เจริญนคร

ส่องเรื่องราวย่านผ่านกรอบรูป พร้อมแวะทักทายเพื่อนบ้านกับร้าน ‘FrameLab’

ถ้าพูดถึง ‘ย่านเจริญนคร’ หลายคนอาจนึกถึงห้างสรรพสินค้าและคอนโดมิเนียมริมน้ำเจ้าพระยา ภาพคึกคักที่กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของฝั่งธนบุรี แต่ถ้าลองเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ ของย่านนี้ เราอาจได้เจอมุมที่น่ารักเพิ่มมากขึ้น เพราะเจริญนครยังเต็มไปด้วยซอยเก่าแก่ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบสงบ พร้อมบรรยากาศของเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร

อีกหนึ่งเสน่ห์ของย่านนี้ คือเรื่องราวของ ‘การเปลี่ยนผ่าน’ ของผู้คนแต่ละรุ่น กิจการร้านค้า และวิถีชีวิตที่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย อย่างเช่น ซอยเจริญนคร 10 ที่ในอดีตเคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่คึกคักของชุมชน ทั้งโรงงานเย็บผ้า ไปจนถึงโรงงานผลิตโคมไฟ พอวันเวลาผ่านไป อาคารกงสีและโรงงานเก่าเหล่านั้นก็ได้เปลี่ยนบทบาทไปสู่มือของรุ่นลูกรุ่นหลาน ได้ค่อย ๆ ชุบชีวิตพื้นที่เดิมด้วยเรื่องราวและความทรงจำของครอบครัว จนเกิดเป็นคอมมูนิตี้และกิจการของคนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ

ซึ่งการเปลี่ยนผ่านนี้ ไม่ได้เป็นแค่การที่อาคารเก่าได้รับการใช้งานใหม่ แต่คือการที่ ‘เรื่องราวของคนรุ่นก่อน’ ได้เดินทางต่อมาถึงคนรุ่นใหม่ ทำให้เสน่ห์ของย่านเก่าแห่งนี้ยังคงมีชีวิตอยู่ได้อย่างอบอุ่นเหมือนในวันวาน พร้อม ๆ กับการเป็นพื้นที่ที่เปิดต้อนรับผู้คนจากภายนอกให้เข้ามาทำความรู้จักกับย่านนี้มากยิ่งขึ้น

คอลัมน์ Neighborsgood ครั้งนี้ เราเลยอยากพาเพื่อน ๆ มาเดินเล่นชิล ๆ ใน ‘ย่านเจริญนคร’ พร้อมชวนมองย่านเก่าผ่านกรอบรูปดีไซน์เก๋ จากตัวแทนคนรุ่นใหม่ของย่านอย่าง FrameLabสตูดิโอกรอบรูปสุดคราฟต์ของ ‘คุณมอส – โสรยา สิริมงคลทิพย์’ เพื่อนบ้านที่นำธุรกิจกรอบรูปของครอบครัวมาต่อยอดเป็นหน้าร้านใหม่ในย่านเจริญนคร ซึ่งนอกจากเป็นสตูดิโอทำกรอบรูปแล้ว ที่นี่ยังเป็นคอมมูนิตี้สเปซเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความครีเอทีฟและความหลงใหลในงานอาร์ตของคุณมอส บนชั้นสองของตึกเก่าในย่านที่ถูกเติมชีวิตและสีสันขึ้นมาใหม่

คุณมอส : “ความรู้สึกของมอสตอนที่เพิ่งมาที่เจริญนคร มันเหมือนกับว่าย่านนี้ยังตั้งอยู่ฝั่งธนบุรี และสัมผัสได้ถึงความไม่ทุนนิยมมากขนาดนั้น เสน่ห์ของมันคือเวลาเราเดินไปตามตรอกซอย จะมีทั้งร้านที่เพิ่งมาเปิดใหม่ สลับเว้นด้วยร้านเก่าแก่โบราณ หรือสลับกับลุงป้าที่เปิดร้านมานานมาก อย่างคุณลุงสมานที่ขายอยู่ตรงนี้มา 40 ปีแล้ว ความดั้งเดิมและความคุ้นเคยของเขาทำให้เรารู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเดินเข้ามาแล้วรู้สึกว่าเราสามารถอยู่ที่นี่ได้ มันมีกลิ่นอายของความเดิม ๆ ที่เราคิดถึงและโหยหา ซึ่งยังคงหลงเหลืออยู่ที่นี่”

แล้วมาใช้เวลาช้า ๆ ซึมซับเรื่องราวของย่านไปกับคุณมอส ที่จะพาเราไปทักทายเพื่อนบ้านน่ารัก ๆ รอบย่าน ตั้งแต่ ‘ส.สมาน บะหมี่เกี๊ยว’ ร้านบะหมี่เกี๊ยวรถเข็นเจ้าเด็ดที่ใครมาเจริญนครก็ต้องแวะลองสักครั้ง, ‘Shelter’ คาเฟ่สุดชิลที่เสิร์ฟแซนด์วิชอร่อย ๆ ในร้านที่แปลงโฉมจากโรงงานเย็บผ้าเก่าของครอบครัว, ‘It’s Bread Time by Meww’ ร้านขนมปังโฮมเมดเนื้อนุ่มที่มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ ไปจนถึง ‘Bembis’ โฮเทลดีไซน์น่ารักประจำย่านที่พร้อมเปิดประตูต้อนรับเพื่อนบ้านทุกคน

