‘ย่านที่มีรถไฟเข้ามา ย่านนั้นจะเจริญ’ เช่นเดียวกันกับ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานที่สำคัญที่ทำให้เกิดเป็นย่านต่าง ๆ จากผู้คนที่สัญจรมาพร้อมกับรถไฟ ทั้งคนที่เข้ามาอยู่อาศัย หรือพ่อค้า – แม่ค้าที่เข้ามาทำมาหากินในย่านนี้ จนกลายเป็นชุมชนที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
หนึ่งในคนที่ผูกพันกับย่านหัวลำโพง – แปลงนามเป็นพิเศษ คือ ‘คุณชิว – การุญ เจียมวิริยะเสถียร’ หรือ ZILLUSTATION ศิลปินผู้หลงใหลในการวาดผังเมือง ที่ชื่นชอบการวาดพื้นที่ของชุมชนที่ติดกับ ‘สถานีรถไฟ’ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ และเชื่อว่าสถานีรถไฟคือจุดเชื่อมโยงที่ทำให้ผู้คนได้คอนเน็กไปกับย่าน
คอลัมน์ NeighborsGood ครั้งนี้ เราเลยชวนคุณชิวมาเดินเล่นย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยสีสันของคนรุ่นใหม่อย่าง ‘ย่านหัวลำโพง – แปลงนาม’ ที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย แต่ยังคงเรื่องราวและเสน่ห์ของเมืองเก่า ตามความทรงจำวัยเด็กของคุณชิวที่เคยได้แวะเวียนและเติบโตมากับย่านนี้
โดยเราเพิ่มกิมมิกน่ารัก ๆ ด้วยการให้คุณชิวพาเดินเที่ยวย่าน พร้อม ๆ กับการวาดเส้นทางและจุดเด่นของแต่ละสถานที่ที่เราไปกัน ไม่ว่าจะเป็นคาเฟ่ในซอกซอยที่ชวนให้ได้คอนเน็กกับชุมชน หรือคาเฟ่ที่หัวมุมถนนให้เราได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนในย่านตลอดทั้งวัน รวมไปถึงร้านอาหารริมทางที่ผลัดเปลี่ยนกันมารุ่นสู่รุ่น เป็นทริปที่อบอุ่น และได้รับแรงบันดาลใจดี ๆ กลับไปแบบเต็มกระเป๋า
มาตามรอยเส้นทางผังเมืองจากลายเส้นของ ZILLUSTATION ที่จะพาเพื่อน ๆ ไปสัมผัสเสน่ห์ของย่าน และเรื่องราวน่ารัก ๆ ของเพื่อนบ้านไปพร้อม ๆ กันได้เลย!

คุณชิว หรือ ZILLUSTATION ศิลปินนักวาดภาพผังเมืองที่มีจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจมาจากความชื่นชอบเรื่องของ ‘เมือง’ จากนั้นคุณชิวก็ฝึกฝนด้วยเทคนิคเฉพาะตัว และกลายเป็นผลงานชิ้นแรก คือ ผังของมหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
“ผังของมหาวิทยาลัยคือจุดเริ่มต้นที่เราเริ่มวาดโครงสร้างแบบอ้างอิงจากของจริง เป็นผังที่เริ่มจากสเกลเล็ก ๆ หลังจากนั้นเราก็รู้สึกอยากท้าทายตัวเองด้วยการวาดทั้งเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งครั้งนั้นแหละ ที่เป็นจุดประกายให้เราเริ่มทำแผนที่มาเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้”
“โดยเทคนิคของเราคือ ‘การเดิน’ เดินรอบ ๆ แล้วถ่ายภาพมุมต่าง ๆ ทั้งด้านซ้ายของตึกบ้าง ด้านขวาของตึกบ้าง แล้วเราก็ไปแกะเป็นแปลน ให้มันเป็นรูปทรงของอาคารขึ้นมาทีละตึก แล้วจินตนาการเป็นมุม Bird eye view ในลักษณะ Isometric พอสเกลใหญ่ขึ้นเราก็ใช้ Google Maps เข้ามาช่วย มีเดินทางไปสำรวจบ้าง ถ่ายรูปตามสถานที่ต่าง ๆ บ้าง ที่ไหนที่เราชอบเราก็จะถ่ายเก็บเอาไว้ หลัง ๆ มานี้เราก็เกิดเทคนิคใหม่กับงานชิ้นใหม่อยู่เรื่อย ๆ เพราะบางทีจากที่เราไม่เคยวาดแบบนี้แล้วเราลองวาดดู มันก็ได้เทคนิคใหม่ขึ้นมา”
“ซึ่งเรารู้สึกชอบโมเมนต์ตอนลงพื้นที่มาก เพราะเราจะได้ถ่ายกล้องฟิล์ม เหมือนเราได้ลุ้นด้วยว่าภาพมันจะออกมาเป็นยังไง บางทีเราทิ้งไว้นาน ๆ เราก็ไม่รู้ว่าเราถ่ายอะไรไปบ้าง พอล้างออกมาแล้วรูปสวย เราก็รู้สึกชอบมาก ๆ”

