Zhila Studio

นักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาดกับผลงานอาร์ตทอย ‘แมวไคจู’

จากความถนัดในอาชีพ ‘นักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาด’ ซึ่งเกิดจากความหลงใหลที่มีต่อหนังเรื่อง ‘Godzilla’ ที่เคยดูในวัยเด็ก บวกกับแรงบันดาลจากอดีตแมวจรที่ปัจจุบันกลายมาเป็น CEO อย่างเจ้า ‘Zhila’ จุดประกายเป็นอาร์ตทอยสุดสร้างสรรค์ภายใต้ชื่อ ‘Zhila Studio’ โดยเป็นการรวมร่างกันระหว่างเจ้าเหมียวกับ Godzilla ออกมาเป็น ‘แมวไคจู’ สุดน่ารักที่เหล่าทาสและ Fandom ของ Godzilla เห็นแล้วโดนตกกันเป็นแถว!

Neighbors and Friends จะพาทุกคนไปรู้จักกับเพื่อนบ้านสายอาร์ต ‘คุณต้า-อรรถพล คชวิตี้’ เจ้าของ ‘Zhila Studio’ ที่อินกับหนัง ‘Godzilla’ และรักแมวไม่แพ้ใคร คอลัมน์ Art People อยากชวนเพื่อน ๆ ไปฟังเรื่องราวบนเส้นทางอาชีพนักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาด ซึ่งคุณต้ามีโอกาสได้ทำงานกับสตูดิโอสัญชาติไทยอย่าง ‘Spiral Studio’ ที่ได้ลิขสิทธิ์ ‘Godzilla’ ทั้งจากค่าย ‘Toho’ ของญี่ปุ่น และค่าย ‘Legendary’ ของอเมริกา ซึ่งเราบอกเลยว่ากว่าคุณต้าจะเดินทางมาถึงวันนี้นั้นไม่ง่าย

แล้วมาซึมซับไปกับเรื่องราวสุดอบอุ่นและสร้างบันดาลใจของผลงานอาร์ตทอย พร้อมเจาะลึกเบื้องหลังที่ละเอียดประณีตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การออกแบบขึ้น 3D พ่นสีด้วยแอร์บรัช ไปจนถึงการเก็บรายละเอียดด้วยพู่กันในขั้นตอนสุดท้าย จนกลายมาเป็นผลงานที่ควรค่าแก่การสะสม ซึ่งนอกจากความภูมิใจที่ได้เห็นเจ้า Zhila กลายเป็นของสะสมที่สร้างความสุขให้กับผู้คนมากมาย คุณต้ายังตั้งใจถ่ายทอดความรู้ให้กับเด็กรุ่นใหม่พร้อมกับเปิด One-day Class ให้กับผู้ที่สนใจลองเข้ามาเรียนรู้สกิลขั้นพื้นฐานอีกด้วย

หากคุณอยากรู้เรื่องราวที่น่าสนใจของนักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาด และอยากสนับสนุนอาร์ตทอยดี ๆ ฝีมือคนไทย มาติดตามเรื่องราวของเพื่อนบ้านคนนี้ไปพร้อมกันเลย!

ความหลงใหลในหนัง Godzilla

ในโลกของภาพยนตร์จะมีสัตว์ประหลาดสักกี่ตัวที่เป็นอมตะและเป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก เรากำลังพูดถึง ‘Godzilla’ สัตว์ตัวยักษ์ที่โผล่ขึ้นมาจากท้องทะเลสู่จอหนังเป็นครั้งแรกในปี 1954

เสน่ห์ของ ‘Godzilla’ อาจเป็นพลังทำลายล้างที่มหาศาล แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ช่วยพิทักษ์โลกด้วยการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดตัวอื่น ๆ จึงไม่น่าแปลกใจที่ ‘Godzilla’ จะครองใจผู้ชมหลายช่วงวัยมายาวนานกว่า 70 ปี และขยายแฟรนไชส์มาแล้วหลายต่อหลายภาค ทำให้หลายคนรู้สึกผูกพันที่ได้เติบโตมากับหนังเรื่องนี้

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเป็นแฟนหนัง ‘Godzilla’ อยู่แล้ว หรือแค่เคยเห็นผ่าน ๆ Neighbors and Friends จะพาทุกคนมาอินไปกับเรื่องราวความหลงใหลที่อุ่นไปด้วยความทรงจำในวัยเด็กของ ‘Godzilla’ ที่โตมากับหนังสัตว์ประหลาดจนเรียกได้ว่าเป็นแฟนตัวยง