ค่อย ๆ สำรวจความทรงจำของเพื่อนบ้านแต่ละหลัง ที่ถูกหยิบมาเติมสีสันให้กับ ย่านเจริญนคร ผ่านกรอบรูปเก๋ ๆ และเรื่องราวของคนรุ่นใหม่ไปพร้อมกับคุณมอส แล้วออกไปทำความรู้จักกับมุมเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในย่านแห่งนี้ไปด้วยกันได้เลย!

FrameLab

พิกัดแรกที่เราจะพาเพื่อน ๆ ไปเช็กอิน พร้อมดื่มด่ำกับเรื่องราวของย่านเจริญนคร ก็คือไกด์ประจำย่านของเราอย่าง FrameLabร้านกรอบรูปสวย ๆ ที่หยิบความเป็นศิลปะมาผสมผสานเข้ากับเสน่ห์ของเทคนิคการทำกรอบรูปแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัวที่คุณมอสนำมาต่อยอดในแบบฉบับของตัวเอง

ที่นี่เราสามารถครีเอตกรอบรูปได้ตามสไตล์ที่ชอบ ตั้งแต่สีสันสดใส ไปจนถึงรูปแบบสนุก ๆ ที่ไม่เหมือนกรอบรูปแบบเดิม ๆ ที่เราคุ้นตา เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งมุมของย่านที่ช่วยเติมสีสันให้ย่านเจริญนครมีชีวิตชีวามากขึ้น

คุณมอส : “จุดเริ่มต้นของร้าน FrameLab ถ้าเล่าย้อนกลับไปก็มาจากธุรกิจครอบครัว แต่การเป็นธุรกิจครอบครัวไม่ได้มีผลอะไรเกี่ยวกับร้านขนาดนั้น เพราะเอาเข้าจริง ๆ มอสไม่ได้มีความฝันว่าจะเปิดร้านกรอบรูป และไม่คิดว่าตัวเองจะมาเป็น ‘ช่างทำกรอบรูป’ เลย”

คุณมอส : “ต้องย้อนกลับไปว่า มอสเคยหุ้นทำร้านกรอบรูปกับเพื่อนมาก่อน แต่เป็นเหมือนพื้นที่ทดลองให้เราได้เรียนรู้ระบบการทำร้าน ซึ่งจุดเปลี่ยนจริง ๆ เกิดขึ้นตอนที่มอสได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่โรมและปารีสเกือบเดือน ไปเรียนภาษาอิตาลีเพื่อซึมซับวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เพราะอยากไปซึมซับและดูว่างานศิลปะระดับโลกที่ตัวเราชอบเสพจริง ๆ มันหน้าตาเป็นยังไง”

“ซึ่งตอนที่ไปปารีส มอสได้เห็นหน้าร้านกรอบรูปโบราณของที่นั่น และที่โรม ร้านกรอบรูปเขาไม่ได้มองว่าเป็นแค่ร้านค้าทั่วไป แต่มันคือแกลเลอรีและพื้นที่สร้างงานศิลปะจริง ๆ ความรู้สึกตอนเดินผ่านร้านเหล่านั้นมันทำให้มอสคันไม้คันมือมาก เกิดแรงผลักดันลึก ๆ ว่า ‘ฉันอยากทำร้านกรอบรูปคราฟต์ ๆ เท่ ๆ แบบนี้ในเมืองไทยบ้าง!’ พอกลับมาจากยุโรปได้แค่อาทิตย์เดียว มอสก็เริ่มหาพื้นที่และลงมือรีโนเวตร้านทันทีเลย”

และจินตนาการแรกของการดีไซน์หน้าร้านของ FrameLab ที่คุณมอสคิดเอาไว้ คือการมีราวเหล็กแขวนกรอบรูปเปล่า ๆ เรียงรายกันเป็นแถว เวลาลูกค้าถือชิ้นงานศิลปะเข้ามา ก็สามารถเดินมาหยิบกรอบรูปเปล่าเหล่านี้ไปลองทาบกับภาพของตัวเอง เลือกด้วยตัวเอง และตัดสินใจด้วยตัวเองได้เลย ซึ่งได้กลายเป็นคอนเซปต์แรกของ FrameLab ในที่สุด

คุณมอส : “มอสมองว่าชื่อย่าน ‘เจริญนคร’ เป็นชื่อที่ไพเราะมาก แต่กระแสความคึกคักมันยังไม่เจริญเต็มที่ตามชื่อของมันเมื่อเทียบกับย่านในเมืองอย่างบรรทัดทองหรือเจริญกรุง เราเลยอยากทำร้านของตัวเองให้สามารถเป็นจุดกระจายความคึกคักไปสู่ชุมชนรอบข้างได้ อยากเห็นอนาคตที่มีตลาดนัดศิลปะหรือ Art Space มาเปิดเพิ่มในซอยนี้ เพื่อให้คนเข้าถึงศิลปะและชุมชนได้มากขึ้น มอสคิดว่าย่านนี้มีอะไรสนุก ๆ ให้พัฒนาอีกเยอะเลย”