โมเมนต์ประทับใจแรกที่ทำให้คุณชิวอยากเรียนรู้เรื่องการวาดผังเมือง ก็คือการได้นั่งรถไฟมาที่กรุงเทพฯ ทำให้คุณชิวได้เห็น ‘เมืองใหญ่’ ในมุมมองของคุณชิวในเวลานั้น
“เราโตมากับเมืองที่อยู่ตามต่างจังหวัด แล้วเกิดความประทับใจตอนมาเที่ยวกรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เพราะเราไม่เคยเจอเมืองที่มีสเกลขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อน เราเลยรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ตอนนั้นเราก็ไม่มีกล้องถ่ายรูปไว้เก็บความทรงจำ พอเรากลับไปต่างจังหวัด เราก็วาดภาพตามที่เราพอจำได้ด้วยลายเส้นแบบเด็ก ๆ เราฝึกฝนการวาดเมืองมาตั้งแต่ตอนนั้น ซึ่งเราไม่ได้อ้างอิงจากของจริงเท่าไหร่ ก็วาดตามแบบจินตนาการที่เราจำอยู่ในหัว”
“ย่านนี้เลยกลายเป็นความทรงจำในวัยเด็กที่เหมือนเราได้โตไปกับมันด้วย เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคของมัน จากที่เคยมีคนพลุกพล่านจนตอนนี้ที่เงียบสงบลง หัวลำโพงก็เปรียบเสมือนคุณลุงคนหนึ่งที่อยู่มานานแล้ว ช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงเกษียณแล้ว ได้พักผ่อนบ้าง แต่เสน่ห์ของย่านก็ไม่เคยหายไปเลย”
ซึ่ง ‘สถานีรถไฟหัวลำโพง’ คือพื้นที่แรกที่ทำให้คุณชิวได้เห็นความเป็น ‘กรุงเทพฯ’ ความประทับใจที่ติดอยู่ในใจเด็กคนหนึ่ง จนถึงช่วงมัธยมที่คุณชิวได้ย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพฯ ในย่านของถนนแปลงนาม ที่ตั้งของบ้าน ‘อาอึ้มแป๊ว’ ที่คุณชิวเติบโตมาด้วยตั้งแต่เด็ก ช่วงเวลานั้นเองที่ทำให้ภาพเมืองของคุณชิวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นด้วยเรื่องราวต่าง ๆ ของผู้คนในย่านนี้
สถานีรถไฟหัวลำโพง
เราเริ่มต้นทริปนี้ด้วยสถานีรถไฟหัวลำโพง พื้นที่ที่เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของเรื่องราวดี ๆ และแรงบันดาลใจสำคัญของ ZILLUSTATION
“สิ่งที่เราชอบวาดเป็นพิเศษ คือพื้นที่ที่มีวิถีชีวิตของคนบริเวณชุมชนริมสถานีรถไฟ เพราะเรารู้สึกว่าสถานีมันจะเป็น ‘หัวใจ’ ตามที่เราอยากสื่อออกมาว่าสถานีเป็นจุดระหว่างกึ่งกลางให้เราได้เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง และเป็นจุดกึ่งกลางที่ทำให้เราได้หยุดพักระหว่างเดินทาง ได้สัมผัส ได้มองรอบ ๆ เพื่อพักใจแล้วค่อยเดินทางต่อ”
“นั่นเลยเป็นเหตุผลที่เราชอบวาดสถานีที่มีชุมชนอยู่ด้วย เพราะได้เห็นวิถีชีวิต เหมือนทุกคนก็มาใช้บริการขนส่งสาธารณะ เพื่อจะเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง”

