สะพานควาย LAB

‘ศิลปะช่วยเยียวยาใจ’ แพสชันที่เบ่งบานในวัยเกษียณของ ‘คุณพ่อวันชัย ภูรีกูล’

“ตอนเด็ก ๆ พ่อชอบวาดรูปอยู่แล้ว พอได้กลับมาวาดจริงจังอีกครั้งตอนเกษียณ พ่อเลยใช้เวลาว่างนั้นลองวาดเล่นไปเรื่อย ๆ แต่พอมีงานจ้างเข้ามาก็ทำให้พ่อได้วาดรูปเยอะขึ้น เลยคิดว่าเอาก็เอา! มันเลยกลายเป็นผลงานที่ได้เห็นกันในตอนนี้”

หนึ่งในประโยคบอกเล่าจากปากของ ‘คุณพ่อวันชัย ภูรีกูล’ ศิลปินวัยเกษียณจากเพจ สะพานควาย LAB เพจที่เต็มไปด้วยภาพวาดสัตว์เลี้ยงน่ารัก ๆ ซึ่งช่วยเยียวยาใจให้กับเจ้าของทุกคนด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเยียวยาใจคุณพ่อจากความเหงาในวัยเกษียณด้วยการวาดภาพและสอนศิลปะให้กับผู้ที่สนใจ

วันนี้ Neighbors and Friends เลยอยากพามาทำความรู้จักกับคุณพ่อวันชัยผ่านคอลัมน์ Passion for Life โดยถ่ายทอดเรื่องราวของแพสชันจากคุณพ่อวัย 72 ปี ที่กลับมาเบ่งบานอีกครั้งใน ‘วัยเกษียณ’ ให้เราได้ติดตามมุมมองเจ๋ง ๆ ของคนรุ่นพ่อ และเรื่องราวจาก ‘คุณโต้ง – พรชัย ภูรีกูล’ ลูกชายผู้อยู่เบื้องหลังความสุขของวัยเกษียณคนนี้

และกิมมิคพิเศษในวันนี้ เรายังมี ‘น้องนัวเนีย’ นางแบบแมวตัวน้อยมาเป็นแบบให้คุณพ่อได้วาดและถ่ายทอดความน่ารักอีกด้วย! ลองมาสัมผัสเรื่องราวอันอบอุ่นจากคุณพ่อวันชัย ที่อาจสร้างแรงบันดาลใจและช่วยเติมความหมายให้กับชีวิต ด้วยมุมมองดี ๆ จากเพื่อนบ้านวัยเกษียณแห่ง ‘สะพานควาย LAB’

เราอาจเคยได้ฟังเรื่องราวของวัยเกษียณกันมาหลากหลาย เป็นเรื่องราวที่พูดถึงแพสชันดี ๆ ที่ก่อกำเนิดขึ้นในวัยนี้ พอเป็นวัยที่ไม่มีภาระอะไร ช่วงเวลาที่ว่างตรงนั้นก็อาจจะทำให้เกิดความเหงาในใจจนเกิดเป็นปัญหาสุขภาพได้ ดังนั้นเกษียณวัยหลาย ๆ คนจึงหาอะไรมาทำแก้เหงา อย่างเช่นเรื่องราวของ ‘คุณพ่อวันชัย ภูรีกูล’ ที่นำกิจกรรมที่ชอบในวัยเด็กอย่างการวาดภาพ ให้กลับมาเบ่งบานขึ้นอีกครั้งในวัยเกษียณ ถือเป็นเส้นทางหนึ่งที่ Neighbors and Friends อยากชวนมาติดตามสตอรีของคุณพ่อวันชัยไปด้วยกัน เพราะเป็นแพสชันดี ๆ ของการได้ใช้เวลากับสิ่งที่ชื่นชอบในช่วงวัยที่ไม่มีภาระอีกต่อไป

เริ่มต้นใหม่ในวัยเกษียณ

เราเริ่มต้นบทสนทนาในวันนี้ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง คุณพ่อวันชัยจึงเริ่มแชร์เรื่องราวของชีวิตในพาร์ทก่อนหน้าให้เราได้ฟัง ทำให้ได้เห็นถึงแรงบันดาลใจที่เริ่มต้นจากความชอบความสนใจในวัยเด็ก ที่นำมาสู่มุมมองเจ๋ง ๆ ของวัยเกษียณคนนี้

