‘Artnything else?’ by Give.me.museums

แอบดูเบื้องหลัง Solo Exhibition พร้อมพูดคุยกับ ‘คุณออย–คนธรัตน์ เตชะไตรศร’ ศิลปินที่มองอะไรก็เป็นศิลปะได้

ตอนเด็กเพื่อน ๆ หลายคนคงอยากจะรีบโตเป็นผู้ใหญ่กันใช่ไหม? แต่ในวันที่เราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ หัวใจกลับเรียกร้องว่าอยากเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะคิดถึงหัวใจอันเป็นอิสระที่ไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็ไม่ต้องมีกรอบของความเป็นผู้ใหญ่มาครอบไว้ กล้าที่จะลองผิดลองถูก และเล่นสนุกได้เต็มที่

แต่ถึงจะอายุเท่าไหร่เราก็ยังรักษาความเป็นเด็กในพื้นที่เล็ก ๆ ของใจได้นะ Neighbors and Friends เลยชวนทุกคนมาเติมความสดใสผ่านงานศิลปะของ Give.me.museums และพูดคุยกับศิลปินเจ้าของฝีแปรงและโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง คุณออย คนธรัตน์ เตชะไตรศรที่นอกจากตัวผลงานจะเต็มไปด้วยไวบ์สนุก ๆ และความกระจุกกระจิกหัวใจแล้ว ตัวจริงเธอก็น่ารักอารมณ์ดีกับใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พร้อมแจกเอเนอร์จีแบบเด็ก ๆ ผ่านงานศิลปะ ซึ่งเป็นเหมือนพลังวิเศษที่คืนความสดใสให้กับทุกคนในวันที่เราอาจต้องเจอเรื่องยาก ๆ

ความน่าตื่นเต้นของการพูดคุยกับคุณออยในครั้งนี้ เราจะมาเปิดประตูสตูดิโอเพื่อนบ้านและแอบดูเบื้องหลังการเตรียม Solo Exhibition ใหญ่ในรอบ 4 ปีของ Give.me.museums ในชื่อ ‘Artnything Else?’ กับคอนเซปต์ที่ชวนเพื่อน ๆ มาคิดนอกกรอบและค้นหาว่ามีอะไรในโลกที่เป็นศิลปะได้อีกบ้าง ซึ่งนิทรรศการนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2569 ที่ The Event Hall (ชั้น 2) Central Chidlom

วันนี้คุณออยจะมาเล่าถึงไอเดียสนุก ๆ และเผยเบื้องหลังการทำงานของศิลปิน ถ้าอยากแล้วรู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นนิทรรศการที่พร้อมให้ทุกคนก้าวเข้ามาในโลกของ Give.me.museums ศิลปินเขาคิดและมีสเต็ปการทำงานอย่างไรบ้าง ต้องตามไปดูกันเลย!

อิมเพรสชันนิสม์ในแบบฉบับ Give.me.museums

ถ้าใครเป็นแฟนของ Give.me.museums อยู่แล้วหรืออาจเคยเห็นผลงานผ่านตามาบ้าง น่าจะต้องจดจำฝีแปรงที่ปาดสีอย่างอิสระและสีสันที่สดใสนี้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งหากจะให้นิยามสั้น ๆ ว่า สไตล์การวาดภาพที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Give.me.museums นั้นเป็นอย่างไร คำว่า ‘อิมเพรสชันนิสม์’ ก็ใกล้เคียงที่สุด เพราะเป็นการสะท้อนความรู้สึกและความประทับใจในโมเมนต์ที่ได้อยู่กับธรรมชาติ โดยถ่ายทอดออกมาในแบบฉบับของตัวเองที่เข้าใจง่ายและแฝงความสนุกสนานแบบเด็ก ๆ

“แรกเริ่มเลย Give.me.museums จะเป็นที่รู้จักในสไตล์ ‘อิมเพรสชันนิสม์’ ที่ออยวาดแลนด์สเคป วาดดอกไม้ วาดวิวต่าง ๆ ซึ่งมีที่มาจากออยชอบเที่ยวและชอบถ่ายรูป ภาพเพนต์ส่วนใหญ่ก็มาจากสถานที่ที่เราเห็น เวลาเรารู้สึกประทับใจก็จะหยิบมาวาดรูปค่ะ”