หัวลำโพง สถานีรถไฟที่เปิดใช้งานมานานกว่า 100 ปี การถูกย้ายขบวนรถไฟไปที่สถานีกลางบางซื่อทำให้ที่นี่เงียบลงไปมาก เพราะถึงแม้จะมีรถไฟบางขบวนที่ยังวิ่งอยู่ แต่บรรยากาศของที่นี่ก็ต่างจากในอดีตที่เคยมีผู้คนสัญจรไปมา จนทำให้บริเวณรอบ ๆ ย่านหัวลำโพงได้มีชีวิตชีวาไปด้วย
“เราเห็นหัวลำโพงมาตั้งแต่เด็ก คนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่คือคนที่มาจากชานเมืองเพื่อเข้ามาทำงาน ตอนนี้อาจจะน้อยลงเพราะเขาย้ายไปที่สถานีกลางบางซื่อแล้ว แต่สมัยเราเด็ก ๆ คนจะเยอะมาก ทุกคนใส่ชุดทำงาน เดินลงจากรถไฟ แล้วกระจายตัวเพื่อไปทำงานของตัวเอง พอเราจำภาพบรรยากาศเหล่านั้นได้ เราเลยผูกพันกับตรงนี้ ตอนที่เรามากรุงเทพฯ ที่นี่คือที่แรกที่สร้างอิมแพคให้เรามาก ๆ เพราะต่างจังหวัดไม่เคยมีแบบนี้ พอเรามาที่นี่เราก็ตื่นเต้น”
คุณชิวยังเล่าเสริมให้เราเห็นภาพบรรยากาศในวันวานของสถานีรถไฟหัวลำโพง ว่าที่นี่เคยมีร้านอาหารที่ด้านบน คนที่มาใช้บริการของสถานีก็จะได้แวะพักกินของอร่อยกันก่อนออกเดินทาง
ถึงตอนนี้ ที่นี่ก็เป็นจุดเช็กอินสำหรับเพื่อนบ้านที่หลงใหลในบรรยากาศของความคลาสสิก และมักเป็นสถานที่สำหรับจัดอีเวนต์ในไวบ์วินเทจที่ลานกว้างของสถานีอยู่เสมอ ทำให้สถานีรถไฟแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่ที่มีผู้คนแวะเวียนมาเรื่อย ๆ และไม่เงียบเหงาจนเกินไป


สถานีรถไฟหัวลำโพง
เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
Google Maps
ใต้บ้าน
ในปัจจุบัน ย่านหัวลำโพง ก็กำลังค่อย ๆ ถูกปลุกชีวิตโดยคนรุ่นใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง อย่างร้าน ใต้บ้าน คาเฟ่สไตล์โฮมมี่ที่ตั้งอยู่ใจกลางชุมชน เดินจากสถานีรถไฟหัวลำโพงมาไม่ไกล ข้ามทางม้าลายมาอีกฝั่งของถนน แล้วเดินลัดเลาะเข้าซอยเล็ก ๆ มาอีกนิด ก็จะได้เจอกับตึกสไตล์โมเดิร์น และสวนเล็ก ๆ ตรงกลางพื้นที่ เป็นดีไซน์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นสเปซที่สงบ ร่มรื่น และผ่อนคลาย เหมือนได้มานั่งเล่นที่สวนบ้านเพื่อน
“ใต้บ้าน คือพื้นที่ที่เราอยากให้คนแถวนี้ได้มีพื้นที่ในการแชร์ไอเดีย หรือการได้คุยกัน ได้ใช้เวลาร่วมกัน เพราะว่าเมื่อก่อนตอนที่เราเปิดแรก ๆ มีคุณป้าที่เขาผัดข้าวอยู่ฝั่งตรงข้าม หรือเด็ก ๆ แถวนี้ก็มานั่งเล่น นั่งคุยกัน เหมือนทุกคนที่ไม่เคยคุยกัน ไม่เคยได้รู้จักกันก็ได้มารู้จักกันจากใต้บ้าน”
‘คุณจีจ้า – เกวลี วังนาค’ ผู้ดูแลหลักของที่นี่ ที่ใจดีมาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับร้านใต้บ้านให้เราได้ฟัง ว่าสเปซตรงนี้เคยเป็นเพียงพื้นที่ของตึกแถวที่ถูกปล่อยทิ้งร้าง จากนั้นจึงเริ่มรีโนเวทให้เป็นอพาร์ทเมนต์ APT476 และพัฒนาต่อเป็นโรงแรมที่ชื่อว่า Tumni (ตำหนิ) ร้านนวด Samatha (สมถะ) ที่เปิดใหม่ได้ไม่นาน และ ร้านใต้บ้าน ที่เราแวะเวียนมาในวันนี้

