Theatre of her.

ศิลปินผู้เปลี่ยนความเศร้าให้กลายเป็นความหวัง ในรูปแบบของละครเวทีย่อส่วน

“ไม่ว่าเราจะเจอกับเรื่องราวอะไรในชีวิต ให้ลองมองในมุมที่สูงขึ้นมาว่าเธอคนนั้นอยากพูดอะไร แล้วจะผ่านเรื่องราวนั้น ๆ ไปยังไง ให้เป็นเพียงเธอคนหนึ่งที่ถูกมองผ่านสายตาของเรา แล้วเราจะผ่านมันไปได้เอง”

ข้อความที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูละครเวทีฉากหนึ่งที่กำกับโดย her. หรือ ‘คุณเพลง – พัชราภรณ์ ควรสงวน’ ศิลปินผู้บอกเล่าเรื่องราวจากมุมมองในชีวิตผ่านหนังสือภาพ กระดาษ ดอกไม้แห้ง และแสงไฟสีเหลืองนวล ผสมผสานกับศาสตร์ของละครเวทีและความหลงใหลในงานแฮนด์คราฟต์ เป็นเหมือนการทำ journal ที่ชวนให้ผู้คนสามารถเปิดอ่านเรื่องราวของเธอได้

Neighbors and Friends ชวนเพื่อนบ้านทุกคนมาสัมผัสกับความเป็น ‘ละครเวที’ ที่ถูกย่อส่วนลงบนกระดาษ กับวิธีการเล่าเรื่องผ่านตัวละครของ her. สู่ผู้ชม ที่เปลี่ยนผ่านจากความเศร้าให้กลายเป็นความอบอุ่นด้วยสตอรีที่เปรียบเหมือนเป็นความหวังเล็ก ๆ ของเธอเอง เพื่อนบ้านคนนี้จึงถือเป็น Art People ที่สร้างสรรค์งานออกมาได้อย่างยูนีคและมีคอนเซปต์ที่น่าสนใจไม่แพ้ใคร

ลองมาสัมผัสเรื่องราวที่น่ารักและซึบซับแรงบันดาลใจดี ๆ ผ่านไดอารีแต่ละพาร์ทของ her. ไปพร้อม ๆ กัน

ในยุคสมัยที่คนสนใจการเขียน journal มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการบันทึกเรื่องราวที่เจอในแต่ละวัน เหมือนเป็นไดอารีที่สามารถกลับมาเปิดอ่านได้เสมอ ‘her.’ จึงเป็นเสมือนพื้นที่นั้น ๆ ของใครหลายคนเช่นกัน Neighbors and Friends ชวนทุกคนมาค่อย ๆ เปิดอ่านไดอารีเล่มนี้ ที่ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบศิลปะจากละครเวทีที่ถูกย่อส่วนลง ผ่านมุมมองในชีวิตของ her. ที่น่าจะต่อเติมแรงใจ และความหวังให้กับเพื่อน ๆ ได้

ชีวิตที่เปรียบเหมือนดอกไม้แห้ง

วันนี้เราชักชวน ‘คุณเพลง – พัชราภรณ์ ควรสงวน’ มานั่งพูดคุยถึงแรงบันดาลใจ การทำงานศิลปะในแบบของคุณเพลงกันที่โฮมคาเฟ่น่ารัก ๆ ในย่านอารีย์อย่าง Lilou & Laliart

จากจุดเริ่มต้นบนเส้นทางศิลปินที่เกิดจากความชื่นชอบในการทำหนังสือทำมือ ผสมผสานกับศาสตร์ละครเวทีที่ได้เรียนตอนมหาวิทยาลัย ทำให้เกิดเป็น ‘her.’ โดยคุณเพลงเล่าว่าจุดเริ่มต้นสำคัญคือ ‘ดอกไม้ทับแห้ง’ ที่นำไปเป็นส่วนประกอบหลักของหนังสือทำมือเล่มแรก