คุณพ่อ : “ก่อนเกษียณมา พ่อทำอาชีพทั่ว ๆ ไปที่เกี่ยวกับการเกษตร เพราะเรียนจบด้านนี้มา ไม่ได้ทำเกี่ยวกับงานศิลปะเลย พอเกษียณมามันก็ว่าง ไม่รู้จะทำอะไร เลยลองวาดรูปเล่นไปเรื่อย ๆ เพราะตอนเด็กพ่อเคยวาดรูปได้ดีจนได้ประกวด แต่ก็ไม่ได้เรียนด้านศิลปะต่อ เลยลองเคาะสนิมดู ทีนี้มีคนติดต่อผ่านลูกมาให้ช่วยวาดนู่นวาดนี่ เราก็ลองวาดจนวาดได้ หลัง ๆ มานี้พ่อเลยเปิดสอนวาดรูปบ้างบางครั้ง เพื่อให้คนที่เคยคิดว่าเขาวาดรูปไม่ได้ได้มาลอง มันเลยเป็นที่มาของเพจสะพานควาย LAB”

นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้คุณพ่อวันชัยได้กลับมาวาดภาพอีกครั้งในวัยเกษียณ​ รวมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของเพจสะพานควาย LAB ที่เป็นเสมือนพื้นที่ที่คุณพ่อได้แต่งเติมความสุขของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ซึ่งในพื้นที่สำหรับการรังสรรค์ความสุขในวัยเกษียณของคุณพ่อวันชัย ก็ได้มี ‘คุณโต้ง – พรชัย ภูรีกูล’ ลูกชายที่อยู่เบื้องหลังและเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของ ‘สะพานควาย LAB’ ที่ขาดไปไม่ได้

คุณโต้ง : “ตอนแรกเราไม่ได้ทำเกี่ยวกับด้านนี้เลย ที่ผ่านมาทำท่องเที่ยวมาตลอด พอมาชนกับจังหวะโควิดเราก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไร เลยทำพวกสกรีนแก้ว จนมาวันหนึ่งเราเห็นรูปที่พ่อวาดเป็นน้องหมาน้องแมว เลยลองเอาไปสกรีนมาวางขายดู ปรากฏว่ามีคนซื้อ ทีนี้ก็เริ่มมีลูกค้าที่อยากให้เป็นรูปหมาแมวของตัวเอง เราเลยลองวาดกันดู นั่นเลยเป็นจุดเริ่มต้น สุดท้ายการสกรีนของเราก็เป็นเรื่องรองไปเลย แล้วเรื่องหลัก ๆ ของร้านจะเป็นการวาดภาพแทน เพราะเราอยากให้พ่อได้ใช้งานวาดพวกนี้มาสร้างรายได้ให้เขาที่เกษียณอยู่บ้าน ซึ่งเราทำมาประมาณสองปีได้แล้ว จนตอนนี้ขยายมาเป็นการวาดคน หรือวาดอะไรที่ยากขึ้น ใหญ่ขึ้น มันเลยแสดงให้เห็นว่ามีคนที่เขาพอใจกับลายเส้นของพ่อ เพราะคำว่า LAB มันคือการทดลองไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่การสกรีนแก้วขายจนมาถึงเรื่องงานวาด มันเลยกลายเป็นความน่าสนใจของเพจเราไปโดยปริยาย”

สไตล์ที่เกิดจากความสนใจ

พอเราได้ฟังเรื่องราวจุดเริ่มต้นของแพสชันในวัยเกษียณของคุณพ่อวันชัยกันแล้ว เราเลยลองมองดูภาพผลงานที่วางอยู่เต็มโต๊ะ มันมีทั้งภาพวาดของน้องหมาน้องแมว สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ หรือแม้แต่ภาพคน ซึ่งคุณพ่อและคุณโต้งก็ได้เล่าถึงสไตล์ผลงานให้เราได้ฟังไปเพลิน ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของความชอบและความสนใจนั้น ๆ

คุณพ่อ : “พ่อไม่ได้วาดอะไรเป็นหลักเพราะพ่อวาดได้ทุกอย่าง พอลูกค้าสนใจจะให้วาดทั้งเจ้าของหมาเจ้าของแมวเข้าไปในภาพ พ่อเลยได้ลองวาดไปด้วย เพราะจริง ๆ ไม่ได้มีความชอบหมาแมวเป็นพิเศษ แต่พ่อแค่ชอบวาดรูป รูปแบบไหนที่เราเห็นแล้วพอจะวาดออกมาได้ดี พ่อก็ลองวาดดู”

