Clayceracera Studio

ฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันด้วยการปั้นเซรามิก

ในวันที่รู้สึกว่ากายและใจเหนื่อยล้าจากความกดดันตัวเองหรือสิ่งที่สังคมคาดหวัง บางทีการได้หยุดพักก็อาจเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจากความรู้สึกนั้นได้

Neighbors and Friends ชวนเพื่อน ๆ มาพักใจและโซเชียลดีท็อกซ์ไปกับคลาสเรียนเซรามิกที่ Clayceracera.studio สตูดิโอที่อบอวลไปด้วยความสงบ เรียบง่ายท่ามกลางสวนมะพร้าวสุดร่มรื่นในจังหวัดสมุทรสงคราม โดยศิลปินเพื่อนบ้าน ‘คุณนัท–นัทธพล พูนเพชร’ และ ‘คุณนิ้ง–สิริ สละอุบล’ คู่รักนักปั้นที่อยากแชร์สเปซดี ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้มาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ และค้นพบโมเมนต์สุดผ่อนคลายในระหว่างที่ปั้นเซรามิก ซึ่งการได้มีสมาธิจดจ่อกับแต่ละขั้นตอนของการปั้น ช่วยให้เราได้หยุดความคิดที่ยุ่งเหยิงแล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เลิกพะวงกับเข็มนาฬิกาหรืออนาคตที่ยังมาไม่ถึง เหมือนกับเพลงที่ร้องว่า

“Que sera, sera. Whatever will be, will be.

The future’s not ours to see.

Que sera, sera. Whatever will be, will be”

บทเพลงที่เป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อสตูดิโอ ‘Clayceracera’ ซึ่งหมายถึงการรู้จักปล่อยวางและยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ เพราะในการปั้นเซรามิกบางครั้งก็มีหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง

Neighbors and Friends
จึงออกเดินทางไปเยี่ยมเยือนเพื่อนบ้านอย่าง ‘Clayceracera’ พร้อมปล่อยใจไปกับคลาสเซรามิกที่เราได้สนุกกับการลองผิดลองถูกเหมือนสมัยเด็ก ๆ ที่เคยหัดปั้นดินน้ำมัน และใช้เวลาอย่างเนิบช้าเพื่อทบทวนตัวเองว่าความสุขของเราอยู่ตรงไหน แล้วเก็บแง่มุมดี ๆ มาแบ่งปันกับเพื่อน ๆ ในคอลัมน์ Neighbors Balance พร้อมพาทุกคนไปเอนจอยกับบรรยากาศและเรื่องราวที่ดีต่อใจ ผลงานเซรามิกจากฝีมือชาว Neighbors and Friends จะหน้าตาออกมาดูดีแค่ไหน ตามไปดูกันเลย!

ในชีวิตประจำวันของเราที่ต้องโฟกัสกับการทำงาน อาจทำให้เราไม่ค่อยมีเวลาได้ผ่อนคลายหรือทำอะไรตามใจตัวเอง อีกทั้งในสังคมเมืองที่วุ่นวายยิ่งทำให้เรารู้สึกหมดแรงในแต่ละวัน การได้พาตัวเองมาอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติในวันหยุดจึงเป็นการเติมเต็มพลังบวกให้ตัวเอง อีกทั้งการปั้นเซรามิกยังทำให้เราได้ปล่อยวางความคิด อยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่

วันเสาร์ที่เว้นว่างจากการทำงาน เราขับรถกันมาถึงอัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามเพื่อมาเยี่ยมสตูดิโอสีขาวสุดมินิมัล ‘Clayceracera’ ท่ามกลางสวนมะพร้าวในบรรยากาศร่มรื่น เมื่อได้สัมผัสกับความเขียวชอุ่มของธรรมชาติเราก็รู้สึกถึงความสงบ ผ่อนคลาย มองไปทางไหนก็สบายตา เพียงแค่เราก้าวเข้ามาในสตูดิโอ เราก็รู้สึกได้ถึงจังหวะชีวิตที่ช้าลง

เรานั่งคุยสบาย ๆ กับ ‘คุณนัท–นัทธพล พูนเพชร’ และ ‘คุณนิ้ง–สิริ สละอุบล’ เพื่อนบ้านที่หลงใหลในงานเซรามิก โดยเริ่มบทสนทนาด้วยการเล่าถึงที่มาที่ไปของชื่อสตูดิโอที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลง ‘Que sera, sera’ ซึ่งกลายมาเป็น ‘Clay’ + ‘Cera(mic)’ บวกกับความหมายของเพลงที่พูดถึงการปล่อยวาง