“มันเริ่มจากการที่เราเจอจุดพลิกผันในชีวิตตอนอายุ 18 ทำให้เรากลายเป็นคนที่ไม่เชื่อในอะไรเลย เราเลยตั้งใจว่าต่อไปเราจะเริ่มสร้างสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเราเอง โดยเริ่มจากการทำหนังสือทำมือขึ้นมา เราชอบที่เราได้ทำทุก ๆ ขั้นตอนผ่านมือของเรา”

นั่นจึงทำให้ her. เป็นผู้หลงใหลในงานแฮนด์คราฟต์ ที่เป็นเหมือนการได้สร้างเส้นทางนั้น ๆ ด้วยตัวเธอเอง คือตัวตนของคุณเพลงที่เชื่อมโยงมาจนถึงปัจจุบัน

“เราเอาดอกไม้แห้งมาทับในหนังสือ เพราะในช่วงเวลานั้นที่ทุกอย่างรอบตัวมันเปลี่ยนผ่าน เราเลยยึดเอาสิ่งนั้นเพราะมันไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เรารู้สึกว่าดอกไม้แห้งกับเรามันเชื่อมโยงกัน พอเราโตขึ้นมาแล้วมองย้อนกลับไปตอนนั้น เราเลยรู้ว่าเด็กคนนั้นเจอภาวะอะไรมาบ้าง”

จุดเริ่มต้นที่เติบโตจากความเศร้า

ด้วยเรื่องราวที่เจอในชีวิต จุดเริ่มต้นนั้น จึงหล่อหลอมให้เกิดเป็นผลงานในช่วงแรกขึ้น แต่ในปัจจุบัน มุมมองต่าง ๆ ก็ได้ปรับเปลี่ยนตามกาลเวลาและถูกสะท้อนออกมาผ่านผลงานของ her.

“จุดเริ่มต้นตอนนั้นคือเราสร้างงานขึ้นมาจากความเศร้า ดวงตาที่มีความเศร้าในผลงานถูกเล่าผ่านหยดน้ำตาของเรา พอผ่านมาจนถึงวันที่เปิดเพจ _her____________ ณ ตอนนั้นเราไม่ได้สร้างงานจากความเศร้าอีกแล้ว จนถึงตอนนี้ เรารู้สึกว่าเราก้าวผ่านมันมานานมากแล้ว เพราะทุกอย่างรอบตัวทำให้เราเติบโตเหมือนได้เป็นคนใหม่ กลายเป็นตัวตนที่โอบรับทุกความทุกข์และความสุข ได้มองเห็นความสวยงามของชีวิตอีกครั้ง”

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ her. ไม่ได้อบอวลไปด้วยความเศร้า แต่เปี่ยมไปด้วยความหวังจากเรื่องราวมากมายในชีวิตที่ทำให้เธอได้เติบโตขึ้น จากตอนแรกที่คุณเพลงตั้งใจจะตั้งชื่อเพจว่า ‘her tear’ ก็ได้ถูกตัดให้เหลือเพียง her. เหมือนในปัจจุบัน ซึ่ง ‘her’ ในที่นี้หมายถึงการอยู่ในตำแหน่งข้างหน้าหรือข้างหลังของประโยคก็ได้ เสมือนการมีอยู่ของเธอในทุก ๆ ขั้นของชีวิต

มองชีวิตผ่านสายตาของ her.

คุณเพลงเล่าเสริมว่าสิ่งหนึ่งที่กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คุณเพลงได้ นั่นก็คือ ‘ละครเวที’ ที่เป็นเหมือนจุดเปลี่ยนในชีวิต

“เราเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จากการทำละครเวทีตอนเรียน ทุก ๆ กระบวนการมันทำให้เราได้เยียวยาตัวเราเอง ทำให้เราเข้าใจว่าไม่มีอะไรที่ไม่สูญสลาย ดอกไม้ก็ต้องร่วงโรย มันคือปกติสามัญของชีวิต เราลองมองย้อนกลับไปในแต่ละพาร์ท รวมไปถึงพาร์ทที่ไม่อยากกลับไปนึกถึง ทำให้เราได้รู้ว่าระยะเวลาหลังจากนั้นมันจะมีอะไรบางอย่างมาช่วยเยียวยา และมีมุมมองแง่ดีเข้ามาทดแทนเสมอ เราเลยรู้สึกว่าชีวิตเราต้องผ่านการแตกสลายมาก่อน ถ้าเราไม่ผ่านมาจากจุดนั้นเราคงไม่เป็นตัวเราในตอนนี้”