“ทุกคนอาจจะสงสัยว่าต้าเป็น LGBTQ+ ทำไมถึงชอบสัตว์ประหลาด เพราะส่วนมากน่าจะชอบตุ๊กตาบาร์บี้ คือต้าเป็นลูกชายคนเดียวของคุณพ่อคุณแม่คนจีน ตอนเด็กเราก็ยังไม่ได้ระบุเพศชัดเจนขนาดนี้ ต้าเลยได้ดูหนังสัตว์ประหลาดตั้งแต่ 3-4 ขวบ โตขึ้นมาหน่อยคุณพ่อก็ไปซื้อเทปวิดีโอจากญี่ปุ่นเรื่อง Godzilla มาให้ เราเปิดดูทุกวันจนแม่เอาวิดีโอไปซ่อน มันเลยเป็นภาพจำแรกที่เราเห็นว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้มันเท่”

“ต้ารู้สึกว่าเสน่ห์ของมันอยู่ที่ดีไซน์ เพราะสัตว์ประหลาดแต่ละตัวจะมีรูปลักษณ์ที่ต่างกัน และออกแบบจากสัตว์ที่มีอยู่จริง อย่าง Godzilla ก็ออกแบบจากพวกไดโนเสาร์หรือตระกูลสัตว์เลื้อยคลานต่าง ๆ แต่ปรับเปลี่ยนให้เป็นสัตว์ประหลาดที่ตัวใหญ่ขึ้นค่ะ”

จุดเริ่มต้นของนักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาด

พอเริ่มโตขึ้นคุณต้าก็เปลี่ยนความสนใจไปบ้าง จนกระทั่งปี 2014 ที่ค่าย ‘Legendary’ ของอเมริกานำหนัง ‘Godzilla’ มารีเมคใหม่ ความชื่นชอบในวัยเด็กจึงหวนกลับมาอีกครั้ง และกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพนักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาดในชื่อ ‘Carla Studio Custom & Repaint’

“เราเข้าไปตามกลุ่ม Facebook พวกกลุ่มสัตว์ประหลาด หรือกลุ่ม Godzilla แล้วก็เห็นว่ามันไม่ได้มีแค่ตัวหนังนะ แต่มันยังมีโมเดล มีของสะสมมากมาย เลยรู้สึกว่าอยากมีบ้าง ตอนนั้นเราก็มีเก็บตัวแรก ๆ เป็นราคาที่จับต้องได้ ลองเอามาหัดลงสีแล้วก็เอาผลงานไปโชว์ในกลุ่ม บอกตามตรงว่ามันก็ไม่ได้สวยด้วยฝีมือเราในตอนนั้น แต่พี่ ๆ ในกลุ่มบอกว่าลองรับทำสีโมเดลดูไหม ซึ่งก็เป็นจุดเริ่มต้นของอาชีพจนทุกวันนี้ค่ะ”

จากที่คุณต้าเริ่มทำสีโมเดล ‘Godzilla’ ด้วยความชอบและความสนุก ต่อยอดมาเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงชีพได้ จนทุกวันนี้คุณต้ามีอาร์ตทอยเป็นของตัวเองในนาม ‘Zhila Studio’ สิ่งที่คุณต้าบอกกับเราคืออาชีพนี้เป็นเส้นทางที่คุณต้าเองก็ไม่เคยคิดฝันมาก่อน แต่เกิดจากการค่อย ๆ ฝึกฝนและการลองผิดลองถูก

“ไม่เคยคิดว่าจะมาเป็นอาชีพเลยเพราะต้าแค่อยากทำเล่น แล้วในตอนนั้นเราก็ไม่รู้ว่ามันมีอาชีพแบบนี้อยู่ ตอนเด็กพี่เขยต้าเขาเป็นช่างศิลป์ แกะโฟม หล่อเรซิ่น ทำสีโมเดลอยู่แล้ว เขาก็สอนเราตั้งแต่จับมือปั้น ลงสีพู่กัน ต้าเลยพอมีพื้นฐานจากตรงนั้น”

“พอเรียนมหาวิทยาลัยด้านการออกแบบเครื่องประดับ เราก็วาดแบบด้วยสีน้ำ สีโปสเตอร์ แต่การงานทำสีโมเดลมันค่อนข้างแตกต่างกัน เราก็เลยดูจากยูทูปบ้าง ดูจากงานอื่น ๆ บ้าง หรือไปนั่งดูเขาทำบ้าง ส่วนที่เหลือคือการทดลอง ลองผสมสีดูว่าออกมาแล้วจะเหมือนไหม ถ้าไม่เหมือนก็แค่ลองใหม่”

