WEDNESDAY: ALL OVER THE PLACE

‘โอบกอดทุกความกังวล’ ด้วยการ ‘ยอมรับตัวเองในวันที่ไม่เพอร์เฟค’

“เคยรู้สึกกังวล คิดมาก จนแอบเก็บไปคิดซ้ำ ๆ ในใจบ้างไหม?”

เชื่อว่าเราทุกคนต่างมี ‘วันพุธ’ เป็นของตัวเอง วันกลางสัปดาห์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก วันที่ความเหนื่อยล้าสะสม และความกังวลเริ่มก่อตัว บทสัมภาษณ์นี้ Neighbors and Friends จะพาทุกคนไปคุยกับ ‘NEWYEAR’ นิวเยียร์ ปภากร ศรีกัลยกร ศิลปินนักวาดภาพประกอบเจ้าของคาแรกเตอร์ ‘Wednesday’ หมาดัชชุนขี้นอยด์ที่คนตกหลุมรักกันทั่วบ้านทั่วเมือง ผ่านมุมมองของชีวิตในวันที่ทั้งเติบโตขึ้นทั้งตัวตน ความคิด และคาแรกเตอร์ที่ตัวเองสร้างขึ้น เพื่อบอกทุกคนว่าอย่ากลัวที่จะมี ‘วันพุธ’ ที่ไม่เป็นใจของตัวเอง

บทสัมภาษณ์นี้จะไม่เดินไปตบบ่าแล้วบอกให้คุณ ‘เข้มแข็งและคิดบวก’ แต่จะชวนโอบกอดความกังวล ความไม่สมบูรณ์แบบ และความเลิ่กลั่กในวันที่ไม่มั่นใจเอาเสียเลย ด้วยการ ‘ยอมรับตัวเองในวันที่ไม่เพอร์เฟ็กต์ เพื่อก้าวไปข้างหน้า แม้ในวันที่สองขาจะยังคงสั่นเทา’

ความน่าตื่นเต้นในครั้งนี้ คือเรากำลังยืนฟังเรื่องราวของ NEWYEAR ในนิทรรศการเดี่ยวครั้งใหญ่ที่ชื่อ ‘Wednesday: All Over the Place’ ที่กำลังจัดขึ้นที่ RCB Galleria 2 ชั้น 2 River City Bangkok ตั้งแต่วันนี้จนถึง 6 กันยายน 2569 ไปพลางระหว่างสัมภาษณ์ พร้อมพูดคุยถึงอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการเติบโตในฐานะศิลปินไปพร้อม ๆ กัน

‘ตัวตน’ ที่แตกต่างจากคาแรกเตอร์ที่สร้างขึ้น

เชื่อว่าเกินครึ่งของผู้อ่าน ต้องรู้จักคาแรกเตอร์หมาดัชชุนกอดหมอนสีชมพู แสดงสีหน้าเลิ่กลั่กทุกครั้งที่ออกมาโชว์ตัวอย่างแน่นอน แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่าเบื้องหลังคาแรกเตอร์หมาสุด Introvert ถูกสร้างขึ้นโดยศิลปินที่ Extrovert สุด ๆ จนเรียกว่าคู่ตรงข้ามกันก็ว่าได้

“จริง ๆ นิวชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กเท่าที่จำความได้เลยค่ะ ตั้งแต่สมัยที่แม่บ่นว่าชอบวาดรูปตามกำแพง พอถึงช่วงเรียนหนังสือ นิวก็ทำคะแนนวิชาการได้ไม่ค่อยดีนัก สมุดเรียนเราเต็มไปด้วยรูปวาด โชคดีที่นิวรู้ตัวไวว่าชอบอะไร เลยเลือกเรียนต่อด้านศิลปะโดยตรง ช่วงนั้นตอนเรียนมหาวิทยาลัยดันเป็นจังหวะเดียวกับที่ Instagram เพิ่งเข้ามาในไทย เราเลยอัพรูปที่วาดลงไปจนมีคนมาเห็นผลงาน ก็เลยมีคนเริ่มจ้างงานตั้งแต่ตอนนั้น และอยู่ในวงการศิลปะมาตลอดจนถึงตอนนี้ค่ะ”

