Ssound namm

จิบกาแฟ ฟังเพลงหมอลำ ในคาเฟ่แผ่นเสียงที่ย่านนางเลิ้ง 



ความวุ่นวายจากรถราที่แล่นตัดผ่านกันไปมาของแยกจักรพรรดิพงษ์ ย่านเมืองเก่าอย่างนางเลิ้งเป็นเพียงทางผ่านของผู้คนที่สัญจรไปมาในแต่ละวัน บริเวณนั้นเรียงรายไปด้วยตึกแถวดีไซน์คลาสสิกจากสมัยรัชกาลที่ 5 แต่หากใช้สายตามองดี ๆ เราจะเจอเข้ากับคาเฟ่เพื่อนบ้านตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนอย่าง Ssound namm (ซาวน์น้ำ)’ คาเฟ่แผ่นเสียงหมอลำ-ลูกทุ่งย้อนยุค จากความตั้งใจของเจ้าของที่อยากสอดแทรกความเป็นไทยอีสานเข้าไปในชีวิตประจำวัน

Neighbors and Friends ขอแวะมาทักทายเพื่อนบ้านร้านซาวน์น้ำเพื่อพูดคุยกับ ‘คุณเงิน-ณพวุฒิ จุลไสย’ และ ‘คุณอาย-รวิสรา ตั้งจิตรัตน์’ คู่รักผู้หลอมรวมความหลงใหลในแผ่นเสียงและศิลปะการชงมัทฉะมาผสมผสานจนเกิดเป็นร้านชวนม่วนซื่นแห่งย่านนางเลิ้ง

ซาวน์-น้ำ

ทันทีที่ได้เข้ามาในร้าน เราถูกต้อนรับด้วยเสียงเพลงหมอลำจังหวะคุ้นหู ภายในร้านโปร่งโล่ง แสงแดดสาดส่องเข้ามาจากกระจกบานใหญ่ โดยสามารถมองเห็นความวุ่นวายด้านนอกของสี่แยกจักรพรรดิพงษ์ และเมื่อมองไปรอบ ๆ ร้าน สายตาก็สะดุดกับมุมไฮไลต์กำแพงสีแดงสด ถูกเนรมิตตกแต่งด้วยเหล่าแผ่นเสียงหายาก อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์ยังเป็นลายเสื่อไทยจักสาน ซึ่งเกิดจากความตั้งใจที่อยากให้บรรยากาศล้อไปกับความไทยอีสาน จนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าชื่อ ‘ซาวน์น้ำ’ ที่ฟังดูมีลีลาและจังหวะเฉพาะตัวนั้น มีที่มาอย่างไร

คุณเงิน : “ที่จริงเกิดจากตัวผมที่ชอบเก็บสะสมพวกแผ่นเสียง ในส่วนของอายก็ชอบทานกาแฟ ก็จะมีอยู่สองอย่างก็คือตัวซาวน์ที่มาจากผม และน้ำที่มาจากอาย พวกเรานั่งคิดชื่อกันนาน สุดท้ายเลยมาตกผลึกเป็นคำว่าซาวน์น้ำ โดยจุดมุ่งหมายจริง ๆ เราให้ที่นี่เป็นเหมือนซาวน์รูมที่มีเครื่องดื่มหรือน้ำได้นั่งทานกันด้วย”

คุณอาย : “จริง ๆ ชื่อร้านในตอนแรกเราอยากได้ชื่อไทย ๆ แต่เราก็หาชื่อกันนานมากว่าจะชื่ออะไรดี พอได้คำว่าซาวน์น้ำมาก็นึกว่าคนอื่นจะคิดว่าเป็นร้านขนมจีนหรือเปล่า แต่เรารู้สึกว่ามันเก๋ดี คนจะได้ตั้งคำถามว่าขายขนมจีนหรือหรืออะไรกันแน่ แต่จริง ๆ ก็เป็นซาวน์กับน้ำแยกกัน โดยซาวน์มาจาก Sound ภาษาอังกฤษ และน้ำภาษาไทย”

