UNFORMAT STUDIO

เปิดมุมมองใหม่ในโลก Creative Technology ผ่านคนเบื้องหลังที่เล่นกับเทคโนโลยีและสนุกกับไอเดียไม่จำกัด

ถ้าคุณประทับใจกับประสบการณ์ล้ำ ๆ ที่ฉีกกรอบการดูงานอาร์ตแบบเดิม ๆ ใน UNFEST’26 เทศกาลที่ไม่ได้มีแค่การชมงานศิลปะ แต่ชวนเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ผ่านการผสมผสานระหว่างศิลปะและเทคโนโลยีในรูปแบบหลากหลาย

Neighbors and Friends จะชวนทุกคนมาทำความรู้จักทีมงานเบื้องหลังอย่าง ‘UNFORMAT STUDIO’ เพื่อนบ้านสายครีเอทีฟที่ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์โดยไม่จำกัดรูปแบบ ทั้ง Virtual Production, Film Production, Event Production ไปจนถึง Art & Music Exhibition โดยหลักในการทำงานคือการไม่ยึดติดกับรูปแบบหรือกฎเกณฑ์ที่ตายตัว ตามแนวคิด “Unformatted Thinking” ที่ให้ความสำคัญกับการทดลอง การแลกเปลี่ยน และการค้นพบแนวทางใหม่ ๆ ที่ไร้กรอบจำกัด

หลังจากจบงาน UNFEST’26 ที่ Cloud 11 เราจึงหาโอกาสมานั่งคุยกับตัวแทนทีม UNFORMAT STUDIO อย่าง ‘คุณมิลค์ ณ ตะวัน ต่อเจริญวศิน’ หนึ่งในสมาชิกของ UNFORMAT CREATIVE LAB ที่จะมาเล่าถึงแนวคิดในการทำงานของชาว UNFORMAT STUDIO พร้อมเผยถึงไอเดียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเทศกาล UNFEST’26 พื้นที่ปล่อยของและแลกเปลี่ยนไอเดียของคอมมูนิตีสุดสร้างสรรค์ที่ UNFORMAT STUDIO ได้ไปคอลแลบกับเพื่อนบ้านหลายวงการ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Expanding Real-time Technology to Immersive Production Design’ เพื่อขยายขอบเขตการออกแบบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงทั้งภาพ แสง เสียง การเคลื่อนไหว พื้นที่ และผู้ชมเข้าด้วยกัน

โลกของ Creative Technology ผ่านสายตาของ UNFORMAT STUDIO จะเป็นอย่างไร มาร่วมค้นหาไปพร้อมกันเลย!

ห้องทดลองของ UNFORMAT STUDIO

ใครจะเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของ UNFORMAT STUDIO ไม่ได้มาจากสาย Tech จ๋า ๆ แต่ก่อตัวขึ้นมาจากกลุ่ม Creative Tech เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ Partner ใน Entertainment industry หลากหลายแขนงที่มองเห็นถึงความเป็นไปได้ของการนำเทคโนโลยีมาต่อยอดจินตนาการและการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบใหม่ ๆ โดยมี ‘คุณกบ-พงศ์ภาสกร กุลถิรธรรม’ นักออกแบบ Visual Artist แถวหน้าของไทยเป็น Founder & Creative Director ของ Kor.Bor.Vor Visual Label และ UNFORMAT STUDIO

ส่วน ‘คุณมิลค์’ ก็เป็นหนึ่งในทีมผู้สร้าง UNFORMAT CREATIVE LAB ซึ่งเธอเองเป็น Film Director ที่ชอบค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการครีเอตงานหลากหลายสไตล์ ทั้ง Film, Fashion, Art และอื่น ๆ ซึ่งการทำงานที่นี่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน UNFORMAT STUDIO จึงเรียกว่าเป็นโรงเรียนของสาย Creative Technology เลยก็ว่าได้

UNFORMAT STUDIO สำหรับเราไม่ได้เป็นแค่สตูดิโอถ่ายหนังหรือพื้นที่จัดอีเวนต์ แต่เป็นพื้นที่ที่เทคโนโลยีกับคนทำงานสร้างสรรค์มาเจอกัน พี่กบจะเป็นคนดูภาพรวมและทิศทางหลักของสตูดิโอ รวมถึงในฝั่งครีเอทีฟด้วย ส่วนมิลค์และทีมจะอยู่ในฝั่ง Creative Lab ที่โฟกัสเรื่องการพัฒนา Visual และการทดลองวิธีการทำงานใหม่ ๆ ร่วมกับทีม ซึ่งเรามีระบบ LED Production ครบ รวมถึง Lighting และ Immersive Production”

“แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่าการมีเทคโนโลยี คือการพัฒนา Workflow ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะทำงานร่วมกับทีมครีเอทีฟและทีมโปรดักชันได้ยังไงให้มันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างงานจริง ๆ”

“ตัวมิลค์ทำงานเป็น Film Director เลยมีพื้นฐานเรื่องภาพและการเล่าเรื่องอยู่ พอมาทำ UNFORMAT บทบาทก็ขยับมาเป็นการพัฒนา Visual Language มากขึ้น ทั้ง Virtual Production, Hybrid Production, Real-time Visual และ ตอนนี้ก็กำลังศึกษากันเพิ่มเติมในด้าน Immersive Experience มากขึ้นค่ะ”

“ใน UNFORMAT CREATIVE LAB เราจะทำงานร่วมกันเป็นทีม เพื่อทดลองและพัฒนา Workflow ใหม่ ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการคิดภาพ ไปจนถึงการเชื่อม ‘Creative’ กับ ‘Technology’ ให้ทำงานด้วยกันได้จริง สำหรับมิลค์เทคโนโลยีไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของงาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ Visual และไอเดียไปได้ไกลกว่าเดิม”

แนวคิดในการทำงานที่ไม่มี Format ตายตัว

“ถ้าพูดถึงวิธีการทำงานของ UNFORMAT จริง ๆ มันก็ค่อนข้างตรงกับชื่อเลยค่ะ คือเราไม่ได้เริ่มจากการกำหนดว่าผลงานต้องออกมาใน Format แบบไหน เราจะเริ่มจากไอเดีย บริบท หรือสิ่งที่งานต้องการก่อน ความเป็น UNFORMAT สำหรับเราเลยไม่ใช่การ ‘ไม่มีระบบ’ แต่คือการไม่ยึดติดกับระบบเดียวค่ะ เราชอบทดลอง แล้วค่อย ๆ พัฒนา Workflow ขึ้นมาใหม่ให้เหมาะกับแต่ละโปรเจกต์”

“สิ่งที่สนุกมากของ Creative Lab คือพวกเรามาจาก Background ที่ต่างกันมาก พี่กบมาจากสาย Lighting, Mapping และ Technology มิลค์มาจาก Film และ Visual Storytelling ส่วนคนในทีมก็มีทั้ง Photography, Design, Fashion และสายอื่น ๆ มันเลยเหมือนเป็นการรวมตัวของคนที่มีวิธีมองงานต่างกัน แต่สนใจเรื่องเดียวกัน คืออยากลอง อยากเรียนรู้ และอยากดูว่าความถนัดของแต่ละคนจะเอามาต่อกันจนเกิดอะไรใหม่ได้บ้าง เพราะจริง ๆ Creative Tech สำหรับพวกเราก็ยังเป็นพื้นที่ที่เรียนรู้ไปพร้อมกันตลอด แล้วความต่างของแต่ละคนก็กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วิธีทำงานของทีมไม่เหมือนเดิมในทุกโปรเจกต์”

“อีกอย่างที่เราสนใจคือ เราไม่ได้มองเทคโนโลยีหรือศิลปะเป็นของที่ต้องอยู่ในแกลเลอรีหรืออยู่แค่ในงานโชว์ เราชอบคิดว่ามันจะเข้าไปทำงานกับชีวิตจริงหรืออุตสาหกรรมอื่นได้ยังไง อย่าง Virtual Production มันไม่ได้มีแค่ความสวย แต่มันแก้โจทย์การถ่ายทำบางอย่างได้จริง หรือ Immersive Art ก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป็น Exhibition เสมอไป มันสามารถเข้าไปอยู่กับ Music Performance,  Fashion, Design, Wellness  ได้ทั้งหมด สิ่งที่เราทำเลยเหมือนการเอา Art, Visual และ Technology มาประกอบกัน เพื่อสร้างทั้งประสบการณ์และฟังก์ชันในเวลาเดียวกัน”

