เนื้อหอม คาเฟ่

เสิร์ฟความอร่อยเด็ดจากรสมือ และวัตถุดิบตัวซีเคร็ตในละแวกย่านปากคลองตลาด

‘เนื้อหอม คาเฟ่’ กับสารพัดเมนูอร่อยจัดจ้านที่มาจากรสมือ วัตถุดิบที่คัดสรรจากละแวกย่าน และความทรงจำในวัยเด็ก

จุดเริ่มต้นที่มาจากความอยากท้าทาย เพื่อพิสูจน์ในรสมือตัวเองของ (อดีต) สถาปนิกคนหนึ่ง โดยเริ่มแรกได้ลงหลักปักร้านอยู่ในย่านอิสรภาพ จนจับพลัดจับผลูได้ย้ายมาอยู่ในย่านปากคลองตลาด ย่านที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากหมู่มวลดอกไม้และผู้คน จนถูกดึงดูด และ หลอมรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่

เรื่องราวจากครัวเล็ก ๆ ที่ Neighbors & Friends ได้สัมผัส เป็นอีกหนึ่งกิจการเพื่อนบ้านที่ช่วยขับเคลื่อนย่านให้เติบโต จนอดไม่ได้ที่จะหยิบยกขึ้นมาเล่าสู่กันฟังเพื่อส่งต่อความอร่อยและแรงบันดาลใจ ผ่านหลากหลายเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากละแวกย่าน บวกกับรสชาติจากสูตรไม่ลับแต่มีความอร่อยเฉพาะตัวที่น่าประทับใจ

พออ่านมาถึงตรงนี้ แน่นอนว่าเรากำลังจะพาทุกคนไปรู้จัก กับ ‘เนื้อหอม คาเฟ่’ ร้านอาหารที่ไม่ได้มีเรื่องราวน่าสนใจแค่เรื่องอาหาร เราจึงอยากชวนไปติดตามสตอรีของกิจการเพื่อนบ้านแห่งนี้ไปพร้อม ๆ กัน

จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้อยู่ที่ย่านปากคลองตลาด เมื่อเข้าสู่ถนนบ้านหม้อ เดินไปเรื่อย ๆ จนเจอเข้ากับอาคารพาณิชย์กลางเก่ากลางใหม่ขนาด 1 ห้อง กลิ่นหอมของเนื้อย่างก็ลอยกระทบจมูก สมกับชื่อร้านที่ตั้งว่า ‘เนื้อหอม’

บรรยากาศโดยรวมของร้านมีความเป็นสไตล์จีน รวมไปถึงอาหารส่วนใหญ่ในร้านก็เช่นกัน และมันช่างบังเอิญที่ฝั่งตรงข้ามเป็นศาลเจ้าที่มีนางงิ้วนั่งพักผ่อนกันอยู่ด้านหน้า ช่างเป็นภาพที่มีความลงตัว

“ปกติไม่ร้อนขนาดนี้นะ มาถูกวันจริง ๆ วันนี้ร้อนเป็นพิเศษเลย”

จากการพูดคุยกันสั้น ๆ ทำให้เราได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เพื่อนบ้านของเราเคยเป็นอดีตสถาปนิกที่ร่วมทำโปรเจ็กต์ใหญ่อย่างตึกมหานครมาก่อน จึงไม่แปลกใจว่า บรรยากาศและโปสเตอร์ต่าง ๆ ภายในร้านถูกผ่านการคิดมาอย่างคนที่มีความรู้และความสนใจในเรื่องดีไซน์นี่เอง

“ตอนที่ทำตึกมหานคร มันเป็นช่วงที่เปิดร้านอาหารแล้วแหละ แต่พอผ่านไปก็ยังไม่มีโปรเจ็กต์ที่ใหญ่กว่านี้ รู้สึกไม่มีอะไรท้าทายก็เลยมาทำอาหารแล้วกัน เปิดร้านเล็ก ๆ แค่วันเสาร์-อาทิตย์ก็พอ”

