอะมาก หลากหลายสี หลากหลายทรง แต่คนยังไม่ค่อยกล้าเปิดใจ ทุกครั้งที่เราเห็นคนใส่แว่นทรงแปลก ๆ ใหญ่ ๆ หนา ๆ เราจะดีใจมากเลย”

บริการที่ใส่ใจและครบวงจร

‘Same Old Days’ ไม่ได้ขายแค่แว่นวินเทจที่คัดสรรและออกแบบมาอย่างดี แต่ยังมาพร้อมบริการที่ใส่ใจและครบจบในที่เดียว ตั้งแต่การวัดสายตาโดยนักทัศนมาตร หรือหมอสายตาที่เรียนด้านการวัดสายตามาโดยตรง ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาสายตา และเลนส์แว่นต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

รวมไปถึงการตัดเลนส์ที่ทางร้านมีสต็อกทั้งเลนส์ค่าสายตา และเลนส์กันแดดหลายสีให้คุณเลือกได้ตามที่ชอบ และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน พร้อมเครื่องตัดเลนส์ที่คุณสามารถไปนั่งจิบกาแฟที่คาเฟ่ด้านล่าง เพื่อรอรับแว่นใหม่กลับบ้านได้เลย

อีกหนึ่งบริการที่เราทึ่งมากคือการซ่อมแซมดูแลแว่นสุดพิถีพิถัน ซึ่งคุณบาสแชร์ให้เราฟังว่า หากเป็นแว่นที่ผลิตด้วยวัสดุดี ๆ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีก็สามารถนำกลับมาซ่อมให้กลับมาใช้งานได้เหมือนใหม่ ยกเว้นแค่กรณีที่เป็นแว่นยุคเก่ามาก ๆ และไม่สามารถหาอะไหล่มาเปลี่ยนได้แล้ว

โดยบริการของที่ร้านก็จะมีตั้งแต่ล้างทำความสะอาดด้วยเครื่องอัลตร้าโซนิค พร้อมทั้งขัดบานพับที่ขึ้นสนิม แล้วค่อย ๆ ขัดเนื้อแว่นที่ด้านจากการใส่มาเป็นเวลานานโดยไม่ทำให้แว่นเสียทรงและยังคงโลโก้เดิมเอาไว้ จากนั้นก็ขัดเงาและขจัดรอยต่าง ๆ พร้อมทำให้แว่นกลับมาเงางามเหมือนเคย ไปจนถึงการปรับหรือดัดทรงแว่นโดยช่างผู้ชำนาญ เพื่อให้แว่นเข้ารูปและใส่สบายที่สุด

หลังจากที่เราได้สำรวจแทบทุกมุมของร้าน ทดลองใส่แว่นไปหลายทรง และพูดคุยกับคุณบาสจนเวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายแก่ ๆ เราก็ขอให้คุณบาสลองนิยามร้าน Same Old Days สั้น ๆ ว่าเป็น ‘เพื่อนบ้าน’ แบบไหน แล้วปิดท้ายถึงภาพที่คุณบาสใฝ่ฝันอยากไปถึง

“เราคงเป็นเพื่อนบ้านที่ชอบแต่งตัว ชอบสะสมของเก่า เราใจดีแล้วก็เข้าถึงง่าย ที่สำคัญคือเราขี้โม้กับทุกคน (หัวเราะ) แต่ที่แน่ ๆ คือเราใส่แว่นเท่กว่าเพื่อนบ้านแน่นอน”

“เป้าหมายของเราคืออยากเป็นแบรนด์แว่นที่ทุกคนเห็นแล้วอยากได้และมีโอกาสได้ใส่มันจริง ๆ เราไม่ได้ขายเอารวยหรือคิดว่าธุรกิจเราจะเติบโตขนาดไหน เราแค่อยากให้ทุกคนภูมิใจที่ได้ใส่แว่นของเรา เราอยากเดินไปเจอลูกค้าใส่แว่นเราบ่อย ๆ เราคงจะรู้สึกดีมาก โดยที่เราไม่ได้คิดว่าเราต้องรวย เราแค่คำนึงถึงลูกค้าที่จะกลับมาหาเราอีกครั้งและอยู่กับเราไปตลอด”

𝐒𝐚𝐦𝐞 𝐎𝐥𝐝 𝐃𝐚𝐲𝐬

เปิดทุกวัน 10.00 น. – 19.00 น.
พิกัด : ถนนกลันตัน แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ (ใกล้วัดไตรมิตร)
Google Maps : https://maps.app.goo.gl/c8GwaeK8SGcqLDdT7
Tel. 080-386-8838

Facebook : https://www.facebook.com/sameolddays.co
Instagram : https://www.instagram.com/sameolddays.co

IT MIGHT INSPIRE YOU

Survey with ThepLocation

เดินดูโลฯ กับ 'Location Manager' เวิร์กช็อปอาชีพใน 1 วันกับเทพโลฯ

FRIEND FRIEND, life-friendly store

Solo Date พร้อมสนุกกับกิจกรรมดี ๆ ที่สเปซใหม่ของเพื่อนบ้านย่านพร้อมพงษ์

Club Local

กิจการเพื่อนบ้านที่ชวนสำรวจย่านผ่าน ‘งานคราฟต์ในซองจดหมาย’

Earthling Mushroom Farm

สำรวจจักรวาลเห็ดฟอร์มสวย วัตถุดิบชั้นเลิศร้านมิชลินสตาร์