คุณโต้ง : “ผมว่ามันมาจากการที่เอาภาพแมวซึ่งเป็นภาพแรกที่พ่อวาดเอาไปสกรีนเล่น ๆ แล้วคนก็เริ่มมาขอเปลี่ยนเป็นสัตว์เลี้ยงของตัวเอง มันเลยกลายเป็นการรับวาดรูปสัตว์เลี้ยงแล้วเจาะตลาดตรงนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งจริง ๆ พ่อเขาจะชอบวาดสัตว์ป่าเป็นหลัก เช่น นก ไก่แจ้ ไก่ป่า แต่น้องหมาน้องแมวจะมีความผูกพันธ์มากกว่า เลยกลายเป็นสิ่งที่พ่อวาดเป็นหลักแทน ซึ่งพ่อเขาก็เป็นคนที่อ่อนโยนต่อสัตว์อยู่แล้ว”

“เพราะที่บ้านเราเองก็มีหมาจรอยู่หนึ่งตัว เป็นหมาที่มาจากเพจ Adopt Me ซึ่งจริง ๆ เป็นน้องสาวที่อยากรับมาเลี้ยง เพราะตัวเราเองเคยเลี้ยงหมามาสองตัว แต่เขาไปเกิดทั้งสองตัวแล้ว เลยรู้สึกว่าไม่อยากเลี้ยงอีก เพราะตอนนั้นที่เขาเสียเราทรมานมาก ๆ แต่สุดท้ายก็เลี้ยงตัวนี้เพราะน้อง ๆ อยากเลี้ยงกัน ซึ่งตอนนี้ผมก็เป็นคนดูแลให้ มันเป็นหมาที่มีสตอรีน่าสงสาร เพราะมาจากหมากระสอบที่เตรียมโดนเอาไปฝังแล้ว สุดท้ายถูกช่วยมาได้ทั้งครอบครัว ตัวนี้เป็นตัวสุดท้ายที่ยังไม่ถูกรับไป เราเลยรับมาเลี้ยงเอง”

เอกลักษณ์ที่สื่อความรู้สึก

ซึ่งทั้งภาพสัตว์หรือคนที่คุณพ่อตั้งใจวาดออกมานั้น ก็เป็นสิ่งที่ช่วยสื่ออารมณ์ความรู้สึกถึงเพื่อนบ้านทุกคนได้ ถือเป็นสไตล์ที่ถ่ายทอดออกมาอย่างใส่ใจ และเต็มไปด้วยเบื้องหลังของเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

คุณพ่อ : “สิ่งที่พ่ออยากวาดให้ชัดที่สุดคือดวงตา สิ่งมีชีวิตไม่ว่าคนหรือสัตว์ ดวงตาเหล่านั้นจะบอกความรู้สึกได้ พ่อเลยพยายามทำให้ใกล้เคียงกับภาพจริงมากที่สุด เพื่อให้ภาพออกมาดูเหมือนมีชีวิต”

คุณโต้ง : “จริง ๆ มันก็มีอุปสรรคเหมือนกัน อย่างบางภาพที่วาดยากมาก เพราะต้นแบบที่เขาส่งมาเราดูไม่ออก เราเลยพยายามคุยสตอรีให้พ่อรู้สึกอยากวาด ส่วนเราก็เอาภาพที่เขาส่งมาไปเข้า Photoshop เพื่อดึงแสงให้เห็นดีเทลแต่ละจุด เพราะมันเป็นภาพสัตว์เลี้ยงที่ป่วยแล้วเขาไม่ได้ย้ายที่น้องเพื่อจัดแสง เลยออกมาเป็นภาพสัตว์เลี้ยงที่นอนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้น เราเลยพยายามดึงดีเทลต่าง ๆ มาอธิบายให้พ่อเข้าใจ”

“มีภาพของน้องหมาที่ป่วยมาก ๆ จนเห็นโปนกระดูก ซึ่งเอกลักษณ์ของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวพ่อเขาจะเป็นคนเห็นจากภาพเอง เพราะบางทีเราก็ไม่ทันสังเกตเหมือนกัน พอลูกค้าได้รับภาพจากพ่อไป เขาก็บอกว่า ‘พ่อเก็บดีเทลไว้ได้ดีมาก’ ผมเลยคิดว่าเพจวาดรูปมันมีเยอะแยะ วาดให้มันเหมือน วาดให้มันสวย มันก็มีความแตกต่างกันไปเพราะนักวาดแต่ละคนก็มีลายเส้นไม่เหมือนกัน ซึ่งมันทำให้จุดเด่นนั้น ๆ แตกต่างกันออกไปด้วย สไตล์การทำดวงตาของพ่อเลยถือเป็นจุดเด่นของสะพานควาย LAB เพราะขนาดเราเรียนมาจากเขาเราก็ทำไม่ได้”