ถ้าพูดถึงคาแรกเตอร์ของน้องหมา หลายคนน่าจะนึกถึงเอเนอร์จีที่เป็นพลังงานบวก แต่คาเรกเตอร์ของ Wednesday กลับเป็นหมาสายพันธุ์ดัชชุนขี้อาย แถมไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่เสียอย่างนั้น พอถามถึงที่มาก็อดกลั้นขำไม่ได้

“คาแรกเตอร์ Wednesday เนี่ย ผสมผสานหลายองค์ประกอบด้วยกัน ส่วนแรกคือนิสัย Introvert ที่เราได้แรงบันดาลใจมาจากแฟนและคนรอบ ๆ ตัว พอเราได้คุยหรือสังเกตคนกลุ่มนี้ ก็เลยหยิบเอา input อะไรบางอย่างมาสร้างตัวละคร แต่ถ้าถามว่าทำไมต้องเป็นน้องหมาดัชชุน ส่วนตัวนิวเป็นคนชอบหมาอยู่แล้ว เวลาวาดรูปสัตว์ทีไร มือมันจะวาดออกมาเป็นหมาดัชชุนอัตโนมัติเลยค่ะ”

คุณนิวหัวเราะ อาจจะเพราะความน่ารักน่าหยิก และช่วงตัวที่ยาวไม่เหมือนใครที่แหละ ที่เป็นภาพหมาในความทรงจำมาตลอด

แล้วถ้าถามถึงนิสัยหล่ะ?

คุณนิวหัวเราะและยิ้มกว้างเมื่อต้องอธิบายเพิ่ม เพราะหลายคนคิดว่า คุณนิวต้องเป็น Introvert แน่ ๆ จากสิ่งที่พยายาม express ออกมาผ่านงานศิลปะ

“นิสัยเราสองคนแตกต่างกันแบบคนละขั้วเลยค่ะ หลายคนเห็นงานแล้วคิดว่านิวต้องเป็น Introvert แน่ ๆ เพราะดูเข้าใจความรู้สึกเขาจังเลย แต่นิวนี่แหละ Extrovert ตัวจริงเลยค่ะ! Wednesday จะมีความแพนิก ขี้ลน ขี้อาย ไม่กล้าพูด แต่นิวเป็นคนพูดเก่ง ไม่ค่อยกังวล และชอบปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามสถานการณ์ และ Go with the flow ไปกับมันมากกว่า”

เพราะความ ‘ต่าง’ ทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น

ด้วยความต่างของนิสัย คุณนิวเองก็ทำการบ้านมาอย่างดีในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เริ่มจากความอยาก ‘เข้าใจ’ หัวอกคนเป็นแฟนและคนรอบตัว กลายเป็นค่อย ๆ ศึกษาพฤติกรรมและซึมซับความ Introvert ไปโดยไม่รู้ตัว

“แรงจูงใจหลัก ๆ คือนิวเริ่มเบื่องานศิลปะที่ทุกอย่างออกมาจากตัวตนของนิวคนเดียวค่ะ งานมันเริ่มเหมือนเดิม ไม่น่าตื่นเต้น เราเลยลองเปลี่ยนไปเอา input จากคนอื่นดูบ้าง เริ่มจากพยายามเข้าใจแฟนเรา ใช้วิธีคุยกับคนใหม่ ๆ ถามเขาตรง ๆ ไปเลยว่าเขาเป็น E หรือ I (MBTI) ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาจะทำยังไง?”

“รวมถึงพยายามสังเกตชีวิตประจำวันของแฟน อย่างตอนที่จัดนิทรรศการ แฟนเราเค้าจะกังวลและเครียดแทนเรามาก ถามนิวทุกคืนว่าสีจะออกมาตรงไหม? Sculpture จะพังไหม? นิวเลยเอาความกังวลเหล่านี้มาเปลี่ยนเป็นไอเดียในงาน อย่างในนิทรรศการจะเห็น Wednesday ยืนบนเครื่องชั่งที่วัดระดับความกังวลแทนน้ำหนักตัว”

รู้สึกยังไงที่ Wednesday กลายมาเป็นเพื่อนที่เข้าใจความรู้สึกของคนดูได้ขนาดนี้?