การเติมเต็มประสาทสัมผัสทั้งห้า

คุณเงิน : “คือสารตั้งต้นจริงๆ เราอยากจะคอมพลีตด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ร้านอร่อยมันเยอะจริง แต่เราเลือกปักหมุดนางเลิ้งในวิวสี่แยก โดยใช้ประสาทสัมผัสของการมองในส่วนของบรรยากาศ ส่วนรสชาติและกลิ่นเราก็สื่อสารผ่านทางเครื่องดื่มของอาย และในส่วนของภาพใหญ่ที่เสริมบรรยากาศให้สนุกสนานขึ้นอีกตัวหนึ่งก็คือเพลง ที่เราใช้ประสาทสัมผัสในการฟังผ่านเสียงเพลงจากไวนิล เพื่อเติมเต็มประสาทสัมผัสทั้งห้าให้มันเต็ม และได้รับประสบการณ์ดี ๆ กลับไป”

เพียงไม่กี่ประโยคจากคุณเงิน ก็ทำให้เราเห็นว่าซาวน์น้ำไม่ได้เกิดขึ้นจากความชอบเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการค่อย ๆ ประกอบสร้างสิ่งที่ทั้งคู่เชื่อให้กลายเป็นรูปธรรม ทั้งเสียงเพลง รสชาติ และบรรยากาศที่ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันอย่างพอดี

แผ่นไวนิล กับการบันทึกชีวิตผู้คนสมัยก่อน

หากกล้องถ่ายภาพเป็นตัวบันทึกความทรงจำ เราก็มองว่าแผ่นเสียงก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ไม่ต่างกันมากนัก เพียงแต่เปลี่ยนจากรูปถ่าย เป็นบทเพลงบันทึกเรื่องราว อารมณ์ และร่องรอยความรู้สึก ที่สะท้อนให้เห็นผู้คนในแต่ละช่วงสมัย แผ่นเสียงที่ถูกสลับสับเปลี่ยนในแต่ละวันของซาวน์น้ำจึงไม่ใช่แค่เสียงบรรยากาศเปิดคลอระหว่างพูดคุย แต่เหมือนกับเศษเสี้ยวของวันวานที่ถูกหยิบกลับมาบรรเลงให้มีชีวิตอีกครั้ง

คุณเงิน : “เสน่ห์ของมันคือการแคปเจอร์ในส่วนของคนไทยในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้ภาษา การเรียบเรียงในตัวดนตรี ผมองว่าความพยายามของคนไทยในยุคนั้น มันอาจมีเพลงดีแต่ไม่ดัง และแผ่นเสียงมันจะหายไปหากไม่ดังจริง ซึ่งความสนุกก็คือตอนควานหา เพราะตัวผมก็เก็บสะสมหลายแบบมาก ทั้งเทป ซีดี แผ่นเสียง และอีกอย่างผมก็มองว่าเพลงหมอลำเป็นแขนงหนึ่งใน World Beat (เวิลด์บีต) ซึ่งหมอลำซาวด์มันค่อนข้างมีเสน่ห์เฉพาะตัว”

“ส่วนหมอลำก็มักพูดถึงบ้านนอกเข้ากรุง ซึ่งร้านของเราก็ไม่อยากให้ลืมรากเหง้าในตรงนี้”

การหมุนเปลี่ยนของเวลา

ท่ามกลางโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มักมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทั้งผู้คนและสภาพสังคม แต่ซาวน์น้ำเลือกประคองและเก็บรากวัฒนธรรมในอดีตให้คงอยู่ เช่นเดียวกับการปักหมุดอยู่ในย่านเก่าแก่อย่างนางเลิ้ง ที่ยังเต็มไปด้วยร่องรอยของเรื่องราวในอดีต และเหล่าเพื่อนบ้านสูงวัยในย่าน

คุณเงิน : “ที่เลือกย่านนางเลิ้ง เพราะเป็นย่านเก่าที่ยังไม่ได้เป็นย่านเชิงพาณิชย์ขนาดนั้น เลยยังมีพื้นที่ให้ย่านนี้ได้ถูกสำรวจมากขึ้น แล้วการได้มีปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชนถือเป็นความสนุกอีกอย่างหนึ่ง อย่างผมก็รู้จักกับร้านข้าวต้มสมองหมู ร้านก๋วยจั๊บญวน ก็ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดกัน การถ่ายทอดการสื่อสารทั้งเก่าและใหม่ รวมถึงเรื่องของการอยู่ร่วมกัน เราก็เลยอยากให้เป็นในแนวทางนี้ โดยมีย่านนางเลิ้งเป็นเหมือนแคนวาสอันใหญ่ ให้ได้มีคนเข้ามาสร้างสรรค์มากขึ้น”

