การเดินสำรวจย่าน ถือเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลาย ๆ คน เพราะนอกจากจะได้ออกไปเดินเล่นแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เราได้ทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมาของย่าน ร้านอร่อย หรือเสน่ห์เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของพื้นที่นั้น
แต่การทำความรู้จักย่านไม่ได้มีแค่การออกไปเดินสำรวจเท่านั้น เพราะเรายังสามารถสัมผัสเรื่องราวของย่านผ่าน ‘Snail Mail’ ซองจดหมายที่บรรจุงานดีไซน์ เรื่องเล่า และข้อความที่ส่งถึงกันเป็นรายเดือน ซึ่งเดิมเป็นรูปแบบการสื่อสารยอดนิยมในหมู่ศิลปินและคนทำงานสร้างสรรค์ที่ใช้ส่งผลงานศิลปะ บทกวี หรือสิ่งพิมพ์เล็ก ๆ เพื่อแบ่งปันแรงบันดาลใจและส่งต่อเรื่องราวผ่านซองจดหมาย
ความพิเศษของคอลัมน์ กิจการเพื่อนบ้าน ครั้งนี้ เราจะชวนทุกคนไปรู้จัก Snail Mail ในฐานะ ‘คอมมูนิตี้ทัวร์ย่านฉบับออฟไลน์’ ผ่านข้อความบนกระดาษ งานคราฟต์ และงานดีไซน์จากเพื่อนบ้านทั้งสามคน ได้แก่ ‘คุณเดียร์ – วิชดา สุวินิจจิต’, ‘คุณต้า – ปทิตตา คงคาเขตร’ และ‘คุณนก – นัชชา เกียรติธนาวิทย์’ ที่รวมตัวกันทำโปรเจกต์ Club Local ไกด์บุ๊กพาทัวร์ย่านในรูปแบบของ ‘จดหมาย’ ที่เลือกหยิบเสน่ห์ของ Snail Mail มาถ่ายทอดผ่านงานดีไซน์ที่อัดแน่นด้วยพิกัดร้านอร่อย ของดีประจำย่าน เรื่องเล่าน่าสนใจ และ Playlist เพลงเพราะ ๆ ชวนให้ผู้อ่านค่อย ๆ ทำความรู้จักและออกสำรวจย่านไปพร้อมกันในทุก ๆ เดือน


