ตอนเด็กเพื่อน ๆ หลายคนคงอยากจะรีบโตเป็นผู้ใหญ่กันใช่ไหม? แต่ในวันที่เราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ หัวใจกลับเรียกร้องว่าอยากเป็นเด็กอีกครั้ง เพราะคิดถึงหัวใจอันเป็นอิสระที่ไม่ว่าจะคิดหรือทำอะไรก็ไม่ต้องมีกรอบของความเป็นผู้ใหญ่มาครอบไว้ กล้าที่จะลองผิดลองถูก และเล่นสนุกได้เต็มที่
แต่ถึงจะอายุเท่าไหร่เราก็ยังรักษาความเป็นเด็กในพื้นที่เล็ก ๆ ของใจได้นะ Neighbors and Friends เลยชวนทุกคนมาเติมความสดใสผ่านงานศิลปะของ Give.me.museums และพูดคุยกับศิลปินเจ้าของฝีแปรงและโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง ‘คุณออย – คนธรัตน์ เตชะไตรศร’ ที่นอกจากตัวผลงานจะเต็มไปด้วยไวบ์สนุก ๆ และความกระจุกกระจิกหัวใจแล้ว ตัวจริงเธอก็น่ารักอารมณ์ดีกับใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พร้อมแจกเอเนอร์จีแบบเด็ก ๆ ผ่านงานศิลปะ ซึ่งเป็นเหมือนพลังวิเศษที่คืนความสดใสให้กับทุกคนในวันที่เราอาจต้องเจอเรื่องยาก ๆ
ความน่าตื่นเต้นของการพูดคุยกับคุณออยในครั้งนี้ เราจะมาเปิดประตูสตูดิโอเพื่อนบ้านและแอบดูเบื้องหลังการเตรียม Solo Exhibition ใหญ่ในรอบ 4 ปีของ Give.me.museums ในชื่อ ‘Artnything Else?’ กับคอนเซปต์ที่ชวนเพื่อน ๆ มาคิดนอกกรอบและค้นหาว่ามีอะไรในโลกที่เป็นศิลปะได้อีกบ้าง ซึ่งนิทรรศการนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2569 ที่ The Event Hall (ชั้น 2) Central Chidlom
วันนี้คุณออยจะมาเล่าถึงไอเดียสนุก ๆ และเผยเบื้องหลังการทำงานของศิลปิน ถ้าอยากแล้วรู้ว่ากว่าจะออกมาเป็นนิทรรศการที่พร้อมให้ทุกคนก้าวเข้ามาในโลกของ Give.me.museums ศิลปินเขาคิดและมีสเต็ปการทำงานอย่างไรบ้าง ต้องตามไปดูกันเลย!