“แล้วมันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มาสเตอร์เชฟ ซีซั่น 2 เปิดรับสมัครพอดี ก็เลยไปสมัครดูครับ เหมือนอยากพิสูจน์แหละ ว่าตัวเองที่เปิดร้านอาหารจะทำอาหารได้แค่ไหน แล้วดันไปเข้ารอบ 30 คนสุดท้าย ได้ออกทีวีนิดหนึ่ง”

คุณตั้มแชร์ประสบการณ์ที่ผ่านมาให้เราฟัง เพราะชีวิตที่หยุดนิ่งมันไร้สีสันเกินไป ความอยากชาเลนจ์รสมือในตอนนั้นจึงเป็นที่มาของร้าน ‘เนื้อหอม คาเฟ่’ ในตอนนี้นั่นเอง ที่เคยคิดว่าจะเปิดไม่กี่วัน กลับกลายเป็นงานที่ทำประจำเกือบทุกวันไปแล้ว

จากอิสรภาพ สู่ ปากคลองตลาด

ก่อนหน้านี้ร้านเนื้อหอม คาเฟ่ ยังเปิดอยู่แถวอิสรภาพ แต่ด้วยความที่มีเพื่อนทำงานอยู่ย่านปากคลองตลาด ทำให้ได้แวะเวียนมาแถวนี้บ่อยครั้ง

ด้วยความวุ่นวายภายในย่าน คุณตั้มบอกกับเราว่ารู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาเหมือนถูกดึงดูดด้วยผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ขาดสาย จึงเกิดความคิดที่จะย้ายร้าน ภารกิจตระเวนหาบ้านใหม่จึงเริ่มขึ้น

“เหมือนตอนแรก ๆ รู้สึกว่าเราเก่ง เราทำได้ทุกอย่าง แล้วเราก็ทำสิ่งที่เราอยากทำ พอเราทำแบบเดิมปุ๊ป คนแถวนี้เขาไม่อินไง มันก็เลยเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนที่ต้องกลับมาคิดแหละว่า คนแถวนี้ต้องการอะไร”

โจทย์ที่เพิ่มขึ้นมา ทำให้ต้องตั้งคอนเซ็ปต์ใหม่ทั้งหมด ความรู้ด้านดีไซน์จึงถูกดึงกลับมาใช้อีกครั้ง โดยมีคุณน้ำแฟนสาวช่วยอีกแรง

“ก็เอาประตูหน้าร้านออก จนเป็นร้านอาหารจีนอย่างที่เห็น”

สไตล์ร้านเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ Special Menu ของที่นี่เน้นอาหารจีนเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องตามคอนเซ็ปต์ ในภาพว่าน่าทานแล้ว ไปหน้าร้านสัมผัสกลิ่นความหอมด้วยตัวเองคือยิ่งกว่า คำว่าอร่อยเกินหน้าเกินตาอาจไม่เกินจริง

ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสเนื้อหอมและไข่ดองซอส

ข้าวหน้าเนื้อย่างซอสเนื้อหอมและไข่ดองซอส คือ Special Menu ที่เราเลือกสั่งเป็นอย่างแรก เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้านที่คุณตั้มคุ้นเคยมาเกือบ 6 ปี เมนูนี้ประกอบไปด้วยตัวซอสที่คุณตั้มคิดขึ้นเอง และวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อจากเขียงสะอาดในตลาดย่านปากคลอง นำมาย่างราดซอสสูตรพิเศษทานคู่กับไข่ดองจะให้รสชาติที่นัวละมุนลิ้น พร้อมด้วยข้าวหอมมะลิหุงสุกที่ตักในปริมาณพอเหมาะ ทำให้เป็นหนึ่งคำที่มีความพอดีและอร่อยลงตัว

คุณตั้มเสริมว่า ข้าวหน้าเนื้อจะมีตัวน้ำมันพริกด้วย ก็จะช่วยให้รสชาติหอมขึ้น ความเผ็ดจากน้ำมันพริกแค่เบาบาง ทำให้ทานได้เรื่อย ๆ โดยที่เราไม่รู้สึกแสบร้อน เป็นการใช้ความเผ็ดมาสร้างสีสันให้กับเมนูได้เป็นอย่างดี จะเสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มหากใครชอบรสที่จัดมากกว่านี้

