Japandi Style Home

สเปซไวบ์อบอุ่นที่เป็นทั้งบ้าน และสตูดิโอสอนทำขนม-ชงชา

ถ้าเพื่อน ๆ คือคนที่หลงใหลในเสน่ห์ของ ‘ความเป็นญี่ปุ่น’ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศ ผู้คน บ้านเรือน หรือสไตล์การตกแต่งที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย และเรียบง่าย ที่ถ้าได้ลองเดินเข้าไปสัมผัสก็ต้องรู้สึกสบายใจขึ้นทันที

คอลัมน์ Neighbors Place ครั้งนี้ จึงขอเอาใจ Japanese Lover ด้วยการพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน ‘คุณปาล์ม – ปุณยวีร์ ฐอสุวรรณ’ อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ เจ้าของเพจ อินทีเรียเพลียช่าง ที่นำทั้งความชอบและความเชี่ยวชาญมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบบ้านของตัวเอง ในสไตล์ ‘Japandi’ หรือการเอารูปแบบของ ‘Japanese’ และ ‘Scandinavian’ มาผสมกันอย่างลงตัว กลายเป็นบ้านที่ให้ความสุขที่เกิดจากความเรียบง่าย

ซึ่งนอกจากจะเป็นบ้านที่ออกแบบมาเพื่อการอยู่อาศัยแล้ว คุณปาล์มยังครีเอตพื้นที่ในโซน living room โดยมีที่มาจากแพสชันส่วนตัวให้กลายเป็นสเปซที่ชื่อว่า Palmmetto Studio สตูดิโอสอนทำขนมเนริกิริและชงมัทฉะตามฉบับพิธีชงชา ที่เข้ากันกับบรรยากาศความเป็นญี่ปุ่นของบ้านได้อย่างกลมกลืนและรื่นรมย์

Neighbors and Friends จะพาทุกคนไปค้นหาแรงบันดาลใจจากเพื่อนบ้านคนนี้ ทั้งในเรื่องของการออกแบบบ้านที่ลงตัวกับการใช้เป็นสตูดิโอเพื่อสร้างพื้นที่ให้ได้คอนเน็กกับผู้คนรอบข้าง และมุมมองการออกแบบบ้าน ผ่านสายตาของอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ตัวจริง

ความสุขเรียบง่าย
จากบ้านสไตล์ Japandi

คุณปาล์มเป็นอินทีเรียร์ดีไซเนอร์ และเจ้าของช่อง YouTube @อินทีเรียเพลียช่าง ที่บอกเล่าชีวิตและงานออกแบบในสไตล์ของตัวเอง นอกจากงานหลักแล้ว คุณปาล์มยังใช้สเปซของบ้านในการทำคลาสเวิร์กชอป และนำชาคุณภาพจากญี่ปุ่นมาชงเป็นเครื่องดื่มหอม ๆ ขายแบบเดลิเวอรีในวันหยุด ชื่อร้านว่า Palmu homu และมีแพลนจะเปิดคลาสชิมมัทฉะในอนาคต

ภายในบ้านสไตล์ Japandi หลังนี้ เปรียบเหมือนบ้านที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ จากความตั้งใจของคุณปาล์มที่อยากให้พื้นที่อยู่อาศัยได้สะท้อนตัวตน และเหมาะกับการเป็นสเปซที่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่คุณปาล์มรัก

“มันเริ่มจากการที่เราชอบญี่ปุ่นอยู่แล้ว ชอบไปเที่ยว ไวบ์ ผู้คน อินทีเรียดีไซน์ หรือสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ของญี่ปุ่น ตอนแรกเราเลยอยากได้แบบเซน (Zen) แต่ถ้าเป็นสไตล์นั้นมากเกินไปมันจะไม่บาลานซ์กับเรา เพราะเราไม่ได้เป็นคนมีระเบียบขนาดนั้น บวกกับเรารู้สึกว่าเซนเป็นสไตล์ที่นิ่งและเย็นเกินไป เราเลยเพิ่มความอบอุ่นด้วยงานไม้ต่าง ๆ เข้ามา”