“ต้ามองว่าการทดลองคือสิ่งสำคัญ เพราะบางทีเราใช้อุปกรณ์ทุกอย่างเหมือนเขา แต่ทำไมทำออกมาไม่เหมือนเขา เพราะมันเป็นลายเซ็นของศิลปินแต่ละคน อย่างของต้าจะใช้สีเข้ม บางคนเขาอาจจะใช้สีฉูดฉาดกว่า แล้วหลัง ๆ ต้าจะชอบใช้สีเรืองแสง สีสะท้อนแสง หรือสีเอฟเฟกต์ต่าง ๆ คนอื่นเขาจะไม่ค่อยใช้กันเพราะมันยาก ซึ่งสีเรืองแสงที่ไล่สีแบบนี้เราก็ได้จากการทดลอง คือถ้ามันไม่ได้จริง ๆ ค่อยล้มเลิก แต่ถ้าลองแล้วมันได้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทดลองค่ะ”

เบื้องหลังการทำงานกับ Spiral Studio

หลังจากที่มีคนมาว่าจ้างให้คุณต้าทำสีโมเดลสัตว์ประหลาดแบบ Custom จุดที่ถือเป็นอีกหนึ่งสเต็ปในสายอาชีพนี้คือการที่คุณต้าได้ร่วมงานกับสตูดิโอสัญชาติไทยอย่าง ‘Spiral Studio’ ซึ่งได้ลิขสิทธิ์ ‘Godzilla’ ทั้งจากค่าย ‘Toho’ ของญี่ปุ่น และค่าย ‘Legendary’ ของอเมริกา โดยคุณต้ารับหน้าที่ออกแบบสีตัวต้นแบบให้กับทางสตูดิโอ

“สิ่งสำคัญที่สุดในการทำสีคือการหา Reference บางงานเขาจะมีภาพ 3D Render แบบหมุน 360 องศาเห็นทั้งตัวได้ แต่บางงานก็ไม่มีเพราะบางทีหนังยุคก่อนก็ไม่ได้เก็บไฟล์เผื่อไว้ทำโมเดลของสะสม เราก็ต้องไปกรอดูในหนังเอา แล้วก็หาข้อมูลพื้นฐานจากเว็บต่าง ๆ อย่าง Godzilla ก็จะมีเว็บ Fandom ที่เขาจะมีข้อมูล เช่น ความสูง หรือหลักการออกแบบ”

“จริง ๆ เราดูจากในหนังแล้วมาลงสีเลยก็ได้แต่ต้ามองว่ามันยังไม่พอ ต้าต้องดูว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ออกแบบมาจากสัตว์อะไรบ้าง อย่าง ‘Shimo’ จะมาจากฉลามขาว หมี กิ้งก่าคามิเลียน ต้าก็ต้องดูว่าตรงไหนที่เราจะดึงจากสัตว์ชนิดนั้นมา มันเป็นการค้นคว้าข้อมูลเพื่อเพิ่มข้ออ้างอิง สำหรับต้างานสีจะดีก็ต่อเมื่อข้อมูลแน่น”

“Godzilla แต่ละตัวก็มีรายละเอียดแตกต่างกัน ดังนั้นเราต้องศึกษาก่อน มันทำให้การทำงานของเราละเอียดขึ้น แล้วต้นแบบตัวแรกยากที่สุด เพราะเราต้องคิด ต้องผสมสี ต้องเทสสีหลาย ๆ อย่าง ต้นแบบหนึ่งตัวถ้าเราทำออกมาดี งานชิ้นอื่น ๆ ที่ทางสตูดิโอทำออกมาขายก็จะดีตามไปด้วย”

ผลงาน Jurassic World Rebirth ที่ภูมิใจ

นอกจากงานออกแบบสีตัวต้นแบบ ‘Godzilla’ ให้กับ ‘Spiral Studio’ ไม่นานมานี้คุณต้ายังรับงานทำสี Custom ถังป๊อปคอร์นและแก้วน้ำไดโนเสาร์ของ Major Cineplex ต้อนรับกระแสหนัง ‘Jurassic World Rebirth’ ที่เข้าฉายในไทยไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

“หนังในดวงใจจริง ๆ จะเป็นตระกูลหนังสัตว์ประหลาดต่าง ๆ อันดับหนึ่งก็คือ ‘Godzilla’ รองลงมาคือ ‘Jurassic Park’ งานชิ้นนี้ใช้เทคนิคค่อนข้างเยอะ ทั้งการเพนต์ และต้าต้องตัดกล่องแล้วใช้เรซิ่นเทเข้าไป ให้เหมือนเป็นแม่น้ำที่มีปลาอยู่ข้างในจริง ๆ ก็จะมีขั้นตอนรายละเอียดที่เราใส่เข้าไปเยอะมาก”

“มีการจัดองค์ประกอบของต้นไม้ การคัดเลือกต้นไม้ต่าง ๆ ไปจนถึงการคัดเลือกชนิดของไดโนเสาร์ว่าจะเอาชนิดไหนมาใส่บ้าง เราใช้องค์ประกอบที่เยอะมาก แล้วมันก็มีสตอรี่ที่ต้ายกจากซีนในหนังมาใส่”