“เซอร์ไพรส์มากค่ะ ตั้งแต่นิทรรศการครั้งแรก เราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะฮีลใจคนอื่นได้ขนาดนี้ นิวเห็นคนเข้าไปกอดมาสคอต Wednesday ตัวใหญ่ในงาน ทั้งที่เราเองยังกลัวมันเปื้อนเลย (หัวเราะ) มันทำให้เรารู้สึกดีที่งานศิลปะของเราช่วยฮีลใจคนอื่นโดยที่เราไม่รู้ตัว นิวอยากให้งานของนิวเป็นอะไรที่ย่อยง่าย ไม่ต้องเน้นเทคนิคที่ซับซ้อน แต่เน้น Content ที่มาจากความรู้สึกในชีวิตประจำวันจริง ๆ คิดว่าคนดูคงรู้สึกเหมือนกันว่า ‘เหมือนฉันตอนนั้นเลย’”

เพราะเราทุกคนต่างมี ‘วันพุธ’ เป็นของตัวเอง

เคยสงสัยมั้ยว่า ‘คนที่สดใสได้ขนาดนั้น เค้าเคยมีความทุกข์บ้างไหม?’

เชื่อเถอะว่าเราทุกคนต่างมี ‘วันพุธ’ เป็นของตัวเอง วันกลางสัปดาห์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก วันที่ความเหนื่อยล้าสะสม เริ่มก่อตัวจนนอนไม่หลับ เพราะสมองรีรันฉายภาพความกังวลซ้ำ ๆ วนไปมา ภายใต้ผลงานศิลปะที่แสนสดใส ‘คุณนิว’ ก็มีวันพุธที่ไม่เป็นใจเช่นเดียวกัน แต่นั่นคือบทเรียนที่ทำให้เราเข้าใจตัวตน และยอมรับว่าเราเองก็เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง

“ส่วนใหญ่นิวจะกังวลกับเรื่องที่คอนโทรลไม่ได้ เช่น สุขภาพของคนรอบตัว แต่ถ้าในพาร์ทของการทำงานศิลปะ ช่วงแรกนิวไม่มั่นใจเรื่องงาน Painting เลยค่ะ นิวกลัวว่างานเราจะดูไม่เนี้ยบ แสงเงาจะไม่เป๊ะ เพราะเราติดการวาดใน iPad หรือคอมพิวเตอร์ที่แก้ไขได้มาตลอด นิวเคยกลัวแม้กระทั่งว่างานแบน ๆ ที่ไม่มีมิติแบบเรา จะมีคนซื้อมั้ย? หรือจะไม่มีคุณค่าพอให้คนสะสมรึเปล่า?”

แล้วผ่านช่วงเวลานั้นมาได้อย่างไร?

“นิวใช้ความเชื่อทางศาสนาคริสต์เข้ามาช่วยค่ะ เราเชื่อว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีเหตุมีผล และเป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า ในพาร์ทของงานศิลปะ นิวก้าวผ่านความกลัวด้วยการถามคนที่ซื้อรูปของเราตรง ๆ เลยว่า ‘ทำไมถึงซื้อ ทั้งที่รูปนิวแบนและไม่มีแสงเงาอะไรเลย?’