ค่อย ๆ เปิดซองจดหมายจาก Club Local แล้วออกสำรวจย่านต่าง ๆ ผ่านไอเทมสุดน่ารัก ไม่ว่าจะเป็นสติกเกอร์ แผนที่ที่รวบรวมพิกัดชวนเดิน ชวนชิม รวมถึงของจุกจิกอีกมากมายที่ออกแบบมาให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละย่าน แถมทุก ๆ องค์ประกอบยังชวนให้นึกถึงกลิ่นอายของยุคแอนะล็อกที่หลายคนคิดถึงอีกด้วย มาทำความรู้จักกับเรื่องราวดี ๆ และแรงบันดาลใจของเพื่อนบ้านทั้งสามคน ที่อยากทำให้ย่านเล็ก ๆ เหล่านี้ค่อย ๆ กลายเป็นย่านโปรดของทุกคนไปด้วยกัน
จุดเริ่มต้นของการเล่าเรื่องย่านผ่าน Snail Mail
Club Local เริ่มต้นจากความชอบที่ทั้งสามคนมีร่วมกัน ก่อนจะค่อย ๆ ต่อยอดเป็นโปรเจกต์ที่รวมเอางานอดิเรกและสิ่งที่แต่ละคนรักถ่ายทอดออกมาเป็นจดหมายแต่ละฉบับ ไม่ว่าจะเป็น ‘คุณเดียร์’ เจ้าของร้านคาเฟ่สไตล์โฮมมี่ย่านอารีย์ที่ชื่อว่า knockknock.bkk สถานที่ที่เราได้แวะมาพูดคุยกับเพื่อนบ้านในวันนี้ ซึ่งคุณเดียร์มีความหลงใหลในการทำ Journaling และงานคราฟต์จากกระดาษ ส่วน ‘คุณนก’ ที่ทำงานเซรามิกเป็นทุนเดิม แถมยังมีสกิลด้านงานอาร์ต และ ‘คุณต้า’ นักเล่าเรื่องประจำกลุ่ม ผู้รักการเดินทางและมีความฝันอยากทำไกด์บุ๊กที่คอยบอกพิกัดร้านดี ๆ ระหว่างทาง
ซึ่งความชอบและความถนัดของทั้ง 3 คน ก็ได้หลอมรวมกันจนเกิดเป็น Club Local ไกด์ประจำย่านในรูปแบบของจดหมาย ที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านงานศิลปะ งานดีไซน์ และข้อความเล็ก ๆ ชวนให้ทุกคนค่อย ๆ ออกไปทำความรู้จักและสำรวจย่านต่าง ๆ ไปพร้อมกัน
คุณต้า : “มันมาจากการที่พวกเราทั้ง 3 คนชอบอะไรที่เป็น Offline Gathering เหมือนกัน เรารู้สึกว่าทุกวันนี้โลกออนไลน์มันไปไวมาก ๆ คงจะดีมากถ้ามีกิจกรรมออฟไลน์ให้เราได้ใช้เวลากับตัวเองหรือคนตรงหน้ามากขึ้น แล้วเราก็มาคิดต่อว่าอะไรที่จะดูเป็นตัวเราทั้ง 3 คนได้มากที่สุด ที่ไม่ใช่แค่การจัดเวิร์กชอป”
“พอดีกับที่นกกับเดียร์เขาชอบ Journaling และการทำงานคราฟต์จากกระดาษอยู่แล้ว ส่วนเราเคยมีความฝันว่าอยากทำไกด์บุ๊กเพราะชอบเที่ยว ซึ่งพวกเรา 3 คนชอบไปสำรวจย่านต่าง ๆ เหมือนกัน เวลาไปเที่ยวเราจะไม่จำกัดว่าต้องไปตามแลนด์มาร์ก แต่เราจะเอาตัวเองไปอยู่กับย่าน ๆ หนึ่ง แล้วเดินปล่อยจอยหาอะไรที่มันโลคอลจริง ๆ เราเลยคิดว่าถ้าเริ่มจากทำ ‘Snail Mail’ ในมุมมองของ ‘Local Guide’ ก็น่าจะดี เราอยากเป็นไกด์ที่พาผู้รับไปเที่ยวผ่านจดหมาย หรือถ้าใครมีแพลนไปโซนนั้นก็สามารถยึดจากลิสต์ของเราได้เลย”

คุณเดียร์เล่าให้เราฟังเพิ่มเติม ว่าจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้เกิดขึ้นหลังจากการจัดกิจกรรมฮีลใจที่ชวนเพื่อนบ้านมาทำ Vision board ช่วงต้นปี จนค้นพบว่าการได้พบปะผู้คนที่มีความสนใจคล้ายกัน สามารถเติมแรงบันดาลใจให้กันและกันได้มากกว่าการเสพคอนเทนต์ผ่านหน้าจอ กลายเป็นจุดตั้งต้นของ Club Local ที่นำความชอบเรื่อง งานคราฟต์ การเล่าเรื่อง และเสน่ห์ของย่าน มาร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็นจดหมายที่ชวนผู้คนออกไปสำรวจพื้นที่และสร้างความสัมพันธ์กับย่านรอบตัวอีกครั้ง
คุณเดียร์ : “ตอนต้นปีเดียร์ได้จัดกิจกรรมชวนคนมาทำ Vision board ของตัวเอง แล้วรู้สึกว่าช่วงปีที่แล้วเราอยู่กับมือถือเยอะมาก ถ้าปีนี้เราทำให้คอมมูนิตี้แบบนี้ในไทยโตขึ้นได้คงน่ารักมาก ๆ เพราะมันเป็นพื้นที่ที่ทุกคนพร้อมจะ Slow down มาแชร์เรื่องน่ารัก ๆ โดยไม่มี Hate speech ใส่กัน เราเชื่อว่ามีคนที่ชอบอะไรแบบนี้เยอะมาก แต่เขายังไม่ถูกดึงออกมา ตอนแรกเราเลยลงสตอรีไปว่าอยากทำ นกก็ทักมาบอกว่าอยากทำเหมือนกัน ซึ่งปรากฏว่าลิสต์ไอเดียที่เราเอามาโยนใส่กันมันมีคำว่า ‘Snail Mail’ ทั้งคู่”
“พอดีกับที่ต้าเป็นนักเล่าเรื่องของกลุ่ม ที่เวลาไปที่ไหนเขาก็จะเล่าเรื่องนั้นได้ดีมาก ๆ จนเรารู้สึกว่ามันคอนเน็กกัน ก็เลยไปชวนต้ามาเพิ่ม เพราะคิดว่าน่าจะเป็นส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด อีกอย่างเราเริ่มมองเห็นว่ามันอาจจะไม่ใช่แค่จดหมาย แต่สามารถต่อยอดไปทำร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ ที่น่าจะออกมาน่ารักดี”
คุณนก : “เราคิดว่า Snail Mail เป็นเหมือนใบเบิกทางในการสร้างคอมมูนิตี้ที่ทำให้คนได้มาเชื่อมต่อกัน เพื่อให้คนมารู้จักเราก่อน แล้วค่อยต่อยอดไปสู่การนัดเจอกันแบบออฟไลน์ได้”


