Pause-Breathe-Balance

พักกายและใจที่บูติกดีไซน์สวยในสเปซใจกลางเมืองโดย PAÑPURI

“ลองหยุดฟังเสียงหัวใจในพื้นที่ของเรา แล้วให้กลิ่นหอม ๆ มาโอบกอดกายและใจของทุกคนไว้ เราคิดว่าทุกคนอาจต้องมีโมเมนต์ที่จะให้ตัวเองได้หยุดพักบ้าง เพื่อที่เราจะก้าวต่อไปได้อย่างสตรองมากขึ้น เพราะบางทีเราอาจจะลืมสิ่งสำคัญตรงนี้ไป”

ทุกวันนี้ไลฟ์สไตล์ของผู้คนถูกปรับเปลี่ยนไปตามจังหวะของสังคมที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน ทำให้เราอาจเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าสะสมหรือแม้แต่ความรู้สึกที่ท่วมท้นอยู่ในใจ คอลัมน์ Neighbors Balance ชวนเพื่อน ๆ มากดปุ่ม ‘Pause’ แล้วสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อพักกายและใจในสเปซใจกลางเมืองอย่าง PAÑPURI Sensorial Boutique EmQuartier บูติกดีไซน์สวยโดย PAÑPURI แบรนด์เครื่องหอมสัญชาติไทย ซึ่งโดดเด่นในเรื่องของศาตร์การดูแลตัวเองแบบองค์รวม ที่ตอบโจทย์สาย Wellness และ Scent Lover ในทุกบริบท

ซึ่งนอกจากจะเป็นสเปซที่รวมทุกโปรดักต์ที่มีเอกลักษ์เฉพาะตัวของ PAÑPURI ให้เลือกช้อปแล้วยังมีโซน Private Edition หรือมุมที่ให้เพื่อน ๆ ได้มาครีเอตน้ำหอมที่เป็น Home Ambient ในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างไม่ซ้ำใคร และสำหรับไฮไลต์ล่าสุดก็คือห้อง Wellness Suite บริการทรีทเมนต์สปาที่เพิ่งเปิดให้บริการที่สาขานี้ ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเหนื่อยล้าจากการทำงาน หรือต้องการลดสปีดที่เร่งรีบจากการใช้ชีวิตในเมือง การได้แวะมาให้รางวัลตัวเองในพื้นที่นี้แม้ช่วงเวลาสั้น ๆ ก็อาจทำให้เราได้เข้าถึงความสงบ และรีชาร์จพลังได้เป็นอย่างดีแน่นอน

ครั้งนี้ Neighbors and Friends นอกจากจะได้มาผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอม ๆ และทรีทเมนต์สปาบริการใหม่ล่าสุดจากที่นี่แล้ว เรายังได้พูดคุยกับเพื่อนบ้านที่น่ารักอย่าง ‘คุณอา – วันอาสา เอเกรมอน’ Brand Manager ที่มาร่วมบอกเล่าสตอรีดี ๆ กับแรงบันดาลใจในการรังสรรค์เครื่องหอม รวมไปถึงการบริการที่สะท้อนถึงแนวคิด ‘Holistic Wellness’ อีกด้วย

มาหยุดพักจากเรื่องวุ่นวาย หายใจเข้า-ออก ช้า ๆ แล้วมาร่วมติดตามเรื่องราวดี ๆ จาก PAÑPURI เพื่อสร้างบาลานซ์ให้กายและใจไปพร้อม ๆ กันได้เลย เพราะบางครั้งการใช้ชีวิตให้ช้าลงบ้าง ก็ไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดเดิน การครีเอตพื้นที่แห่งนี้จาก PAÑPURI ก็สอดคล้องกับแนวคิด ‘The Art of Slowness’ หรือศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่ไม่เร่งรีบ ที่จะช่วยให้เราได้ลองหยุดฟังเสียงของตัวเอง พร้อม ๆ กับการดื่มด่ำกับความเรียบง่าย และปล่อยใจไปกับการได้พักผ่อนในสเปซดี ๆ แถมยังอยู่ในโลเคชันที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องเดินทางไปไหนไกลอีกด้วย