คุณอาย : “เรารู้สึกว่าผู้คนเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของย่านนี้ ทุกคนน่ารักกันมาก ใครเดินผ่านไปผ่านมาก็แวะเข้ามาทักทาย โดยเฉพาะคนสูงอายุในชุมชนจะเดินเข้ามาหาเรา ตั้งแต่ตอนรีโนเวตร้าน ก็มีคุณลุงคุณป้าในย่านเดินมาทักทาย แวะมาหากันตลอด อย่างมีลุงคนหนึ่งก็ซื้อเป๊ปซี่ให้พี่ ๆ ช่างก่อสร้าง แล้วเขาก็ไปบอกต่อกันว่ามีร้านเรามาเปิดใหม่นะ ซึ่งมันน่ารักมากเลย”

คุณเงิน : “คือทุกการเปลี่ยนแปลงของที่นี่ ก็จะได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนเป็นอย่างดี”

ร่องรอยของเรื่องเล่า

เรื่องราวของนางเลิ้งต่างอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวตามกาลเวลา เช่นเดียวกับตัวอาคารของซาวน์น้ำที่ผลัดเปลี่ยนเจ้าของและบทบาทของมันมาหลายต่อหลายครั้ง โดยมันยังทิ้งร่องรอยและเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว และยิ่งกระตุ้นให้เราอยากชวนคุณเงินคุณอายได้เล่าเรื่องราว ความสนุก และตัวตนของสถานที่แห่งนี้ให้ฟังมากขึ้น

คุณเงิน : “ร้านนี้เคยเป็นร้านรับซื้อของเก่ามาก่อน แต่สุดท้ายก็ได้รับผลกระทบจาก Online Disruption เลยไม่มีคนเอาของมาขาย กลายเป็นว่าเขาก็ทิ้งมรดกให้คือตู้กับโต๊ะ แล้วก็มีแอร์เก่าที่ร้อนมาก (หัวเราะ) อย่างกำแพงก็ไม่ได้ทาสีใหม่ เราใช้วิธีขูดเอาจนมันได้สีแบบนี้ ส่วนพัดลมก็ไม่ได้ถอดออก มันก็เข้ากับร้านดี”

“แล้วก็ที่อยากนำเสนอจริง ๆ เลยก็คือเจ้าพ่อกวนอู แต่ก่อนใครไปใครมาก็เข้ามาไหว้ เพราะเป็นของเก่าที่อยู่มาตั้งแต่แรกเลย เดิมทีอยู่ข้างบน พี่เจ้าของเก่าเขาเลยเอามาตั้งเป็นสิริมงคลตรงนี้ ใครมาขอก็ถูกหวยกันหมด อย่างร้านมีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน พี่ช่างที่เข้ามาทำก็พากันถูกหวยกันหมด แต่เราดันไม่ได้ซื้อ (หัวเราะ)”

คุณอาย : “อีกส่วนที่ตั้งใจก็คือด้ามจับประตูทางเข้า มันเป็นไม้ตีฆ้องวงใหญ่ เพราะมันดูสอดคล้องกับชื่อร้านที่เกี่ยวกับเสียง เราก็เลยอยากได้อะไรที่มันสื่อเกี่ยวกับเสียง แต่ช่างก็ปวดหัวมาก ว่าเอามาแล้วจะติดยังไง (หัวเราะ)”

สอดแทรกความเป็นไทย-อีสานในชีวิตประจำวัน
พร้อมหมุนเวียนรายได้กลับสู่ชุมชน

คุณอาย: “เราอยากให้ร้านดูมีความเป็นไทยล้อไปกับแนวดนตรี แล้วเราก็อยากสนับสนุนของดีในที่ต่าง ๆ ที่เราไป”