“คำตอบ คือ ‘เขาซื้อเพราะเขาเห็นตัวเองในรูปนั้น’ เขาชอบสิ่งที่เราสื่อสาร เค้าทัชด้วยความรู้สึก ไม่ได้สนใจเรื่องเทคนิคแสงเงาอะไร พอนิวได้ยินแบบนั้น ความกังวลก็หายไป ทำให้งานครั้งล่าสุดที่นิวกำลังจะจัดมีความมั่นใจ กล้าที่จะออกจากกรอบและเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นค่ะ”

ถ้ามีโอกาสได้เดินดูรอบ ๆ นิทรรศการ หลายผลงานคงเข้าไปทัชใจคุณบ้างอยู่ไม่น้อย อย่างภาพตอน Wedmesday นั่งเครื่องบินริมหน้าต่าง แต่ที่นั่งด้านข้างถูก reserve เพื่อไม่ให้ใครมานั่งข้าง ๆ  หรือภาพความเด๋อ ๆ ด๋า ๆ เพราะความเข้าใจผิดว่า Dessert กับ Desert คือสิ่งเดียวกัน Wednesday เองก็เป็นตัวแทนความกล้า ๆ กลัว ๆ ของคุณนิวในช่วงที่เธอต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติด้วยเช่นกัน

“Wednesday น่าจะเป็นตัวแทนของนิวตอนที่ต้องพูดภาษาอังกฤษ (หัวเราะ) ล่าสุดนิวต้องไปสัมภาษณ์สื่อเป็นภาษาอังกฤษ เรารู้สึกกังวล ไม่มั่นใจ และลนมากเหมือนอยู่ในร่างของ Wednesday เลยค่ะ แต่นั่นก็เป็นที่มาของแคปชั่นในงาน ที่นิวพยายามเลือกใช้ประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ เพื่ออธิบายภาพ เพราะเราอยากสื่อสารให้งานศิลปะของเราเข้าใจได้ง่ายที่สุดค่ะ”

ในวันที่ทั้งสองเติบโตขึ้น ต่างก็มีวิธีรับมือกับกับ Anxiety ในจิตใจที่ ‘แตกต่างเหมือนกัน’ เช่นกัน

“นิวจะพยายามมองโลกในแง่ดี และเรียนรู้ที่จะอยู่นิ่ง ๆ บ้าง พักผ่อนแบบ Introvert ดูบ้าง บางทีการได้นั่งเงียบ ๆ ก็เป็นการชาร์จพลังที่ดีเหมือนกัน ส่วน Wednesday เขาจะรับมือจากการมีเพื่อนคู่ใจที่เป็น safe zone อย่างในนิทรรศการนี้ นิวใช้ ‘หมอน’ เป็นสัญลักษณ์ เค้าจะกอดหมอนตลอดเวลาเพื่อความสบายใจ แต่วันนี้ที่เค้าเติบโตขึ้น มีความสุขมากขึ้น เพราะรู้ว่ามีคนที่รักและชื่นชมเค้ามากขนาดนี้ ก็เลยก้าวขาออกมาจากเซฟโซนได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีหมอนอีกต่อไป”

Wednesday: All Over the Place

ก้าวออกจาก Comfort Zone ในวันที่สองขา (และสี่ขา) จะยังสั่นเทา

เมื่อความต่างทำให้เราได้เข้าใจ ทั้งสองต่างก็ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันผ่านผลงานศิลปะ วันนี้คุณนิวเองก็ได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน ด้วยก้าวใหม่ที่สำคัญผ่านนิทรรศการ ‘Wednesday: All Over the Place’ เพื่อบอกว่าคุณไม่ได้มี ‘วันพุธ’ ที่ไม่เป็นใจเพียงคนเดียวบนโลก และไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งมากก็ได้ ไม่ต้องหนีความกลัว แต่อยากให้ใช้ใจนำทาง ลองก้าวออกไปแม้ขาจะยังสั่นเทา เพื่อเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างทาง

“สำหรับนิว ‘All Over the Place’ สื่อถึงความยุ่งเหยิง ความรุงรัง หรือการ Burnout ซึ่งตรงกับความรู้สึกของคนรอบตัวนิวในช่วงนั้นมาก แต่อีกมุมนึงนิวอยากสื่อถึงการที่ Wednesday ยอมออกไปทั่วทุกที่ เพื่อตามหาความหมายของความสุข ออกจากเซฟโซนไปเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ๆ แล้วเรียนรู้จากประสบการณ์ระหว่างทาง”

แล้ว Place ไหนที่รู้สึกว่าตัวเองปราศจากความกังวลมากที่สุด?