“ซึ่งสิ่งนี้เขาเรียกว่าสไตล์ Japandi คือการเอารูปแบบของ Japanese และ Scandinavian มารวมกัน ทั้งเซนและสแกนดิเนเวียมีปรัชญาคล้าย ๆ กันอยู่ ถ้าทางญี่ปุ่นก็คือ ‘คันโซ (Kanso)’ ที่หมายถึงความเรียบง่าย ส่วนของอีกแบบคือ ‘ฮุกกะ (Hygge)’ หรือการตัดสิ่งไม่จำเป็นออก อยู่กับสิ่งที่จำเป็นและมีความสุขที่เรียบง่าย สิ่งนั้นก็สะท้อนตัวตนของเรากลับมา คือการเป็นคนง่าย ๆ และชอบอยู่บ้าน”

ออกแบบบ้านให้ตอบโจทย์ความชอบและไลฟ์สไตล์

คุณปาล์ม ในฐานะอินทีเรียดีไซเนอร์ ก็ได้เอาทักษะนั้นมาออกแบบและปรับปรุงบ้านของตัวเองทั้งหมด ตั้งแต่ทุบผนังโซนครัวเพื่อเปิดพื้นที่ให้โล่ง ไปจนถึงการปรับพื้น ผนัง และเพดานใหม่ เป็นการใช้ความรู้และไอเดียของตัวเองรังสรรค์ทุกมุมของบ้านให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น

“อย่างที่บอกว่าเราเป็นคนชอบอยู่บ้าน บวกกับชอบความเรียบง่าย เราเลยเอาสีของไม้มาใช้เพื่อให้บ้านมันดูวอร์มขึ้น และเราวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนแรกว่าเราจะเลี้ยงหมา จากตอนแรกที่พื้นกระเบื้องเป็นแบบเงา ๆ เราก็เปลี่ยนกระเบื้องใหม่ โดยเลือกเป็นกระเบื้องที่มีเท็กซ์เจอร์ เพราะช่วยให้น้องหมาไม่มีปัญหาสุขภาพเรื่องขาด้วย”

“เราออกแบบให้มันตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเรา เพราะเราอยู่บ้าน เรามีหมา เราเป็นคนพยายามจะไม่ซื้อของเยอะ แต่สุดท้ายพอมาอยู่มันก็มีของงอกขึ้นมา เราเลยต้องมีห้องใต้บันไดไว้เก็บของ เพราะเวลาออกแบบคนจะชอบลืมนึกถึงห้องเก็บของหรือที่เก็บของ อย่างบ้านของเรา ด้านล่างของตู้เป็นที่เก็บของหมดเลย เราก็โกยทุกอย่างเข้าไปตรงนั้น”

มาถึงมุมต่าง ๆ ของบ้านที่คุณปาล์มได้ดีไซน์การตกแต่งใหม่ ซึ่งมุมที่คุณปาล์มภูมิใจนำเสนอก็คือ ‘ห้องเสื่อทาทามิ’

“มุมนี้เป็นมุมที่เราภูมิใจนำเสนอ เพราะตอนแรกสเปซตรงนี้เป็นลานกว้าง ช่วงแรก ๆ เราเลยออกแบบให้เป็นชานบ้านไว้นั่งเล่น ปูพื้นด้วยหินและมีที่นั่ง แต่พออยู่ไปเรื่อย ๆ เราก็ไม่ค่อยได้ใช้งาน เลยมีนกมาทำให้พื้นที่ตรงนั้นสกปรก เราก็มีไอเดียที่จะกั้นเป็นห้องแทน ซึ่งแพลนแรกของเราคือการกั้นเป็นห้องของน้องหมา แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจทำเป็นห้องเสื่อไว้สำหรับชงชา”

“เพราะด้วยความที่ชอบญี่ปุ่นอยู่แล้ว เราเลยอยากให้บ้านมีมุมที่ดูเป็นไวบ์ญี่ปุ่น เป็นความตั้งใจแต่แรกที่ชอบรูปแบบของ Zen และอยากมีห้องเสื่อ แต่ถ้าตามแปลนเดิม เราก็ไม่รู้จะทำไว้ตรงไหน แต่พอต่อเติมตรงนี้เราก็กั้นเป็นห้องเสื่อแยกสัดส่วนไปเลย ซึ่งตอนที่เริ่มทำห้องนี้ก็เป็นช่วงเดียวกันกับตอนทำสตูดิโอสอนทำเวิร์กชอปที่บ้าน เราเลยอยากให้มีมุมที่ดูพิเศษ ให้คนที่มาบ้านเขารู้สึกว้าวและชอบบ้านของเรา เราเลยทำห้องนี้ขึ้นมา”