คุณมอสเล่าเสริมว่าในช่วงปี พ.ศ. 2520 ย่านเจริญนครเคยมีร้านกรอบรูปขนาดใหญ่ที่รับผลิตและส่งออกกรอบรูปเป็นจำนวนมาก จนทำให้ย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องร้านกรอบรูปในยุคนั้น เหมือนกับเรื่องราวในวันวานยังคงซ้อนทับอยู่ในภาพของย่านวันนี้ ผ่าน FrameLab ร้านกรอบรูปของคนรุ่นใหม่ที่สานต่อเสน่ห์ของงานฝีมือ พร้อมเติมความสดใสและความอาร์ตในแบบร่วมสมัย ที่เป็นการเติมเสน่ห์ใหม่ ๆ ให้กับย่านเก่าไปพร้อมกัน

กรอบรูปที่ซัปพอร์ตความครีเอทีฟของเพื่อนบ้าน

FrameLab ในหน้าร้านใหม่ที่ย่านเจริญนคร เป็นสเปซที่คุณมอสตั้งใจออกแบบให้กว้างขวางและนั่งสบาย เพื่อให้ลูกค้าที่หลงใหลในเรื่องกรอบรูปสามารถใช้เวลาพูดคุยและเลือกสรรกันได้แบบเพลิน ๆ เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่กรอบรูปทั่วไปเท่านั้น แต่ยังสามารถนำของที่มีความหมายมาใส่กรอบได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นผ้าห่ม ขนของสัตว์เลี้ยง หรือแม้แต่รองเท้าคู่โปรด ก็เก็บไว้ในกรอบให้กลายเป็นความทรงจำที่มองเห็นได้ทุกวัน

คุณมอส : “เราแบ่งโมเดลออกเป็น 3 แบบหลัก ๆ แบบแรกคือ ‘การเลือกแล้วนำกลับได้ทันที’ เราจะมีกรอบรูปสำเร็จรูปขนาดมาตรฐานเตรียมไว้ให้เลือกพร้อมบริการห่อของขวัญ สามารถเดินเข้ามาใส่รูปแล้วหิ้วกลับได้เลยภายในไม่กี่ชั่วโมง”

“แบบที่สองคือ ‘งานสั่งทำพิเศษ’ ลูกค้าจะนำภาพถ่ายหรือชิ้นงานศิลปะมาที่ร้าน มอสจะมีตัวอย่างไม้กองใหญ่ให้เขาเลือกทาบ คล้ายกับการแต่งตัวตุ๊กตาหรือพาลูกมาลองเสื้อผ้าสนุกสนานมากค่ะ ลูกค้าบางคนจินตนาการล้ำเลิศมาก บางคนขอทำกรอบเบี้ยวโค้งมนตามธรรมชาติของไม้ หรือบางคนอยากได้กรอบที่มีความหนายื่นออกมาถึง 10 นิ้ว มอสก็ตอบตกลงและหาทางทำให้หมด มอสชอบโจทย์แปลก ๆ และท้าทายความสามารถมาก”

คุณมอส : “แบบที่สามคือ ‘การเขียนใบรับงานแบบออฟไลน์’ หรือการไม่ติดต่อกันผ่านแชทแบบร้านสมัยใหม่ทั่วไป แต่จะใช้วิธีโบราณแบบ ‘ร้านล้างฟิล์มยุคเก่า’ คือลูกค้ามาถึง เขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร รายละเอียดลงในใบสั่งงาน และเขียนนัดวันรับของลงใน แล้วยื่นใบรับให้ลูกค้านำมาแลกของวันนัดเลย โดยระหว่างทางจะไม่มีการอัปเดตความคืบหน้าหรือถ่ายรูปส่งให้ดูใด ๆ ทั้งสิ้น อย่างลูกค้าเดินเข้ามาบอกว่า ‘มอส ใส่กรอบสีอะไร แบบไหนมาก็ได้เลยนะ ไม่ต้องส่งรูปให้ดู สลักดีไซน์ตามที่มอสชอบเลย เดี๋ยวถึงวันนัดพี่ค่อยมาลุ้นเปิดกล่องเอาเอง’ มอสชอบการแลกเปลี่ยนความรู้สึกแบบนี้มาก มันมีเสน่ห์ของการรอคอยและความตื่นเต้นซ่อนอยู่ค่ะ เหมือนกับการส่งฟิล์มไปล้างในสมัยก่อนเลย”

ส่วนวัสดุทำกรอบของ FrameLab มีให้เลือกทั้งไม้เทียม (ไม้พลาสติก) และไม้แท้ (ไม้ธรรมชาติ) ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไป แต่คุณมอสเล่าว่า ลูกค้าหลายคนก็ชื่นชอบกรอบไม้แท้ เพราะกำลังหันกลับมาหลงใหลในงานมือและงานคราฟต์ที่มีเอกลักษณ์มากขึ้น ทั้งการทำมุมมนด้วยมือ การดัดไม้ให้เป็นทรงโค้ง รวมถึงเสน่ห์ของสีและลายไม้ธรรมชาติที่แต่ละชิ้นไม่เหมือนกันเลย