“ที่สำคัญคือในทีมของต้าจะทำสีตัวไหนไม่ได้คิดขึ้นมาลอย ๆ แต่ต้องหาข้อมูลอย่างทีเร็กซ์ตัวผู้กับตัวเมียในหนังสีก็ต่างกัน ซึ่งตัวผู้จะสีเขียว ส่วนตัวเมียสีน้ำตาลแดง”

ออกแบบอาร์ตทอยของตัวเอง

มาถึงโปรเจกต์ที่คุณต้าภูมิใจนำเสนอที่สุดอย่าง ‘Zhila Studio’ ที่คุณต้าตั้งใจทำอาร์ตทอยมาตกเหล่าทาสแมวและแฟน ๆ ‘Godzilla’ โดยเป็นผลงานที่ได้แรงบันดาลใจมาจากน้องแมวชื่อ ‘Zhila’ รวมร่างกับ ‘Godzilla’ นั่นเอง

“ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วที่ต้าเริ่มทำ Carla Studio Custom & Repaint ต้าอยากมีผลงานของตัวเองมานานแล้ว ลองทำมาหลายดีไซน์ ไคจูบ้าง หมา+Godzilla บ้าง เรียกได้ว่าล้มลุกคลุกคลานมาจนถลอก เพราะลองไปหลายอย่างแต่มันไม่ได้ผลตอบรับดีเท่าที่ควร”

“จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ต้าดีไซน์สัตว์ประหลาดของตัวเองขึ้นมา ดีไซน์แรกจะไม่ใช่แมวแต่จะเป็นกิ้งก่าที่มีครีบหลังเป็น Godzilla เราก็ดีไซน์เป็นกิ้งก่าชนิดต่าง ๆ เช่น ตุ๊กแกลายเสือดาว กิ้งก่าคามิเลียน อิกัวน่า พอเป็นสัตว์ Exotic เรารู้สึกว่ามันเข้าถึงยาก บางคนก็จะไม่ค่อยชอบ ต้าเองยังกลัวจิ้งจกตุ๊กแกอยู่เลย เลยคิดว่าจะเป็นสัตว์ตัวไหนมาแทนดี”
.
“ความบังเอิญคือวันนั้นต้ากับน้อง ๆ ในทีมกำลังนั่งประกอบ Godzilla กันอยู่ซึ่งมันมีขนาดค่อนข้างใหญ่ น้องแมว CEO ของต้าเองชื่อ ‘Zhilla’ กระโดดขึ้นมาบนโต๊ะ เราเลยเอาครีบหลังของ Godzilla ไปติดบนหลังแมวแล้วก็ถ่ายรูปไว้เล่น ๆ ซึ่งเรารู้สึกว่ามีคนเป็นทาสแมวเยอะมาก แล้ว Godzilla ก็คือตัวตนของเรา ต้าเลยให้น้อง ๆ ไปลองดีไซน์ดูว่าจะเอารูปนี้ไปออกแบบเป็นอะไรได้บ้าง”

คุณต้าแชร์ให้เราฟังว่าดีไซน์แรกจะเป็นแนว Realistic ที่มีความสมจริงกว่านี้ และมีขนาดใกล้เคียงกับแมวจริงมาก แต่คุณต้ามองว่ามันยังดูไม่น่ารักจึงดีไซน์ใหม่ให้เหมาะกับการเป็นอาร์ตทอยมากขึ้น โดยยังคงลักษณะท่านั่งของน้อง Zhila ที่ถ่ายรูปไว้เหมือนเดิม รวมถึงถอดรูปร่างหน้าตามาจากเจ้า Zhila จริง ๆ แต่ปรับเปลี่ยนจนเป็นดีไซน์ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ทั้งยังต่อยอดเป็นคาแรกเตอร์อื่น ๆ อีกมากมาย และมีดีไซน์เก๋ ๆ ออกมาให้สะสมกันเรื่อย ๆ

หนึ่งในผลงานที่ขายดีคือเจ้าแมวสามหัว ด้วยดีไซน์ที่ดูเว่อวังและรายละเอียดที่ประณีต ยิ่งได้รู้เบื้องหลังการออกแบบเราก็ยิ่งตะลึง!