คุณเงิน: “แม้แต่พวก merchandise เอง อย่างผ้าขาวม้า อย่างพัดในร้าน เราก็ไปอุดหนุนมา นักท่องเที่ยวที่เข้ามาก็ซื้อกลับไป เรามีหน้าที่แค่บอกฟังก์ชันว่าใช้ยังไง คือของพวกนี้มันมีคุณค่าในตัวมันเอง แต่มันกลับไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวัน เราเลยอยากให้มันอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น พอมันเริ่มหมุนเวียนในคนรุ่นใหม่ เราอาจจะซื้อในบริบทที่ไม่ใช่ในขนบเดิม เราแค่หยิบแล้วไปใช้เป็นอย่างอื่นได้ ซึ่งอะไรแบบนี้ให้เขาไปดีไซน์มันเอง”

คุณอาย : “อย่างมะพร้าวที่เรามาใส่มัทฉะ เราก็ไปรับมาจากสวนช่วงมะพร้าวราคาตก เป็นทางนครปฐมกับราชบุรี มีไปรับเองที่สวนบ้าง หรือไม่ก็เจอกันครึ่งทาง”

คุณเงิน : “ส่วนกาละแมร์เราก็เอามาจากชุมพร ตัวผมเป็นคนชุมพรและกินของเจ้านี้มาตั้งแต่เด็ก บอกคุณป้าไว้ถ้าว่างจากทำสวนทุเรียน ก็ให้ส่งไปรษณีย์มา  ส่วนขนมไข่ก็ของแม่ไน้ ตลาดนนท์ คือสำหรับเราอะไรที่มันยังมีความต้องการอยู่ สิ่ง ๆ นั้นก็จะไม่หายไป เราเลยอยากอุดหนุน เพราะไม่อยากให้ของอร่อยแบบนี้สูญหายไป”

ฟังให้อร๋อย ชิมให้อร่อย

เพราะที่ซาวน์น้ำ รสชาติและเสียงเพลงเดินขนานไปด้วยกัน เราเลยให้โจทย์สนุก ๆ กับทางคุณเงินและคุณอาย โดยให้เลือกแผ่นเสียงมาจับคู่กับเครื่องดื่มและขนมในร้าน ส่วนคำตอบของเขาเองคือเพลง ‘อร๋อย อร่อย – เสน่ห์ เพชรบูรณ์’ เพลงที่สะท้อนตัวตนและรสชาติของพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างน่าสนใจ

คุณอาย : “ทำอร่อยไม่อร่อยไม่รู้ แต่แค่เพลงก็อร่อยแล้ว ฟังเพลงก็ทำให้รู้สึกตามได้ (หัวเราะ)”

คุณเงิน : “อยากให้ลองมาดูครับ ว่าพวกขนมเครื่องดื่ม และแผ่นเสียงมันจะเข้ากันได้ยังไงบ้าง ก็เลยแนะนำแผ่นเสียงนี้มาจับคู่กับเครื่องดื่มและขนมของร้านเราครับ”

อย่างที่ทั้งสองเล่าว่าบทเพลงอร๋อย อร่อยเข้ากันได้ดีกับขนมและเครื่องดื่มภายในร้านที่ทั้งสองต่างก็แนะนำให้เราได้ลองชิมกันในวันนี้

เมนูแรกก็คือ Pour Over แบบดริปเย็น รสชาติกาแฟจากเมล็ดลาว บราซิล และทางภาคเหนือ เพื่อให้ออกมามีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สอดคล้องกับความสนุกสนานและสะท้อนความเป็น ‘ซาวน์น้ำ’ ได้อย่างลงตัว

Matcha Coconut ความพิเศษคือซาวน์น้ำเสิร์ฟมาพร้อมมะพร้าวทั้งลูก ตอนได้ชิมเรารู้สึกได้ถึงความหอมของมะพร้าวที่เข้ากันกับมัทฉะได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสัมผัสของน้ำมะพร้าวยังเด่นชัดกว่าดื่มกับแก้วปกติอีกด้วย

Butterfly – ทองม้วน – ขนมไข่ ขนม Local Treat ที่ทั้งสองคนตั้งใจคัดสรรจากชุมชนท้องถิ่นมาไว้ในร้าน เพื่อให้คนแวะเวียนมาได้ชิมของอร่อย ๆ จากชุมชน ที่ทั้งคู่การันตีเลยว่าถ้าเราอร๋อย คุณก็อร่อยอย่างแน่นอน