โดยในห้องเสื่อทาทามิ อบอวลไปด้วยการตกแต่งที่ทำให้เราได้เห็นถึงไวบ์ของความเป็นญี่ปุ่นอยู่เต็มไปหมด ทั้งชุดพิธีชงชา ช่องโทโคโนมะสำหรับแขนรูปภาพคาเกจิกุ ส่วนด้านล่างก็เป็นแจกันดอกไม้ที่จัดแบบอิเคบานะ และโกโตะ เครื่องดนตรีที่คุณปาล์มมักเล่นเป็นประจำ

และถ้าลองมองไปที่รอบบ้าน ด้านนอกของห้องเสื่อก็มีไวบ์ของญี่ปุ่นอบอวลอยู่เยอะไม่แพ้กัน เพราะคุณปาล์มตั้งใจทำให้เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น มีกำแพงสีดำจากไม้เผาไฟยาคิสุกิ ที่แมตช์กับสีอุ่น ๆ ของห้องเสื่อได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีลานจอดรถหน้าบ้าน ที่คุณปาล์มเพิ่งต่อเติมออกไปด้วยไม้สนฮิโนกิ ทำให้เราได้เห็นว่าทุกมุมของบ้านหลังนี้ เต็มไปด้วยเรื่องราวและแรงบันดาลใจเฉพาะตัวของคุณปาล์มจริง ๆ

สิ่งสำคัญในการออกแบบบ้านอีกอย่างหนึ่งคือ ‘งบประมาณ’ ที่คุณปาล์มให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เป็นไอเดียดี ๆ สำหรับเพื่อนบ้านที่อยากออกแบบบ้านให้สวย แต่ยังบาลานซ์กับบัดเจ็ทที่มีอยู่

“ส่วนของห้องนอนเราออกแบบน้อยมาก บิวต์อินแค่หัวเตียงและตู้เสื้อผ้า ส่วนอื่น ๆ ก็มีเป็นชั้นของมูจิมาตั้ง ส่วนประตูเราทุบใหม่หมดเลย เพราะของเดิมประตูมันเตี้ย สักประมาณ 2 เมตร แต่เราทุบให้สูงชนฝ้า เป็นห้องนอนที่สวยในบัดเจ็ท”

“เราใช้ของแพงแต่ไม่ใช้เยอะ คือใช้เฉพาะบางส่วน เช่นหัวเตียงเป็นวอลเปเปอร์ที่มีเท็กซ์เจอร์เป็นผ้า อันนั้นก็จะราคาแพง ตารางเมตรละ 2,000 – 3,000 บาท แต่เราใช้แค่ม้วนเดียว คือเป็นการลงทุนกับของสวย ของดีมากกว่า”

ฮวงจุ้ยที่ดี ทำให้บ้านน่าอยู่ยิ่งขึ้น

อินทีเรียดีไซน์เนอร์คนนี้ นอกจากจะรับหน้าที่ออกแบบบ้านแล้ว คุณปาล์มยังเพิ่มเติมด้วยเรื่อง ‘ฮวงจุ้ย’ เรื่องสำคัญของผู้อยู่อาศัย ที่คุณปาล์มมาแชร์มุมมองให้เพื่อนบ้านได้ฟังด้วยเช่นกัน

“เราเรียนเรื่องฮวงจุ้ยมาด้วย อย่างรายการอินทีเรียเพลียช่าง เราก็มีอีพีของเรื่อง ‘ฮวงจุ้ย’ ที่เป็นเรื่องของความสมดุล เหมือนความเชื่อของจีนที่จะมีธาตุ 5 ธาตุ คือ น้ำ ไม้ ไฟ ดิน ทอง เป็นการรับมาถ่ายไป เราเลยต้องทำทุกอย่างให้มันสมดุล ไม่มาก ไม่น้อยเกินไป สมมุติมุมนี้ของบ้านมีธาตุนี้เยอะ เราต้องแก้ด้วยการเอาอีกธาตุหนึ่งมาหักล้าง ทุกอย่างไม่ได้มีสูตรของมันตายตัว”