คุณนัท : “Clayceracera เป็นชื่อที่มาจากเพลง ‘Que sera, sera’ ในโฆษณาตัวหนึ่งที่เราเคยเห็น ตอนนั้นคิดชื่อไม่ออกแล้วชื่อนี้มันพ้องเสียงน่ารักดีเลยเอามาใช้ครับ ตอนนั้นเราปั้นดินยังไม่ค่อยเก่งก็จะปล่อยให้ฟอร์มหรือตัวเซรามิก มันเป็นไปตามที่เราพอทำได้”

คุณนิ้ง : “เวลาเราทำเซรามิก เราก็ปล่อยให้เขาเป็นไปตามที่เขาจะเป็น เพราะสุดท้ายเราเอาเข้าเตาแล้วมันไม่ได้อยู่ที่เรา มันอาจจะเกิดจากอุณหภูมิหรืออะไรหลาย ๆ อย่าง แล้วเกิดระเบิดหรือแตกขึ้นมา เราก็ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่“

“ทำให้นิ้งรู้สึกว่าถ้ามันเกิดแบบนี้ เราจะไม่เสียเวลาแค่เริ่มใหม่ไปเลย นิ้งเลยรู้สึกว่าเราปล่อยวางได้มากขึ้นถ้ามันไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง แล้วก็กลับมาฟื้นฟูจิตใจได้เร็วขึ้นและเริ่มใหม่ได้ไวขึ้นมาก ๆ”

ผลงานเซรามิกที่อัดแน่นภายในสตูดิโอของ ‘Clayceracera’ มีหลากหลายรูปทรงและสีสัน โดยเน้นความสนุกในการทดลองใช้แมททีเรียลหรือการค้นหาเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้เกิดไอเดียที่แตกต่างออกไป ทั้งยังสะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดในโมเมนต์ที่กำลังสร้างสรรค์ผลงานนั้น ๆ

คุณนัท : “เซรามิกมันเป็นการทดลองที่เราจะหยิบเอาส่วนผสมหนึ่งสิ่ง มาผสมกับอีกหนึ่งสิ่ง แล้วมันก็จะเกิดผลลัพธ์ใหม่ ๆ ในแบบของเรา”

คุณนิ้ง : “ในความคิดนิ้งเซรามิกเป็นอะไรได้หลายอย่างมาก ๆ จะเป็นภาชนะ ของแต่งบ้าน หรือประติมากรรมก็ได้ จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้ลองทำอะไรอีกหลายอย่าง เลยรู้สึกว่ามันหยุดคิดไม่ได้ว่าเขาจะเป็นอะไรได้อีก”

คุณนัท : “ตอนแรกเราทำเพื่อผ่อนคลายตัวเองเป็นการ Therapy อย่างหนึ่ง เราก็จะทำพวก Sculpture แต่หลัง ๆ ก็เริ่มทำเซรามิกสำหรับการใช้งานมากขึ้น เพื่อส่งต่อให้คนอื่น ๆ ได้ใช้ครับ”

จากสตูดิโอส่วนตัวที่คุณนัทและคุณนิ้งเอนจอยกับการปั้นเซรามิก ทั้งคู่ก็ตัดสินใจเปิดคลาสเล็ก ๆ เพื่อแชร์พื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามาใช้เวลาในสเปซที่เรียบง่ายนี้อย่างละเมียด พร้อมซึมซับความรู้สึกดี ๆ กลับไป

คุณนิ้ง : “ก่อนที่จะเปิดที่นี่ในห้องนี้คือไม่มีอะไรเลย เป็นพื้นที่โล่ง ๆ แล้วก็ไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะทำเป็นอะไร พอเราทำเซรามิกเรื่อย ๆ ถ่ายรูปลงตอนเราปั้นก็เริ่มมีเพื่อน ๆ สนใจว่าอยากมาปั้นด้วยจังกับบรรยากาศที่เราอยู่ในสวนมะพร้าว เลยรู้สึกว่าเราน่าจะแชร์ประสบการณ์แบบนี้ให้กับคนอื่นได้ด้วย เลยชวนเพื่อน ๆ มาลองปั้นกัน”