จากศาสตร์แห่งกลิ่นหอมในยุคดั้งเดิม สู่โปรดักต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

“เราเป็นแบรนด์ Niche Fragrance และไลฟ์สไตล์ ที่ดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เป็น Holistic Wellness ที่อยากให้คนสุขภาพดีทั้งภายในและภายนอก เราต้องการให้เกิดความบาลานซ์หรือความสมดุลในรูปแบบที่หลากหลาย และเหมาะกับแต่ละคน”

เพราะไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน PAÑPURI จึงดีไซน์โปรดักต์และบริการที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัว พร้อม ๆ กับการได้สัมผัสความหอมที่สามารถดูแลเราได้จากภายใน

แรงบันดาลใจจากเอเชีย

“เนื่องจากเราเป็นแบรนด์ไทย ดังนั้นทั้งโปรดักต์และบริการของเราเลยได้รับแรงบันดาลใจมาจากปรัชญาที่มีการคิดค้นและดีไซน์บนพื้นฐานของโปรดักต์แบบเอเชีย ภายใต้คอนเซปต์ Asia’s Best Kept Beauty Secret ที่ผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่ที่เป็นมาตรฐาน zero-rise ที่ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ PAÑPURI

สำหรับใครที่อาจจะกังวลว่าเป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย คุณอาได้บอกเล่ากับเราถึงความใส่ใจและพิถีพิถันในกระบวนการผลิตแบบ PAÑPURI ท่ีทำให้ตอบโจทย์กับทุกสภาพผิว และยังได้รับความผ่อนคลายไปพร้อม ๆ กัน

“โปรดักต์ของเรา เป็นโปรดักต์ที่ปราศจากสารก่อให้เกิดการระคายเคือง แต่ยังคงประสิทธิภาพและผลลัพธ์ที่ดีอยู่ มีกลิ่นและเนื้อสัมผัสที่พิเศษ ซึ่งเป็นคีย์หลักของเราเลย ในส่วนของการบริการ เราดีไซน์ทรีตเมนต์ให้มีกลิ่นผสมเข้ามาด้วย ทำให้ในทุก ๆ Journey ของลูกค้าที่เข้ามารับบริการของเรา จะได้รับความรู้สึกที่ผ่อนคลาย ฮีลใจ ถือเป็นการดูแลตัวเองไปในตัว มันเลยกลายเป็นจุดเด่นของโปรดักต์เรา”

Holistic Wellness

แม้จะตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่ PAÑPURI ก็ได้รังสรรค์พื้นที่แห่งความสงบ ที่เปิดโอกาสให้เราได้หยุดพัก และกลับมาเชื่อมโยงกับตัวเองอีกครั้งอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านแนวคิด ‘Holistic Wellness’

“Holistic Wellness ของเราเป็นภาพรวมที่เน้นทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เราสะท้อนทุก ๆ มิติ ผ่านโปรดักต์ที่ใช้ส่วนผสมธรรมชาติ และเซอร์วิสที่ใช้ทรีตเมนต์เป็นตัวเชื่อมโยง โดยให้ลูกค้ามาสัมผัสกับกลิ่นหอมที่ช่วยบำบัดในทุก ๆ journey ของลูกค้าได้ด้วย”

“ส่วนการดีไซน์หน้าร้านก็มีส่วนสำคัญ เราทำเป็นสไตล์ Modern Luxury ที่เน้นความหรูหราและความร่วมสมัยเข้ามา เพราะเราต้องการให้มันเป็นพื้นที่ของความสงบ อย่างการตั้งอยู่ใจกลางเมืองแบบนี้ ในขณะที่ข้างนอกวุ่นวายมาก เราก็อยากให้เป็นพื้นที่ที่ให้ความสงบให้คนที่แวะเวียนเข้ามาได้ เพราะเขาจะได้รับความรู้สึกผ่อนคลายจริง ๆ ซึ่งเราออกแบบเป็น 2 ส่วน คือ Wellness Suite สำหรับทำทรีตเมนต์นวด และ The Scent Club คลับใจกลางสุขุมวิทที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อโปรดักต์ได้ครบทุกคอลเลกชัน”