คุณพ่อ : “พ่อว่าแต่ละคนเขามองไม่เหมือนกัน ศิลปินบางคนก็เอาจุดนั้นมา เอาจุดนี้มา มันคือเสน่ห์ของศิลปะที่คิดชอบไม่เหมือนกัน”

ดังนั้นสไตล์งานของคุณพ่อที่ผสานเข้ากับความร่วมมือจากคุณโต้งเลยทำให้ผลงานของ เพจสะพานควาย LAB มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

ความประทับใจที่ส่งให้และได้รับ

และเมื่อภาพเหล่านั้นถูกส่งถึงมือเจ้าของสัตว์เลี้ยงแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว เรื่องราวความประทับใจน่ารัก ๆ จึงตามมาอย่างล้นหลามเช่นเดียวกัน

คุณโต้ง : “มีลูกค้าที่นิวซีแลนด์เขาถ่ายคลิปสัตว์เลี้ยงตัวจริงส่งมาให้ดู และอีกส่วนหนึ่งคือเจ้าของของสัตว์เลี้ยงที่เสียไปแล้ว พอเขาได้รับภาพไป เขาก็บอกเราว่าเหมือนน้องยังอยู่ เหมือนได้เห็นกันทุกวัน นอกจากภาพสัตว์เลี้ยง ก็มีเคสที่ลูกค้าเป็นคุณแม่ที่เสียลูกไปตั้งแต่ยังเด็ก มาจ้างให้พ่อช่วยวาดสีน้ำมันให้ ตอนแรกพ่อเขาตั้งใจไม่รับวาด เพราะรูปคนมีดีเทลที่เยอะกว่าภาพสัตว์ แต่สุดท้ายพ่อก็รับ พอลูกค้าได้รับงานไปเขาก็ดีใจมาก ๆ ส่วนเราเองก็สัมผัสได้ว่าเขามีความสุขกับผลงานของพ่อ หลัง ๆ พ่อเลยรับวาดทั้งคนและสัตว์”

“เรื่องราวที่ได้รับจากลูกค้า ถึงจะเป็นเรื่องแค่นี้ แต่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกดี เพราะเราได้มอบพลังบวกให้เขาได้ เราเองก็ได้รับพลังดี ๆ ที่เขาหยิบยื่นกลับมาให้เหมือนกัน เราเลยเชื่อว่าภาพวาดของพ่อก็ช่วยเขาได้ในทางใดทางหนึ่ง”

คุณพ่อ : “จริง ๆ พ่อไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากมาย แต่พอได้มาวาด มันทำให้เรารู้สึกถึงความผูกพันระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยงเหมือนกัน อย่างบางคนที่ให้พ่อวาดน้องหมาที่เสียไปแล้ว มีการจัดพิธี ลอยอังคาร แล้วถ่ายรูปมาให้ดู มันคือความผูกพันที่เป็นมากกว่าที่เราคิด เพราะในวงการธุรกิจ พอเกี่ยวกับเรื่องสัตว์เลี้ยง มันจะขายได้ดี พ่อเลยได้เห็นความรู้สึกของคนทั่วไปมากขึ้น”

เพราะความผูกพันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยง เพจสะพานควาย LAB จึงได้มีโอกาสถ่ายทอดผลงานที่น่ารักออกมาเรื่อย ๆ กลายเป็นกำลังใจดี ๆ ที่ต่างคนต่างส่งมอบให้กันและกัน

ตัวแทนของความคิดถึง

เพราะความผูกพันนั้น ๆ ทำให้ภาพวาดของคุณพ่อวันชัยสามารถเป็น ‘ตัวแทนของความคิดถึง’ ที่สามารถเยียวยาใจผ่านทุก ๆ ดีเทลในผลงาน