แค่ได้เห็นการออกแบบสเปซที่ชวนผ่อนคลาย เราก็ไม่ลังเลที่จะพาเพื่อน ๆ ชาว Neighbors and Friends มาปั้นเซรามิกเพื่อพักสมองและฮีลใจไปด้วยกัน โดยก่อนที่จะเริ่มเราก็ได้ถามคุณนิ้งถึงสิ่งที่จะได้เรียนรู้ในคลาสวันนี้

คุณนิ้ง : “เซสชันวันนี้จะได้ทำทั้งสองแบบเลยค่ะ เริ่มจากปั้นบนเครื่อง Wheel Throwing ก่อนแล้วก็จะมีปั้นมือ ปั้นเครื่องก็จะขึ้นเป็นแก้วหรือจานชามอะไรก็ได้ ส่วนปั้นมือก็จะฟรีฟอร์มเลย แล้วแต่ว่าอยากได้แบบไหน จริง ๆ เราไม่ฟิกซ์เลยว่าอยากทำอะไร บางคนมีโจทย์มาว่าอยากได้แบบนี้ หรือบางคนไม่ได้คิดอะไรมาก่อนเลย แต่ก็ได้ไอเดียใหม่ ๆ จากสิ่งที่ปั้นขึ้นมา”

“พอเริ่มปั้นปุ๊บมือเราจะเลอะใช่ไหมคะ เราจะไม่สามารถจับโทรศัพท์เหมือนได้โซเชียลดีท็อกซ์ แล้วการโฟกัสเราจะดีขึ้น อยู่กับดิน และมีสมาธิ”

ถ้าพร้อมแล้วใส่ผ้ากันเปื้อนใช้มือสัมผัสดิน และสัมผัสใจตัวเองไปพร้อมกับชาว Neighbors and Friends กัน!

หญิง Creative Designer

สิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่ได้รับหลังจากเวิร์กช็อป :

“สิ่งที่คาดหวังจากเวิร์กช็อปนี้คืออยากลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่อาจจะเสี่ยงมากขึ้นคือมันอาจจะออกมาไม่สวยเหมือน beauty standards ของงานปั้น พอได้ทำจริง ๆ ก็รู้สึกสนุก ผ่อนคลาย แล้วก็ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ เมื่อดูผลงานตัวเองก็รู้สึกพอใจ แม้จะไม่ได้เพอร์เฟกต์แต่ก็เป็นสิ่งที่เรามีความสุขตอนได้ลงมือทำ และรู้สึกว่าจะต้องแฮปปี้ที่ได้มองผลงานตัวเองตอนใช้งานจริง”

ความรู้สึกขณะปั้นและโมเมนต์ที่ชอบที่สุด :

“ชอบโมเมนต์ตอนปั้นมือที่สุด เพราะเราสามารถกำหนดทุกอย่างด้วยมือและอุปกรณ์ที่ช่วยเก็บดีเทลเล็ก ๆ อย่างลวดลายหรือเท็กซ์เจอร์ใหม่ ๆ ที่ได้ลองทำ ซึ่งมันตอบโจทย์กับสไตล์ของเรามาก และช่วงที่นั่งเก็บดีเทลก็รู้สึกสงบเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัว รู้สึกดีมากที่ทุกอย่างรอบข้างไม่วุ่นวาย เหมือนบรรยากาศทำให้เราได้จดจ่อกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจริง ๆ”

อุ้ม Creative Designer

สิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่ได้รับหลังจากเวิร์กช็อป :

“เราเคยปั้นเซรามิกตอนเรียนมหาลัยแต่ก็ห่างการจับดินมานาน รู้ตัวว่าฝีมือตกไปเยอะ (หัวเราะ) ครั้งนี้เลยตั้งใจมาเพื่อผ่อนคลายตัวเอง เพราะเรารู้ว่าการทำเซรามิกนั้นเร่งไม่ได้ บางครั้งก็ไม่สามารถบังคับให้เค้าเป็นเเบบใจเราได้ เลยไม่ได้คาดหวังแต่อยากที่จะสนุกไปกับโมเมนต์ที่ได้ทำเท่านั้นเอง ซึ่งสุดท้ายเราก็ได้ผลงานออกมาตามที่ชอบ ได้ผ่อนคลาย แล้วก็ได้จดจ่อกับการปั้นและการเพ้นท์ รู้สึกว่าได้กลับมาทำในสิ่งที่ชอบ ถือว่าเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่ามาก”

ความรู้สึกขณะปั้นและโมเมนต์ที่ชอบที่สุด :