น่าจะเป็นที่ ‘บ้าน’ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Extrovert หรือ Introvert เราว่าสุดท้ายแล้วเซฟโซนที่สบายใจที่สุด ก็น่าจะคือการได้อยู่บ้านและนั่งทำงานศิลปะค่ะ”

“ก้าวใหญ่ที่สุดของนิวคือการตัดสินใจ ‘ขายบัตร’ ตอนแรกนิวกลัวมากว่างานจะดีพอไหม? คนซื้อจะคุ้มไหม? สิ่งที่ท้าทายที่สุดน่าจะเป็นข้อจำกัดของเวลาที่ต้องทำงานให้ทัน และความรู้สึกของคนดูว่าเขาจะชอบโซนที่เราตั้งใจทำหรือเปล่า? แต่ครั้งนี้นิวอยากให้นิทรรศการเป็นเหมือนงานทดลอง ที่ให้คนได้มาเปิดประตูและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมไปกับงานศิลปะจริง ๆ”

นี่ก็ผ่านมาเกือบจะครึ่งทางของนิทรรศการ ใครที่ยังไม่ได้มีโอกาสไปดูนิทรรศการ แต่กดอ่านเข้ามาในบทสนทนานี้ Neighbors & Friends ก็ขอสปอยด์ความน่ารักและวิธีคิดให้ฟัง ว่าเราจะได้ออกเดินทางไปพบกับอะไรบ้างในงานนี้

โซนที่ 1 Wednesday in a loop

จำลองระบบความคิดที่วุ่นวายของ Wednesday ที่มัวแต่คิดหาคำตอบที่สมบูรณ์ จึงได้แต่เดินวนอยู่ที่เดิมเพื่อรอคอย ‘ความมั่นใจ’ ที่ไม่เคยมาถึงสักที

โซนที่ 2 After long thinking

พอเดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจ การยอมจมอยู่กับความกลัวในที่เดิม มันอาจจะน่ากลัวกว่าการเลือกเดินออกไปข้างนอกเสียอีก ห้องนี้เลยจะเล่าถึงการรวบรวมความกล้าแบบขาสั่น ๆ และเปิดประตูออกไปเจอโลกกว้างเป็นครั้งแรก ณ ประตูบานใหญ่ 4 บาน ที่ต้องเลือกเดินออกไป คุณนิวตอบอย่างมั่นใจสไตล์ Extrovert ว่าขอเลือกก้าวไปเจอสิ่งที่ท้าทายอย่าง Adventure ในขณะที่ตัวตนของ Wednesday ขอก้าวต่อไปด้วยการรักตัวเองอย่าง Self-care

โซนที่ 3 Out of comfort zone

คือการที่ Wednesday ออกไปสู่โลกภายนอก ด้วยความตื่นเต้นและประหม่า แต่ก็พร้อมเปิดใจที่จะบันทึกเรื่องราวความสุขระหว่างทางเอาไว้ในความทรงจำ

โซนที่ 4 Time for Self-reflection

เมื่อเสียงรอบ ๆ ตัวเงียบลง โซนนี้เราจะได้กลับมาตกตะกอนความคิด ว่าคำตอบของชีวิตอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ที่ปลายทางเสมอไป แต่อยู่ระหว่างทางที่เดินผ่านมาต่างหาก ห้องนี้เองก็เป็นหัวใจหลักที่คุณนิวอยากนำเสนอ Wednesday ตัวใหญ่ ที่นั่งอยู่ท่ามกลางความมืดที่สงบนิ่ง มีเสียง Sound Bath ซึ่งได้คุณแม่ของนิวมาบรรเลงจังหวะความสงบ ให้ทุกคนได้ทบทวนคำตอบและเจอโลกอีกใบของตัวเอง

“มีคนเคยมานั่งร้องไห้ในห้องนี้ด้วย เพราะเค้ารู้สึกว่าไม่ได้อยู่กับตัวเองนิ่ง ๆ แบบนี้มานานแล้ว นิวเลยอยากให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัสความรู้สึกนี้ด้วยกันค่ะ”