เสน่ห์ของ Snail Mail ในแบบฉบับ Club Local
นอกจากจะค่อย ๆ สร้างคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่ชวนผู้คนออกมาใช้เวลาร่วมกันแล้ว Snail Mail ยังเป็นเหมือนการชุบชีวิต ‘จดหมาย’ ให้กลับมามีความหมายอีกครั้งผ่านเสน่ห์ที่ Club Local หยิบมาตีความใหม่ ให้ผู้คนได้ซึมซับกลิ่นอายของยุคแอนะล็อกผ่านเรื่องราวน่ารัก ๆ ในซองจดหมาย ซึ่งเป็นประสบการณ์แบบใหม่ที่รอให้เพื่อนบ้านมาสัมผัส
คุณเดียร์ : “พอพวกเราโตมาในยุคกึ่ง Gen Y และ Gen Z ที่ได้สัมผัสทั้งความเป็นแอนะล็อกอย่างการเขียนจดหมายจริง ๆ และยุคแรกของดิจิทัล เราเลยรู้สึกว่าถ้าเอาสิ่งนี้กลับมา หลายคนก็น่าจะคิดถึงเหมือนเรา บวกกับทุกวันนี้ทุกอย่างมันเร็วไปหมด กว่าจดหมายจะถึงก็ต้องรอ เราเลยรู้สึกว่าความรู้สึกของการรอคอยและจังหวะที่ได้แกะซองที่เราไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง มันน่าจะทำให้วันนั้นของคน ๆ นั้นมีความน่าตื่นเต้นขึ้นมาบ้าง”

อีกสิ่งหนึ่งที่ Club Local อยากส่งต่อไม่แพ้กันคือ ‘ความจริงใจ’ ที่ถูกบรรจุไว้ในทุกข้อความ ทุกไอเทม และทุกรายละเอียดภายในซองจดหมาย เพราะทุกชิ้นล้วนเกิดจากความตั้งใจของทั้งสามคนที่อยากให้ผู้รับรู้สึกเหมือนได้รับจดหมายจากเพื่อนคนหนึ่งที่ส่งมาหา
คุณเดียร์ : “เพราะกระบวนการทุกอย่างพวกเราทำเองหมดเลย ตั้งแต่เขียน พับจดหมาย ติดสติกเกอร์ ซึ่งในหนี่งวันเราจะนัดกันมาแพ็กจดหมายโดยเฉพาะ เราอยากให้คนที่ได้รับสัมผัสได้ถึงความจริงใจ เหมือนเวลาเพื่อนไปเที่ยวต่างประเทศแล้วส่งโปสการ์ดกลับมาหาเราค่ะ ถ้าเราไปเที่ยวที่ไหนมันคงจะรู้สึกดีถ้ามีคนได้รู้จักสถานที่นั้นเยอะขึ้น หรือมากินของอร่อยตามรอยพวกเรา เลยเป็นเหมือนความจริงใจของพวกเราที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตัวเองให้ได้”
คุณนก : “ในจดหมายเราจะมี ‘Love letter’ (หรือที่เรียกว่า In letter) ที่เราเขียนด้วยลายมือจริง ๆ ของพวกเราทั้ง 3 คน เล่าว่าเราเจออะไรมาบ้าง รู้สึกอย่างไร เพื่อให้ได้ความรู้สึกที่จริงใจและส่งต่อถึงคนอ่านได้มากที่สุด”