ใต้บ้านถือเป็นคาเฟ่ที่ตอบโจทย์คนรักการทำงานเวิร์กชอปมาก ๆ เพราะที่นี่มีมุมสงบให้เราได้นั่งวาดภาพ ระบายสี ร้อยลูกปัด และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้เราได้ฮีลใจในบรรยากาศร่มรื่นของคาเฟ่กลางสวน
“จ้าเคยคุยกับคุณป้าที่เขาเปิดร้านสระผม เขาบอกว่าเมื่อก่อนย่านหัวลำโพงมันดังมากเลย เพราะว่ามันเป็นสถานีรถไฟ คนก็ต้องมาที่นี่ มาขึ้นรถไฟกลับบ้าน มันเคยคึกคักมาก ๆ แต่พอเขาย้ายสถานีไปมันก็ไม่ค่อยมีคนเดินพลุกพล่านเหมือนเมื่อก่อน คุณป้าเขาก็บอกว่า ‘ดีมากเลยที่คุณธัญมาเปิดที่นี่ เพราะว่าวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ก็มาใต้บ้าน มันเลยทำให้ดูคึกคักขึ้นหลังจากที่มันร้างไปนาน’ เขาก็รู้สึกว่ามันเริ่มกลับมามีชีวิตชีวามากขึ้น”
คุณจ้ายังเล่าเพิ่มเติมอีกว่า ‘ใต้บ้าน’ ไม่เคยปิดไฟตอนกลางคืนเลย เพราะเขาอยากให้แสงไฟเป็นสิ่งที่ทำให้ย่านดูมีชีวิตชีวา ด้วยไฟที่ส่องสว่างมากพอที่จะทำให้ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ไม่ว่าจะเป็นคนในชุมชนที่เดินทางกลับจากที่ทำงาน หรือคนที่แวะเวียนเข้ามาในย่านในช่วงกลางคืนก็ได้รู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากขึ้น


นอกจากการทำเวิร์กชอปกลางสวน ที่ร้านใต้บ้านก็มีอาหารอร่อย ๆ ให้เราได้เติมพลังก่อนเดินทัวร์ย่านกันต่อด้วยนะ
ซึ่งเมนูซิกเนเจอร์ของที่นี่ คือข้าวกะเพราและไข่เป็ดดาว วันนี้เราเลยขอลองเมนู ‘กะเพราเนื้อเสือร้องไห้ เพิ่มไข่เป็ดดาว’ ที่มีรสชาติจัดจ้านของกะเพราและรสชาติมัน ๆ ของไข่เป็ดดาว ถือเป็นรสชาติที่ลงตัวมาก ๆ ส่วนอีกจานคือ ‘กะเพราเบคอนไข่กรอบ’ ความกรอบและความหอมของเบคอนทำให้รสชาติของจานนี้อร่อยไม่แพ้กันเลย
กินมื้อเที่ยงกันเสร็จแล้ว ก็ตามด้วยการจิบกาแฟในไวบ์ของสวนกันบ้าง เพราะ ‘กาแฟ’ ของใต้บ้านมีรสชาติที่กลมกล่อม เข้มข้นกำลังดี ไม่ว่าจะเป็นอเมริกาโน่เย็น หรือคาปูชิโน่ที่มีรสชาติหอมละมุน แต่ถ้าใครไม่ดื่มกาแฟ ที่นี่ก็มีเมนูยอดนิยมอย่าง ‘มัทฉะ’ และเมนูอื่น ๆ ให้เลือกอีกเพียบ!