เกี๊ยวหมูน้ำมันพริกเสฉวน

คุณตั้มบอกว่าเมนูนี้คุณน้ำเป็นคนคิดสูตร โดยปรุงตามแบบฉบับเกี๊ยวเสฉวน ไส้ในประกอบด้วยกระเทียม ต้นหอม ขิง รวมถึงน้ำมันงา ซึ่งเวลาลวกตัวเกี๊ยวก็จะได้กลิ่นหอมของน้ำมันงาด้วย

“ตัวน้ำมันพริกเสฉวนในเมนูเกี๊ยว จะเสริมด้วยตัวจิ๊กโฉ่วทำให้ได้รสเปรี้ยวหวาน ซึ่งมันก็จะช่วยชูรส และความหอมขึ้นไปอีก”

คุณตั้มเล่าว่า ในน้ำมันพริกที่ใช้จะใส่พริกซวงเจียงลงไปด้วย (แอบกระซิบว่าของตรามือที่ 1) ได้มาจากร้านเก่าแก่ในย่านเยาวราช และด้วยความที่เปิดขายมานาน ทางร้านสามารถให้คำแนะนำที่ช่วยเอาไปต่อยอดได้ อย่างรูป รส กลิ่นของเครื่องเทศชนิดไหน เอาไปทำอะไรได้บ้าง

มากกว่าการได้วัตถุดิบที่เหมาะสมที่สุด คือการได้ความรู้กลับไปอย่างไม่คาดคิด ทุกการเดินสำรวจเพื่อตามหาวัตถุดิบจึงเหมือนการออกไปเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ

“พริกจีนที่ใช้ในเมนูเกี๊ยวที่ร้านเรามีความต่างจากพริกในหม่าล่า คือในหม่าล่าจะมีพริกเขียว พริกแดง ที่ทั้งแสบทั้งฉุนเป็นส่วนประกอบ แต่เราไม่เอาแสบ เราเอาฉุนอย่างเดียว ความหอมมันจะได้ชัดขึ้น อย่างนักท่องเที่ยวต่างชาตินี่ชอบกินกันมากเลยนะ รู้สึกว่ารสจัดด้วย และมันอร่อยมากสำหรับเขา เราก็แฮปปี้ที่เขาเอนจอยไปกับเอเชียนฟู้ด”

ถือว่าพริกซวงเจียง คือจิ๊กซอว์ลับของเมนูเกี๊ยวหมูน้ำมันพริกเสฉวนให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดก็ว่าได้

หมูกรอบหน้าศาลเจ้า

ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่หน้าศาลเจ้าบ้านหม้อเล่าปึงเถ่ากง คงจะดูสะดุดตาถ้าหยิบยืมสถานที่ใกล้เคียงมาตั้งเป็นชื่อเมนู จากประสบการณ์ที่ได้ลอง หมูกรอบของเนื้อหอม คือหมูกรอบที่จริงใจต่อคนกิน เสียงเคี้ยวที่แสดงถึงความกรอบแบบเป็นมิตรต่อฟันยังคงชัดอยู่ในความทรงจำ กลายเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ต้องเพิ่มเข้าลิสต์จานโปรดสำหรับคนอยากทานหมูกรอบ แต่ไม่ชอบของทอดน้ำมัน

โดยคุณตั้มให้เครดิตคุณน้ำว่าเป็นคนคิดสูตรเมนูนี้เองอีกเช่นกัน รวมถึงวิธีการที่ทำให้กรอบด้วยการอบ ปรับเปลี่ยนจากสูตรเดิมเพื่อให้ตอบโจทย์ในเรื่องรสและสัมผัสที่ต้องการมากขึ้น