“เราชอบการปั้นบนเครื่อง Wheel Throwing เพราะทุกจังหวะที่เเป้นหมุนทำให้เราได้อยู่กับตัวเอง ได้สัมผัสดินที่อยู่ตรงหน้า ได้สัมผัสถึงอากาศข้างในดินและเศษดิน ทำให้ตัวเราได้โฟกัสเเละใจเย็นลง ได้ใช้จังหวะแบบที่ในชีวิตประจำวันไม่ได้ทำ เพราะปกติต้องเร่งรีบตลอดเวลา ขั้นตอนการขึ้นรูปเลยเป็นขั้นตอนที่ชอบที่สุด”

เบนซ์ Content Creator

สิ่งที่คาดหวังกับสิ่งที่ได้รับหลังจากเวิร์กช็อป :

“พอได้มาปั้นเซรามิกที่ Clayceracera กับบรรยากาศที่สร้างมูดดี ๆ ในการทำงานศิลปะ เราก็ตั้งใจมาเก็บโมเมนต์และความรู้สึกดี ๆ ให้ได้มากที่สุด ซึ่งหลังจากที่เพลิดเพลินกับการปั้นเซรามิกก็รู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วมาก เพราะทุกอย่างมันโฟลวไปหมด โดยที่เราแทบไม่ได้หยิบมือถือหรือมองดูนาฬิกาเลย ทำให้รู้สึกว่าถึงจะไม่มีสมาร์ทโฟน เราก็อยู่กับเซรามิกได้ทั้งวันโดยที่ไม่รู้สึกเบื่อ”

ความรู้สึกขณะปั้นและโมเมนต์ที่ชอบที่สุด :

“เราชอบเทคนิคการปั้นบนแป้นหมุนมาก เพราะเหมือนเป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่ง ในชีวิตปกติเรามักจะคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาจนสมองไม่ได้หยุดพัก แต่ขณะที่แป้นกำลังหมุนและสายตาเราเพ่งไปที่ชิ้นงาน เรารู้สึกคล้ายถูกสะกดจิตให้ตั้งอยู่บนสติและสมาธิ”

“พร้อมกับค่อย ๆ บังคับดินในอุ้งมือให้เป็นไปตามรูปทรงที่เราคิด ซึ่งบางจังหวะที่เราจดจ่อกับมันมาก ๆ จนเผลอกลั้นหายใจก็ต้องเตือนตัวเองให้กลับมาโฟกัสกับลมหายใจเข้า-ออก สำหรับเราการปั้นเซรามิกจึงเป็นวิธีการฝึกกายและใจให้อยู่กับปัจจุบัน”

หญิง Creative Designer

มุมมองชีวิตที่ได้จากการปั้นเซรามิก :

“ในขณะที่เราใช้แป้นหมุนขึ้นงานแก้ว Mug แต่เราไม่มั่นใจในแก้วของเราว่ามันโอเครึยัง เราชอบคำพูดของครูสอนที่บอกว่า ‘เอาที่เราชอบเลย ถ้าพอใจก็โอเคแล้ว’ มันเรียบง่ายและเป็นคำพูดที่ได้ยินบ่อยๆ แต่ ณ ตอนนั้นรู้สึกว่า พอฟังแล้วทุกอย่างมันง่ายขึ้นมาก การตัดสินใจเชื่อความรู้สึกตัวเองมันทำให้เราพอใจกับสิ่ง ๆ นั้นมากขึ้น ซึ่งเราคิดว่านำมุมมองนี้ไปใช้กับเรื่องราวในชีวิตประจำวันทั่วไปได้”

อุ้ม Creative Designer

มุมมองชีวิตที่ได้จากการปั้นเซรามิก :

“เซรามิกสอนเราหลายอย่าง ส่วนตัวเป็นคนจริงจังกับทุกเรื่องในชีวิตเเละคาดหวังให้ผลลัพธ์ออกมาดีเสมอ พอคาดหวังในทุกเรื่องบางครั้งก็เผลอใจร้ายกับตัวเองเคี้ยวเข็นตัวเองเกินไป เซรามิกสอนให้เราปล่อยวางให้เป็น ในบางครั้งถึงเราจะเตรียมตัวมาดีเเค่ไหนก็อาจมีปัจจัยอื่นทำให้มันไม่ได้ดั่งใจเรา เราอาจต้องทำเรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าครั้งก่อน ๆ”