โซนที่ 5 Perfectly imperfect

โซนสุดท้ายคุณนิวหวังว่าทุกคนจะได้เรียนรู้ที่จะมี Enjoy little things ความสุขไปกับสิ่งเล็ก ๆ แม้จะไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบเสมอไป

และในวันนี้รูปแบบการนำเสนอผลงานศิลปะเองไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่บนผืนผ้าใบ งานประติมากรรมเพียงอย่างเดียว ศิลปินเองก็มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ให้คนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายขึ้น อย่างงานนี้ทุกคนก็สามารถพาน้องหมาตัวจริงเสียงจริง หรือสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่นดูงานศิลปะ เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันได้ด้วย ไม่แน่ว่าคุณเองก็อาจจะได้เรียนรู้นิสัยของกันและกัน น้องหมาบางตัวอาจจะเป็น Extrovert หรือ Introvert เหมือนตัวละครของคุณนิวก็ได้

สำหรับคนที่ ‘วันนี้ก็ยังคิดมาก พรุ่งนี้ก็ยังกังวล’ แน่นอนว่าโลกนี้มีสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้ตั้งเยอะแยะ และการเป็นตัวเองก็ไม่เห็นจำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ ทั้ง NEWYEAR และ Wednesday ก็หวังว่าผลงานศิลปะในครั้งนี้จะเป็นดั่งอ้อมกอดอุ่น ๆ ที่บอกกับทุกคนว่าตัวตนในเวอร์ชันใหม่ที่สบายใจขึ้นและรักตัวเองเป็น คือตัวตนที่กล้าโอบรับความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเองได้อย่างภูมิใจ

“อยากให้ลองมา ‘คิดมากและกังวล’ ไปพร้อม ๆ กันในงานนี้ค่ะ นิวอยากให้ทุกคนรู้ว่าสิ่งที่คุณเจอไม่ใช่เรื่องแปลก และคุณไม่ได้อยู่อย่างโดดเดี่ยว หวังว่ารูปวาดของนิวจะช่วยให้คุณเจอ หรือรับมือกับวิธีจัดการความความคิดตัวเองได้ดีขึ้น หรืออย่างน้อยก็รู้ว่ายังมีเพื่อนอย่าง Wednesday ที่เข้าใจและคิดเหมือนคุณอยู่ตรงนี้ค่ะ”

แล้วมาฮีลใจพร้อมกันที่นิทรรศการ 𝗪𝗘𝗗𝗡𝗘𝗦𝗗𝗔𝗬: 𝗔𝗟𝗟 𝗢𝗩𝗘𝗥 𝗧𝗛𝗘 𝗣𝗟𝗔𝗖𝗘

วันที่ 9 – 30 กันยายน 2569

RCB Galleria 2 ชั้น 2 River City Bangkok

บัตรเข้าชม 100 บาท และบัตรเข้าชมพร้อมสัตว์เลี้ยงไม่จำกัดจำนวน 150 บาท

ซื้อบัตรได้ที่ www.ticketmelon.com/rivercitybangkok/Wednesday

IT MIGHT INSPIRE YOU

พล หุยประเสริฐ แห่ง HUI Team Design

‘โชว์ธรรมดา ๆ ไม่ทำ’ ถอดวิธีคิดเบื้องหลัง ‘โชว์ที่โลกต้องจำ’
กับนักออกแบบคอนเสิร์ต 


The Missing Piece by Peachful

ศิลปะที่ชวนมาค้นพบความสงบ พร้อมโอบรับความไม่สมบูรณ์แบบในชีวิต

Eyedropper Fill

นักออกแบบประสบการณ์ที่ใช้ศิลปะฮีลใจ
และสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อโอบกอดทุกคน

แกะแนวคิด-ถอดกลไกเบื้องหลังงานศิลปะเคลื่อนไหวได้

ชวนมาพูดคุยและหลงไปในโลกศิลปะของ ‘คุณวิชญ์ พิมพ์กาญจนพงศ์’