“เวลาไปเดินตลาดเราจะได้คุยกับแม่ค้า แล้วแม่ค้าเหล่านั้นสามารถซัพพอร์ตเราได้หมดเลยเวลาที่ต้องการอะไร คือมันผ่านการเลือกมาทีหนึ่งแล้ว อย่างหมูกรอบเคยไปกินร้านที่ชั้นมันเยอะมาก เรารู้สึกว่ากินไม่ไหว เราเลยใช้เนื้อหมูที่มีชั้นมันพอดีจะได้แบบบาลานซ์กัน ถ้าชั้นมันเยอะเกินหนังก็จะกรอบจนร่อนออก แต่ถ้าเกิดชั้นมันน้อยเกิน หนังก็จะไม่ฟู ก็เลยต้องเลือกให้พอดีกันมันถึงจะออกมาสวย จะไม่เหนียวด้วยเวลาทาน และได้ความกรอบที่โอเค ซึ่งเมนูนี้ก็เป็นตัวชูโรงอีกอย่างหนึ่งเลย”

เรื่องการคัดสรรวัตถุดิบถูกแชร์ขึ้นในบทสนทนา ทำให้เห็นถึงความพิถีพิถันเพื่อให้ได้มาซึ่งของคุณภาพ และการสนับสนุนซึ่งกันและกันระหว่าง เนื้อหอม และ พ่อค้า-แม่ค้าในย่าน เป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ทำให้ หมูกรอบหน้าศาลเจ้า ของร้านออกมาสมบูรณ์แบบตามโจทย์ที่ตั้งไว้

ข้าวต้มแห้งรวมหมู

เมื่อคุยมาถึงเรื่องการคัดสรรวัตถุดิบของร้าน การสำรวจย่านเพื่อตามหาสิ่งที่ต้องการมักมีเรื่องที่เซอร์ไพรส์คุณตั้มได้ตลอด อย่างเครื่องปรุงบางอย่างที่เคยกินสมัยเด็ก มันก็ลางเลือนไปตามกาลเวลา พอกลับมาเจอสิ่งที่คุ้นเคยในวันที่โตขึ้น เลยจุดประกายความอยากลองใช้สิ่งนั้นทำอาหารในครัวเนื้อหอมอีกครั้ง นั่นคือ ‘เต้าเจี้ยว’ หนึ่งในส่วนผสมที่เป็นแรงบันดาลใจทำให้เกิดเมนู ข้าวต้มแห้งรวมหมู

Photo by เนื้อหอม คาเฟ่

“ชื่อร้านเนื้อหอม แต่ก็อยากพูดถึงตัวที่เป็นข้าวต้มแห้งอยู่ดี รู้สึกว่าหลังจากไอเดียหมูกรอบ อยากได้เมนูเบา ๆ ทั้งเรื่องราคาที่ลูกค้าสามารถจ่ายได้ และวัตถุดิบที่ทานได้ง่าย คำตอบมันก็เลยออกมาเป็น ข้าวต้มแห้ง”

ข้าวต้มแห้ง ของเนื้อหอมที่ไม่มีเนื้อผสม แต่มีสารพัดหมูให้ได้ลิ้มลอง มีทั้งหมูกรอบ มาพร้อมหมูอบน้ำผึ้งที่ใช้เวลาถึง 2 วันกว่าจะได้ผิวสีน้ำตาลแดงสวย และรสชาติที่ตรงจริต รวมถึงหมูบะเต็งที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งความต่างของหมูบะเต็งที่เนื้อหอมคือไม่ใช้สามชั้น แต่เปลี่ยนมาเป็นซี่โครงแทน อีกทั้งมีหมูบะช่อและหมูสับที่หมักซอสหวานผสานรสเค็ม เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างครบ จึงตบท้ายด้วยน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวสูตรเฉพาะไว้ทานคู่กัน

“เต้าเจี้ยวสูตรที่เราทำ เวลากินกับข้าวต้มแห้งที่ร้านแล้วมันพอดี ครบ กินหมดเกลี้ยง อะไรประมาณนี้ แล้วก็รู้สึกได้ถึงรสชาติตอนเด็ก ๆ ที่เคยกิน เหมือนการตอบรับก็ดีนะ กลายเป็นเมนูที่คนสั่งแทบทุกโต๊ะเลย”