คุณโต้ง : “มีภาพที่วาดยากอยู่ภาพหนึ่ง ซึ่งมันเป็นภาพของสัตว์ที่ป่วย เพราะเจ้าของส่วนใหญ่เขาไม่ค่อยถ่ายภาพไว้ จะมีแค่ภาพสัตว์เลี้ยงตอนเด็ก ตอนโต แล้วตอนใกล้จะเสียเลย มีอยู่ภาพหนึ่งจากลูกค้า เป็นภาพของน้องหมาที่นอนป่วยอยู่ แล้วมีน้องแมวไปนอนบนตัวน้องหมาอีกที ซึ่งเป็นภาพที่เก่ามาก น้อง ๆ ไปทั้งคู่แล้ว เขาก็เอามาให้พ่อวาด หรือรูปญาติผู้ใหญ่ที่เสียแล้วที่เอาภาพมาจากกล้องดิจิตัลตัวเก่า ๆ ภาพไฟล์ไม่ค่อยชัด ซึ่งเป็นภาพที่ตั้งใจให้พ่อวาดออกมาในท่าทางที่ลูกค้าได้นั่งกอดยายอีกครั้ง”

คุณพ่อ : “มันเลยถือเป็นการปลุกชีวิตขึ้นอีกครั้ง เพราะภาพวาดมันต่างจากภาพถ่ายเยอะ ทำให้ได้เห็นชีวิตที่ต่างกันออกไป”

Photo by สะพานควาย LAB

และนอกจากภาพวาดของน้องหมาน้องแมวหรือผู้คน คุณพ่อวันชัยยังวาดภาพสัตว์อีกมากมาย เช่น นกเอี้ยง เต่าบก ช้าง อินทรีย์ แร้ง ครอบครัวหนูแฮมสเตอร์ หรือในอีกมิติหนึ่งที่นอกเหนือไปจากการเป็นภาพสัตว์เลี้ยงธรมดา ทางคุณพ่อวันชัยก็ยังได้วาดภาพปลาคราฟ ที่ลูกค้าจะนำไปเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อเรื่องโชคลาภอีกด้วย

เยียวยาใจในวัยเกษียณ

ภาพวาดเหล่านี้ของคุณพ่อวันชัย นอกจากจะเป็นภาพที่ช่วยเยียวยาใจผู้ที่ได้รับไปแล้ว ตัวคุณพ่อวันชัยเองก็ได้ใช้การวาดภาพนั้นมาเยียวยาใจตัวเองเหมือนกัน เราเลยชวนให้คุณพ่อช่วยแชร์มุมมองดี ๆ ในช่วงเวลาของ ‘วัยเกษียณ’ เพื่อทำให้เราได้เข้าใจคนวัยนี้มากยิ่งขึ้น

คุณพ่อ : “วัยเกษียณมันให้อะไรกับพ่อเยอะมาก ๆ ทั้งเรื่องเวลาที่ทำให้เราไม่ฟุ้งซ่าน เพราะคนแก่หลายคนอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำก็เหมือนกับการติดคุก ด้วยข้อจำกัดที่มีอยู่เยอะ ร่างกายที่ไม่เอื้ออำนวยเหมือนตอนหนุ่ม ๆ พออยู่แต่กับบ้านเพื่อนก็น้อยลงทุกวัน อยู่แต่บ้านกับโรงพยาบาล แค่นั้นแหล่ะคนแก่”

“การที่ได้สิ่งอื่นเข้ามาช่วยให้เราตัดเรื่องพวกนี้ไปได้มันเลยเป็นเรื่องที่ดี เช่น ไปวัด ออกกำลังกาย ไปสังคมกับพรรคพวก แต่ถ้าให้คนแก่อยู่บ้านเฉย ๆ มันอันตราย เพราะหลัง ๆ พ่อเห็นว่าคนปัจจุบันมีปัญหาด้านสุขภาพจิตกันเยอะจากการต้องอยู่คนเดียว สำหรับพ่อแล้ว การวาดรูปมันเลยเป็นเหมือนการเพิ่มสมาธิแทนการนั่งสมาธิปกติ เพราะการวาดรูปเราสามารถวาดได้เป็นชั่วโมง ๆ ดังนั้นการวาดรูปสำหรับพ่อมันเลยไม่ใช่แค่การฆ่าเวลา แต่มันคือ ‘การใช้เวลา’ แล้วเวลาที่ใช้นั้นก็มีประโยชน์กับเรา”

ช่วงวัยนี้จึงเป็นช่วงวัยที่ต้องการอิสระ ถึงแม้จะมีข้อจำกัดมากมายก็ตาม การได้ทำบางสิ่งบางอย่างที่ชอบจึงเป็นการเยียวยาจากความรู้สึกต่าง ๆ ภายในใจของคนวัยเกษียณได้