พื้นที่ของการได้พักใจ

การได้แวะมาเดินช้อปที่ The Scent Club หรือผ่อนคลายด้วยทรีตเมนต์ดี ๆ ที่ Wellness Suite ก็ถือเป็นโมเมนต์ที่เราจะได้ให้รางวัลตัวเองบ้างเหมือนกัน เพราะในยุคที่ใครหลายคนต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและมีเวลาไม่มากนักในการดูแลตัวเอง PAÑPURI จึงได้ออกแบบโปรดักต์และบริการที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์และจังหวะชีวิตของคนเมืองขึ้นมา

“เพราะโปรดักต์ของ PAÑPURI ตอบโจทย์ได้กับตรงนี้ อย่างเช่น Perfume Oil ของเรามีไซส์ 10 ml ที่ทุกคนสามารถดูแลตัวเองได้ในทุก ๆ ที่ พกพาสะดวก และในส่วนของการบริการ นอกจากที่ PAÑPURI Wellness ที่ตึกเกษรทาวเวอร์แล้ว เรายังมี Wellness Suite ของ PAÑPURI Sensorial Boutique EmQuartier ถือเป็นที่ดูแลสุขภาพสำหรับคนเมืองที่อาจมีเวลาไม่เยอะ แต่ต้องการคอร์สสั้น ๆ ที่ช่วยให้เราได้หยุดพักและมาฮีลใจตัวเอง เพราะเซอร์วิสของเราที่นี่เป็นระยะเวลาที่สั้นและกระชับ ในเวลาประมาณ 45-60 นาที เราเลยอยากให้เป็นที่ที่คนสามารถแวะเข้ามาได้ตลอดโดยใช้เวลาให้สั้นลงด้วย”

Wellness Suite

มาถึงไฮไลต์อย่างบริการทรีทเมนต์สปาในห้องที่อบอวลไปด้วยความผ่อนคลายจากการตกแต่ง การดีไซน์บรรยากาศให้มีความสงบ และแน่นอน การบริการที่เต็มไปด้วยความใส่ใจในทุกขั้นตอน

“สำหรับ PAÑPURI กลิ่นของเราถือเป็น ‘กลิ่นนำพา’ คือการที่เราเอากลิ่นมาใส่ในทุก ๆ journey ของลูกค้า พอได้เข้ามาใช้บริการที่ Wellness Suite ก็จะได้การต้อนรับเป็น Welcome Drink ด้วยเครื่องดื่มที่มีกลิ่นหอม ๆ ที่เราสลับสับเปลี่ยนไปในแต่ละช่วง มีผ้าเย็นที่มีกลิ่นของ Essential Oil ของเรา จากนั้นก็ให้เลือก Massage Oil ตามมู้ดหรืออารมณ์ความรู้สึกของลูกค้า ณ ตอนนั้น พอเข้าไปข้างในก็จะใช้ตัวนี้นวด ให้กลิ่นอยู่ในขั้นตอนของการทำสปาทั้งหมด”

ชาหอม ๆ ที่เป็น Welcome Drink ในวันนี้คือชาอู่หลง และผ้าเย็นที่มีกลิ่น ‘ANDAMAN SAILS’ ที่โดดเด่นในการช่วยลดความเครียด ให้เราได้เอามาเช็ดมือหรือจะเช็ดหน้าเพื่อเพิ่มความผ่อนคลายได้ จากนั้นก็เลือก Massage Oil ที่เหมาะกับอารมณ์ความรู้สึกของเรา อย่างเช่นกลิ่น DISTANT SHORE กลิ่นที่เหมาะสำหรับคนนอนน้อยและต้องการการพักผ่อน – กลิ่น INDOCHINE ที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นจากกลิ่นส้มแมนดาริน – และกลิ่น SIAMESE WATER กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิ ที่ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวา และอีกหลากหลายกลิ่นที่ช่วยผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี

Wellness Fragrance

อีกหนึ่งไฮไลต์ของเราในวันนี้ คือคอลเลกชันใหม่อย่าง ‘Burnout Antidotes Wellness Fragrance Series’ ที่ดีไซน์ Perfume Oil 3 กลิ่น ให้สามารถฮีลใจคนที่กำลังหมดไฟจากการทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตได้