Snail Mail ทุกฉบับที่ถูกส่งโดย Club Local จึงไม่ใช่แค่ลิสต์ร้านน่าแวะหรือพิกัดน่าเดินเที่ยว แต่คือความรู้สึกที่ทำให้ผู้รับยิ้มได้ตั้งแต่เปิดซอง แล้วค่อย ๆ ออกไปใช้เวลากับย่านในแบบของตัวเอง เป็น Local Guide ในแบบฉบับที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของเพื่อนบ้านที่อบอวลไปทั่วทั้งซองจดหมาย
คุณต้า : “เรารู้สึกว่าข้อดีของการทำ Snail Mail คือทุกคนสามารถเข้าถึงคอมมูนิตี้นี้ได้ สมมติถ้าเราจะทำแบบ Local Guide ที่ต้องมานัดเจอกันเลย เรารู้สึกว่ามันอาจจะยากในการหาวันว่างตรงกัน แต่พอมันเริ่มจาก Snail Mail ก่อน เราก็รู้สึกว่าทุกคนสามารถเข้าถึงคอมมูนิตี้นี้ได้ เพราะพอเราส่งไป เขาก็แค่รับ แล้วเปิดดูพิกัดของเราในวันที่เขาสะดวกออกไปเที่ยวตามรอยได้”
คุณนก : “เราตั้งใจทำสิ่งที่ตัวเองอยากได้ เพราะเชื่อว่าถ้าเราชอบ คนอื่นก็น่าจะชอบเหมือนกัน อย่างแรกคืออยากให้เขาดีใจที่ได้รับกระดาษและงานดีไซน์สวย ๆ เหมือนเป็นการส่งต่อความสุขจากเรา”

คุณเดียร์ : “เหมือนตอนเด็ก ๆ ที่เราเคยเล่นเขียนจดหมายคุยกับคนแปลกหน้าจากต่างประเทศ แม้จะไม่เคยเจอกันเลย แต่เราก็รู้สึกสนิทและมีความสนใจตรงกัน อย่างการทำ Club Local ตอนนี้ พอเราส่งจดหมายไป ก็มีคนรับหลายคนอยากส่งจดหมายกลับมาหาเราเหมือนกัน เพื่ออยากแชร์ความรู้สึกตอนไปตามรอยของเรา แค่นี้เราก็รู้สึกว่าประสบความสำเร็จแล้ว ที่เราสามารถสื่อสารและรับรู้ความรู้สึกกันได้ผ่านตัวหนังสือโดยไม่ต้องเจอกันเลย
“อีกอย่างคือเราอยากให้คนเห็นคุณค่าและมุมมองใหม่ ๆ ของเมืองไทย ว่ามันมีสถานที่น่ารัก ๆ อีกเยอะที่ไม่ใช่แค่ห้าง อย่างตอนนั้นที่เราเดินเข้าไปในย่านเจริญกรุง 1 วัน บางร้านก็อาจจะไม่ได้เปิด แต่เราก็ได้เจอร้านอื่น ๆ ที่คิดว่าถ้าเราไม่ได้ออกมาเดินด้วยตัวเองก็คงไม่รู้ เพราะเราได้เจอร้านของคุณลุงคุณป้าที่เปิดมาเป็นสิบ ๆ ปี และเราอยากเป็นกระบอกเสียงเล็ก ๆ เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้คนรู้จักมากขึ้น”

ออกเดินทางผ่านงานคราฟต์และงานดีไซน์
ในซองจดหมายของ Club Local
หลังจากได้รู้จักคอนเซปต์และความตั้งใจของ Club Local กันไปแล้ว เราเลยชวนเพื่อนบ้านทั้งสามคนมาเปิดซองจดหมายฉบับ ‘June in Hokkaido’ ที่จะพาผู้รับออกเดินทางไปสำรวจย่านต่าง ๆ ในฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ผ่านเรื่องเล่า พิกัดร้าน และรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ถูกดีไซน์ไว้อย่างพิถีพิถัน
และเบื้องหลังจดหมายแต่ละฉบับก็ไม่ได้มีเพียงข้อมูลแนะนำย่านเท่านั้น แต่ยังบันทึกโมเมนต์ประทับใจจากการออกเดินทาง และความรู้สึกที่ทั้งสามคนมีต่อร้านเล็ก ๆ และสถานที่ที่ได้พบระหว่างทาง เพื่อส่งต่อให้ผู้รับได้ค่อย ๆ ทำความรู้จักและตกหลุมรักย่านเหล่านั้นไปพร้อมกัน
คุณต้า : “ตอนที่เลือกย่านกัน มันมีที่น่าสนใจเยอะมากจนรู้สึกว่าที่นี่ก็อยากไป ที่นั่นก็อยากไป ส่วนความตั้งใจที่อยากจะแนะนำร้านต่าง ๆ นั้น มาจากการที่พวกเราทั้ง 3 คนต่างก็มีแบรนด์เป็นของตัวเอง และเราจะรู้สึกมีกำลังใจทุกครั้งที่มีคนช่วยบอกต่อแบรนด์ของเราให้คนอื่นรู้จัก เราเลยคิดว่าถ้าจดหมายของเราได้ทำหน้าที่แชร์สิ่งดี ๆ หรือแบรนด์ดี ๆ ที่เราไปเจอมา เพื่อให้คนอื่นตามไปสนับสนุนต่อได้ มันก็น่าจะช่วยส่งเสริมให้ทุกคนเติบโตและก้าวหน้าไปพร้อม ๆ กัน”