ความสุขของการได้ซัพพอร์ต

ซึ่งคุณโต้งก็คอยเป็นกำลังสำคัญ และคอยซัพพอร์ตคุณพ่อวันชัยเสมอ ถือได้ว่าเป็นแพสชันของคุณโต้ง ที่ทำให้เห็นมุมมองดี ๆ ของคนรุ่นลูกที่มีต่อคุณพ่อวัยเกษียณ

คุณโต้ง : “แพสชันนั้นของเรา 70% เป็นความสุขของพ่อ ส่วนอีก 30% เป็นฟีดแบ็คจากลูกค้าที่เขาชอบงานศิลปะจากพ่อเราขนาดนี้ ด้วยความที่เราเห็นมาตั้งแต่เกิดเราเลยอาจจะเฉย ๆ ฉะนั้นมันเลยเป็นความสุขมากกว่า เพราะช่วยให้พ่อได้มีอะไรทำยามว่าง ได้มีสติในการสอนเราใช้ชีวิต เพราะเรื่องพวกนี้ต้องวัยเขาถึงจะสอนได้ อีกอย่างหนึ่งมันก็เป็นกิจกรรมในครอบครัว เพราะแม่ก็ชอบมานั่งดู แล้วเขาก็ตื่นเต้นไปด้วยที่เห็นเราไปได้ขนาดนี้แล้ว”

“เป็นเหมือนความสุขของเราที่ทำให้พ่อมีความสุข เพราะตั้งแต่แรกเริ่ม เราก็ไม่ได้ทำเพื่อเน้นมีเงินมีทองอยู่แล้ว เพราะถ้าไปดูเรทราคาของเรา เราจะตั้งไม่แพงเลย ตั้งเอาสนุก มีงานมาแล้วให้พ่อนั่งวาด แต่โดยรวมคือเราอยากให้พ่อมีกิจกรรมทำ ผมว่านั่นคือสิ่งที่สำคัญกว่า เพราะพ่อก็ไม่ได้มีภาระอะไร แค่นี้มันก็ถือว่าโอเคแล้ว การวาดรูปของพ่อมันช่วยได้เยอะในทุก ๆ วัย อย่างระบบความคิดที่เชื่อมไปเรื่องสุขภาพจิตของคนในวัยพ่อก็น่ากลัว เราเลยคิดว่าถ้ามันแก้ตรงนี้ได้ก็คงดี”

คุณพ่อ : “เวลาว่างของคนแก่ก็คือการหาหมอ คงเป็นภาระหลัก ๆ ของวัยนี้ พ่อเลยคิดว่างานศิลปะมันคือการให้ชีวิตและสร้างมุมมองใหม่ ๆ ให้กับเรา”

เพราะความรักความเข้าใจของลูกชาย คุณพ่อวันชัยจึงได้มีโอกาสเติมเต็มความสุขของตัวเอง ด้วยสิ่งที่ชอบในวัยเด็ก ให้กลับมาเบ่งบานขึ้นอีกครั้งในวัยเกษียณ วัยที่มีอิสระในการทำสิ่งที่รักอย่างแท้จริง

ส่งต่อศิลปะในสไตล์ของพ่อ

อีกหนึ่งแพสชันของคุณพ่อหลังจากได้กลับมาใช้เวลาทำงานศิลปะอย่างจริงจังอีกครั้ง คือการได้มีโอกาสเปิดคลาสสอนศิลปะจากสีน้ำให้กับผู้ที่สนใจ

คุณพ่อ : “สมัยเด็ก ๆ ตอนที่ฝึกวาดรูป ตอนนั้นพ่อก็ใช้สีน้ำเป็นหลัก เพราะเขาไม่มีสอนสีอื่น มาหัดวาดสีน้ำมันก็ตอนอายุ 60 แล้ว เลยคิดว่าเราคงวาดได้หมดทุกอย่างขอแค่มีความรู้สึกร่วม แต่จะสวยไม่สวยไม่รู้ เพราะศิลปะมันอยู่ในใจ นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้พ่ออยากเปิดสอนศิลปะแบบใช้สีน้ำไปเรื่อย ๆ แต่ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างมันทำให้เราต้องคิดหนัก”