her. สำหรับคุณเพลง จึงเปรียบเหมือนตัวละครหนึ่งในแต่ละเรื่องราวของชีวิต ให้เราลองมองในมุมที่สูงขึ้นมาเหมือนการมองลงไปในเวทีที่กำลังมีละครแสดงอยู่ ลองจินตนาการว่า ‘เธอ’ คนนั้นอยากจะพูดอะไร แล้วจะผ่านเรื่องราวนั้น ๆ ไปอย่างไร ให้ตัวเรากลายเป็นแค่ ‘เธอ’ คนหนึ่งที่ถูกมองผ่านสายตาของเรา

Through the eyes of shine.

พอเราได้รู้ถึงแรงบันดาลใจของคุณเพลงที่ประกอบรวมกันกลายเป็น her. แล้ว เราเลยลองสัมผัสกับผลงานแต่ละชิ้นที่มีสไตล์ยูนีคไม่เหมือนใครผ่านเทคนิคที่คุณเพลงตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวออกมา

“จริง ๆ เราฝันอยากเป็นนักเขียน แต่เราว่ามันเป็นเรื่องที่ยากมากในการเอาเรื่องราวในหัวออกมาเป็นตัวหนังสือทั้งหมด จนเราได้รู้จักกับ ‘หนังสือภาพ’ กลายเป็นแรงบันดาลใจว่าเราสามารถเขียนเรื่องให้สั้นและกระชับกลายเป็นหนังสือภาพได้ เราเลยอยากลองเขียนเรื่องราวของตัวเองดูบ้าง”

เมื่อเข้าสู่ปีที่ 2 ของ her. คุณเพลงจึงหยิบเอาความตั้งใจนั้นกลับมาทำ โดยเริ่มจากการทำภาพชิ้นเดียว ผสมกับเทคนิคการใช้แสงเข้ามาร่วมด้วย จากดอกไม้แห้งที่ทาบกับแสงอาทิตย์สู่งานที่เราเห็นในปัจจุบัน

“ตอนที่เราเห็นเส้นใยของดอกไม้ผ่านแสง เรานึกถึงโควทของเจ้าชายน้อย ที่ว่า ‘สิ่งสำคัญไม่อาจเห็นด้วยตา แต่เราต้องสัมผัสด้วยใจ’ เราเลยเปรียบเหมือนการกางบาดแผลนั้นออกแล้วมองให้เห็นว่าปมปัญหามันอยู่ตรงไหน เพื่อที่เราจะได้ก้าวผ่านมันไปได้ เราเลยชอบคอนเซปต์นั้น แสงมันเป็นสัญญะอะไรบางอย่างที่มีความหมายสำหรับเรา ทำให้นิทรรศการเดี่ยวที่ผ่านมามีชื่อว่า ‘Through the eyes of shine.’ ที่อธิบายถึงมุมมองการใช้ชีวิตของเราได้ ว่าเวลาที่เราเจอเรื่องราวต่าง ๆ จุดมืดบอดอะไรก็ตาม เราเชื่อว่าการลองมุ่งหน้าเข้าสู่แสงคือสิ่งที่ดีเสมอ เลยเป็นเหตุผลให้เราใช้แสงในงานเรื่อยมา”

และนอกเหนือไปจากการใช้แสงไฟในงาน คุณเพลงยังใช้เทคนิคอีกหลากหลาย ทั้งการเย็บด้วยด้าย การใช้ดอกไม้ทับแห้ง การใช้กระดาษที่ฉีกแล้วนำมาติดประกอบกัน หรือการใช้สีอะคริลิก สีแพลนพาสเทลแบบตลับ และอีกมากมายเพื่อทำให้เกิดเป็นเทคเจอร์ใหม่ ๆ ขึ้น

การทดลองของ her.