“แมวสามหัวเป็นคู่ปรับตลอดกาลของ Godzilla โดยการออกแบบแมวของต้าจะอิงจากแมวที่มีอยู่จริงในโลก มารวมร่างเข้ากับคาแรกเตอร์สัตว์ประหลาดในหนัง อย่างตัวนี้ต้าออกแบบจากแมวคาราคัล (Caracal) ซึ่งเป็นแมวป่า”

“เพื่อนพี่ชายต้าเขาเปิดฟาร์ม ต้าก็ไปนั่งดูพฤติกรรมว่าแมวตัวนี้นิสัยเขาเป็นยังไง ต้ารู้เลยว่ามันคือตัวร้ายแน่นอนเพราะมันดื้อมาก แล้วถึงจะมีความป่วนแต่ก็มีความสง่าอยู่ในตัว เราก็จะใช้ลักษณะของมันมาออกแบบ”

“ตัวนี้ต้าออกแบบมาจะมีทั้งหมด 3 หัว หัวตรงกลางต้าดีไซน์ให้มีความเป็นบอส หัวฝั่งซ้ายจะมีความอยากรู้อยากเห็น ส่วนหัวฝั่งขวาจะมีความขี้เล่น ตัวนี้เลยจะเป็นตัวที่มีมากกว่า 1 อารมณ์ เพราะถ้าเป็น ‘Zhilla’ เขาจะมีความจิกหรือเหวี่ยงวีนตามประสาแมว”

กว่าจะมาเป็นผลงานหนึ่งชิ้น

มาถึงสตูดิโอของคุณต้าทั้งที Neighbors and Friends ขอแอบมาดูเบื้องหลังและเรียนรู้โปรเซสการทำงานของ Zhila Studio สักหน่อย ขั้นตอนแรกจะเป็นการออกแบบและขึ้นรูป 3D Print

“การออกแบบจะเป็นพาร์ทที่ปวดหัวที่สุด เพราะทุกครั้งที่ต้าจะออกแบบอะไร ต้าต้องมานั่งคุยกันในทีมว่าเอาแบบนี้ดีไหม จริง ๆ เราคิดคนเดียวก็ได้ แต่เรารู้สึกว่าอยากให้น้อง ๆ ในทีมได้แสดงความคิดเห็น เพราะบางทีเขาจะมีความคิดที่ต่างจากเรา เราจะมีที่ปรึกษาเรื่องการดีไซน์เป็นน้องในทีมนี่แหละว่าทำคาแรกเตอร์ไหนดี หรือแมวชนิดนี้เหมาะกับสัตว์ประหลาดชนิดไหน”

“อีกขั้นตอนที่ปวดหัวคือการออกแบบสีตัวต้นแบบ เพราะแมวบางตัวเราไม่สามารถยัดรายละเอียดทั้งหมดเข้ามาอยู่ในตัวงานได้ มันต้องปรับเปลี่ยนสีให้ดูน่ารักขึ้น แล้วถ้าเราออกแบบสียาก ทีมก็ทำงานยาก ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นตาม เพราะต้าจะให้ค่าแรงเป็นรายชิ้น เราก็ต้องออกแบบให้ทำงานง่ายและสวย”

“ขั้นตอนต่อไปคือการขึ้น 3D ต้าก็จะส่งรูปสเก็ตช์ไปให้น้องในทีม โดยต้าเลือกใช้ 3D Print ในงานที่ทำขายทั้งหมด เพราะมันจะมีรายละเอียดที่คมชัดเหมือนกันทุกตัว”

เมื่อได้ชิ้นงาน 3D Print มาแล้ว ถึงขั้นตอนที่ต้องใช้สกิลศิลปะและความพิถีพิถัน ซึ่ง Zhila Studio ทำสีเองด้วยมือทุกชิ้น เริ่มกันด้วยการใช้อุปกรณ์อย่างแอร์บรัช

“สีที่ใช้ก็จะมีสีโมเดลต่าง ๆ จะเป็นสีพ่นกับสีทาแยกกันเพื่อคุณภาพงานที่ดีกว่า ขั้นแรกของการลงสี ต้าจะใช้แอร์บรัช แต่ก่อนที่จะลงสีรองพื้นเราต้องขัดแต่งและทำความสะอาดผิวชิ้นงานเสียก่อน เพราะงาน 3D Print มันจะมีรอยของชิ้นส่วนซัปพอร์ตที่ดูไม่เรียบร้อย เราก็ต้องขัดแต่งมัน”

”จากนั้นก็ล้างผิวงาน เนื่องจากวัสดุซอฟต์ไวนิลมันผลิตจากแม่พิมพ์เครื่องจักรซึ่งมีน้ำมัน ปัญหาคือถ้าเราไม่ได้ล้าง เวลาพ่นสีเสร็จแล้วสีจะหลุดติดมือ เพราะน้ำมันพวกนี้มันเป็นฟิล์มกั้นระหว่างสีกับผิวงาน เราจึงต้องล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาทุกครั้ง”