คุณโต้ง : “ด้วยกำลังและภาระต่าง ๆ เพราะสอนทีหนึ่งต้องใช้พลังงานเยอะมาก ให้คนอายุ 70 มาสอนทุกวันก็คงไม่ไหว ขนาดเราที่มายืนคุมช่วยดูเฉย ๆ ยังเหนื่อย แต่การที่พ่อได้ออกมาสอนก็เป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว เพราะคนสูงอายุส่วนใหญ่ก็อยู่แต่บ้าน ถ้าได้ออกมาพบปะผู้คนก็คงจะดี สำหรับเราที่ทำทัวร์คนสูงอายุ เราเลยเข้าใจในจุดนี้ เพราะมีลูกทัวร์ที่เขาอยากไปเที่ยวแต่สภาพร่างกายเขาไม่ไหว จนมีลูกหลานมาห้ามไม่ให้ไป แต่เขาก็ไปอยู่ดี เพราะอยากไปเจอเพื่อน ๆ ของเขา ผมเลยคิดว่าคนแก่ที่อยู่แต่บ้านถ้าไม่มีอะไรทำคงเบื่อ เราเลยหาอะไรให้เขาทำดีกว่า”

เพราะคุณพ่อเองก็อยากใช้ช่วงเวลาวัยเกษียณนี้อย่างเต็มที่และพร้อมจะเปิดใจรับมุมมองใหม่ ๆ อยู่เสมอ เป็นแรงผลักดันหนึ่งที่อยากสอนวาดภาพสีน้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สีน้ำเป็นสิ่งเยียวยาใจให้กับคนอื่น ๆ รวมไปถึงตัวคุณพ่อวันชัยเอง

คุณพ่อ : “ถ้ามีเวลาบวกกับร่างกายที่โอเคดี ประสาทตา นิ้วมือที่นิ่งอยู่ เพราะถ้ามือไม่นิ่งมันก็เป็นอุปสรรคในการวาดภาพ อย่างคนแก่บางคนมือเขาสั่นง่าย ถ้าร่างกายเอื้ออำนวย พ่อคงวาดไปเรื่อย ๆ เพราะสิ่งหนึ่งที่อยากทำคือการได้สอนเด็ก ๆ ที่มักมีปัญหาด้านสุขภาพจิตจากสังคมปัจจุบัน เหมือนหมอบางคนที่ใช้ศิลปะบำบัดไปสอน พ่อเลยคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์ ถ้าได้ช่วยปูทางให้เขาไปอยู่ในสิ่งที่ดีกว่าการไปอยู่กับสารพิษทั้งหลาย ซึ่งถ้าเราสอนให้เด็ก ๆ คุ้นเคยกับเรื่องพวกนี้ได้ก็จะดี ให้จิตใจได้โฟกัสและอ่อนโยนมากขึ้น ถ้ามีเวลาพ่อคงได้ทำ”

น้องนัวเนีย

เข้าสู่พาร์ทสุดท้ายของการสนทนาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่อบอุ่นจากสองพ่อลูกแห่ง สะพานควาย LAB เราเพิ่มเติมความน่ารักนั้นด้วยสตอรีจาก ‘คุณหญิง-ญาณภัทร สุมนวรางกูร’ เจ้าของ ‘น้องนัวเนีย’ นางแบบตัวน้อยของวันนี้ บรรยากาศของการพูดคุยกันเลยมีเรื่องราวของน้องนัวเนียที่คุณหญิงเล่าให้ฟังไปเพลิน ๆ ประกอบกับที่คุณพ่อก็กำลังวาดภาพของน้องนัวเนียไปด้วย

“จริง ๆ เราเป็นคนกลัวสัตว์ตั้งแต่เด็ก ช่วงวัยรุ่นเรามารู้ตัวว่าแพ้แมวด้วย เราเลยหลีกเลี่ยงมาตลอด เรารู้สึกแค่ว่ามันโอเคแต่ไม่ได้เอ็นดูเขาขนาดนั้น จนได้มีโอกาสไปเลี้ยงแมวของเพื่อน พอเราได้ใกล้ชิด เริ่มผูกพัน เราก็รู้สึกเอ็นดูขึ้นมา เราลองเอามือไปสัมผัสน้องแล้วเราก็แพ้ แต่มันเป็นการแพ้ที่เราโอเค เพราะแค่กินยาหรือได้นอนพักก็หาย พอเราได้รับการยอมรับจากน้องเพราะน้องเข้ามาอ้อน มันเลยเหมือนเป็นการทำลายกำแพงลง จนทำให้เราอยากใกล้ชิดแล้วเล่นกับน้องมากขึ้นเรื่อย ๆ”