“อย่างที่หัวเตียงของเรามีรูปภาพ 2 รูป เป็นรูปหมากับกระต่าย เพราะผมเกิดปีจอเลยเป็นรูปหมา และปีนักษัตรที่ส่งเสริมกับปีจอคือปีเถาะ (กระต่าย) เสือ ม้า หมา กระต่าย สี่อันนี้ถ้าอยู่ด้วยกันจะส่งเสริมกัน”

หลายคนอาจเคยได้ยินความเชื่อที่ว่า ‘ถ้าเอากระจกไว้ปลายเตียง จะทำให้เจอเรื่องไม่ดี’ คุณปาล์มเองก็มีวิธีการปรับเปลี่ยนความเชื่อนั้น ด้วยมุมมองที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้เราได้ลองใช้

“เราว่ามันรีเลทกับพฤติกรรมคนและอินทีเรียดีไซน์ของห้อง ถ้าตามหลักฮวงจุ้ยอาจเกี่ยวกับเรื่องการสะท้อนเรื่องไม่ดี แต่จริง ๆ ห้องนอนเขาไม่ให้นอนใต้คาน ไม่ให้มีเส้นอะไรพาดผ่าน กระจกถ้าตั้งเฉียงปลายเตียงก็จะไม่เป็นอะไร ทุกอย่างมีวิธีปรับแก้หมด ได้ผลมากน้อยแล้วแต่วิธี”

“เราเรียนเรื่องฮวงจุ้ยเพราะเคยเจอลูกค้าที่โดนซินแสล้มแบบนี่แหละ เราอยากเข้าใจซินแส อยากรู้ว่าการขอขยับ 1 องศา มันช่วยเรื่องอะไร พอเราได้มาเรียน เราเลยได้รู้ว่า 1 องศาของเขาคืออะไร เพราะแค่ 1 องศา จากที่ไม่ดีมันก็ช่วยให้ดีได้ ทุกอย่างมันก็มีกฎเกณฑ์ของมัน เราจะได้เข้าใจลูกค้าด้วย หรือมีบางอันที่ถ้าเราแก้แล้วมันกระทบกับอินทีเรียดีไซน์ของห้อง เราก็อาจจะช่วยหาวิธีอื่นที่ไม่ได้กระทบมาก”

ของแต่งบ้านที่ภูมิใจนำเสนอ

ของแต่งบ้าน ไอเท็มสำคัญที่ทำให้บ้านหนึ่งหลังถูกเติมเต็มให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะด้วยความสวยงาม มู้ดแอนด์โทนของบ้าน รวมไปถึงพลังงานดี ๆ ที่บ้านส่งถึงผู้อยู่อาศัย

ซึ่งไอเท็มที่คุณปาล์มภูมิใจนำเสนอในครั้งนี้ก็คือ ‘โคมไฟญี่ปุ่น’ แบรนด์ Miura Shomei ที่มีร้านอยู่ในเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ถูกแขวนประดับอยู่ในห้องเสื่อทาทามิ

“พอมีโคมไฟนี้แล้ว บ้านของเราก็ดูสมบูรณ์ขึ้น ส่วนอีกชิ้นที่เราชอบคือถาดกลมของแบรนด์ Ethnicraft ที่ให้ความรู้สึกเป็นบ้านแบบสแกนดิเนเวีย เป็นสองชิ้น สองแบบ ที่อยู่ตรงข้ามกัน แต่อย่างที่บอกว่าคอนเซปต์ของมันเหมือนกัน พอมันอยู่ด้วยกันก็สามารถเข้ากันได้”

บ้านสวยตามสไตล์อินทีเรียดีไซน์เนอร์

ในมุมมองของการเป็นอินทีเรียดีไซเนอร์ ทำให้คุณปาล์มเชื่อว่าการให้ความสำคัญกับการดีไซน์พื้นที่ของบ้าน เป็นสิ่งสำคัญต่อการใช้ชีวิตของเราด้วยเหมือนกัน