กรอบหลุยส์พ่นสีพาสเทล
ที่สะท้อนความเป็นย่าน ‘เจริญนคร’

ท่ามกลางกรอบรูปมากมายในร้าน คุณมอสเลือกหนึ่งชิ้นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ ย่านเจริญนคร ให้เราได้ทำความรู้จักกับย่านนี้กันแบบง่าย ๆ ก่อนออกไปเดินเล่นสำรวจกันต่อ

คุณมอส : “เราเลือกเป็น ‘กรอบหลุยส์ดั้งเดิมพ่นด้วยสีพาสเทลสดใส’ เพราะลายกรอบหลุยส์โบราณสีทองหรือสีงาช้างมันคือสัญลักษณ์ของยุคอดีต เหมือนย่านเจริญนครที่เป็นชุมชนดั้งเดิม แต่พอมอสพ่นสีพาสเทลทับลงไปบนลวดลายคลาสสิกเหล่านั้น มันกลายเป็นการชุบชีวิตกรอบรูปโบราณให้กลับมาดูทันสมัย เก๋ และชิคในกลุ่มคนรุ่นใหม่ทันที อย่างโรงแรม Bembis หรือคาเฟ่ Shelter ที่หยิบเอาตึกโรงงานเก่าในยุคอากงอาม่า มารีโนเวตและสาดสีสันงานดีไซน์ยุคใหม่เข้าไป ชุบชีวิตย่านเก่าให้กลายมาเป็นพื้นที่ที่เปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่”

คุณมอส : “การได้มาอยู่และเปิดร้าน FrameLab ที่ย่านเจริญนคร มันทำให้ตัวเรากลับมาเรียบง่ายเหมือนเดิม ที่นี่เราไม่ต้องเครียดกับการหาลูกค้าจำนวนมากทุกวันเพราะค่าเช่าไม่แพง บรรยากาศรอบข้างชิลและสงบ ลูกค้าที่มาหาก็เรียบง่ายและเป็นกันเอง เวลาเปิดไฟมองร้านตอนดึก ๆ มอสน้ำตาซึมทุกครั้งเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าศิลปะสำหรับมอสในปัจจุบันคือความเข้าถึงง่ายและจริงใจในราคาที่ทุกคนจับต้องได้”

และความฝันของคุณมอสไม่ได้หยุดอยู่แค่ในย่านเจริญนคร เพราะในอนาคตคุณมอสอยากพา FrameLab ออกเดินทางไปหาผู้คนตามจังหวัดต่าง ๆ ผ่านรถบัสที่รีโนเวตเป็น ‘Mobile Gallery & Framer’ แกลเลอรีและร้านกรอบรูปเคลื่อนที่ เพื่อพางานศิลปะและงานดีไซน์ไปให้เพื่อนบ้านได้สัมผัสกันถึงที่ โดยไม่ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

ส่วนใครที่อยากมีกรอบรูปดีไซน์ไม่ซ้ำใครเอาไว้เก็บความทรงจำดี ๆ ก็ลองแวะมาที่ FrameLab กันได้ นอกจากเลือกกรอบเพลิน ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีโปรเจกต์จัดนิทรรศการเล็ก ๆ ให้ได้เดินชมงานอาร์ตไปพร้อมกัน รวมไปถึงบอร์ดเกมสนุก ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้มานั่งเล่นกันอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งครีเอทีฟสเปซน่ารัก ๆ ที่ชวนให้เราใช้เวลาช้า ๆ แถมยังได้เสพงานศิลปะไปพร้อมกันด้วย

FrameLab
เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น. (ปิดทำการทุกวันพุธ)
Facebook : FrameLab
Instagram : FrameLab
โทร. 063-005-8012
Google Maps

ส.สมาน บะหมี่เกี๊ยว

ฟังเรื่องราวของย่านจากคุณมอสกันไปเพลิน ๆ เราก็เดินมาฝากท้องกันที่ ส.สมาน บะหมี่เกี๊ยว ร้านบะหมี่รถเข็นเจ้าเด็ดที่ใครแวะมาย่านเจริญนครก็ต้องลองลิ้มรสฝีมือของ ‘คุณลุงสมาน’ สักครั้ง

ร้านนี้ตั้งอยู่ในซอยเจริญนคร 10 ตั้งแต่ช่วงเช้า และมักขายหมดตั้งแต่ช่วงบ่าย จึงไม่แปลกที่ไม่ว่าเราจะเดินผ่านมาตอนไหนก็จะเห็นลูกค้านั่งกันเต็มร้าน เพราะความอร่อยของ ‘บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง’ ทั้งแบบแห้งและแบบน้ำ ที่คุณลุงสมานเสิร์ฟความอร่อยนี้มานานกว่า 40 ปี ทำให้แม้แต่คนนอกย่านอย่างเรายังติดใจรสมือของคุณลุงสมาน โดยเฉพาะกากหมูเจียวหอม ๆ ที่โรยมาแบบจัดเต็ม พร้อมปริมาณที่เรียกได้ว่าอิ่มอร่อยแบบเต็มจานเลย!