คุณต้า : “การเลือกย่านเราจะดูตามความสนใจในเดือนนั้น ๆ อย่างเดือนเมษายนเราเลือก ย่านอารีย์ เพราะเป็นย่านที่เราคุ้นเคยที่สุด เดือนพฤษภาคมเราเลือก ย่านเจริญกรุง เพราะเราให้คนใน Instagram ช่วยกันโหวต ซึ่งเจริญกรุงเป็นย่านที่มีมานานแล้ว ถ้าพวกเราเข้าไปสำรวจก็น่าจะได้มุมมองใหม่ ๆ ที่ต่างจากคนทั่วไปได้ไปกันอยู่แล้ว”
“ส่วนเดือนมิถุนายนเราทำ ฮอกไกโด เพราะอยากลองออกไปต่างประเทศดู แล้วเราสามคนเพิ่งไปเที่ยวมาไล่เลี่ยกัน ประกอบกับเป็นช่วงฤดูที่เหมาะจะไปพอดี เลยอยากทำฉบับต่างประเทศเพื่อมอบความแปลกใหม่ให้คนที่ติดตามด้วย”

พอเลือกย่านได้แล้ว ทั้งสามคนจะเริ่มจินตนาการถึงคาแรกเตอร์ของสถานที่นั้น ว่าหากย่านนั้นเป็นสี จะเป็นเฉดไหน อย่างฮอกไกโดที่ชวนให้นึกถึงสีเขียวของมัทฉะ หรือสีชมพูของสตรอว์เบอร์รีไดฟูกุ ก่อนจะค่อย ๆ ออกแบบองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในซองจดหมายให้สอดคล้องกับบรรยากาศของย่าน
จากนั้นก็แบ่งองค์ประกอบในซองออกเป็นหมวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Local Table สำหรับแนะนำร้านอร่อย Local Read หนังสือที่เหมาะจะพกไปอ่าน Local Room สำหรับแนะนำที่พัก และ Local Store ที่รวบรวมร้านค้าและของน่าแวะในย่านนั้น ๆ
คุณนก : “รูปแบบของในจดหมายจะปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมของแต่ละย่านค่ะ อย่างของฮอกไกโด เราจะไม่ได้ทำมาเป็นชิ้นเล็ก ๆ หลายอัน แต่ทำเป็นแผนที่แผ่นใหญ่ไปเลย เพราะอยากให้คนสามารถพกไปสร้างแพลนเที่ยวในฮอกไกโดได้จริง ๆ”
คุณต้า : เราตั้งใจให้ทุกอย่างที่ใส่ไปในจดหมายสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในย่านนั้น ๆ เราจะมีแกนหลักหรือหมวดหมู่ที่ตั้งไว้ตามความชอบและสิ่งที่เราได้ไปสำรวจเจอมา จากนั้นเราจะนำมาแมตช์กับย่านที่จะทำในแต่ละเดือนเพื่อดูว่าอยากจะชูเรื่องไหนเป็นพิเศษ ดังนั้นบางเดือนอาจจะไม่มีหมวดที่พักหรือร้านค้าก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากดึงเอกลักษณ์อะไรที่สะท้อนความเป็นตัวตนของย่านนั้นออกมาให้ชัดเจนที่สุด”