นอกจากภาพวาดแนว ‘อิมเพรสชันนิสม์’ หลายคนก็เริ่มเห็นคาแรกเตอร์ ‘น้องดื้อ’ ออกมาโลดแล่นในโลกของ Give.me.museums มากขึ้น แถมยังมีน้องหมาโกลเดนคู่ใจอย่าง ‘เจ้าซัมเมอร์’ เพิ่มมาอีกตัว

“หลัง ๆ ก็มีคาแรกเตอร์เพิ่มเข้ามา เพราะถ้ามีแต่ดอกไม้คนดูอาจจะเบื่อและเราก็อาจจะรู้สึกอิ่มตัว พอมีคาแรกเตอร์ Give.me.museums เลยมีภาพจำใหม่ ๆ และมีองค์ประกอบที่หยิบจับมาเล่นได้มากขึ้นค่ะ ตอนนี้ก็มี ‘น้องดื้อ’ กับ ‘ซัมเมอร์’ จริง ๆ ออยวาดน้องดื้อมาตั้งแต่ก่อนทำ Give.me.museums แล้วค่ะ เป็นเหมือนไดอารี่ของตัวเองมานานแล้ว ตอนแรกเราก็วาดไปแบบไม่ได้คิดอะไร เช่น วาดน้องดื้อเก็บอึหมา เพราะเราเก็บอึหมาจริง ๆ แต่พอวางทิศทางกันจริงจัง เราก็มาคุยกันว่าน้องดื้อควรเป็นอะไรดี เลยตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้เขาว่า ‘Little Moody’ เพราะชื่อนี้มันเข้าปากแล้วก็น่ารักดีค่ะ น้องดื้อจะเป็นตัวแทนของความเป็นเด็ก ความซน และความดื้อในตัวของทุกคนที่อาจจะมีมุมที่ผู้ใหญ่ไม่กล้าทำแต่จริงๆ แล้วอยากทำค่ะ  ส่วนซัมเมอร์ก็คือน้องหมาที่ออยเลี้ยงจริง ๆ ค่ะ”

คุณออยเล่าไปพร้อมกับอวดภาพถ่ายน้องหมาพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ที่คุณออยเลี้ยงให้เราดู

“เรารู้สึกว่าคาแรกเตอร์จะดูมีชีวิต ถ้าเขามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต แล้วหมาก็สื่อสารได้ดูอินโนเซนต์ดีค่ะ พอเริ่มมีคาแรกเตอร์ เราเลยรู้สึกว่าตอนนี้มันค่อนข้างแรนดอม อย่างสองอันนี้ก็เหมือนคนละคนวาด อันหนึ่งดูเป็นการ์ตูนมาก ๆ อีกอันก็เป็นอีกแบบไปเลย Give.me.museums เลยเป็นศิลปะแบบอะไรก็ได้ แต่ออยคิดว่าภาพจำของ Give.me.museums น่าจะเป็นการเลือกใช้คู่สีที่สดมาก ๆ และมีความเป็นเด็กในตัว มีความกล้าเล่น กล้าทดลอง แล้วก็มีความเป็นธรรมชาติไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนค่ะ”

นิทรรศการที่อะไร ๆ ก็ล้วนเป็นศิลปะ

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักและเข้าใจความเป็น Give.me.museums มากขึ้นแล้ว เราก็ไม่รอช้าที่จะพูดคุยถึง Solo Exhibition ที่ทั้งเราและคุณออยต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้แชร์กับทุกคน