“เหมือนกับเซรามิกที่เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเผางานออกมาร้าวบ้าง เเตกบ้าง สีของเคลือบอาจไม่เสมอกัน สีที่เผาออกมาอาจไม่เหมือนเดิมทุกครั้ง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวแปรต่าง ๆ เช่นเดียวกับชีวิตที่เรามักจะอยากให้เพอร์เฟกต์เสมอ เเต่ในบางครั้งก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติของมันบ้าง อย่างเซรามิกที่ไม่จำเป็นต้องออกมาสมมาตรเสมอไป :)”

เบนซ์ Content Creator

มุมมองชีวิตที่ได้จากการปั้นเซรามิก :

“ตอนที่เราพยายามปั้นแจกันให้เป็นทรงตามที่คิดไว้ในหัว ครั้งแรกมันก็ออกมาดูเป็นรูปเป็นร่างดี แต่เรายังรู้สึกไม่พอใจเลยขึ้นรูปใหม่ ทีนี้จากที่มันควรจะเป็นแจกันก็กลายเป็น ‘โถ’ ไปซะอย่างนั้น ในใจคิดว่าไม่น่าเลย! แต่เราก็คิดซะว่า “ไม่เป็นไร เริ่มใหม่ได้” แล้วพอคิดได้แบบนั้นเราก็หัวเราะไปกับความผิดพลาดของตัวเอง”

“ถ้าเรานำความรู้สึกนี้ไปปรับใช้กับชีวิต เวลาที่เราทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เราก็คงจะให้อภัยตัวเองมากขึ้น แล้วค่อย ๆ เรียนรู้ไป ครั้งหน้ามันอาจจะดีขึ้นก็ได้ แค่ปล่อยใจสนุกไปกับมัน ยอมให้ตัวเองมีพื้นที่ได้ลองผิดลองถูก ถึงจะออกมาดีบ้าง พลาดบ้าง แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ กล้าที่จะออกจากคอมฟอร์ทโซน และเอนจอยกับชีวิตมากขึ้น”

หลังจากที่ทุกคนขึ้นรูปเซรามิกด้วยเทคนิคที่ตัวเองชอบจนได้ผลงานที่พอใจก็ได้เวลาลงสี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย โดยต่างคนต่างมีโมเมนต์ที่ได้มีความสุขกับตัวเองอย่างเงียบ ๆ เมื่อลงสีเสร็จเรียบร้อยเตรียมที่จะนำไปเผา เราก็พร้อมที่จะโชว์ผลงานและบอกเล่าถึงคอนเซปต์ที่แต่ละคนตั้งใจปลุกปั้นชิ้นงานออกมาให้ตรงใจตัวเองกันแล้ว

หญิง Creative Designer

คอนเซปต์ในการปั้นเซรามิกครั้งนี้ :

“เรามองการปั้นในครั้งนี้เป็น experiment ที่อยากปลดปล่อยตัวตนของเราออกมา ผ่านสไตล์การออกแบบการปั้นและสีสันที่ใช้ โดยทรวดทรง เท็กซ์เจอร์ และการใช้สีจะค่อนข้างหวือหวา ไม่เรียบง่าย มีน้ำหนักชัดเจน ซึ่งได้รับอินสไปเรชันมาจากสไตล์ Maximalists”

“งานทั้งหมดวันนี้มีทั้งเปลือกหอยอ้าที่มีไข่มุกอยู่ข้างใน (ใส่เครื่องประดับ), ปะการังที่เกิดจากดินเหลือจากเปลือกหอย (ใส่แหวน), แก้วมัค polkadot ลายนูน และชิ้นส่วนรังผึ้งที่เกิดจากชิ้นส่วนเหลือจากการทำลายจุดบนแก้วมัค ซึ่งมีลักษณะเป็นรูคล้ายรังผึ้ง (ใส่เครื่องประดับ)”

อุ้ม Creative Designer

คอนเซปต์ในการปั้นเซรามิกครั้งนี้ :

“คอนเซปต์คือของใช้ในชีวิตประจำวันที่เราอยากเอาไปใช้งานได้จริง เราชอบความมินิมอลเเต่ก็ชอบสีสันฉูดฉาด เลยทำเป็น Matcha bowl เพ้นท์ลาย Polka dot เเละที่วางของร้อนซึ่งมีรูปทรงมาจากวงกลมเล็ก กลาง ใหญ่มาชนกัน เป็นรูปทรงที่ตัดทอนมาจากดอกไม้ และดินที่เหลืออยู่ส่วนหนึ่งเราก็เอามาทำจานเล็ก ๆ ไว้ใส่เครื่องประดับ จานใบนี้เราลองเอาดินสีมาทำเท็กซ์เจอร์ไล่ gradient เป็นชิ้นที่ตื่นเต้นว่าจะออกมาเป็นยังไง”