คุณมอส : “ตอนที่มอสย้ายมาใหม่ ๆ เรายังเก้ ๆ กัง ๆ กลัวจะไปรบกวนชาวบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือไปตีสนิทด้วยการทานก๋วยเตี๋ยวร้านแกบ่อย ๆ ตอนช่วงรีโนเวตร้านใหม่ ๆ ลุงสมานถามว่า ‘มอส ติดป้ายร้านหรือยัง’ ‘เดี๋ยวลุงไปช่วยคุยกับเจ้าของตึกที่เขาให้อนุญาตติดป้ายให้’ แกก็นัดวันให้เสร็จสรรพและพาไปคุยเองเลย ลุงเขาน่ารักมาก คอยช่วยเหลือและคอยเป็นหูเป็นตาให้เราตลอดเวลา แกตลกและคุยสนุกมากค่ะ”

ด้วยความที่คุณลุงสมานเปิดร้านบะหมี่เกี๊ยวในย่านเจริญนครมานานหลายสิบปี จึงกลายเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของเพื่อนบ้านรุ่นเก๋า ที่พร้อมเล่าเรื่องราวของย่านด้วยความเป็นกันเอง และคอยช่วยเหลือเกื้อกูลคนรุ่นใหม่อย่างจริงใจ ถือเป็นมิตรภาพแสนเรียบง่ายระหว่างคนต่างวัยที่ค่อย ๆ เติมความอบอุ่นให้ย่านเจริญนครกลายเป็นคอมมูนิตี้ที่น่าอยู่ และทำให้คนรุ่นใหม่ได้กลับมาใช้ชีวิตช้า ๆ ท่ามกลางวิถีดั้งเดิมของย่านได้อย่างสบายใจสุด ๆ

ส.สมาน บะหมี่เกี๊ยว
เปิดทุกวัน
โทร. 086-089-9154
Google Maps

Shelter

แวะมานั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ กันต่อที่ Shelter BKKคาเฟ่บรรยากาศสุดชิลที่อยู่ชั้น 1 ของตึกแถวเดียวกับ FrameLab โดยร้านนี้เป็นของ ‘คุณนิก – ธนกฤต กนกวลีวงศ์’ ทายาทเจ้าของตึกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น‘โรงงานเย็บผ้า’ ธุรกิจของครอบครัว และยังเป็นจุดนัดพบของญาติ ๆ เวลาแวะมาเยี่ยมอากง-อาม่า

หลังจากปล่อยทิ้งไว้นานนับสิบปี พื้นที่แห่งนี้ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง โดยรุ่นหลานที่นำอาคารเดิมมาปรับโฉมเป็นคาเฟ่ไวบ์สบาย ๆ ที่ยังเก็บรายละเอียดและเอกลักษณ์ของตึกเก่าเอาไว้ครบ รวมไปถึงเรื่องราวและความทรงจำของครอบครัวที่ค่อย ๆ เล่าผ่านบรรยากาศภายในร้านอยู่เสมอ

คุณมอส : “พี่นิกเป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกัน คุยภาษาเดียวกัน สบาย ๆ ชิล ๆ อย่างตอนมอสขอเช่าพื้นที่บนชั้น 2ของตึก และขอเจาะผนังเพิ่ม พี่นิกก็บอกว่า ‘เจาะได้เลยมอส เจาะเละเทะไปเลย พี่ไม่โกรธหรอก’ เราเลยรู้สึกว่าบรรยากาศการอยู่ร่วมกันที่นี่ชิลมาก แตกต่างจากตอนที่มอสเคยทำร้านในเมืองที่ทุกคนดูมีความเครียดและเร่งรีบตลอดเวลา”

Shelter เป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามานั่งพักสบาย ๆ สมกับชื่อร้านที่หมายถึง ‘ที่พักพิง’ พร้อมสโลแกน ‘Made to go further’ ที่อยากให้ที่นี่เป็นเหมือนจุดพักระหว่างทาง ให้เราได้แวะเข้ามาเติมพลังกับเครื่องดื่มหอม ๆ และเมนูแซนวิชสูตรโฮมเมดที่อร่อยไม่เหมือนใคร

คุณนิก : “ลูกค้าต่างชาติชอบเข้ามาทานเป็นมื้อเช้า สั่งแซนวิชคู่กับกาแฟเป็นเซ็ตแล้วก็ไป ซึ่งแถวนี้หาทานยากมาก ส่วนใหญ่ลูกค้ากลุ่มนี้จะพักตามโรงแรมบูติกโฮเทลแถวนี้ พอตื่นเช้ามาก็จะมานั่งกินกาแฟกับแซนวิชที่ร้านเราแล้วค่อยไปเที่ยวต่อ”