“เป็นครั้งแรกของ PAÑPURI ที่ออกแบบ Perfume Oil โดยใช้ศาสตร์ในการฮีลใจจากกลิ่นธรรมชาติที่เราปรุงขึ้นมา และได้รับรองจากจิตแพทย์ประสาทวิทยาด้านคุณสมบัติของกลิ่นที่ช่วยฟื้นฟู ใช้วิธี OSTMR ทดสอบกับคนที่มีภาวะ Burnout หรือคนที่มีความเครียด แล้วดูว่ากลิ่นของเราสามารถช่วยคนที่มีภาวะแบบนั้นได้ไหม ซึ่งเราก็เป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่มีสิ่งนี้ขึ้นมา”

“มันเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ณ ปัจจุบันมาก ๆ ที่เจอกับภาวะ Burnout อาจจะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน หรือรู้สึกหมดไฟ Perfume Oil สามกลิ่นใหม่ก็สามารถเป็นสิ่งที่ช่วยฮีลใจให้กลับมาอยู่กับจังหวะชีวิตที่สมดุล หรือถ้ามีเรื่องเครียดอยู่ สิ่งนี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้เหมือนกัน”

กลิ่นหอม ๆ ที่รังสรรค์ขึ้นมา มีหลากหลายกลิ่นให้เราได้เลือกใช้ตามไลฟ์สไตล์ของเรา อาทิ กลิ่น THE FIRST จาก Olibanum และ Incense กลิ่นหอมของธูปหอมกำยาน ที่ช่วยเติมความอบอุ่นให้กับจิตวิญญาณ เหมือนได้หยุดพักและสร้างความบาลานซ์ได้ดี – กลิ่น KINDRED จาก Rose Absolute และ Amber กลิ่นแนว floral ช่วยเรื่องการปรับสมดุลในด้านอารมณ์ ช่วยปลอบประโลมได้ – และกลิ่น INTENTION จาก Lavender และ Sandalwood กลิ่นแนว woody ที่ช่วยให้เราได้สงบ และเพิ่มความรู้สึกมั่นคงยิ่งขึ้น

รังสรรค์กลิ่นที่ทำให้นึกถึงความทรงจำ

และในส่วนของ The Scent Club หรือพื้นที่หน้าร้านของที่นี่ ยังมีโซน ‘Private Edition’ หรือมุมที่จะทำให้ลูกค้าได้มารังสรรค์น้ำหอมที่เป็น Home Ambient ในแบบฉบับของตัวเองได้อย่างไม่ซ้ำใคร อย่าง Essential Oil, Sachet, Room Spray, Pillow Mist และ Diffuse

ซึ่งโซน Private Edition ของที่นี่ ก็เป็นที่ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่ที่ทำให้เราได้ปรุงกลิ่นที่สะท้อนตัวตนของเราแล้ว ยังสะท้อนอารมณ์ความรู้สึก ณ โมเมนต์นั้นได้ด้วย เพราะความรู้สึกที่กำลังนึกถึงเรื่องราวสักเรื่องหนึ่ง ก็สามารถนำมาสร้างเป็นกลิ่นนั้น ๆ ได้เหมือนกัน

“เราช่วยให้เขาได้ Reflect ถึงความทรงจำได้ อย่างการนึกถึงกลิ่นหอมจากน้ำหอมของคุณแม่ที่เคยได้กลิ่นในวัยเด็ก หรือจะเป็นกลิ่นของลูกที่มีกลิ่นหอมของเด็กแรกเกิด เป็นความทรงจำดี ๆ ที่ทำให้เขาอยากปรุงกลิ่นนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ถือเป็นการฮีลใจและช่วยการสร้างประสบการณ์ได้”

“เรียกได้ว่ากลิ่นเป็นตัวนำพาในทุก ๆ มุมมองที่เราอยากสื่อออกไป เพราะเราอยากให้มันไปตอบโจทย์ด้าน Holistic Wellness ที่เป็น ‘Sensorial Holistic Wellness’ คือเราจะมีกลิ่นเข้ามาด้วย ทีนี้ลูกค้าของเราก็ไม่ได้เข้ามาซื้อแล้วจบ แต่เขาได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่เราได้ออกแบบให้เขาได้รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนเป็นที่ที่ทำให้เขาได้สงบ และได้อยู่กับตัวเองจริง ๆ”