‘UNFEST’ เทศกาลปล่อยของคอมมูนิตีคนสร้างสรรค์

UNFORMAT STUDIO ไม่เพียงมีเป้าหมายเพื่อสร้างผลงานเจ๋ง ๆ เท่านั้น แต่ยังตั้งใจที่จะสร้างคอมมูนิตีเพื่อแบ่งปันความรู้ และคอนเน็กกับคนในแวดวงอื่น ๆ เช่น ศิลปิน นักออกแบบ และคนทำงานโปรดักชัน กลายมาเป็น ‘UNFEST’ เทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นเวทีโชว์เคสให้กับเหล่านักสร้างสรรค์ทั้งไทยและต่างประเทศ พร้อมนำเสนอเทคโนโลยีล่าสุด และสำรวจความเป็นไปได้ใหม่ ๆ รวมไปถึงเป็นพื้นที่พบปะแลกเปลี่ยนไอเดียและความรู้ในคอมมูนิตีที่ต่างสาขากันด้วย

“เทศกาล UNFEST จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้วค่ะ จุดเริ่มต้นคือเมื่อ 3 ปีที่แล้ว Virtual Production ยังเป็นเรื่องใหม่มาก คนในอุตสาหกรรมยังไม่ค่อยเข้าใจ เราก็เลยเริ่มจากงานชื่อ ‘UNFILM VIRTUAL FEST’ เพื่ออธิบายให้คนที่เขาถ่ายหนังโดยไม่ใช้เทคโนโลยีอะไรเลย ได้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้จะมาช่วยตอบโจทย์การทำงานเขาได้ยังไงบ้าง”

“ในปีที่ 2-3 เราก็อยากขยายคอมมูนิตีนี้ให้ใหญ่ขึ้น เลยกลายเป็นงานชื่อ ‘UNFEST’ ที่นอกจากหนังแล้ว เรายังโชว์ให้เห็นอีกว่า Creative Tech สามารถนำไปใช้กับอะไรได้บ้าง ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างอีเวนต์, คอนเสิร์ต, เฟสติวัล, หรือแม้กระทั่งโปรดักชันต่าง ๆ ซึ่งเราก็ถือว่าประสบความสำเร็จระดับนึงสำหรับพวกเราเอง ที่ได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ และเจอผู้คนใหม่ ๆ ทุกปี งาน UNFEST จึงเป็นเหมือนเฟสติวัลประจำสตูดิโอเราไปแล้ว”

เทคโนโลยีที่มอบความรู้สึกให้ผู้คน

ในงาน UNFEST’26 ปีนี้ก็ได้พาทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ในการเข้าถึงศิลปะและเทคโนโลยี ผ่านโปรแกรมต่าง ๆ ถึง 6 โปรแกรม ได้แก่  UNCINEMA โดมฉายหนังแบบ 360 องศา, UNLIVE การแสดงดนตรีสดและ Visual Art, UNDEMO พื้นที่โชว์เคสและทดลองระบบ Real-time, UNFILM เวทีทอล์กแบ่งปันความรู้และประสบการณ์,  UNFOLD พื้นที่การเรียนรู้ผ่านเวิร์กชอป และสุดท้ายคือ UNCOMMU สเปซสําหรับกิจกรรมและการพบปะคอมมูนิตี

“ในงาน UNFEST ทุกปีเราจะเน้นเรื่อง ‘Real-time Technology’ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทําให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับผลงานที่อยู่ตรงหน้าได้แบบ Real-time และที่เพิ่มเข้ามาในปีนี้คือ ‘Immersive Production Design’ ซึ่งคำว่า ‘Immersive’ สำหรับเรา คือ ‘ความรู้สึก’ ของผู้คน ไม่ใช่เรื่องขนาดหรือความยิ่งใหญ่อลังการ แต่คือการทำยังไงให้ศิลปะหรืองานดีไซน์มาทำให้คนดูรู้สึกไปกับงานมากขึ้น”

“ยกตัวอย่างโซน ‘UNCINEMA’ ที่ปีนี้เราจัดในโดมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการดูหนังที่จะได้มี Experience แบบใหม่ คือการนอนบนบีนแบ็กและดูหนังบนโดมแบบ 360 องศา ส่วน ‘UNLIVE’ ก็มีไฮไลต์ที่น่าสนใจอย่างการใช้เทคนิค ‘Spatial Sound’ ที่คนดูจะอยู่ในพื้นที่ตรงกลางแล้วลำโพงจะอยู่รอบ ๆ ด้าน ซึ่งศิลปินสามารถดีไซน์ได้ว่าเสียงจะออกจากลำโพงตัวไหน ผู้ชมที่ยืนฟังอยู่คนละจุดก็จะสัมผัสถึงเสียงในแบบที่แตกต่างกันค่ะ”