Taiban – ใต้บ้าน
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 22.00 น.
Facebook : Taiban
Instagram : Taiban
โทร. 063-932-2905
Google Maps
Lemoncurd & Co
พออิ่มจากของคาวกันแล้ว คุณชิวก็พาเราเดินข้ามถนนไปที่คาเฟ่น่ารัก ๆ ที่เต็มไปด้วยเมนูขนมอร่อยอย่าง Lemoncurd & Co คาเฟ่ในตึกแถวคลาสสิค เอกลักษณ์ของแยกไมตรีจิตต์ ที่ตั้งตระหง่านรอให้เพื่อนบ้านได้แวะมาทักทายกัน
“ด้วยความที่ตัวอาคารมันตั้งอยู่ตรงหัวมุมพอดี มันเลยกลายเป็นเอกลักษณ์ของแยกไมตรีจิตต์ เรารู้สึกว่ามันสวยมาก พอเรายิ่งรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของพื้นที่ย่านนี้ ว่าเมื่อก่อนตรงนี้เคยเป็นลำคลอง แล้วเขาเพิ่งมาตัดถนนทีหลังเป็นทางไปวงเวียน 22 เป็นพื้นที่ที่มีความเปลี่ยนแปลงมาหลายขั้นหลายตอนกว่าจะมาเป็นแยกไมตรีจิตต์ที่เราเห็นในปัจจุบัน”

‘คุณปิง – ณัฐพล ตังเดชะหิรัญ’ เจ้าของร้าน Lemoncurd & Co เล่าให้เราฟังว่าร้านแห่งนี้คือสาขาที่สามของ Lemoncurd Tearoom ที่เริ่มเปิดได้ประมาณ 2 เดือน จากร้านชาสไตล์อังกฤษที่เสิร์ฟแยม ‘Lemoncurd’ ไว้ทานคู่กับสโคน สู่เมนูซิกเนเจอร์ของสาขาปัจจุบัน ณ ย่านหัวลำโพง ซึ่งที่นี่ก็มีทั้งเมนูชา กาแฟ และเบเกอรี รวมไปถึงสินค้า Relaxation Product สารสกัดจากเลมอน ที่มาของชื่อร้านว่า ‘Lemoncurd & Co‘
เริ่มกันที่เมนูขนมซิกเนเจอร์อย่าง ‘เลมอนทาร์ต’ ที่มีไส้ทาร์ตเป็น Lemoncurd และครีมสดท้อปด้านบนของทาร์ต พอกินรวมกันจะมีรสชาติเปรี้ยว หวาน กลมกล่อม เสิร์ฟคู่กับ ‘คาปูชิโน่ร้อน’ ที่เข้ากันพอดี

และอีกหนึ่งเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน คือ ‘เลมอนเค้ก’ เค้กเนื้อสปันจ์นุ่ม ๆ ที่ด้านนอกมีความกรอบเล็กน้อยจากการอบ และมี Lemoncurd เป็นไส้ด้านใน เสิร์ฟคู่กับเมนู ‘Miss You Honey’ เลมอนน้ำผึ้งโซดาที่เพิ่มช็อตเอสเพรสโซลงไป ทำให้รสชาติของเมนูคู่นี้มีความเปรี้ยว หวาน ขม สดชื่น และลงตัวมาก ๆ
Lemoncurd & Co ยังมีเมนูขนมและเครื่องดื่มที่รอให้เพื่อน ๆ ได้มาลิ้มรสความอร่อยของเมนูขนมและเครื่องดื่มที่ครีเอตจากเลมอน และอีกหลากหลายเมนูด้วยตัวเอง


อีกหนึ่งเสน่ห์ของ Lemoncurd & Co คือสเปซที่คุณปิงตั้งใจรีโนเวทตึกเก่าแห่งนี้ให้กลายเป็นคาเฟ่ที่เหมาะกับการได้คอนเน็กกับเพื่อนบ้านในย่านไปพร้อม ๆ กัน
“มันเป็นตึกที่มีเอกลักษณ์มาก พอเป็นตึกที่ตั้งอยู่กลางถนนพอดี เราเลยรู้สึกถูกล้อมรอบไปด้วยถนน พอถึงขั้นตอนการดีไซน์ เราเลยหาไอเดียที่จะทำให้ลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านสามารถเห็นวิวของย่านนี้ให้ได้มากที่สุด จากตอนแรกที่ตึกจะมีทางเข้าทางด้านหน้า คราวนี้เราก็เลยทำการย้ายประตูให้มาอยู่ด้านข้าง แล้วเปิดด้านหน้าให้เป็นกระจกทั้งหมด เป็นบานหน้าต่างแบบพาโนรามาที่ทำให้ทุกคนได้เห็นวิวโดยรอบ รวมไปถึงวิถีชีวิตของคนในย่านนี้ สภาพอากาศ การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เป็นเหมือนจอภาพยนตร์แบบไม่ซ้ำกัน”
ด้วยมู้ดแอนด์โทนของร้าน ที่ตกแต่งด้วยโทนสีเขียว สีครีมของผนัง และชุดโต๊ะ – เก้าอี้สีน้ำตาล ทำให้ไวบ์ของร้านดูอบอุ่นและเหมาะจะนั่งจิบกาแฟ กินขนมอร่อย ๆ และดูวิวของย่านหัวลำโพงได้แบบเพลิน ๆ