“จนวันนั้นเราเริ่มขออนุญาตที่บ้านว่าถ้ามีแมวจรหรือหมาจรตามหาบ้านอยู่ เราขอรับเลี้ยงได้ไหม แต่ทุกคนก็ไม่เห็นด้วยเพราะเราแพ้ จนกระทั่งตอนนั้นมีเพื่อนไปเที่ยวเขาใหญ่แล้วเขาเจอน้องนัวเนียอยู่ในป่า ไม่แน่ใจว่าหลุดหรือโดนทิ้ง ตัวน้องมอมแมม เดินตามเพื่อนเราอยู่ตลอด เพื่อนเลยหาบ้านให้น้อง ตอนที่เราได้เจอโพสต์หาบ้านนั้น มันเป็นจังหวะที่พอดีกับตอนที่เราต้องการสัตว์เลี้ยง ตอนนั้นที่เราเห็นผ่านรูปเราเลยรู้สึกถูกชะตามากทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเจอตัวจริงมาก่อน และพอเราได้เจอตัวน้อง เราเลยกลับไปคุยกับที่บ้านอีกครั้ง ในตอนนั้นเราเลือกที่จะสู้เพื่อให้ได้เลี้ยงน้องนัวเนียให้ได้!”

“จนวันที่น้องมาวันแรกซึ่งคือรูปที่เอาให้คุณพ่อวาด วันนั้นเราก็เกิดอาการแพ้หนักมากจนเข้าโรงพยาบาล แต่คุณหมอก็บอกกับเราว่าสามารถปรับตัวไปด้วยกันได้ ซึ่งนัวเนียทำให้เราดูแลตัวเองมากขึ้น เพราะเราบำรุงตัวเองตลอดเพื่อไม่ให้ตัวเองภูมิตก จนเรารู้สึกว่าเขาเข้ามาเป็นสิ่งดี ๆ ให้ชีวิตของเรา”

เป็นความสัมพันธ์ที่เหมือนได้ช่วยชีวิตซึ่งกันและกัน เพราะทั้งคุณหญิงก็ช่วยรับน้องนัวเนียมาดูแล ส่วนน้องนัวเนียก็ได้ช่วยเยียวยาใจคุณหญิงในทุก ๆ วันเหมือนกัน เหมือนเพื่อนซี้ที่เป็นความสบายใจให้กันได้ตลอดเวลา

“นิสัยของน้องนัวเนียคือขี้อ้อนและติดคนมาก ๆ ตอนเจอกันครั้งแรกเขายอมให้จับตัวแล้วขึ้นมานั่งบนตักเราทันที ที่บ้านเราเองก็โดนเขาตกเหมือนกัน อีกอย่างคือนัวเนียเป็นแมวแอคทีฟ ชอบเล่นซ่อนแอบกับคน เวลามีคนเดินมาเขาจะวิ่งไปหลบแล้วจะกระโดดมาแตะตัวเราเป็นการชวนเล่น เขาเป็นแมวที่น่ารักมาก ๆ”

คุณหญิงยังเล่าเพิ่มอีกว่าน้องนัวเนียมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ นั่นคือลายกลม ๆ บนตัวของน้อง เพราะมันจะมีองศาที่นั่งแล้วลายกลม ๆ นั้นจะกลายเป็นรูปหัวใจ และเรื่องราวน่ารัก ๆ อีกหนึ่งเรื่อง คือปลอกคอผึ้งน้อยสีชมพูที่เห็นในภาพก็ยังเป็นอันเดียวกับวันแรกที่คุณหญิงได้เจอกับน้องนัวเนีย เป็นเรื่องราวที่น่ารักและอบอุ่นหัวใจ ที่คุณพ่อวันชัยสื่อสารออกมาผ่านภาพวาดได้ดีมาก ๆ!

สำหรับใครที่สนใจอยากให้คุณพ่อวาดน้องหมาน้องแมวที่บ้านให้บ้าง ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FB : สะพานควาย LAB

IT MIGHT INSPIRE YOU

ตัวแทนหมู่บ้าน : Sunee

เป้าหมายหรือฝันเรามันใหญ่มาก ถ้าเราไม่ขยับไปหา มันก็ไม่มาหาเราเหมือนกัน

NIXSA

ศิลปินไทยที่สำรวจตัวตนและจิตใจ
ผ่านดนตรีพื้นเมืองอันไร้พรมแดน

เมื่อความหลงใหลในธรรมชาติ เบ่งบานเป็น ‘ศิลปะการทับดอกไม้’

ชีวิตในโลกพฤกษศาสตร์ของ 'อาจารย์ ผศ.ดร.ภญ.เบญญากาญจน์ พงศ์กิจวิทูร'

Volkstory

แพสชัน ตัวตน และความหลงใหลที่มีให้กับ Volkswagen คันโปรดของ 3 พี่น้องแห่ง Volkstory