โดยในจดหมายหนึ่งฉบับ จะมีองค์ประกอบประมาณ 7 – 9 ชิ้น ที่ถูกออกแบบแตกต่างกันไปตามเอกลักษณ์ของย่านนั้น ๆ
อย่าง June in Hokkaido ที่อัดแน่นไปด้วยไอเทมสุดน่ารัก ไม่ว่าจะเป็น ‘ป้ายแขวนประตู’ ตัวแทนของหมวด Local Room ที่ชวนให้ผู้รับได้พักผ่อนและซึมซับบรรยากาศของฮอกไกโด หรือ ‘Punch Card’ ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับเดือนมิถุนายน เพราะฮอกไกโดเต็มไปด้วยร้านอร่อยให้แวะชิม ผู้รับจึงสามารถพกไปติ๊กตามร้านที่ได้ไปเยือน ถือเป็นการเปลี่ยนการเดินทางธรรมดา ๆ กลายเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ ให้เราได้จอยมากยิ่งขึ้น
และอีกหนึ่งกิมมิกน่ารัก คือ ‘สติกเกอร์ซีฟู้ดมาร์เก็ต’ ที่ได้แรงบันดาลใจจากตลาดอาหารทะเลของฮอกไกโด ทั้งลวดลายสติกเกอร์และซองที่ออกแบบให้คล้ายแหจับปลา พร้อมสอดแทรกคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ชวนให้ผู้รับได้เรียนรู้เรื่องรอบตัวไปพร้อมกับการสำรวจย่าน
คุณต้า : “ระยะเวลาในการทำจะอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 อาทิตย์ต่อการส่งหนึ่งครั้ง โดยเราจะแบ่งพาร์ทกันทำ ต้าเขียนเรื่อง นกวาดภาพประกอบ และเดียร์ทำกราฟิก แล้วค่อยนำมารวมกันค่ะ นอกจากนี้เรายังมี Playlist เพลงให้สแกนไปฟังระหว่างเดินเล่น เพื่อให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของย่านนั้น ๆ ด้วย อย่างย่านเจริญกรุงเราจะมีเพลงไทยเพราะ ๆ ส่วนย่านฮอกไกโดจะเป็นเพลงญี่ปุ่นฟังเพลิน ๆ ค่ะ”


นอกจากไอเทมที่สะท้อนเสน่ห์ของแต่ละย่านแล้ว Club Local ยังใส่รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้การเปิดซองจดหมายน่าตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก โดยเฉพาะสติกเกอร์และเซอร์ไพรส์น่ารัก ๆ ที่ทั้งสามคนตั้งใจเตรียมไว้ให้ผู้รับ
คุณต้า : “สติ๊กเกอร์ Club Local เราจะเปลี่ยนสีทุกเดือนเพื่อให้ทุกคนได้สะสม แต่ถ้าเดือนไหนเป็นเดือนเกิดของคนที่สมัคร เราจะมีความพิเศษคือให้สติกเกอร์เค้กวันเกิด และโรยกระดาษตกแต่งรูปดาวเข้าไปในซองจดหมาย ให้เขาเปิดมาแล้วได้เป็นเซอร์ไพรส์วันเกิด หรือถ้ามีคนขอให้ช่วยแนะนำร้านสำหรับไปฉลองวันเกิด เราก็จะเขียนลิสต์เพิ่มเติมส่งไปให้เป็นพิเศษเลยค่ะ”

แรงบันดาลใจที่เติบโตเป็น Art & Craft Community
เบื้องหลังงานอาร์ตและงานคราฟต์ในทุกซองจดหมาย ยังซ่อนความตั้งใจของ Club Local ที่อยากใช้ ‘Snail Mail’ เป็นสื่อกลางในการพาผู้คนที่ชอบสิ่งเดียวกันมาเจอกัน และค่อย ๆ เติบโตเป็นคอมมูนิตี้เล็ก ๆ ที่ได้แบ่งปันแรงบันดาลใจทั้งบนหน้ากระดาษและในโลกออฟไลน์
คุณเดียร์ : “เราอยากให้ Crafting Community ในไทยเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถแสดงความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ส่วนคนที่มาชื่นชมผลงานก็จะได้เสพเรื่องราวและเห็นมิติอื่น ๆ ของศิลปิน เราชอบความรู้สึกที่ทุกอย่างมันจับต้องได้ ได้สัมผัส ได้อ่าน ได้ทำความเข้าใจและไปศึกษาต่อ อยากให้คอมมูนิตี้มันเติบโตไปในทิศทางนั้น”
คุณต้า : “อีกมุมหนึ่งคือเราอยากให้การเริ่มต้นของ Club Local ช่วยทำให้คนเห็นคุณค่าของงานศิลปะหรืองานคราฟต์มากขึ้นค่ะ หลายคนอาจมองว่ามันเป็นแค่กระดาษ ทำไมถึงราคาแพง แต่จริง ๆ แล้วสิ่งเหล่านี้มันมีคุณค่าทางใจ มีความตั้งใจและไอเดียที่ประเมินค่าไม่ได้ซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้ ศิลปินไทยเก่ง ๆ มีเยอะมาก ถ้าคนหันมาให้คุณค่ากับงานแนวนี้มากขึ้น มันก็จะช่วยยกระดับวงการศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ในไทยให้เติบโตได้”
คุณนก : “เรื่อง Art Community ในมุมของจดหมายของเรา อย่างนกจะเป็นฝ่ายวาดภาพประกอบ ทุกอันที่วาดจะพยายามเก็บดีเทลให้มันออกมาสวยที่สุด อย่างภาพบางภาพเราก็นั่งวาดจุดทีละจุดเลย เพราะเรารู้สึกว่าถ้าคนที่ได้รับจดหมายเปิดมาเห็น แล้วเขารู้สึกว่ามันน่ารักจังเลย เขาก็จะได้ Appreciate ด้วยว่านี่คือผลงานศิลปะที่เป็นฝีมือของคนไทยค่ะ”