คนตัวเล็กที่อยากรันวงการให้เติบโต

ความตั้งใจและทุ่มสุดตัวเพื่องาน UNFEST ของทีม UNFORMAT STUDIO ในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะในปีนี้ที่จัดใหญ่กว่าเดิม พร้อมความร่วมมือของพาร์ตเนอร์อย่าง Cloud 11 และ  TIDMA รวมไปถึงเพื่อนศิลปิน Partnership ทั้ง Distributor และ Supplier ในวงการที่พร้อมใจกันมาสร้างประสบการณ์ในพื้นที่นี้ ทำให้เรามั่นใจขึ้นมากว่าแวดวง Creative tech ในบ้านเราจะเติบโตไปได้อีกไกล และจะก้าวไปอยู่ในแรงก์ระดับโลกได้อย่างแน่นอน ซึ่งคุณมิลค์ก็ได้แชร์มุมมองที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งเล็ก ๆ ในการขับเคลื่อนวงการ Creative Tech ในบ้านเรา

“จริง ๆ UNFORMAT STUDIO ยังเป็นทีมเล็กมากค่ะ เรามีกันแค่ประมาณ 4–5 คน แต่ถ้ามองภาพรวมของวงการ Creative Tech ในไทย มิลค์รู้สึกว่าคนไทยเก่งมาก แล้วก็มีความเป็นตัวเองสูงมากด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือหลายคนไม่ได้พยายามทำงานให้เหมือนมาตรฐานจากที่อื่น แต่เลือกที่จะพัฒนาภาษาของตัวเองขึ้นมา ทั้งจากวัฒนธรรม ความสนใจ และวิธีคิดที่แตกต่างกัน มิลค์คิดว่านี่เป็นเสน่ห์ของคนไทยมาก ๆ คือมีความอินดี้ มีความดื้อในทางสร้างสรรค์ แล้วก็ยืนหยัดกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ”

“ตอนนี้จริง ๆ มีคนไทยหลายคนที่ทำงานในระดับ International อยู่แล้ว แต่ละคนก็มีคาแรกเตอร์ของตัวเองชัดมาก เพราะฉะนั้นมิลค์ไม่ได้รู้สึกว่าเราต้องพยายามวิ่งตามใคร แต่อาจเป็นการทำสิ่งที่เราเป็นให้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งคนทั้งโลกมองเห็น

“มิลค์มองว่าทุกวันนี้วงการที่มีความเฉพาะกลุ่ม กำลังพยายามสร้างคอมมูนิตีของตัวเอง เพื่อผลักดันให้ผลงานของศิลปินบ้านเราไปได้ไกลในระดับสากล ซึ่งมิลค์คิดว่ามัน Success นะ ยิ่งในยุคนี้ที่มันเข้ากับโลกที่มันกำลังพัฒนาไปข้างหน้าด้วย”

เราเองก็เชื่อว่า UNFORMAT STUDIO จะเป็นคลื่นลูกเล็กพร้อมพลังในการขับเคลื่อนที่ไม่แผ่วลง แต่ละยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับเทศกาล UNFEST ที่จะกลายเป็นหมุดหมายในการบันทึกความก้าวหน้าด้าน Creative Technology ของไทยต่อไปข้างหน้าในทุก ๆ ปี

IT MIGHT INSPIRE YOU

เวสสุกรรม

คุยกับ ‘คุณปอนด์ - วณิชย์ แซ่ลิ่ม’ ศิลปินผู้ครีเอตงานประณีตศิลป์ไทยผ่านสตูดิโอศิลปะ ‘เวสสุกรรม’

Takorn Textile Studio

สิ่งทอที่ใส่ความครีเอทีฟจาก Exotic Material โดย 'ฐากร ถาวรโชติวงศ์'

WEDNESDAY: ALL OVER THE PLACE

‘โอบกอดทุกความกังวล’ ด้วยการ ‘ยอมรับตัวเองในวันที่ไม่เพอร์เฟค’

แกะแนวคิด-ถอดกลไกเบื้องหลังงานศิลปะเคลื่อนไหวได้

ชวนมาพูดคุยและหลงไปในโลกศิลปะของ ‘คุณวิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์’