“ผมคิดว่าทุกคนก็อยากมีบ้านสวย อยากเข้าบ้านมาแล้วภูมิใจ อย่างตัวผมซื้อบ้านตอนอายุ 30 กว่าก็มีความสุขมาก ทุกวันนี้ขับรถเข้ามาในหมู่บ้านก็ยังรู้สึกภูมิใจกับตัวเอง เวลาที่มีคนมาเวิร์กชอปแล้วเขาชมว่าบ้านสวย เห็นเขาแฮปปี้ เราก็แฮปปี้ไปด้วย”

“เราเลยรู้สึกว่าการออกแบบมันเป็นเรื่องสำคัญ เราเชื่อว่าทุกคนก็อยากให้บ้านของตัวเองสวย ถ้าเราเป็นอินทีเรียเราก็สามารถควบคุมบัดเจ็ทได้ ว่าเราจะทำยังไงให้บ้านเราสวยได้ในงบเท่านี้ เหมือนกับบ้านนี้ที่ไม่ได้ใช้งบเยอะมาก แต่ทำให้มันออกมาดูโอเคได้”

Palmmetto Studio

นอกจากคุณปาล์มจะใช้บ้านหลังนี้เป็นพื้นที่พักผ่อนแล้ว ที่นี่ยังเป็นสตูดิโอสำหรับสอนทำขนม – ชงชา ที่ชื่อว่า Palmmetto Studio ที่จัดคลาสเวิร์กชอปสำหรับผู้ที่สนใจการปั้นขนมเนริกิริ และชงมัทฉะในไวบ์ที่อบอุ่นของบ้านหลังนี้

“เริ่มจากช่วงโควิด ช่วงนั้นเรา work from home อยู่ที่บ้าน เราไปเห็น ‘ขนมเนริกิริ’ เป็นขนมที่เราเคยอยากไปเรียนทำอยู่ครั้งหนึ่งแต่ยังไม่เคยได้ไป ประจวบเหมาะกับช่วงนั้นที่ว่าง ไม่รู้จะไปเรียนที่ไหน เราเลยรีเสิร์ชข้อมูลเกี่ยวกับขนม สั่งซื้ออุปกรณ์และส่วนผสมมาจากญี่ปุ่นแล้วฝึกทำเอง”

“พอเราเริ่มทำเป็น เราก็โพสต์ลง Facebook แล้วสอนเพื่อนที่สนใจก่อนเป็นคลาสแรก หลังจากนั้นก็มีคนข้างนอกอยากมาเรียนทำเรื่อย ๆ กลายเป็นคลาสทำขนมเนริกิริ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนมาเรียนเยอะมาก เพราะพอมีโควิด คนก็ไปเที่ยวไหนไม่ได้ แต่พอโควิดเริ่มซา เราก็ลดคลาสเป็นเดือนละครั้งแทน”

แต่เพราะกระแสของมัทฉะที่มีคนในความสนใจค่อนข้างเยอะ คุณปาล์มเลยเพิ่มคลาสสอนชงมัทฉะเข้ามาด้วย

“มีคนทักมาถามว่ามีคลาสสอนชงชาไหม เราเลยทำอีกคลาสขึ้นมา ชื่อ ‘Matcha & Wagashi Experience’ แต่ด้วยความที่คนทำคลาสมัทฉะเยอะแล้ว เราเลยมาดูว่าเราถนัดอะไรที่คนอื่นเขายังไม่ได้ทำ เลยเอาการทำเนริกิริมารวมกันในคลาสเดียว เพราะอยากให้คนได้รู้ว่าชาที่กินใน ‘พิธีชงชา’ มีอะไรบ้าง เลยกลายเป็นคลาสสอนชง Usucha และสอนปั้นขนม”

“จริง ๆ เราเป็นคนไม่มั่นใจ พอมีคนมาเรียนมากขึ้น เราเลยหาความรู้เพิ่มด้วยการไปเรียนกับเซนเซที่เขามาสอนที่ไทย พอไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นเราก็เข้าคลาสเรียนที่นั่น เป็นการเพิ่มความมั่นใจในการสอนเพิ่มขึ้น ทีนี้มีคนที่มาทำเวิร์กชอปที่เขาชอบสั่งขนมเราไปสองสามครั้ง เขาชมเราให้เพื่อนฟังว่า ‘ขนมพี่ปาล์มสวยที่สุดแล้ว’ เราก็ดีใจกับโมเมนต์นั้น”