ความสุขเล็ก ๆ ที่ส่งผ่านซองจดหมาย
ช่วงแรก ๆ สิ่งที่ท้าทายสำหรับ Club Local คือการทำให้คนเข้าใจว่ากิจการเพื่อนบ้านครั้งนี้ ไม่ได้เป็นแค่กลุ่มจัดเวิร์กชอปหรือแนะนำร้าน แต่เป็นออฟไลน์คอมมูนิตี้ที่อยากชวนทุกคนออกไปสำรวจย่าน และเก็บเกี่ยว ‘Small Joy’ จากร้านเล็ก ๆ ผู้คน และเรื่องราวที่พบระหว่างทาง
คุณเดียร์ : “เราพยายามสร้างสมดุลระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ ทำอย่างไรให้คนที่ยังใช้ชีวิตหน้าจอออนไลน์ สามารถหันมาชื่นชมและขอบคุณสิ่งรอบตัวในโลกออฟไลน์ได้ด้วย”
คุณต้า : “สำหรับพวกเราทั้ง 3 คนที่มีพาร์ทธุรกิจของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งมันเครียดมากจริง ๆ ในแต่ละวัน ส่วน Club Local เป็นเหมือนเกราะป้องกันรายบุคคลของพวกเราด้วย ที่ทำให้เราได้สังเกตเห็นสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันให้แฮปปี้ที่สุด แถมมันยังกลายมาเป็น Pleasure Project ของพวกเรา ที่จะเป็นเหมือนความสนุกที่เพิ่มเติมเข้ามาในแต่ละวันค่ะ ถ้าวันหนึ่งมีคนได้เข้ามาใช้เวลาในคอมมูนิตี้นี้ เราก็คิดว่าเขาจะได้รับความรู้สึกนี้กลับไปเหมือนกัน”