นอกจาก Perfume Oil โปรดักต์ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์แล้ว เรายังสามารถมาสัมผัสกลิ่นหอมของโปรดักต์รูปแบบอื่น ๆ จาก PAÑPURI ที่ตั้งใจอยากให้เราได้ดูแลตัวเองในทุก ๆ ที่ และทำให้พื้นที่ที่เราอยู่เป็นพื้นที่แห่งความผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือในรถของเราเอง อย่างเช่น Sachet, Diffuser, Lip Care และ Body & Hand Cleanser รวมถึงอีกหลายโปรดักต์ที่ช่วยสร้างความสบายใจจากการได้ดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลา

และในช่วงปลายปีนี้ PAÑPURI ก็มีแพลนจะเอาคอนเซปต์ของการออกแบบสเปซที่ทำให้เพื่อนบ้านที่มีเวลาจำกัดสามารถมาฮีลใจตัวเองได้ทุกวัน ไปออกแบบใช้สเปซอื่น ๆ เพิ่มเติม รวมไปถึงในทุก ๆ ปลายปีที่จะมี Holiday Collection โปรดักต์ที่มีคอนเซปต์ดี ๆ ให้เราได้ซึมซับกับไวบ์ของเทศกาลแห่งความสุขได้อย่างพิเศษสุด ๆ

หยุดพักกับ PAÑPURI

นอกจากเรื่องราวและแนวคิดของ PAÑPURI ที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงแรงบันดาลใจและความพิถีพิถันของแบรนด์แล้ว คุณอายังได้ทิ้งท้ายกับเราถึงความสำคัญของ ‘การหยุดพัก’ ที่ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคน

“ในปัจจุบันมันเร่งรีบมาก ๆ ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ในเมือง รถติด หรือการต้องทำงานหนัก เราอยากให้ทุกคนลองหันกลับมา Reconnect กับตัวเองให้ได้หยุดพัก แล้วให้ PAÑPURI เป็นเพื่อนร่วมทางในการช่วยปรับบาลานซ์ของชีวิตให้กับทุกคนได้ ลองหยุดฟังเสียงหัวใจในพื้นที่ของเรา และให้กลิ่นหอม ๆ มาโอบกอดกายและใจของทุกคนไว้ เราคิดว่าทุกคนอาจต้องมีโมเมนต์ที่จะให้ตัวเองได้หยุดพักบ้าง เพื่อที่เราจะก้าวต่อไปได้อย่างสตรองมากขึ้น เพราะบางทีเราอาจจะลืมสิ่งสำคัญตรงนี้ไป”

ถ้าใครอยากดื่มด่ำไปกับโมเมนต์ของการดูแลตัวเอง ที่ทำให้เราได้ค่อย ๆ หายใจไปพร้อม ๆ กับการฮีลใจให้ชีวิตของเรากลับมาบาลานซ์อีกครั้ง ก็ลองแวะเวียนไปที่สเปซใจกลางเมืองที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเราได้ที่ PAÑPURI Sensorial Boutique EmQuartier ชั้น G เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความสงบและอบอุ่น จากความใส่ใจของ PAÑPURI กันได้เลย!

IT MIGHT INSPIRE YOU

หัวลำโพง-แปลงนาม

เดินเที่ยวย่านผ่านภาพวาดผังเมืองในความทรงจำของ ‘ZILLUSTATION’

LAKE LEGEND
BANGNA-SUVARNABHUMI

โอเอซิสแห่งการอยู่อาศัย ความสงบที่หรูหราท่ามกลางธรรมชาติ

Japandi Style Home

สเปซไวบ์อบอุ่นที่เป็นทั้งบ้าน และสตูดิโอสอนทำขนม-ชงชา

ปากคลองตลาด

สัมผัสเสน่ห์ของย่าน พร้อมเช็กอินร้านเพื่อนบ้านกับศิลปินนักวาดดอกไม้ WHITE HAT.