Lemoncurd & Co
เปิดวันจันทร์ – อังคาร เวลา 08.00 – 18.00 น. | วันพุธ – อาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น.
Facebook : Lemoncurd & Co
Instagram : Lemoncurd & Co
โทร. 095-492-5552
Google Maps
เดินเลียบฟุตบาทมาเรื่อย ๆ เพื่อไปอีกหนึ่งย่านสำคัญของเราในวันนี้ นั่นก็คือ ‘ถนนแปลงนาม’ ถนนสายสั้น ๆ ที่อยู่ติดกับถนนเยาวราช พื้นที่เล็ก ๆ ที่เปรียบเสมือน ‘บ้าน’ ของคุณชิว
ถึงแม้จะเป็นถนนที่มีระยะทางประมาณ 100 เมตรเท่านั้น แต่ที่นี่ก็เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารที่อยู่มานานแบบรุ่นสู่รุ่น อย่างร้าน ‘ขนมจีบแป๊ะเซียะ’ ร้านรถเข็นเล็ก ๆ ที่มีขนมจีบรสชาติเอกลักษณ์ที่คุณชิวเคยได้กินมาตั้งแต่สมัยเด็ก และยังมีอีกหลากหลายร้านที่ถูกปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
“สมัยก่อนมันจะมีร้านข้าวมันไก่อยู่ในย่านนี้ด้วย แต่ตอนนี้ร้านมันไม่มีแล้ว จริง ๆ ร้านนั้นคือร้านที่เราชอบกินที่สุด เพราะมีความทรงจำกับเตี่ย เตี่ยจะชอบไปกินเบียร์กับไก่ที่นั่น พอเราเดินตรงถนนแปลงนาม เราก็จะชอบคิดถึงเขา มันเป็นเหมือนที่ที่ทำให้เรานึกถึงวัยเด็กของเราว่าเราเคยสนุกมาก ๆ ตอนอยู่ที่นั่น”


เจ๊แป๊ว มะม่วงน้ำปลาหวาน
ซึ่งความพิเศษในวันนี้ คือการที่เราได้เดินไปตามตรอกซอยที่คุณชิวเคยวิ่งเล่น เป็นบรรยากาศน่ารัก ๆ เหมือนเราได้ย้อนกลับไปในวัยเด็กของคุณชิวอีกครั้งด้วยเหมือนกัน
“เราเคยวิ่งเล่นตรงนี้ ช่วงเช้ามืดของทุกวัน ทุกบ้านจะก่อเตาไฟเพื่อทำอาหารขาย จนกลิ่นควันไฟคลุ้งไปทั่วทั้งซอยเลย ร้านเจ๊แป๊ว ก็เป็นหนึ่งในนั้น เราเคยเห็นอาอึ้มลุกมาเคี่ยวน้ำปลาหวานกันตั้งแต่เช้าทุกวัน”

ร้าน เจ๊แป๊ว มะม่วงน้ำปลาหวาน ร้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนแปลงนาม เป็นโลเคชันที่ไม่ว่าใครเดินผ่านก็ต้องแวะทักทาย และซื้อ ข้าวเหนียวมะม่วง หรือ มะม่วงน้ำปลาหวาน ติดไม้ติดมือกลับไปแน่นอน
น้ำปลาหวานของที่นี่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์มาก ๆ เพราะมีความเข้มข้นและใส่เครื่องมาแบบแน่น ๆ พอกินคู่กับมะม่วงเปรี้ยวแล้วอร่อยลงตัวสุด ๆ จากนั้นก็ตบท้ายด้วยรสชาติหวานมันของข้าวเหนียวมูนและมะม่วงสุกจากเมนู ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ ที่หวานกำลังพอดี หรือถ้าใครสนใจเมนูผลไม้ทรงเครื่องเขาก็มีเหมือนกันนะ อย่าง ‘กระท้อนทรงเครื่อง’ ที่ใส่เครื่องมาแบบครบรส ทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม ครบจบใน 1 ชุด!
และถึงแม้ร้านที่เปิดมาหลายสิบปีจะถูกเปลี่ยนมือไปที่รุ่นลูกอย่าง ‘พี่ขวัญใจ’ ที่ร้านนี้ก็ยังเป็นร้านที่เต็มไปด้วยความอร่อยแบบซิกเนเจอร์จากรุ่นสู่รุ่น เปรียบเสมือนความทรงจำดี ๆ และความอบอุ่นมากมายให้เราได้สัมผัสผ่านเรื่องราวน่ารัก ๆ จากคุณชิวและพี่ขวัญใจ