ก่อนหน้านี้ Give.me.museums จะจัดอีเวนต์ On-ground ทุกปี เพราะปกติงานส่วนใหญ่จะอยู่บนออนไลน์ การที่เราจัดงาน On-ground ให้คนได้มาเจอกันมันดูมีชีวิตดีค่ะ แล้วพอครั้งนี้สเกลงานจะใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยจัดมา ออยก็รู้สึกว่ามันน่าจะทำให้ Give.me.museums เป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีโอกาสต่าง ๆ เข้ามามากขึ้นค่ะ เลยคิดว่าค่อนข้างเป็นก้าวที่สำคัญ แล้วในหลาย ๆ พาร์ตของงานนี้ เราก็ได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองด้วย เลยคิดว่าจะทำให้คนได้เห็นมุมใหม่ ๆ หรือมุมที่กว้างมากขึ้นค่ะ”

เราชวนคุณออยคุยต่อถึงไอเดียที่อยากให้คนมาลองคิดเล่น ๆ กันว่า “อะไรที่เป็นศิลปะได้อีก” ซึ่งกลายมาเป็นคอนเซปต์หลักของนิทรรศการครั้งนี้

“ไอเดียนี้มาจากแก่นของ Give.me.museums ที่รู้สึกว่าทุกอย่างควรจะเป็นศิลปะ ศิลปะคืออะไรก็ได้ และควรจะเข้าถึงทุกคนค่ะ เราคิดว่าการตั้งคำถามกับศิลปะมันควรจะเลยจุดที่ว่า “อะไรคือศิลปะ?” ไปแล้ว แต่มันควรเป็นคำถามที่ว่า “อะไรที่เป็นศิลปะได้อีก?” เลยกลายมาเป็นคอนเซปต์ ‘Artnything Else?’ ที่มาจากคำว่า “Anything Else?” ที่แปลว่ามีอะไรอีกแบบไม่รู้จบค่ะ

กว่าจะมา Solo Exhibition ใหญ่ในรอบ 4 ปี

แค่ได้ฟังคอนเซปต์ก็น่าสนใจแล้วว่า Give.me.museums จะตีความศิลปะออกมาในรูปแบบไหนบ้างเราจึงอยากมาเจาะลึกเบื้องหลังกันตั้งแต่สเต็ปแรกเลยว่า ทีม Give.me.museums เขาแตกไอเดียและเตรียมงานกันอย่างไร กว่าจะมาเป็น Solo Exhibition ซึ่งคุณออยบอกว่าต้องใช้เวลากว่า 1 ปีเต็ม

“ด้วยความที่เราทำงานเป็นทีมและด้วยสเกลที่ใหญ่ขึ้น มันเลยมีการวางแผนที่ละเอียดและเป็นสเต็ปมากขึ้นค่ะ ตัว Exhibition นี้เราคุยกันมาเป็นปี แบ่งเป็นทำไอเดีย 6 เดือน และโปรดักชันอีก 6 เดือนค่ะ ซึ่งเราให้ความสำคัญกับพาร์ตไอเดียพอ ๆ กับโปรดักชันเลย จริง ๆ เกือบทุกอย่างท้าทายหมดเลยค่ะ แต่ถ้ายากที่สุดคือสารตั้งต้นอย่างพวกธีมและคอนเซปต์ว่าเราจะไปในทิศทางไหน เพราะมันคือแก่นทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตามมาค่ะ”

“จากนั้นก็ตีจากคอนเซปต์ออกมาว่าแต่ละโซนจะเป็นยังไง และวางโฟลวในพื้นที่จัดแสดงใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นฮอลล์โล่ง ๆ เราเลยสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมดเลยค่ะ โดยดีไซน์ว่าคนจะเข้ามาเจออะไรบ้าง รวมถึงทำเช็กลิสต์สิ่งที่อยากให้มีในงาน เช่น เราจะมีภาพเพนต์จริงที่โชว์ให้เห็นเท็กซ์เจอร์ เพราะมันจะให้ความรู้สึกที่ต่างจากการดูงานศิลปะบนหน้าจอ มีจุดถ่ายรูป มีโซน Immersive ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในรูปวาดของเรา แล้วก็มีโซนที่จำลองห้องของน้องดื้อขึ้นมาให้เห็นว่าน้องดื้อใช้ชีวิตยังไงด้วยค่ะ”