กลับสู่รากในจังหวะใหม่

ซาวน์น้ำเองก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่หยิบความ Local มาตีความใหม่ให้เหมาะกับยุคสมัย เราเลยชวนทั้งสองคนคุยกันต่อถึงเทรนด์ Local ที่เป็นกระแสในหมู่คนรุ่นใหม่

คุณอาย : “ที่จริงดีใจนะที่มันเป็นกระแส เด็ก ๆ Gen z ก็หยิบยกความเป็นไทยมาเป็นกระแส เหมือนอย่างเทรนด์ถ่ายรูปดอกบัว”

คุณเงิน : “มันเหมือนได้วงรอบของมัน อย่างช่วงเจเนอเรชันที่มันติดกัน เขาอาจจะไม่ได้เห็นในความสวยงามของมัน แต่พอมันได้รอบของมัน อาจจะสิบปี ยี่สิบปี สุดท้ายความโหยหาของคนในรุ่นปัจจุบันอาจจะเป็นความโหยหาแบบใหม่ แต่ประเด็นมันดันมาแมทช์กับความเป็นไทยพอดี มันเลยเป็นการเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเราจะรักษามันในสไตล์ของตัวเอง ส่วนเด็กรุ่นหลังก็รักษาในรูปแบบของเขา ซึ่งผมก็ดีใจที่เขากลับมาคิดถึงความเป็นเขาในรูปแบบปัจจุบัน”

เสียงที่ยังหมุนต่อไป

เหมือนกับแผ่นเสียงที่ยังคงหมุนวนไม่สิ้นสุด เรื่องราวของซาวน์น้ำก็ดูเหมือนจะยังอยู่ระหว่างการเดินทาง จากจุดเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยรากเหง้าและความตั้งใจ สุดท้ายเราเลยอยากรู้ว่ามุมมองของทั้งคู่กับซาวน์น้ำจะเป็นยังไงต่อไป

คุณเงิน : “เราอยากให้พื้นที่นี้เป็นพื้นที่คอมมอนรูม สำหรับคนที่อยากแสดงออกความเป็นไทย ไม่ว่าจะเป็นตัวศิลปินเอง หรือว่าคนที่จะมาเป็น exhibition หรือแม้แต่ Live Music Session แต่ตัวเราก็อยากเลือกความกระสันที่อยากเป็นคนไทย เราก็จะให้ priority เขามากกว่า ประเภทจริตสะเดิด ๆ หน่อย เราก็จะพิจารณาเป็นพิเศษ (หัวเราะ)”

“เราก็เลยอยากจะส่งเสริมหรือนำเสนอความเป็นตัวตนของเขาด้วย”

ระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่ได้นั่งพูดคุยกับคุณเงินและคุณอาย เราก็สัมผัสได้ถึงความหลงใหลของทั้งคู่ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการทำธุรกิจ แต่กลับเป็นความตั้งใจและความชื่นชอบแทรกซึมอยู่ทุกรายละเอียด เป็นชิ้นส่วนเล็กใหญ่ต่างประกอบเป็นพื้นที่ของตึกหนึ่งคูหาที่พร้อมต้อนรับให้ขาประจำ ขาจร เข้ามาแวะเวียนจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลง หรือพูดคุย โดยไม่ได้มองว่ามันเป็นเพียงคาเฟ่ของคนเทสดี แต่เป็นสถานที่ที่ได้เชื่อมต่อและยึดโยงผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านบรรยากาศ และเสียงเพลงหมอลำ

Ssound namm
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันพุธ เวลา 09.00 – 18.00 น.
Facebook : Ssound namm
Instragram : Ssound namm
โทร. 092-397-8296
Google Maps

IT MIGHT INSPIRE YOU

Hoya Barkery

ขนมน้องหมาแบรนด์ไทยที่เอาใจน้องหมาด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ และถูกใจพ่อหมาแม่หมาด้วยราคาที่เป็นมิตร

HUES.AUDIO

ลำโพง Custom Made โดยสถาปนิกที่อยากออกแบบลำโพง ให้เหมือนกับการออกแบบบ้าน

Same Old Days

ร้านแว่นวินเทจสุดคราฟต์ที่ชวนมองเสน่ห์วันวานผ่านเลนส์

Marionsiam

แบรนด์เสื้อผ้าที่เติมชีวิตชีวาให้ 'บาติก' ด้วยเส้นสายและดีไซน์ที่โมเดิร์น