คุณนิก : “เรามีเมนูแซนวิชแบบโฮมเมด ซึ่งคุณแม่ของผมเป็นคนทำขนมปังเองเลย เป็นสูตรเฉพาะของคุณแม่ และมีเบเกิลด้วย พอทุกอย่างในร้านเป็นโฮมเมดหมด อารมณ์มันเลยจะคล้าย ๆ กับการมากินของอร่อยที่บ้านเก่าของผมกัน เพราะเวลาทานข้าว อาม่าก็จะทำครัวอยู่ข้างหลังบ้านแล้วมาล้อมวงกินข้าวกันตรงนี้ ทุก ๆ มุมของร้านนี้มันเลยมีความทรงจำของครอบครัวซ่อนอยู่ทั้งหมดเลย”

แซนวิชของที่นี่เลยถือเป็นเมนูเด่นประจำร้าน ที่เน้นความอบอุ่นจากรสมือของคุณแม่ อย่างเมนู ‘แซนวิชปูอัดไข่กุ้งชีส’ กับขนมปังนุ่ม ๆ และไส้แน่น ๆ สไตล์ญี่ปุ่นที่อร่อยลงตัว นอกจากนี้ยังมีไส้ผักโขมอบชีส ทูน่าชีส และอื่น ๆ ให้เลือกกันเพียบ และอีกหนึ่งเมนูแซนวิชที่ห้ามพลาด คือ ‘ทรัฟเฟิลแฮมชีส’ เมนูสุดพิเศษที่คุณนิกคอลแลบกับร้านข้าง ๆ ของพี่สาว พิกัดต่อไปที่เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกัน เพราะเป็นขนมปังที่ไม่ใส่เนย นม หรือไข่ แต่อร่อยและเข้ากับกับไส้ทรัฟเฟิลของร้าน Shelter สุด ๆ

ส่วนเมนูเครื่องดื่มของที่ร้านก็มีความพิเศษไม่แพ้กัน เพราะเป็นกาแฟที่ทางร้านคั่วเองจากแบรนด์ Sauce Coffee การันตีคุณภาพด้วยรางวัลระดับ 1 ดาว ในหมวดเมล็ดกาแฟคั่วกลางที่เพิ่งส่งประกวดมาสด ๆ ร้อน ๆ

และเมนูซิกเนเจอร์ของร้านนี้คือ ‘Shelter’ เมนูเดอร์ตี้ (Dirty Coffee) ที่คุณนิกตั้งใจออกแบบมาให้สามารถถ่ายรูปได้สวยและมีรสชาติที่ละมุน ท็อปด้านบนด้วยครีมกาแฟเนื้อหนานุ่ม พร้อมโรยหน้าเพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยถั่วพีแคน (Pecan) และช็อกโกแลต และ ‘Honeycomb Latte’ รสชาติหวานหอมกลมกล่อม ท็อปด้วยแผ่นน้ำตาลคาราเมลที่อร่อยเข้ากันมาก

หรือจะเป็น ‘Americano’ รสชาติเข้มข้น, ‘ชาไทย’ ท็อปด้วยโฟมวานิลาหนานุ่ม รสชาตินัวลงตัวและ ‘โซดาเลมอนเนด’ ที่ทางร้านทำสูตรหมักเนื้อเลมอนเองแบบโฮมเมด ซึ่งแต่ละเมนูเครื่องดื่มก็เหมาะจะจับคู่กับเมนูแซนด์วิชและเบเกิล ให้ได้นั่งกินกันเพลิน ๆ ในบรรยากาศสบาย ๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศของย่านผ่านร้าน Shelter ไปด้วยกัน

Shelter
เปิดวันธรรมดา (ยกเว้นวันพุธ) เวลา 08.30 – 17.00 น. | วันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 09.00 – 18.00 น.
Facebook : Shelter
Instagram : Shelter
โทร. 098-919-1232
Google Maps

It’s Bread Time by Meww

ถัดมาที่ร้านข้าง ๆ กัน คือ It’s Bread Time by Mewwร้านขนมปังของ ‘คุณหมิว – ภาณิชา กนกวลีวงศ์’ พี่สาวของคุณนิก ที่ตั้งใจทำขนมปังในแบบของตัวเอง โดยไม่ใส่เนย นม และไข่ แต่เลือกใช้นมอัลมอนด์และน้ำมันมะพร้าวแทน จนได้ขนมปังเนื้อนุ่ม ๆ ที่กินง่ายและดีต่อสุขภาพ

คุณมอส : “เวลาเดินผ่านร้านพี่หมิว เราจะได้กลิ่นขนมปังหอม ๆ ตลบอบอวลจนอดใจซื้อไม่ไหว มอสว่าเสน่ห์ของเจ้าของร้านนี้คือ‘ความจริงใจ’ เวลาคุยกันเขาจะไม่คุยแบบเปลือกนอกที่ถามตอบเรื่อยเปื่อย แต่เขาจะถามตรง ๆ ว่า ‘มอส วันนี้ขายได้หรือเปล่า’ มอสก็จะตอบตรง ๆ พี่หมิวก็จะบอกว่า ‘มอส ใครเขาจะซื้อกรอบรูปทุกวัน และใครจะกินขนมปังได้ทุกวัน พวกเราต้องสู้กันต่อไปนะ’ แล้วก็เปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องธรรมะ เรื่องสวดมนต์ มอสรู้สึกว่าความจริงใจในการพูดคุยของพวกเขา มันสะท้อนไปถึงคุณภาพและวัตถุดิบของขนมปังที่เขาทำขายด้วย ว่าเขาคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดและจริงใจกับลูกค้าจริง ๆ พอได้กินแล้วจะหยุดกินไม่ได้เลย”