“พอถึงขั้นตอนการลงสีเราก็จะผสมสีตามแบบ การพ่นสีก็จะมีการลงรองพื้น จริง ๆ 3 เลเยอร์ก็พอแล้ว แต่หลังจากที่ต้าได้ศึกษาจากการทำสีตัวต้นแบบลิขสิทธิ์ เราจะมีสีที่ 4 เพิ่มขึ้นมาที่ไม่ใช่แค่เข้ม กลาง อ่อน แต่จะมีเลเยอร์อื่น ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวงานดูมีมุมของแสงเงามากขึ้น”

สุดท้ายคือการลงรายละเอียดด้วยพู่กัน ซึ่งขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือการวาดดวงตาให้ดูสวยคม ซึ่งมองดูแล้วก็คล้ายการกรีดอายไลเนอร์อยู่เหมือนกัน

“พอพ่นสีเสร็จจะเป็นการวาดหน้าตาที่ต้ามองว่าสำคัญมาก เพราะทุกคนมักจะหยิบมาดูหน้าตามันก่อนว่าสวยไหม รายละเอียดของดวงตา ขอบตา ฟัน ปาก ถามว่าใช้แอร์บรัชพ่นได้ไหม มันใช้ได้ในบางงานที่เราออกแบบให้ตาเป็นสีฟุ้ง ๆ แต่บางงานตามันเล็กมากต้องใช้พู่กันเท่านั้น เพราะต้าออกแบบมาให้ตาดูคม”

“ต้าจะเน้นที่ดวงตาเป็นพิเศษ ถ้าเป็นการพ่นสีเด็ก ๆ ในทีมก็จะพ่นได้ แต่พอเป็นเรื่องตาต้าจะซีเรียส เราจะให้น้องที่ใช้งานพู่กันเก่งจริง ๆ ทำ หรือเป็นต้าวาดเองเกือบทุกงาน เพราะตาเป็นจุดที่คนเราจะสนใจมากที่สุด ถ้าตาเบี้ยวคนก็ไม่ซื้อ ดังนั้นตาต้องคมต้องสวย”

คลาสปั้นศิลปินรุ่นใหม่

นอกจากเด็ก ๆ ในทีมที่คุณต้ารักและดูแลเสมือนครอบครัว คุณต้ายังเปิดรับนักศึกษาฝึกงานมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ด้วยความตั้งใจที่อยากถ่ายทอดวิชาความรู้

“ตอนเด็กต้าฝันอยากเป็นครู แต่ด้วยเพศสภาพและไลฟ์สไตล์เราเป็นครูในโรงเรียนไม่ได้ แรก ๆ ก็คิดในใจว่าจะเอาอะไรไปสอนเขา ก่อนที่ต้าจะรับน้องฝึกงาน ต้าก็ปรึกษาอาจารย์ที่ต้าเรียกว่าอาจารย์แม่ “ถ้าวันหนึ่งต้าเป็นครูจะได้ไหมคะ หนูไม่รู้ว่าหนูจะเป็นครูที่ีดีได้หรือเปล่า” อาจารย์ก็ตอบกลับมาว่าการเป็นครูไม่ได้หมายความว่าเธอต้องเป็นครูแค่ในสถานศึกษาเท่านั้นนะ เธอแค่สอนในสิ่งที่เธอรู้แล้วก็เป็นครูนอกโรงเรียนในแบบของต้าก็ได้”

“ทุกรุ่นก็จะมีความโดดเด่นของน้อง ๆ แต่ละคน บางคนเก่งแอร์บรัช บางคนเก่งพู่กัน เรารู้สึกว่าน้อง ๆ มีพรสวรรค์ เราช่วยสอนเขาแล้วในวันหนึ่งเราก็ต้องพึ่งพาเขาเหมือนกัน น้องบางคนเก่งมาก ต้าเรียกเป็นเทพด้วยซ้ำ เพราะเขาอายุเท่านี้ทำได้ขนาดนี้ เด็ก ๆ พวกนี้มีฝีมือ ทุกคนมีความเก่งแต่ทุกคนขาดแค่โอกาส ต้ามีโอกาสแต่ในบางมุมอาจจะเก่งไม่เท่าเขา สู้เรามาอยู่ด้วยกันแล้วช่วยกันดีกว่า ทุกการทำงานที่ต้าจ้างน้อง ต้าจะโพสต์แล้วลงเครดิตว่าน้องคนนี้เป็นคนทำนะ เพราะเราไม่ได้อยากโตคนเดียว แต่อยากให้น้อง ๆ มีโอกาสเติบโตมากขึ้นด้วย”