ซึ่งวิธีการนำคอนเซปต์และแต่ละเทคนิคมาทำงาน คือการหยิบเอาคอนเซปต์นั้น ๆ จากเรื่องราวต่าง ๆ ที่เคยเขียนใน journal ส่วนเรื่องเทคนิคเป็นเรื่องที่ถือว่ายาก เพราะต้องผ่านการทดลองทำซ้ำ ๆ ให้กลายเป็นความเคยชิน นั่นจึงเป็นความท้าทายในการเอาสิ่งที่อยู่ในใจมาถ่ายทอดให้กลายเป็นภาพในสไตล์ของ her.

“มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เรากลัวว่าถ้าเราไม่ใช้ดอกไม้ทับแห้ง คนที่ชอบงานเราจะหายไปไหม คือเราคิดเยอะเกินไปจนมันไม่มีความลื่นไหลในการทำงาน เราตีกรอบตัวเองว่าเราทำไม่ได้ เพราะเราไม่มีองค์ความรู้อะไรเลย”

“การทดลองทำแต่ละเทคนิคมันเลยเป็นช่วงที่เราพยายามก้าวข้าม เราแค่รู้สึกว่าเราอยากได้สิ่งไหนก็ลองหยิบมาใช้ เช่น ผ้า กระดาษ จนวันหนึ่งเรารู้สึกว่างานมันไม่ต้องยาก สุดท้ายเราเลยหันมาโฟกัสแค่สิ่งที่เราจะเล่าและเป็นเราได้เต็มที่ โดยการลองทำซ้ำ ๆ แล้วไม่กำหนดว่าเราจะใช้ดอกไม้ทับแห้งไหม เราจะใช้แสงไหม กลายเป็นการปล่อยให้มันเป็นไปแบบอิสระ เรามีสีอยู่เต็มโต๊ะแล้วเราสนุกมาก ๆ กับการใช้มัน งานเรามันค่อย ๆ เกิดการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ซึ่งสิ่งที่เราพูดผ่านงานมันยังมีความหวัง ความอบอุ่นอยู่ประปราย เป็นแสงสว่างรำไรที่เราอยากพูดถึงเรื่องนั้น”

บันไดขั้นแรก

เส้นทางการข้ามผ่านความยากเหล่านั้นทำให้เกิดเป็นเรื่องราวที่คุณเพลงเล่าไปด้วยความร่าเริง เหมือนแสงของความหวังที่คุณเพลงได้พูดถึงอยู่เสมอ

“ในวันแรกที่เปิดนิทรรศการที่ BACC เราว้าวมาก วันนั้นมันเป็นความรู้สึกที่อธิบายยากมาก ทุกคนเข้ามาเล่นกับงานของเรา มาอ่าน มาดู เอาดอกไม้มาให้เรา เราเลยรู้สึกว่ามันน่ารักมาก เป็นครั้งแรกที่เราได้รับความรู้สึกที่ดีแบบนั้น วันนั้นเราเลยรู้สึกได้ว่างานของเรามันดีแล้ว เป็นการยอมรับเล็ก ๆ เป็นบันไดขั้นแรก ทำให้เราตั้งมั่นว่าเราจะปล่อยให้เป็นไป เพราะงานเราคือสิ่งที่มีคุณค่า เราเลยพูดได้เลยว่า ณ ตอนนี้เรากล้าที่จะก้าวผ่านอะไรหลายอย่าง สนุกกับงาน และชอบงานของตัวเองมากขึ้นทุกวัน”

ทำให้เราเห็นได้ว่า her. ในวันนี้คือ ‘เธอ’ ที่พร้อมจะสนุกกันงาน และพร้อมที่จะให้เพื่อนบ้านทุกคนมาจอยกับมวลความสุขนั้นไปพร้อม ๆ กับ her.

her. ในละครเวที

ด้วยเทคนิคจากกระดาษ การวาดรูป ระบายสี การเย็บด้วยเส้นด้าย หรือแม้แต่การใช้ไฟสีเหลืองนวลสาดส่องผ่านตัวงาน ทุก ๆ ดีเทลทำให้เรานึกถึง ‘ละครเวที’ ที่กำลังมีคนแสดงอยู่ ประกอบกับไฟที่สาดลงมาบนสเตจ คุณเพลงเลยเล่าให้เราฟังถึงแรงบันดาลใจนั้น ๆ ที่เธอได้นำศาสตร์ละครเวทีมาใช้ในสไตล์งานของเธอตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงตอนนี้