แฟน ๆ Give.me.museums น่าจะตั้งตารอกันเลยว่านิทรรศการครั้งนี้จะออกมาเป็นแบบไหน เราเลยอดไม่ได้ที่จะให้คุณออยแอบสปอยให้ฟังว่าภายในงานจะมีไฮไลต์อะไรที่ขนมาจัดแสดงบ้าง

“ในงานก็จะมีน้องดื้อตัวใหญ่มาก ๆ สูง 8 เมตร ใหญ่เท่าห้องที่เรานั่งกันอยู่นี้เลยค่ะ มีภาพเพนต์ประมาณ 30 กว่ารูปและมีรูปหนึ่งที่ใหญ่กว่าตัวออยอีก ตอนทำงานเพนต์ออยต้องทำทุกรูปพร้อมกันหมดเลย โดยเอามาวางเรียงกันเหมือนเด็กอนุบาลนอนกลางวันที่โรงเรียนเลยค่ะ (หัวเราะ) พอรออันนี้แห้ง เราก็ไปทำอันนี้ต่อ เพราะอยากให้โทนสีของภาพรวมดูเป็นทิศทางเดียวกัน แต่ก็ต้องคุมไม่ให้แต่ละรูปมันเหมือนกันขนาดนั้นด้วยค่ะ ในช่วง 6 เดือนนั้น ออยทำงานศิลปะแบบอัดแน่นทุกวันจนต้องไปเช่าบ้านอยู่ต่างจังหวัดเพื่อขนของทั้งหมดไปวาดที่นั่น เพราะพื้นที่ที่บ้านและสตูดิโอที่นี่ไม่พอค่ะ เท่าที่เห็นนี้เป็นแค่บางส่วนค่ะเพราะทำเสร็จก็ต้องทยอยขนไปเพราะไม่มีพื้นที่แล้ว (หัวเราะ)”

คุณออยเล่าพลางทำท่าเดินเขย้อแขย่งหลบชิ้นงานบนพื้นสตูดิโอที่กำลังจะถูกแพ็กเพื่อขนไปจัดแสดง ก่อนจะเดินไปตรงมุมชั้นที่เต็มไปด้วยข้าวของวินเทจที่ถูกเพนต์ในสไตล์ Give.me.museums ซึ่งเป็นพาร์ตที่คุณออยสนุกที่สุดในการเตรียม Exhibition นี้

“ในนิทรรศการจะมีของวินเทจมือสองที่เราเอามาเพนต์เป็นร้อยชิ้นด้วยค่ะ เช่น ค้อน หมวกกันน็อก ลูกคิด โดยเราจะเอามาเรียงบนผนังเยอะ ๆ เพราะรู้สึกว่ามันใหม่ดีและคนน่าจะสนุก ซึ่งมันมาจากคอนเซปต์ ‘Artnything Else?’ นี่แหละค่ะ เราเลยคิดว่างั้นเอาอะไรก็ได้ที่ไม่ควรเพนต์มาลองเพนต์ดู ส่วนตัวออยชอบซื้อของมือสองและของวินเทจอยู่แล้วค่ะ รู้สึกว่าดีไซน์วินเทจมันมีศิลปะและเอกลักษณ์ในตัวเอง แล้วเราก็ชอบเวลาไปโกดังมือสองแล้วหาของเจอ มันสนุกมากค่ะ พอเอามาเพนต์แล้วก็เข้ากันดี”

พื้นที่ปล่อยของและทดลองไอเดีย

ไม่ใช่แค่สเกลงานที่ใหญ่และจำนวนชิ้นงานที่เยอะมาก ๆ แต่ในระหว่างการเตรียมงานนี้คุยออยยังได้ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ได้ลองใช้คู่สีที่ไม่เคยใช้ ลองวาดลายเส้นที่ต่างออกไป รวมไปถึงการออกแบบท่าทางของน้องดื้อให้ดูสนุกและซุกซนกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่เป็นพื้นที่ปล่อยของและทดลองไอเดียใหม่ ๆ สำหรับ Give.me.museums เลยก็ว่าได้

“รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะเพราะแต่ละวันไม่เหมือนกันสักวัน สนุกดีและไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งเราได้ค้นพบลายเส้นใหม่ที่ถ้าไม่จัดงานนี้ก็อาจจะไม่กล้าวาดออกมา นอกจากนี้ยังได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยค่ะ อย่าง เช่น แอนิเมชัน และเกมแต่งตัวบนมือถือที่เราให้เขาเขียนโปรแกรมขึ้นมาชื่อว่า ‘My Little Moody’ ที่ทุกคนสามารถครีเอทน้องดื้อในแบบของแต่ละคน มีทรงผม ชุดท่อนบน ท่อนล่าง ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ ปีก เรารู้สึกว่ามันน่ารักและเข้าถึงง่ายดี แล้วทุกคนน่าจะชอบการ Customize ที่ดูเป็นตัวเอง ซึ่งจริง ๆ น้องดื้อเขาจะเป็นคนชอบแต่งตัว ชอบแฟชันอยู่แล้ว แต่ก็จะเป็นแฟชันที่มีความเด็ก ๆ ค่ะ”

นอกจากภายในงานเราจะได้เห็นผลงานศิลปะของGive.me.museums ในรูปแบบที่หลากหลายคุณออยยังแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อสร้างมู้ดให้กับตัวนิทรรศการนี้ พร้อมพาทุกคนดำดิ่งเข้าไปในโลกศิลปะของเธอ

“เราจ้างรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาทำเพลงให้ โดยจะกำหนดธีมของแต่ละโซนให้ไม่เหมือนกันค่ะ เช่น ธีมหลักเราอยากได้แนวทดลองหน่อย ลองตีหรือสร้างเสียงมั่ว ๆ ดูได้ไหม ซึ่งออยไม่มีความรู้เรื่องดนตรี มันเลยจะเป็นเพลงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความรู้สึก แต่พี่ที่ทำเพลงเขาเก่งค่ะ (หัวเราะ) หรือห้องน้องดื้อเราอยากได้เสียงที่ดูเด็ก ๆ เราก็ขอเสียงที่เหมือนกลิตเตอร์ ออยรู้สึกว่าเพลงมันค่อนข้างสำคัญในการสร้างบรรยากาศ และออยมองว่าดนตรีก็คือศิลปะ เลยอยากสร้างเสียงดนตรีขึ้นมาใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะค่ะ”

อีกหนึ่งความพิเศษที่สายขนมหวานต้องมาลองก็คือโซนคาเฟ่ที่ Give.me.museums ได้ไปคอลแลปกับ Choco Project เพื่อครีเอทเมนูอร่อย ๆ สำหรับงานนี้โดยเฉพาะด้วย

“โซนคาเฟ่เราชวน Choco Project มาทำร่วมกัน เพราะทีมชอบทีรามิสุของเขามากค่ะ (หัวเราะ) แล้วเรารู้สึกว่าเขามีความเรียบเท่ซึ่งคอนทราสต์กับความกุ๊กกิ๊กของเรา และด้วยความที่ Choco Project ก็ชอบไปป๊อปอัปที่โน่นที่นี่อยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าต้องสนุกแน่เลยถ้าเอามารวมกัน ซึ่งเราก็พยายามหาจุดตรงกลางเพื่อเบรกอารมณ์งานของเราให้ดูมีหลายมุมมากขึ้นด้วยค่ะ”

Give me museums, I’ll fill ‘em

ศิลปะของGive.me.museums คือความสนุกสดใสและชวนฮีลใจด้วยความเป็นเด็กที่ศิลปินตั้งใจถ่ายทอดออกมาอย่างจริงใจ เราจึงไม่แปลกใจที่ทำไมผู้คนถึงรักในทุกอย่างที่เป็น Give.me.museums เราจึงถามคุณออยว่าอะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธออยากให้ Give.me.museums เป็นงานศิลปะที่ทุก ๆ คนเข้าถึงได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน

“ออยอยู่กับศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ทั้งวาดรูป ถ่ายรูป หรือปั้น เรารู้สึกว่าศิลปะอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่มันช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันและทำให้คนมีชีวิตชีวาค่ะ แล้วเรารู้สึกว่าศิลปะมันควรจะมีอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง หรืออะไรก็ตาม สำหรับออยศิลปะคือการรวม Art และ Design เข้าด้วยกัน และมันอยู่รอบตัวเราค่ะ”

“เราเลยทำโปรดักต์ออกมาค่อนข้างเยอะ เพราะการจะทำให้คนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายที่สุดมันต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็คือของใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถซื้องานศิลปะที่มีรูปเดียวในโลก ซึ่งมันไม่สามารถเข้าถึงทุกคนได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราทำเป็นโปรดักต์ออกมา ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของงานศิลปะได้ และพกงานศิลปะได้ในทุก ๆ วันค่ะ”

นิทรรศการ ‘Artnything Else?’ จึงถือเป็นแมสเสจที่คุณออยตั้งใจสื่อสารกับทุกคนมาตั้งแต่แรกเริ่มว่า “ศิลปะสามารถเป็นอะไรก็ได้” แต่ขยายขอบเขตออกไปให้ไกลขึ้นอีกว่า “แล้วอะไรที่เป็นศิลปะได้อีก?”

“มันคือความตั้งใจของเราเหมือนกับชื่อ Give Me Museums ที่มาจากคำพูดของปิกัสโซ (Picasso) ที่ว่า “Give me museums, I’ll fill ‘em” ซึ่งออยชอบอ่านประวัติศาสตร์ศิลปะ เลยเอามาตีความใหม่ว่ามิวเซียมของเรามันไม่ได้มีแค่แกลเลอรีสีขาวเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่แสดงออกทางศิลปะที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ในทุก ๆ ที่ค่ะ”

เรียกได้ว่า ‘Artnything Else?’ เป็นนิทรรศการที่ Give.me.museums จัดเต็มในทุกดีเทลเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้มาสนุกไปกับงานศิลปะของเธอ ซึ่งเป็นเหมือนพื้นที่ให้เราได้ฮีลใจและปลดปล่อยความเป็นเด็กในตัวเองได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ บางวันยังมีกิจกรรมสนุก ๆ มาให้ทุกคนได้ร่วมจอยอีกด้วย เช่น กิจกรรม Let Me Paint your Things ที่เราสามารถเอาของอะไรก็ได้มาให้คุณออยเพนต์ Live Painting ที่คุณออยจะมาวาดรูปให้ดูกันสด ๆ หรือ Meet the Artist ที่ให้เพื่อน ๆ ได้มาพบปะพูดคุยกับศิลปิน รวมไปถึงวัน Museum Day ที่ตรงกับช่วงนิทรรศการพอดี คุณออยเลยจะเปิดให้เข้าชมฟรี 2 รอบ และมีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ที่ต้องรอติดตามกัน

ถ้าใครอยากร่วมกิจกรรมไหนก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและจองรอบเข้าชมนิทรรศการกับทาง Give.me.museums กันได้ แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ‘Artnything Else?’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2569 ที่ The Event Hall (ชั้น 2) Central Chidlom ไปด้วยกันเลย!

IT MIGHT INSPIRE YOU

Zhila Studio

นักทำสีโมเดลสัตว์ประหลาดกับผลงานอาร์ตทอย 'แมวไคจู'

Coming of Aging ก่อนถึงวัยอันควร

มุมมองต่อ 'การเติบโตและความสูงวัย' ของ 'เพื่อนบ้านต่างวัย'

ล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence

ชวนดื่มด่ำกับงานศิลป์ร่วมสมัยที่มองไม่เห็น - ไม่เอ่ยถึง - ไม่หยั่งรู้ ที่ Dib Bangkok

Bored of White by Vachboy

คาแรกเตอร์ดอกไม้ ที่ชวนทุกคนมาค้นพบความฝันและแพสชันที่ซ่อนอยู่ในตัว