ส่วนเมนูขนมปังที่คุณมอสแนะนำให้เราได้ลองลิ้มรส คือ ‘ขนมปังสังขยาใบเตย’ ขนมปังเนื้อนุ่ม ๆ กับสังขยาใบเตยหอมหวาน ไส้เยิ้มกำลังดี กินเพลิน ๆ แบบรู้ตัวอีกทีก็หมดชิ้นแล้ว หรือถ้าใครชอบไส้คาว ก็มี ‘โรลแฮมและชีส’ ที่รสชาติอร่อยเข้ากัน เมนูซิกเนเจอร์ที่ทำให้ร้าน It’s Bread Time by Meww กลายเป็นที่รู้จัก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเมนูที่นั่งกินไป คุยไปได้แบบเพลิน ๆ จนอดไม่ได้ที่จะซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านแน่นอน

It’s Bread Time by Meww
เปิดทุกวัน เวลา 08.30 – 17.30 น.
Facebook : Itsbreadtimebymeww
Instagram : itsbreadtimebymeww
Line : @itsbreadtimebymeww
Google Maps

Bembis Hotel

และมาปิดท้ายทริปนี้กันที่ Bembis Hotelอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปลี่ยนตึกแถวซึ่งเคยเป็น ‘โรงงานผลิตโคมไฟ’ ของอากง-อาม่า ให้กลายเป็นโรงแรมบูติกดีไซน์เก๋ ที่ผสมกลิ่นอายแบบ Brutalism และ Memphis เข้าด้วยกัน จนออกมาเป็นพื้นที่สีสันสดใสที่โดดเด่นท่ามกลางย่านเจริญนคร โดยมี ‘คุณหลิง – สริตา หัตถการุณย์’ ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นคนเข้ามาเติมชีวิตชีวาให้กับตึกเก่าแห่งนี้

คุณหลิง : “เป็นตึกที่อากงและอาม่าสร้างเนื้อสร้างตัวมาตั้งแต่แรกเลยค่ะ ค่อย ๆ กู้เงินธนาคารมาซื้อทีละห้องสะสมไปเรื่อย ๆ ซึ่งจริง ๆ แล้วตึกนี้ก็คือ ‘บ้านหลังแรก’ ของหลิง เพราะตอนคุณพ่อกับคุณแม่แต่งงานกันใหม่ ๆ ยังไม่ได้ซื้อบ้าน ก็อาศัยอยู่ชั้นบนของออฟฟิศนี้ด้วยกัน และเวลาญาติ ๆ มาจากต่างจังหวัดเขาก็จะมาพักที่นี่ตลอด แต่พอเวลาผ่านไปตึกนี้มันก็เริ่มกลายสภาพเป็นตึกร้าง ไม่มีใครเข้ามาใช้ประโยชน์อะไร”

คุณหลิงเล่าเสริมว่า หลังจากตึกถูกปล่อยร้างอยู่ช่วงหนึ่ง ครอบครัวเคยวางแผนจะปรับพื้นที่ให้เป็น ‘อพาร์ตเมนต์’ ตามธุรกิจกงสีของคุณพ่อ ทายาทรุ่นที่ 2 ที่ทำอพาร์ตเมนต์มาหลายแห่ง โดยตึกหลังนี้ดำเนินการไปแล้วประมาณ 60% ก่อนที่คุณหลิงจะนำไอเดียใหม่ ๆ เข้ามาเสนอ และค่อย ๆ เปลี่ยนทิศทางจนกลายมาเป็น ‘Bembis Hotel’ อย่างที่เห็นในวันนี้

คุณหลิง : “คอนเซปต์การออกแบบตึกนี้คือ ‘ทำยังไงก็ได้ให้ทุบโครงสร้างเดิมน้อยที่สุด’ เพราะสภาพดั้งเดิมของตึกก่อนปรับปรุงจะเป็นปูนเปลือยเยอะมาก และโครงสร้างจะเน้นเรื่องการใช้งานเป็นหลัก ไม่ได้เน้นเรื่องการดีไซน์มาตั้งแต่แรก ซึ่งเรามองว่านี่คือเสน่ห์ของตึกนี้ที่ควรเก็บเอาไว้ แต่ด้วยความที่บางจุดสภาพตึกมันทรุดโทรมและดิบเกินไป เราเลยรู้สึกว่าถ้าเราเติมสีสันสดใสเข้าไป มันจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีและดึงดูดแขกที่เข้าพักได้ดีขึ้น มันจึงเป็นการจับคู่ที่คอนทราสต์กันระหว่างโครงสร้างตึกที่ดิบ ๆ อย่าง ‘สไตล์ Brutalism’ กับสีสันที่สดใสอย่าง ‘สไตล์ Memphis’ อะไรที่ยังอยู่ในโครงของอพาร์ตเมนต์เดิมและยังใช้งานได้ดีเราก็จะพยายามเก็บรักษาไว้เพื่อไม่ให้งบประมาณบานปลาย”