“มันเหมือนการทำละครเวทีที่ย่อส่วนลงมา เราลองเริ่มจากอะไรง่าย ๆ ลองจัดทุกอย่างให้เสร็จภายในภาพเดียว หลังจากนั้นเราเลยเริ่มมีการจำลองฉากเล็ก ๆ ที่ใช้โคมไฟส่อง เลยกลายเป็นเอกลักษณ์ของเรา ผ่านความชอบของเราที่ชอบงานเปเปอร์”

“จากนั้นเราใช้กล้องตัวใหญ่ถ่ายภาพผลงานออกมา ซึ่งการเปลี่ยนองศาของกล้องมันเป็นการเล่าเรื่องไปเรื่อย ๆ เราเลยรู้สึกว่าเราสามารถทำภาพภาพเดียวให้กลายเป็นเรื่องเล่าหลายมุมมองได้ มันสนุกตรงที่เราได้หยิบตัวละครมาวางและจัดองค์ประกอบเอง เหมือนเราได้ใช้ศาสตร์ของละครเวทีกับงาน งานกระดาษชิ้นเล็ก ๆ นี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากสเตจที่เราใช้คนแสดงเลย her. เลยเป็นเหมือนสเตจที่เราสร้างตัวละครของเราแล้วเล่าเรื่องออกมา”

งานของ her. จึงเหมือนเป็นผู้รังสรรค์เวทีให้เราสามารถเล่าเรื่องของเราไปพร้อม ๆ กับการจัดองค์ประกอบในแต่ละส่วน ซึ่งสตอรีเหล่านั้นขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะจัดองค์ประกอบอย่างไร มันคือการเปลี่ยนสเตจบนเวทีให้ทุกคนได้เป็นเจ้าของประสบการณ์นั้นเองไม่ว่าจะขีดเขียน ฉีกกระดาษ หรือการเปลี่ยนองศาของไฟก็ตาม

สิ่งที่อยากพูดกับ her.

จากที่เราได้ฟังเกี่ยวกับเทคนิคที่คุณเพลงตั้งใจรังสรรค์ออกมาจากแรงบันดาลใจแล้ว her. ยังมีคอนเซปต์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเป็นเรื่องราวจากชีวิตของเธอที่ถ่ายทอดออกมาผ่านผลงาน

“คอนเซปต์ของ her. มันเริ่มมาจากชีวิตของเรา หลัก ๆ มาจากสิ่งที่เราอยากจะบอกตัวเราเองก่อน ดังนั้นคอนเซปต์ที่เราหยิบมาทำงานหลาย ๆ ครั้ง มันเลยเหมือนเป็นปมปัญหาหรืออะไรบางอย่างที่เราอยากให้ตัวเองก้าวข้ามไปให้ได้ มันเลยหมือนกับการสร้างความแข็งแกร่งอยู่ภายใน เหมือนเป็นการพยายามคลี่คลายอะไรบางอย่างอยู่ นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้นของคอนเซปต์ทั้งหมดของ her.

“คอนเซปต์เราเลยยังคงเดิมแต่เป็นไปตามการเติบโตหรือมุมมองของเรา เราต่อยอดมันออกมาเป็นงานชิ้นอื่น ๆ ด้วยวัสดุที่เราได้ทดลองทำ เพื่อให้ได้ภาพหรือความรู้สึกที่เราอยากสื่อออกมา อย่างตอนแรกที่เรามองว่าทุกอย่างมันคือเรื่องยาก ทุกอย่างต้องเพอร์เฟ็กต์ เราเลยลองปล่อยให้มันสมบูรณ์ในจุดของมันดู แล้วกลับมาสู่ความเรียบง่ายและปล่อยใจกับมันมากขึ้น”

ผลงานของ her.

ด้วยมุมมองดี ๆ ของคุณเพลง ทำให้เราอยากลองรู้จักกับคอนเซปต์ของแต่ละผลงานมากขึ้น รวมไปถึงเทคนิคแต่ละเทคนิคที่คุณเพลงประกอบออกมาเป็น her.