หากเปรียบเมนูอาหารเป็นคนที่กำลังแข่งขันอยู่ในรายการเซอร์ไวเวิล คุณตั้มยกให้ ข้าวต้มแห้งรวมหมู เป็นหนึ่งในจานผู้อยู่รอด ที่ตอนแรกคิดจะลองทำแบบไม่จริงจัง แต่ปัจจุบันกลายเป็นเมนูพระเอกไปโดยปริยาย

เนื้อหอมยังคงทดลองเมนูใหม่อยู่เรื่อยมา อาจมีเมนูเนื้อเพิ่ม หรือมีเติมเมนูหมูบ้าง เพื่อให้รองรับลูกค้าที่หลากหลาย บ่อยครั้งที่คุณตั้มลองรีเสิร์ชกับลูกค้าในร้านด้วยการทำโพลไว้เล่นสนุก ระหว่าง ทีมหมูกรอบ กับ ทีมเนื้อย่าง คำตอบที่ได้คือ ครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะทุกเมนูที่ผ่านครัวเนื้อหอมมักอร่อยจนเลือกได้ยากเสมอ

นอกจากเรื่องอาหารที่ทำให้ได้เชื่อมโยงกับผู้คน ยังมีเรื่องของชุมชนที่เนื้อหอมให้ความสำคัญ คุณตั้มแชร์ว่า เนื้อหอมได้ร่วมทำกิจกรรมกับ partner ต่าง ๆ เยอะมาก อย่างการทำงานร่วมกับทางกรุงเทพฯ ที่ได้ร่วมพัฒนาพื้นที่สวนสาธารณะในโปรเจ็กต์ ‘Creative Pop Park เครือข่ายย่านสร้างสรรค์’ ที่จัดขึ้นบริเวณอาคารไปรสนียาคาร โดยในอนาคตจะกลายเป็นสวนสาธารณะของย่านปากคลองตลาด โดยในโปรเจ็กต์นี้ก็ได้ทำร่วมกับอาจารย์ศิลปากร และเหล่านักเรียนในเขตพระนคร

ถึงแม้ร้านเนื้อหอมจะไม่ใช่ร้านขายดอกไม้ แต่ก็รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนแห่งนี้ พอมองย้อนกลับไปเนื้อหอมเดินทางมาไกลมากจริง ๆ

“เรารู้สึกว่าเราอยู่ตรงนี้มันตอบโจทย์แหละ คนที่ต้องการไวบ์ปากคลอง มาเดินเล่น มากินข้าวที่ร้านเรา เราได้อะไรเยอะจากตรงนี้มาก ๆ แล้วครับ”

เมื่อได้รับ เนื้อหอมจึงส่งกลับคืน

นอกจากจะได้รับในรูปแบบของรายได้แล้ว พลังบวกเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เพื่อนบ้านของเราได้จากชุมชนแห่งนี้ หลายครั้งที่กิจกรรมพาให้ทุกคนเชื่อมโยงกัน อย่างการจัดเวิร์กช็อปภายในร้านช่วงอีเวนต์ Bangkok Design Week 2025 ที่ผ่านมา ที่นี่จึงเต็มไปด้วยงานศิลปะที่ทำขึ้นเอง บางครั้งก็เปรียบเสมือนแกลเลอรีขนาดย่อมจากฝีมือเด็กนักเรียนจากโรงเรียนศิลปะละแวกนั้น เด็กเสาวภาบ้าง เด็กเพาะช่างบ้าง กลายเป็นขวัญใจของเด็กศิลป์ในย่านไปแล้ว

“ลูกค้ากลุ่มแรกของเราเป็นนักเรียน ในจุดหนึ่งเราก็มีเวทีให้น้อง ๆ มาโชว์งานศิลปะในร้าน หรือมาทำงานกับเราด้วยในช่วงอีเวนต์ เหมือนได้ส่งคืนกลับไปให้เด็ก ๆ ที่เป็นอาสาสมัคร”