เบนซ์ Content Creator

คอนเซปต์ในการปั้นเซรามิกครั้งนี้ :

“เราไม่ได้วางคอนเซปต์อะไรไว้ชัดเจน แค่อยากทำเซรามิกที่เอาไว้ใช้เอง ชิ้นแรกเลยออกมาเป็นแก้วมัคที่ขึ้นรูปง่าย ๆ ด้วยเครื่อง Wheel Throwing แต่เราใส่กิมมิกสนุก ๆ เข้าไปตรงหูจับของแก้วที่ยาวกว่าแก้วทั่วไป ไม่รู้เหมือนกันว่าใช้งานจริงจะลำบากไหม หรือจะล้างเก็บยังไง แต่เวลาใช้แก้วใบนี้เราน่าจะได้อมยิ้มกับความเรียบง่ายที่แอบมีมุมขำ ๆ ดูไม่จริงจังเกินไป และเราก็เลือกใช้สีเหลืองเลมอนไล่ด้วยสีเขียวอ่อนให้มีสีสันที่สนุกขึ้นด้วย”

“ส่วนอีกชิ้นเป็นแจกันที่ขึ้นรูปด้วย wheel throwing เหมือนกันเพราะเราติดใจเจ้าเครื่องนี้มาก แต่รอบนี้ลองใส่ความยากเข้าไปหน่อย โดยหลังจากขึ้นรูปแจกันเป็นทรงกระบอกแล้ว เราก็ใช้อุปกรณ์ดันตัวแจกันให้ป่องออกมาด้านข้าง แล้วทาแจกันเป็นสีฟ้าตัดขอบด้วยสีน้ำเงิน เพราะเวลาเราปักดอกไม้สีสด ๆ ลงไปสีมันน่าจะตัดกันดี”

การที่มือเราเลอะเปรอะเปื้อนระหว่างที่ปั้นเซรามิกยังเป็นการได้โซเชียลดีท็อกซ์ไปในตัวเพราะเราจะไม่สามารถจับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทุกวันนี้เวลาเล่นโซเชียล เราก็มักจะเห็นแต่ชีวิตด้านที่สวยงามของคนอื่นแล้วเผลอนำมาเปรียบเทียบกับตัวเอง

แต่เราไม่จำเป็นต้องรอวันที่เราสมบูรณ์แบบหรือมีพร้อมทุกอย่างเพื่อที่จะมีความสุข หากเรารู้จักโอบกอดตัวเองในทุก ๆ วัน แม้ในวันที่เราอาจยังไม่ใช่เวอร์ชันที่ดีที่สุด เหมือนกับผลงานเซรามิกที่เราทำออกมาในวันนี้ มันอาจจะยังไม่ใช่ชิ้นที่สวยที่สุดแต่เราก็ภูมิใจกับมัน

หากวันไหนที่คุณเหนื่อยล้าหรือหาความสุขของตัวเองไม่เจอ เราก็อยากให้เพื่อน ๆ ได้มีช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองด้วยการมาปั้นเซรามิกและอ้อยอิ่งไปกับบรรยากาศของธรรมชาติที่ ‘Clayceracera’ โดยที่คุณอาจไม่ต้องคาดหวังอะไร แต่เราเชื่อว่าทุกคนจะได้รับความรู้สึกดี ๆ หรือมุมมองอะไรบางอย่างที่ดีกับใจตัวเองกลับไปอย่างแน่นอน

IT MIGHT INSPIRE YOU

ตลาดน้อย

เดินเล่น แวะกินของอร่อย พร้อมสำรวจย่านโรงกลึงและบ้านไม้เก่ากับเพื่อนบ้านเจ้าของแบรนด์ ‘onest’

Japandi Style Home

สเปซไวบ์อบอุ่นที่เป็นทั้งบ้าน และสตูดิโอสอนทำขนม-ชงชา

Dib Bangkok

แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ Dib Bangkok โดยสถาปนิกไทยเจ้าของผลงานระดับโลก

The Pawse Club

พักวางจากความเหนื่อยล้า แล้วมาโฟกัสกับความรู้สึกตัวเองในพื้นที่ของการเยียวยาจิตใจ