Step Out

เริ่มจากผลงานที่น่าสนใจชิ้นแรกอย่าง ‘Step Out’ ที่ชวนให้เราตั้งคำถามเกี่ยวกับการเติบโตในรูปแบบหนังสือภาพ มีจุดเด่นที่สามารถเปิดกางออกมาได้ ทำให้เราได้ลองโฟกัสกับเรื่องราวหรือความทุกข์เล็กน้อยในชีวิต ก่อนที่เราจะเปิดขยายออกมา แล้วมองออกไปให้เห็นความเป็นไปได้มากมายที่รอเราอยู่

Snail’s seed

ผลงานที่พูดถึงภาวะของคนเราที่พยายามก้าวข้ามอะไรบางอย่าง ซึ่งในบางครั้งเรารู้สึกถึงการเดินเป็นวงกลมไปเรื่อย ๆ แต่ยังติดหล่มความรู้สึกเดิม ซึ่งจริง ๆ แล้วบางทีชีวิตคนเราไม่ได้กำลังเดินเป็นเส้นตรง แต่คือการเดินตามแกนสปริงขึ้นไปเรื่อย ๆ เหมือนความพยายามของเราไม่ได้สูญเปล่า

ถ้าลองมองงานนี้ใกล้ ๆ เราจะเห็นเปลือกหอยที่มีรูปเมล็ดพันธุ์และดอกไม้อยู่ด้านใน สื่อถึงหอยทากที่เดินช้า ๆ และกำลังบอกให้เราค่อย ๆ เดินไปตามจังหวะเวลาของตัวเอง เมล็ดพันธุ์ด้านในเหมือนเป็นเป้าหมายของเราที่อยู่ในตัวเราเสมอ เป็นความหวังเล็ก ๆ ให้เราตั้งใจทำทุกอย่างในวันนี้ให้ดีที่สุด

Where is a home?

เล่ามาถึงผลงานชิ้นล่าสุดของ her. ที่ทำออกมาสด ๆ ร้อน ๆ คือหนังสือภาพที่จะมีการต่อยอดไปเป็นนิทรรศการเดี่ยวในเดือนตุลาคม โดยเอาฉากจากหนังสือภาพไซส์จิ๋ว มาขยายเป็นศิลปะจัดวางอันใหญ่ ใช้เทคนิคหลากหลาย ทั้งการจัดแสงและสเต็จแบบกึ่ง Immersive Art ที่ทำให้เพื่อนบ้านสามารถเดินทางไปใน journal นั้น ๆ ของ her. จนได้ตกตะกอนอะไรบางอย่างผ่านนิทรรศการที่จะจัดขึ้นใน People of Ari อาร์ตสเปซย่านอารีย์ในเดือนตุลาคมนี้!

หนังสือภาพเล่มนี้มีชื่อว่า ‘Where is a home?’ มีการจั่วคำถามให้เรา 3 คำถาม คือ ‘What is a home? – Where is a home? – Who is a home?’ เป็นการตั้งคำถามว่าบ้านสำหรับคุณคืออะไร จากภายนอกสู่ภายใน มีลูกเล่นจากตัวหนังสือที่มีแสงส่องผ่านได้จริง โดยคอนเซปต์คือบ้านที่เราสร้างขึ้นด้วยมือของเราเอง เป็นหนังสือที่เป็นบทสนทนาของเด็กผู้หญิงวัย 13 กับ 28 ปี

คุณเพลงเล่าว่าบ้านของเด็กผู้หญิงคนนี้คือบ้านที่มีต้นไม้ มีน้องหมา ซึ่งเป็นของที่สร้างขึ้นมาด้วยมือของเธอเอง เพราะถ้าเราได้ลองเพ่งไปที่เฟอร์นิเจอร์ หรือตัวน้องหมาในภาพ เราจะเห็นว่ามีรอยเย็บด้วยด้ายสีแดง ตัวละครนั้นเลยเปรียบว่า ‘มือของเธอมีพลังวิเศษ!’ ทำให้เวลาที่สร้างอะไร สิ่งนั้น ๆ จะมีชีวิตขึ้นมา แต่วันหนึ่งเมื่อถึงเวลาทุกสิ่งก็กลับไปเป็นกระดาษเหมือนเดิม

ผลงานนี้เลยพูดถึงการเปลี่ยนแปลงของชีวิตว่ามันเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ ตัวละครนั้นจึงหมายถึงการกลับมาสู่ตัวเราที่เป็นบ้านหลังแรกและเราสามารถสร้างบ้านของเราได้ใหม่เสมอ ซึ่งมันคือการกลับมาสู่ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเด็กคนนั้น หรืออะไรบางอย่างในตัวเรา

ความฝันของ her.