คลาสสำหรับการเรียนชงชา ของ Palmmetto Studio จะมีเดือนละประมาณ 5 ครั้ง ในทุกวันศุกร์ – เสาร์ ส่วนคลาสทำขนมเนริกิริจะเหลือเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น ถ้าใครสนใจอยากไปเรียนทำขนมสำหรับกินคู่กับชา หรือเรียนชงชาตามแบบพิธีของญี่ปุ่น ก็ติดตามข้อมูลได้ที่ช่องทาง Facebook : Palmmetto Studio ได้เลย!

บ้านที่ทำให้ทุกคนสบายใจ

บ้านสวย ๆ หลังนี้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกดี ๆ แค่กับคุณปาล์ม แต่ยังให้พลังงานดีต่อเพื่อนบ้านที่แวะเวียนเข้ามาเรียนทำขนม – ชงชาในสเปซของบ้านด้วย

“เพราะเราชอบอยู่บ้านอยู่แล้ว เราเลยแฮปปี้ที่เราไม่ต้องออกไปข้างนอก บ้านสวย ๆ หลังนี้ เราก็ทำเพื่อตัวเราเองอยู่แล้ว แต่มันก็ช่วยเสริมคนที่แวะเวียนเข้ามาด้วย เห็นเขาแฮปปี้ เราก็ดีใจ”

“จริง ๆ เราเคยเปิดร้านกาแฟอยู่ปีครึ่งเหมือนกัน แต่ไม่ได้ไปต่อ แล้วก็มานั่งคิดว่าเราอยากทำอะไร คิดไป คิดมา เราแค่อยากทำอะไรสวย ๆ อยากตกแต่งร้านสวย ๆ เราเลยทำบ้านเราให้สวยแล้วให้คนเข้ามาแทน”

นอกจากเรื่องสเปซที่สวยและตอบโจทย์แล้ว บ้านหลังนี้ยังทำให้คุณปาล์มได้คอนเน็กกับคนที่มาเรียนผ่านการพูดคุยกันบนโต๊ะปั้นขนมและชงชา เหมือนการได้แชร์โมเมนต์ดี ๆ ร่วมกัน

“จากที่เราไม่ชอบการเจอคนเยอะ ๆ การเปิดบ้านเป็นสตูดิโอสอนทำเวิร์กชอปทำให้เรากลายเป็นคนที่ต้องพูดเยอะขึ้น เพราะคนที่เขามาเรียน เขามาจากคนละที่ เราเลยต้องทำให้เขาสนุก ไม่น่าเบื่อ ต้องใช้พลังเยอะเหมือนกัน แต่มันก็เป็นการฝึกให้เรากล้าพูด กล้าแสดงออกมากขึ้นด้วย เหมือนเราได้คอนเน็กกับผู้คนง่ายขึ้น”

กิจกรรมฮีลใจในบ้าน

มาถึงพาร์ตที่เราจะพาไปรู้จักกับไลฟ์สไตล์ของคุณปาล์มในบ้านสไตล์ Japandi หลังนี้กันบ้าง เพราะนอกเหนือจากช่วงเวลาที่ใช้สอนทำเวิร์กชอปแล้ว คุณปาล์มยังใช้เวลาพักผ่อนไปกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่ช่วยฮีลใจ

“บางครั้งเวลาเราเครียด เราก็จะมานั่งปั้นขนมเนริกิริ การออกแบบลายใหม่ ๆ หรือการคิดเทคนิคในการปั้นให้เกิดลวดลายแบบที่ออกแบบไว้ก็ช่วยทำให้เรามีสมาธิจดจ่ออยู่ตรงนั้น ทำให้ลืมเรื่องงานที่เครียดไปได้เยอะอยู่เหมือนกัน รวมถึงการนั่งชงชาในห้องเสื่อ นั่งดู นั่งจับอุปกรณ์ชงชาที่เราสะสมมา เห็นแสงที่สาดเข้ามาในห้อง แล้วถ่ายคลิปสวย ๆ นั่งตัดต่อเอาไปลงในเพจ อันนี้ก็เป็นความสุข และช่วยฮีลใจเรามาก ๆ”