“ต้าได้เป็นครูก็ดีใจที่เราทำความฝันของตัวเองสำเร็จ แต่สิ่งที่ต้าภูมิใจจริง ๆ คือเด็กที่จบออกไปแล้วได้ทำงานเป็นอาร์ตไดเรกเตอร์ มีคาแรกเตอร์ขายเป็นของตัวเอง หรือเป็นศิลปิน หน้าที่ของครูก็คือเรือจ้าง น้องเขาถึงฝั่งแล้วเราก็รอรับเด็กเที่ยวถัดไป แล้วเราก็คอยซัปพอร์ตเขา วันไหนมีปัญหาทักมานะ ขาดเหลืออะไรบอก สีไม่พอ ไม่มีที่ทำงาน ที่นี่ว่าง ต้าภูมิใจที่น้องไปอยู่ตรงนั้นได้ ต้าเป็นแค่เสี้ยวเล็ก ๆ ที่ช่วยดันเขา ที่เหลือคือตัวเขา อันนี้คือสิ่งที่ต้าภูมิใจมากกว่า”

คุณต้าไม่เพียงแค่เปิดรับนักศึกษาฝึกงานเท่านั้น แต่ยังเปิด One-day Class ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับคนที่อยากมาทดลองว่าชอบอาชีพนี้จริงไหม โดยสอนตั้งแต่การใช้อุปกรณ์และขั้นตอนการลงสีในหนึ่งวัน หรือถ้าอยากลองอะไรเพิ่มก็มาเรียนอีกได้

“ก่อนที่ต้าจะเปิดสอนหรือรับเด็กฝีกงาน ต้ารู้จักกับน้องคนหนึ่งที่เขาป่วยตั้งแต่เด็กจนโตแล้วเข้าโรงพยาบาลบ่อยมาก จนวันหนึ่งต้าพาคุณแม่ไปหาหมอ น้องเขาก็เดินมา “พี่ต้าสวัสดีครับ ผมติดตามพี่ต้าอยู่” ต้าก็ถามว่าเธอมาทำอะไร “มาหาหมอเหมือนกันครับ ผมไม่สบาย” เขาพูดมาคำหนึ่งว่า “วันหนึ่งถ้าผมหาย ผมขอไปเรียนทำสีกับพี่ต้าได้ไหม” ต้าบอกว่า “ได้ ยินดีเลย ถ้าเธอแข็งแรงแล้วมาเลย” ”

“วันเวลาผ่านไปเขาก็โทรมาบอกว่า “พี่ต้า ผมอยู่โรงพยาบาลอีกแล้วนะ รอบนี้ผมนอนมาเดือนหนึ่งแล้ว” ต้าก็เลยไปเยี่ยม เห็นน้องเขามีรอยผ่าตัดทั้งตัวเลย เขาก็ยังพูดเหมือนเดิมว่า “เดี๋ยวผมหายแล้วจะไปเรียนทำสีกับพี่ต้านะ” ต้าบอก “ได้ แต่ขออย่างหนึ่งเธอต้องแข็งแรงก่อน เพราะทำสีมันเป็นสารเคมี ถ้าเธอไม่แข็งแรงมันไม่ดีต่อสุขภาพเธอแน่ ๆ” ”

“หลังจากนั้นน้องเขาก็ไม่ได้มาค่ะ เพราะน้องเขาเสียก่อน ต้ายังรู้สึกติดค้างคำสัญญากับน้องคนนี้ไว้ว่าจะสอนเขา ต้ายังทำภารกิจไม่สำเร็จ ต้าเลยอยากจะสอนกับทุกคนที่เขาอยากเรียนรู้ อยากให้ทุกคนได้โอกาส ก่อนที่เขาจะไม่มีโอกาสได้ทำ”

กำลังใจจากคนสำคัญในชีวิต

บนผนังภายในสตูดิโอ นอกจากจะมีชั้นวางขวดบรรจุสีที่เรียงรายอยู่หลายขนาด ด้านหลังโต๊ะทำงานของคุณต้ายังมีรูปคู่คุณพ่อ-คุณแม่ที่จากโลกนี้ไปแล้วแขวนติดเอาไว้ คอยเป็นกำลังใจอยู่เบื้องหลังคุณต้ามาโดยตลอด

“คุณแม่ต้าเสียไปเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนคุณพ่อต้าเสียไป 10 กว่าปีแล้วค่ะ รูปนี้เป็นรูปที่เขาดูมีความสุขที่สุด ต้ามองไปแล้วเห็นรูปคุณพ่อกับคุณแม่ยิ้มตาตี่ เลยรู้สึกว่าเป็นรูปที่ต้าชอบ ทุกครั้งที่ต้าจะไปออกบูธ หรือจะทำงานอะไรที่เรารู้สึกไม่มั่นใจ ต้าก็จะไปยืนหน้ารูปแล้วบอกว่า “ไปขายของเป็นเพื่อนหน่อย ไปคุยงานเป็นเพื่อนหน่อย หรืออวยพรต้าหน่อย” เขาไม่ตอบหรอกค่ะ แต่เขาก็คงอวยพรในแบบของเขาแหละมั้ง อย่างน้อยออกจากบ้านต้าก็มั่นใจแล้ว”

“ตอนคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ต้าก็พยายามทำให้เขาเห็นว่าต้าดูแลตัวเองได้ “แม่นี่ลูกค้าจ่ายเงินมานะ ต้าเอาเงินมาให้แม่” ต้าก็จะเบิกเป็นเงินสดมาให้เขาเห็นแล้วให้เขาอวยพร แล้วต้าก็ถ่ายเป็นวิดีโอเก็บไว้ วันไหนที่ต้ารู้สึกว่าเหนื่อยจังเลย ท้อแท้จังเลย ต้าก็จะเปิดวิดีโอนี้ที่เขาอวยพรให้เรา”

“ต้าเคยบอกกับคุณแม่ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ว่า ต้าอยากทำสีให้งานลิขสิทธิ์สักงานหนึ่ง คุณแม่ก็บอกว่าเดี๋ยวมีโอกาสก็ได้ทำ น่าเสียดายที่คุณแม่ไม่ทันได้เห็น แต่ต้าเชื่อว่าตอนนี้เขาน่าจะยืนมองต้าอยู่สักที่หนึ่งบนฟ้า เขาคงได้เห็นว่าต้าได้ทำตามความฝันแล้ว”

Zhila เป็นมากกว่าแค่อาร์ตทอย

ฟังเรื่องราวมาถึงตอนนี้ เราก็ได้รับรู้และเข้าใจแล้วว่า ‘Zhila Studio’ ไม่ใช่แค่อาร์ตทอยที่เกิดมาจากแพสชันและความรัก แต่ยังมีความหมายกับชีวิตของคุณต้าและอีกหลายชีวิต

“ประโยคหนึ่งที่สำคัญคือเพื่อนสาวต้าพูดว่า “เธอต้องอยู่เพื่อเป็นแรงผลักดันให้กับศิลปินรุ่นใหม่ ถ้าไม่อยู่เพื่อตัวเองก็อยู่เพื่อคนอื่น อยู่เพื่อน้อง ๆ หรืออยู่เพื่อเลี้ยงหมาแมวก็ได้ ยังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องการให้ต้าดูแล อันนี้คือสิ่งที่ต้ารู้สึกว่ามีความหมาย”

“Zhila ตัวนี้ไม่ได้เป็นแค่อาร์ตทอยแต่คือชีวิตของต้าเลย มันมาจากแมวจรตัวหนึ่งที่ต้าเก็บมาเลี้ยง แล้วตอนนี้แมวตัวนี้เลี้ยงคนในออฟฟิศต้าทั้งออฟฟิศเลย (หัวเราะ) เพราะเราออกแบบจากเขาและสร้างผลงานมาเพื่อดูแลทุกคน แน่นอนว่าตอนนี้เขาเป็นแมวที่ชีวิตดีกว่าต้าแน่ ๆ แล้วต้าก็รับแมวจรมาเลี้ยงอีกเรื่อย ๆ ตอนนี้ 7 ตัวแล้วค่ะ ต้ายังอยากช่วยน้องแมวตัวอื่น ๆ อีก อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่ภาคเหนือ ต้าก็คอลแลบกับศิลปินแล้วเปิดประมูลเอาเงินทั้งหมดไปช่วยแมวจรค่ะ”

“มันเลยไม่ใช่แค่ของเล่น แต่มันยังทำให้ชีวิตอีกหลาย ๆ ชีวิตดีขึ้น แล้วมันเป็นอาร์ตทอยของเราเองที่สร้างขึ้นมา มันอยู่กับต้ามา 2 ปีแล้ว มองมันก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่ได้เห็นหลาย ๆ คนถือผลงานเรา ต้าภูมิใจที่เราทำมันขึ้นมาแล้วเราพูดได้เต็มปากว่า Zhila คือผลงานของเรา”

IT MIGHT INSPIRE YOU

ภาพวาดจากกาแฟสู่ ‘เพียวมัทฉะ’

เสพศิลปะนอกกรอบผ่านภาพวาดจากเพียวมัทฉะ โดยคุณพ่อ 'พรชัย เลิศธรรมศิริ'

Foto_momo

ช่างภาพสถาปัตยกรรมที่เก็บบันทึกตึกเก่ายุคโมเดิร์นก่อนเหลือเพียงความทรงจำ

The Personal Colors of Mamo 

“มะโม” ศิลปินผู้ปล่อยวางจากความสมบูรณ์แบบ เรียนรู้และเยียวยาผ่านเฉดสีธรรมชาติใกล้ตัว

Eyedropper Fill

นักออกแบบประสบการณ์ที่ใช้ศิลปะฮีลใจ
และสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อโอบกอดทุกคน