พอฟังเรื่องราวของผลงานจบแล้ว เราเลยถามคุณเพลงถึงอนาคตที่จะถึงนี้ ว่านอกเหนือจากโปรเจ็กต์ของหนังสือภาพ ‘Where’s a home?’ ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมนี้ คุณเพลงยังมีความฝันอะไรอีกบ้าง

“เราอยากเป็นนักเขียนที่เขียนหนังสือภาพและภาพประกอบ และในอนาคตอาจจะมีการแสดงผลงานศิลปินเดี่ยวของเรา ที่เป็นภาพแยกไปเลย แล้วจัดแสดงในแต่ละที่”

จากความฝันอยากเป็นนักเขียน ทำให้คอนเซปต์แต่ละผลงานของ her. ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านการเขียนเล่าสตอรีที่น่าสนใจ ซึ่งคุณเพลงได้ฝากมาบอกให้เพื่อนบ้านทุกคนลองอ่านแต่ละโพสต์ของเธออย่างช้า ๆ เพราะทุกการเว้นวรรคคือเสียงในใจของเธอที่กำลังพูดอยู่เหมือนกัน

สเต็จที่เราต่างเคยผ่านมา

ก่อนจบบทสนทนา เราเลยให้คุณเพลงฝากข้อความถึงเพื่อนบ้านที่เข้ามาอ่านไดอารีเล่มนี้ของ her. ว่าอะไรคือสิ่งที่ ‘เธอ’ คนนี้ อยากบอกเพื่อนบ้านแต่ละคน

“สิ่งนั้นมันคงเป็นความหวังประปรายของทุกเรื่อง หรือความอบอุ่นที่เราอยากสื่อออกมาว่า ‘โลกนี้ไม่ว่าเราจะเจอกับปัญหาอะไร ลองมองให้เห็นด้านสวยงามของชีวิต’ คือการลองมองให้ถี่ถ้วน ยอมรับด้านที่แตกร้าวแล้วเราจะมองเห็นถึงจุดนั้น เพราะในอีกมุมหนึ่ง ถ้ามันไม่แตกร้าวแสงก็คงไม่ส่องผ่านเหมือนกัน มันอาจจะเกิดเรื่องแย่ ๆ อีกมากมาย แต่ตอนนี้เรามีบ้านให้อยู่ มีห้องนอน มีน้องหมา ที่ผ่านมาเราเจอเรื่องแย่ ๆ มาเยอะมากในแต่ละสเต็จ แต่เราก็ผ่านมันมาได้ งานของ her. เลยเปรียบเป็นไดอารีพาร์ทหนึ่ง ที่ทำให้เราได้กลับมาอ่านซ้ำแล้วสามารถกอดตัวเราในตอนนั้นได้”

IT MIGHT INSPIRE YOU

Eyedropper Fill

นักออกแบบประสบการณ์ที่ใช้ศิลปะฮีลใจ
และสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อโอบกอดทุกคน

ละครเวทีโรงเล็ก

เปิดโลกเบื้องหน้า - เบื้องหลัง ศิลปะและอิสระแห่งการเล่าเรื่องกับ ‘คุณนน - วิชชาพร ต่างกลาง’

Guānghuá Bào LETTER Press by Poontany

ชวนส่องโฆษณาเก่า สืบเรื่องเล่าผ่านตัวอักษรในหนังสือพิมพ์จีน

Foto_momo

ช่างภาพสถาปัตยกรรมที่เก็บบันทึกตึกเก่ายุคโมเดิร์นก่อนเหลือเพียงความทรงจำ