เนื้อหอมจึงไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ได้แลกเปลี่ยนมุมมองของกลุ่มคนที่รักในงานศิลปะ กลายเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยคนคุ้นเคย และสนุกไปกับการทดลองทำในสิ่งที่ตัวเองสนใจแบบไม่มีผิดมีถูก

คุณตั้มถึงกับบอกว่าการได้คุยกับคนเยอะ ๆ โดยเฉพาะกับพวกเด็ก ๆ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่แก่เลยสักวัน

“จุดเริ่มต้นมันก็อาจจะเป็นอาหารแหละที่คอนเน็กเราเข้ากับคนอื่น ๆ พอนอกเหนือจากอาหารมันกลายเป็นความสัมพันธ์แบบเราพร้อมซัพพอร์ตกันนะ”

น้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังล้นเหลือว่ามาอย่างนั้น เรื่องราวต่าง ๆ ที่อยากทำต่อไปในอนาคตถูกเล่าสู่กันฟัง ทำให้รับรู้ได้ว่ารอบ ๆ ตัวคุณตั้มล้วนเต็มไปด้วยพันธมิตรที่พร้อมช่วยเหลือกันอยู่ไม่น้อย

ใครจะไปรู้ว่าอยู่ ๆ ร้านเล็ก ๆ จะเดินทางมาถึงจุดที่ได้ทำงานร่วมกับโรงงานผลิตวัตถุดิบสุดเก่าแก่ ที่แม้แต่เนื้อหอมก็มีติดครัวไว้ อย่างซีอิ๊ว ตรากวางดาว หรือจะวุ้นเส้น ตราสิงห์โต ความดั้งเดิมผสานความสร้างสรรค์ของคนหัวสมัยใหม่ เพื่อหวังต่อยอดให้ธุรกิจชุมชนและจังหวัดใกล้เคียง เป็นอะไรที่ชวนให้น่าติดตาม

“เวลาที่มันมีกิจกรรมเกิดขึ้นหมุนเวียนไปเรื่อย ๆ แล้วรู้สึกว่าร้านเราจะเป็นอะไรก็ได้ แล้วมันก็ทำให้เราต่อยอดไปได้อีกนะ เหมือนทดลองได้ตลอดเวลาเลยกับที่ร้าน ซึ่งมันเจ๋งมาก”

เพราะหนทางยังอีกยาวไกล คุณตั้มจึงสร้างแรงผลักดันที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าตื่นมาทำงานแล้วสัมผัสได้ถึงคุณค่า รับรู้ว่ายังมีเรื่องน่าสนุกรอให้ทำในทุก ๆ วัน และ เนื้อหอม คือแรงผลักดันที่ว่านั้น ถือเป็นอีกหนึ่งกิจการเพื่อนบ้านที่น่าสนับสนุนในทุกแง่มุม ไม่ว่าเนื้อหอมจะเป็นไปในรูปแบบไหน เราเชื่อว่าเพื่อนบ้านของเราหลังนี้จะทำได้ดีเสมอ

เนื้อหอม คาเฟ่

เปิดวันพุธ – อาทิตย์ เวลา 11.00 – 18.00 น.
Instagram : nuahomcafe
โทร. 093-586-2261
Google Maps

IT MIGHT INSPIRE YOU

The Warehouse Talat Noi

โกดังเก่าย่านตลาดน้อย คอมมูนิตี้ของคนรัก Art Food Music

Unneeed

ฮีลใจในทุกโมเมนต์กับเทียนหอม ที่สื่อสารตัวตนผ่าน 'SCENT เส้น STORY'

ไปดีมาดี

กิจการเพื่อนบ้านช่วยเยียวยาใจ ส่ง ‘สัตว์เลี้ยงแสนรัก’ สู่การเดินทางครั้งใหม่

WA.Sculpture Studio

แบรนด์พระพิฆเนศบนฐานเมฆ ที่อยากดีไซน์ให้คนเห็นแล้วมีความสุข