เจ๊แป๊ว มะม่วงน้ำปลาหวาน
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 23.00 น.
Facebook : เจ๊แป๊ว มะม่วงน้ำปลาหวาน
โทร. 02-623-2565
Google Maps
เกาเหลาเลือดหมู นายเว้ง
ยืนชิมมะม่วงกันอยู่สักพัก กลิ่นน้ำซุปหอม ๆ ของร้าน เกาเหลาเลือดหมู นายเว้ง – จั๊กกะจี้เลิศรส เพื่อนบ้านร้านติดกันก็ลอยมาเตะจมูกเราทันที Neighbors and Friends เลยขอแนะนำให้เพื่อน ๆ มานั่งกินเกาเหลาอร่อย ๆ ในบรรยากาศของช่วงเย็นเป็นการตบท้ายการทัวร์ย่านครั้งนี้
เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งร้านประจำของคุณชิว ที่มักจะแวะมาซื้อเกาเหลาร้านนี้ไปฝากครอบครัวอยู่เสมอ เป็นร้านที่เปิดมายาวนาน และอยู่คู่กันกับร้านเจ๊แป๊ว
“เราชอบกินเกาเหลาของที่นี่ ส่วนพี่สาวจะชอบเกาเหลาไม่ใส่ปอด เวลาที่เรามาเยาวราช พี่สาวก็จะฝากซื้อเกาเหลาไม่ใส่ปอดทุกครั้ง”

เมนูเด็ดประจำร้านคือ ‘เกาเหลาเลือดหมู’ ที่มีรสชาติอร่อยกลมกล่อมแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม ด้วยน้ำซุปหอม ๆ ซดแล้วคล่องคอ และเครื่องในชิ้นใหญ่ที่ไม่เหนียว และไม่มีกลิ่นคาวเลย
อีกเมนูที่อร่อยไม่แพ้กันก็คือ ‘ก๋วยจั๊บเซี่ยงไฮ้’ มีความพิเศษด้วยเส้นก๋วยจั๊บใสที่มีเท็กซ์เจอร์หนึบ ๆ เข้ากันกับเครื่องในอย่างลิ้นหมู ตับ ไส้อ่อน และเซี่ยงจี๊ เป็นร้านที่ใส่เครื่องในมาให้เราแบบเต็มชาม บอกเลยว่าอร่อยและคุ้มค่ามาก ๆ!

เกาเหลาเลือดหมู นายเว้ง
เปิดวันอังคาร – อาทิตย์ เวลา 15.30 – 00.00 น.
Facebook : เกาเหลาเลือดหมู นายเว้ง – จั๊กกะจี้เลิศรส
โทร. 084-755-8027
Google Maps
เป็นการทัวร์ย่านที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่น่ารักและเป็นกันเอง ทำให้เราได้เห็นว่า ‘ย่านหัวลำโพง’ และ ‘ย่านแปลงนาม’ ไม่ได้เป็นย่านที่ค่อย ๆ หายไปตามกาลเวลา แต่กำลังถูกเติมเต็มด้วยไอเดียของคนรุ่นใหม่ ที่ตั้งใจให้ย่านนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเหมือนอย่างในอดีต ให้คนพื้นที่ได้เติบโตไปพร้อม ๆ กับเมืองในบริบทใหม่ที่ยังคงเสน่ห์ที่น่าสนใจของย่านเอาไว้
ไว้ปักหมุดตามสถานที่ของเราในวันนี้ แล้วเดินทัวร์ย่านผ่านเส้นทางแผนผังที่ถูกวาดโดย ZILLUSTATION แวะเวียนมาทักทายเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ทำให้ย่านในความทรงจำแห่งนี้ ได้กลับมามีสีสันอีกครั้งไปด้วยกัน