“อีกกิจกรรมคือการเล่นโคโตะ จะมีทั้งนั่งเล่นที่ห้องเสื่อและห้องนี้ ถือเป็นมุมโปรดที่ใช้เวลาอยู่ตรงนี้แทบจะทุก ๆ กิจกรรมเลย ทั้งกินข้าว ทำงาน และทำเวิร์กชอปด้วย โต๊ะตัวนี้ที่ตั้งอยู่กลางบ้าน เป็นอะไรที่เราคิดถูกมากที่ซื้อมา เพราะเป็นโต๊ะที่มีฟังก์ชันที่สามารถขยายออกมาได้ด้วย”

‘น้องหมา’ ดาราประจำบ้าน

ถ้าใครเคยได้มีโอกาสมาเรียนเวิร์กชอปที่ Palmmetto Studio ก็ต้องเคยได้มีโมเมนต์น่ารัก ๆ กับน้องหมาพันธ์ุชิบะของที่นี่แน่ ๆ ถือเป็นน้องหมาสายพันธุ์ญี่ปุ่นที่เข้ากันกับบ้านสไตล์ Japandi ได้อย่างลงตัว

คุณปาล์มเล่าให้เราฟังว่ามีน้องหมาทั้งหมด 3 ตัว คือ โคจิ โมโมะ และน้องสันดาน น้องหมาพันธุ์ชิวาว่าพี่ใหญ่ของบ้าน ส่วนโคจิและโมโมะ เป็นน้องหมาที่ค่อย ๆ งอกหลังจากที่คุณปาล์มย้ายมาอยู่ที่นี่

“เราแพลนมาตั้งแต่ซื้อบ้านเลยว่าเราอยากเลี้ยงชิบะ พอเลี้ยงไปสักพักชิบะก็งอกมาอีกหนึ่งตัว ตัวแรกคือ ‘โคจิ’ เขาเป็นหมาที่เกิดในไทย มาจากฟาร์มชิบะที่เราเคยช่วยเพื่อนชาวเกาหลีทำ และด้วยความที่เกิดไทย โคจิเลยเป็นหมาที่เฟรนด์ลีมาก เพราะเขาคุ้นชินกับสภาพแวดล้อมที่นี่ ตอนมาใหม่ ๆ มีเพื่อนมาบ้านเขาก็จะคุ้นกับคนไปด้วย”

“ส่วน ‘โมโมะ’ เป็นน้องหมาที่บินมาจากเกาหลี แล้วเขาน่าจะเจอเรื่องกระทบจิตใจมาระหว่างเดินทาง เขาเลยกลายเป็นหมาที่กลัวคน กลัวเสียงดัง จนสามขวบเพิ่งดีขึ้นมาบ้าง คนที่มาทำเวิร์กชอปเลยจะได้เจอโคจิเยอะกว่า”

ความสุขที่ได้รับจากบ้านหลังนี้

‘บ้าน’ สำหรับคุณปาล์ม ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นที่ที่สร้างความสุข และช่วยชาร์จพลังในพื้นที่คอมฟอร์ตโซนส่วนตัว

“บ้านหลังนี้ให้ความสุข เพราะเขาเป็นเซฟโซนของเรา เราเหนื่อยล้ามาจากที่ไหน เรากลับบ้านมาเราก็มีความสุข บ้านเป็นที่ชาร์จ ที่พักใจ น้องหมาที่บ้านก็เป็นตัวช่วยให้เราได้ฟื้นฟู หรือการที่เราขับรถเข้ามาเจอบ้าน เจอลานจอดรถหน้าบ้านเราก็ภูมิใจ เหมือนกับการที่เราได้เห็นของตกแต่งชิ้นสวย ๆ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของเรา เราก็ดีใจแล้ว”

โมเมนต์ดี ๆ ที่ช่วยชาร์จพลังใจให้คุณปาล์มได้อีกสิ่งหนึ่งก็คือการสอนทำเวิร์กชอป เพราะการที่มีผู้คนแวะเวียนมาที่บ้าน ก็ถือเป็นการได้บำบัดความเครียดด้วยการพูดคุยกับเพื่อนบ้านแต่ละคน