นอกจากดีไซน์ของตัวตึกแล้ว อีกหนึ่งความน่าสนใจของ Bembis Hotel คือคอนเซปต์ที่อยากให้ที่นี่เป็นเหมือนลูกผสมระหว่าง โฮสเทล และ โฮเทล ที่หยิบเสน่ห์ของที่พักทั้งสองแบบมาผสมกันทีละนิด จนกลายเป็นที่พักที่มีบรรยากาศเป็นกันเอง แต่ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้ได้อย่างลงตัว

คุณหลิง : “แรก ๆ ผู้ใหญ่อยากให้ทำเป็นแค่โฮสเทล เพราะใช้เงินลงทุนต่ำกว่า แต่หลังจากที่หลิงไปลองนอนโฮสเทลมาหลายที่ รู้สึกว่าเราไม่ชอบการนอนรวมกับคนอื่นเลย เราเลยตัดสินใจทำเป็นโรงแรมแทน แต่ก็ยังคงหยิบเอาเสน่ห์และฟังก์ชันบางอย่างของโฮสเทลที่เราชอบมาใส่ไว้ด้วย เช่น พื้นที่ส่วนกลางแบบ Co-working space และแพนทรี (Pantry) ที่มีบริการของกินฟรีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้เข้าพักรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่ร่วมกัน แต่ในส่วนของห้องนอนจะเป็นห้องพักส่วนตัวแยกเป็นสัดส่วน”

ห้องพักของ Bembis มีทั้งหมด 19 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องออกแบบแตกต่างกันไปตามโครงสร้างเดิมของตึก พร้อมเติมสีสันด้วยของตกแต่งน่ารัก ๆ ทั้งพรม โซฟา และกรอบรูป ที่ช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นกันเองเหมือนมานอนเล่นชิล ๆ ที่บ้านของเพื่อนบ้าน

และนอกจากห้องพักแล้ว บนดาดฟ้าของ Bembis ยังมีบาร์แมวอย่าง Tale’n Ale ให้ได้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ พร้อมชมวิวไอคอนสยาม หรือแวะกินเค้กอร่อย ๆ จาก ‘Baby Cakes’ ที่ชั้นล่างของตึก ถือเป็นการได้ใช้เวลาอยู่ในย่านและได้อุดหนุนเพื่อนบ้านในย่านไปพร้อมกัน

Bembis Hotel
Facebook : Bembis Hotel
Instagram : Bembis Hotel
โทร. 098-549-4955
Google Maps

ตลอดการเดินเล่นใน ย่านเจริญนคร ครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นเสน่ห์อีกด้านของย่านที่หลายคนอาจยังไม่เคยรู้จัก เพราะนอกจากคอนโดมิเนียมและห้างสรรพสินค้าริมน้ำที่หลายคนคุ้นตาแล้ว ตามซอกซอยยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนและครอบครัวที่อยู่กันมาหลายรุ่น

ตั้งแต่ FrameLab ของคุณมอสที่นำไอเดียจากร้านกรอบรูปของคุณพ่อมาต่อยอด บะหมี่เกี๊ยวของคุณลุงสมานที่ยังคงเสิร์ฟความอร่อยคู่ย่านมานานหลายสิบปี ไปจนถึงตึกแถวเก่าแก่ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทไปตามกาลเวลา ทั้งโรงงานเย็บผ้าที่กลายเป็นคาเฟ่และร้านขนมปัง รวมถึงโรงงานผลิตโคมไฟที่เปลี่ยนมาเป็นโรงแรมดีไซน์สุดน่ารัก แต่ละสถานที่จึงมีทั้งเรื่องราวและความทรงจำของครอบครัวซ่อนอยู่ พร้อมกับไอเดียของคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมชีวิตให้พื้นที่เหล่านี้อีกครั้ง

‘ย่านเจริญนคร’ เลยยังเป็นย่านที่ยังคงมีเสน่ห์ในแบบที่แตกต่างจากย่านอื่น ๆ เพราะเป็นย่านที่เราสามารถเดินช้า ๆ แวะกินของอร่อย พูดคุยกับเพื่อนบ้าน และค่อย ๆ ทำความรู้จักเรื่องราวเล็ก ๆ ได้แบบไม่ต้องรีบร้อน แล้วลองมาเดินเล่นในย่านนี้ ตามหามุมใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน ผ่านกรอบรูปสุดเก๋ของ FrameLab ไปพร้อมกันได้เลย!

IT MIGHT INSPIRE YOU

สัมมากร

แวะทักทายเพื่อนบ้านร้านอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้าน กับ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’

ประตูผี

เดินสำรวจย่านเมืองเก่าอย่าง 'ประตูผี' กับนักเล่าเรื่อง ‘คุณก๊อต-ปิยฤทธิ์ ปัญจธรรมวิทย์’

Clayceracera Studio

ฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันด้วยการปั้นเซรามิก

Japandi Style Home

สเปซไวบ์อบอุ่นที่เป็นทั้งบ้าน และสตูดิโอสอนทำขนม-ชงชา