คุณนก : “ตอนที่ให้เขากรอกฟอร์มสมัคร เราจะมีช่องให้เขียนความในใจ หลายคนบอกว่า ‘ดีใจที่ทำสิ่งนี้ขึ้นมา’ หรือบอกว่า ‘พอได้รับแล้วก็อยากเขียนจดหมายส่งกลับมาให้บ้าง’ บางคนก็ดีใจที่จดหมายไปถึงในช่วงเดือนเกิดพอดี มันเป็นความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ใจฟูมาก ๆ เหมือนเป็นการเติมพลังใจให้กันและกันไปด้วย”
คุณต้า : “นอกเหนือจากฟีดแบ็กที่เราได้จาก Subscriber แล้ว พอเราทำสิ่งนี้ออกมาในรูปแบบที่คล้ายกับไกด์ทัวร์ย่าน ซึ่งนอกจากเนื้อหาในตัวจดหมาย เราก็มีการทำโพสต์ลงใน Instagram เพื่อแชร์ในพาร์ทออนไลน์เล็กน้อย เหมือนเป็นการสปอยล์เนื้อหาด้านใน ปรากฏว่ามีหลาย ๆ ร้านที่เขาเห็นว่าเราแนะนำร้านของเขาอยู่ในไกด์ลิสต์ เขาก็มาติดตามพวกเรา และเขาก็รู้สึกขอบคุณที่เราช่วยแชร์ร้านให้ Subscriber ของเราได้รู้จัก ซึ่งต้าเลยคิดว่ายิ่งเราแชร์สิ่งดี ๆ ให้ใครมากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งได้รับความรู้สึกดี ๆ กลับมามากเท่านั้น”
เพียงแค่ได้รับจดหมายจาก Club Local ก็เหมือนได้เติมความสุขเล็ก ๆ ให้กับการเริ่มต้นเดือนใหม่ เปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันพิเศษ ผ่านซองจดหมายเพียงหนึ่งฉบับที่คอยสร้างแรงบันดาลใจให้เราอยู่เสมอ
ส่วนความฝันในอนาคตที่ทั้งสามคนอยากค่อย ๆ ต่อยอด คือการจัดนิทรรศการเพื่อรวบรวมผลงานที่ตั้งใจสร้างสรรค์ พร้อมเปิดพื้นที่เล็ก ๆ ให้ผู้คนที่ชอบสิ่งเดียวกันได้มาเจอกัน รวมถึงชวนร้านโลคอลที่เคยแนะนำในจดหมายมาออกบูธ อย่างร้านเอแคลร์ในย่านอารีย์ หรือร้านอร่อยอื่น ๆ อีกมากมาย เพื่อให้ทุกคนได้อุดหนุนกิจการของเพื่อนบ้านและลิ้มลองของอร่อยกันแบบใกล้ชิด หรืออาจต่อยอดเป็นกรุ๊ปทัวร์เล็ก ๆ ที่ชวนกันออกไปเดินสำรวจย่านต่าง ๆ เหมือนกับมีเพื่อนพาเที่ยวด้วยกัน


ก่อนจบบทสนทนากับเพื่อนบ้านที่น่ารักในวันนี้ ทั้งสามสาวจาก Club Local ก็ได้ฝากข้อความดี ๆ มาถึงทุกคน พร้อมชวนให้ลองทำความรู้จักกับคอมมูนิตี้ Snail Mail ผ่าน Club Local เพิ่มมากขึ้น
คุณเดียร์ : “เสน่ห์ของ Club Local ที่อาจจะหาไม่ได้จากที่อื่น เราคิดว่ามันเป็นประสบการณ์ที่คุณไม่ได้แค่อ่านเฉย ๆ แต่จะรู้สึกเหมือนได้ไปเที่ยวกับพวกเราด้วย ของทุกชิ้นในจดหมายเราดีไซน์ให้สามารถนำไปใช้งานหรือต่อยอดได้จริง เช่น แผนที่ก็พกไปเดินเที่ยวได้ หรือใครชอบทำ Journal ก็เอาไปตัดแปะเก็บเป็นความทรงจำได้ ถ้าใครยังลังเลอยู่ อยากให้ลองเปิดใจสมัครแพ็กเกจ 1 เดือนดูก่อนก็ได้ค่ะ อย่างจดหมายฮอกไกโดเราลงสถานที่ให้ถึง 97 แห่งเลย คุ้มค่าและได้ใช้ประโยชน์แน่นอน”
สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์ของ Snail Mail สุดน่ารักจากเพื่อนบ้าน Club Local ก็สามารถติดตามรายละเอียดในช่องทาง Instagram : Club Local ได้เลย เพราะนอกจากเราจะได้รับจดหมายฉบับล่าสุดแล้ว เรายังสามารถเลือกสมัครรับจดหมายของเดือนก่อน ๆ ย้อนหลังได้เช่นกัน บอกเลยว่าเรื่องราวของย่านในแต่ละเดือนที่ถูกถ่ายทอดออกมา มีเสน่ห์ที่แตกต่าง แถมยังน่ารักทุกฉบับแน่นอน
แล้วลองมาใช้เวลาให้ช้าลง ค่อย ๆ เปิดซองจดหมายทีละฉบับที่เต็มไปด้วยความตั้งใจของเพื่อนบ้านสุดอบอุ่น และปล่อยให้เรื่องเล่า งานคราฟต์ และเสน่ห์ของแต่ละย่าน รวมไปถึงกลิ่นอายของยุคเก่าอย่างการเขียนจดหมาย ได้พาเราออกไปค้นพบแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ในทุกเดือน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่น่ารักนี้ไปพร้อม ๆ กันได้เลย!

Club Local
Instagram : Club Local