“การได้เจอคนที่มาเวิร์กชอปก็ฮีลใจเราเหมือนกัน เหมือนทุกคนได้มานั่งแชร์เรื่องราวต่าง ๆ กลายเป็นคลาสบำบัดไปในตัว ทุก ๆ คนที่มาก็มีจุดร่วมเดียวกัน คือการชอบในความเป็นญี่ปุ่น เวลาคุยกันเราก็ได้คอนเน็กกันง่ายมาก เป็นคอมมูนิตี้หนึ่งที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้”

“ผมว่าไวบ์ของบ้านนี้เลยเป็นเรื่องของการพูดคุยกันมากกว่า การแลกเปลี่ยน เสียงหัวเราะต่าง ๆ มันได้ช่วยเยียวยาเราด้วย เพราะเราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน”

บ้านที่พร้อมปรับเปลี่ยนไปตามการใช้งาน

คุณปาล์มทิ้งท้ายบทสนทนาวันนี้ด้วยการเปรียบ ‘บ้าน’ ให้เป็น ‘คน’ ที่มีคาแรกเตอร์มาจากไลฟ์สไตล์ของคุณปาล์ม ที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนบ้านหลังนี้ไปพร้อม ๆ กับฟังก์ชันการใช้งานตามฉบับ ‘สวยด้วย ฟังก์ชันด้วย’

“ถ้าเปรียบบ้านหลังนี้ให้เป็นคน คงเป็นคนที่ชอบอยู่กับตัวเอง เจอคนข้างนอกได้แบบพอดี ๆ เหมือนกับเราที่ชอบอยู่บ้าน ทำขนม – ชงชา และหลงใหลกับดีไซน์สวย ๆ เพราะเราเชื่อว่าดีไซเนอร์หลาย ๆ คนก็มักจะเลือกของจากหน้าตาก่อนฟังก์ชันด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเราก็จะปรับให้มันมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ได้ เหมือนกับบ้านที่เราจะปรับให้มัน ‘สวยด้วย ฟังก์ชันด้วย’ ให้มันบาลานซ์กัน”

เช่นเดียวกับโซนหลังบ้านเดิม ที่ถูกปรับจากลานกว้างที่ไม่ได้ใช้งาน ให้กลายเป็นห้องเสื่อทาทามิ ซึ่งช่วยเติมบรรยากาศให้การสอนเวิร์กชอปทำขนมและชงชาสไตล์ญี่ปุ่นดูน่าสนใจและอบอุ่นยิ่งขึ้น

“เราทำบ้านเพื่อสนองตัวเอง เราอยากอยู่ในที่ที่สวย ที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจ แล้วมันก็ส่งเสริมกับการที่เราทำกิจกรรมเวิร์กชอป เพราะถ้าบ้านเราไม่สวย เราก็ไม่อยากให้ใครมาเห็น เราเลยทำให้มันสวยและมีฟังก์ชัน เป็นการใช้สเปซให้คุ้มค่า”

เพราะทุก ๆ มุมของบ้านสไตล์ Japandi หลังนี้ ก็ถูกเติมเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ ที่มีอยู่ในทุกดีไซน์และทุกมุมของบ้านโดยคุณปาล์ม เป็นเรื่องราวของบ้านที่พร้อมมอบความสบายใจให้กับทั้งคุณปาล์มและผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาได้อย่างแน่นอน

IT MIGHT INSPIRE YOU

Mid-century Modern Home

เปลี่ยนทาวน์โฮมเก่าเป็นบ้านที่สะท้อนตัวตนของ ‘ขิม - จุฬารัตน์ หาญรุ่งโรจน์’

Sestraroom

บ้านของสองพี่น้องที่เติมความสุขด้วยต้นไม้ สวน DIY และน้องหมา

สัมมากร

แวะทักทายเพื่อนบ้านร้านอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน กับ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’

ตลาดน้อย

เดินเล่น แวะกินของอร่อย พร้อมสำรวจย่านโรงกลึงและบ้านไม้เก่ากับเพื่อนบ้านเจ้าของแบรนด์ ‘onest’