อิมเพรสชันนิสม์ในแบบฉบับ Give.me.museums
ถ้าใครเป็นแฟนของ Give.me.museums อยู่แล้วหรืออาจเคยเห็นผลงานผ่านตามาบ้าง น่าจะต้องจดจำฝีแปรงที่ปาดสีอย่างอิสระและสีสันที่สดใสนี้ได้อย่างแน่นอน ซึ่งหากจะให้นิยามสั้น ๆ ว่า สไตล์การวาดภาพที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Give.me.museums นั้นเป็นอย่างไร คำว่า ‘อิมเพรสชันนิสม์’ ก็ใกล้เคียงที่สุด เพราะเป็นการสะท้อนความรู้สึกและความประทับใจในโมเมนต์ที่ได้อยู่กับธรรมชาติ โดยถ่ายทอดออกมาในแบบฉบับของตัวเองที่เข้าใจง่ายและแฝงความสนุกสนานแบบเด็ก ๆ
“แรกเริ่มเลย Give.me.museums จะเป็นที่รู้จักในสไตล์ ‘อิมเพรสชันนิสม์’ ที่ออยวาดแลนด์สเคป วาดดอกไม้ วาดวิวต่าง ๆ ซึ่งมีที่มาจากออยชอบเที่ยวและชอบถ่ายรูป ภาพเพนต์ส่วนใหญ่ก็มาจากสถานที่ที่เราเห็น เวลาเรารู้สึกประทับใจก็จะหยิบมาวาดรูปค่ะ”
นอกจากภาพวาดแนว ‘อิมเพรสชันนิสม์’ หลายคนก็เริ่มเห็นคาแรกเตอร์ ‘น้องดื้อ’ ออกมาโลดแล่นในโลกของ Give.me.museums มากขึ้น แถมยังมีน้องหมาโกลเดนคู่ใจอย่าง ‘เจ้าซัมเมอร์’ เพิ่มมาอีกตัว
“หลัง ๆ ก็มีคาแรกเตอร์เพิ่มเข้ามา เพราะถ้ามีแต่ดอกไม้คนดูอาจจะเบื่อและเราก็อาจจะรู้สึกอิ่มตัว พอมีคาแรกเตอร์ Give.me.museums เลยมีภาพจำใหม่ ๆ และมีองค์ประกอบที่หยิบจับมาเล่นได้มากขึ้นค่ะ ตอนนี้ก็มี ‘น้องดื้อ’ กับ ‘ซัมเมอร์’ จริง ๆ ออยวาดน้องดื้อมาตั้งแต่ก่อนทำ Give.me.museums แล้วค่ะ เป็นเหมือนไดอารี่ของตัวเองมานานแล้ว ตอนแรกเราก็วาดไปแบบไม่ได้คิดอะไร เช่น วาดน้องดื้อเก็บอึหมา เพราะเราเก็บอึหมาจริง ๆ แต่พอวางทิศทางกันจริงจัง เราก็มาคุยกันว่าน้องดื้อควรเป็นอะไรดี เลยตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้เขาว่า ‘Little Moody’ เพราะชื่อนี้มันเข้าปากแล้วก็น่ารักดีค่ะ น้องดื้อจะเป็นตัวแทนของความเป็นเด็ก ความซน และความดื้อในตัวของทุกคนที่อาจจะมีมุมที่ผู้ใหญ่ไม่กล้าทำแต่จริงๆ แล้วอยากทำค่ะ ส่วนซัมเมอร์ก็คือน้องหมาที่ออยเลี้ยงจริง ๆ ค่ะ”
คุณออยเล่าไปพร้อมกับอวดภาพถ่ายน้องหมาพันธุ์โกลเดน รีทรีฟเวอร์ ที่คุณออยเลี้ยงให้เราดู
“เรารู้สึกว่าคาแรกเตอร์จะดูมีชีวิต ถ้าเขามีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งมีชีวิต แล้วหมาก็สื่อสารได้ดูอินโนเซนต์ดีค่ะ พอเริ่มมีคาแรกเตอร์ เราเลยรู้สึกว่าตอนนี้มันค่อนข้างแรนดอม อย่างสองอันนี้ก็เหมือนคนละคนวาด อันหนึ่งดูเป็นการ์ตูนมาก ๆ อีกอันก็เป็นอีกแบบไปเลย Give.me.museums เลยเป็นศิลปะแบบอะไรก็ได้ แต่ออยคิดว่าภาพจำของ Give.me.museums น่าจะเป็นการเลือกใช้คู่สีที่สดมาก ๆ และมีความเป็นเด็กในตัว มีความกล้าเล่น กล้าทดลอง แล้วก็มีความเป็นธรรมชาติไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนค่ะ”


นิทรรศการที่อะไร ๆ ก็ล้วนเป็นศิลปะ
หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักและเข้าใจความเป็น Give.me.museums มากขึ้นแล้ว เราก็ไม่รอช้าที่จะพูดคุยถึง Solo Exhibition ที่ทั้งเราและคุณออยต่างก็ตื่นเต้นที่จะได้แชร์กับทุกคน
“ก่อนหน้านี้ Give.me.museums จะจัดอีเวนต์ On-ground ทุกปี เพราะปกติงานส่วนใหญ่จะอยู่บนออนไลน์ การที่เราจัดงาน On-ground ให้คนได้มาเจอกันมันดูมีชีวิตดีค่ะ แล้วพอครั้งนี้สเกลงานจะใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยจัดมา ออยก็รู้สึกว่ามันน่าจะทำให้ Give.me.museums เป็นที่รู้จักมากขึ้น และมีโอกาสต่าง ๆ เข้ามามากขึ้นค่ะ เลยคิดว่าค่อนข้างเป็นก้าวที่สำคัญ แล้วในหลาย ๆ พาร์ตของงานนี้ เราก็ได้ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเองด้วย เลยคิดว่าจะทำให้คนได้เห็นมุมใหม่ ๆ หรือมุมที่กว้างมากขึ้นค่ะ”
เราชวนคุณออยคุยต่อถึงไอเดียที่อยากให้คนมาลองคิดเล่น ๆ กันว่า “อะไรที่เป็นศิลปะได้อีก” ซึ่งกลายมาเป็นคอนเซปต์หลักของนิทรรศการครั้งนี้
“ไอเดียนี้มาจากแก่นของ Give.me.museums ที่รู้สึกว่าทุกอย่างควรจะเป็นศิลปะ ศิลปะคืออะไรก็ได้ และควรจะเข้าถึงทุกคนค่ะ เราคิดว่าการตั้งคำถามกับศิลปะมันควรจะเลยจุดที่ว่า “อะไรคือศิลปะ?” ไปแล้ว แต่มันควรเป็นคำถามที่ว่า “อะไรที่เป็นศิลปะได้อีก?” เลยกลายมาเป็นคอนเซปต์ ‘Artnything Else?’ ที่มาจากคำว่า “Anything Else?” ที่แปลว่ามีอะไรอีกแบบไม่รู้จบค่ะ


กว่าจะมา Solo Exhibition ใหญ่ในรอบ 4 ปี
แค่ได้ฟังคอนเซปต์ก็น่าสนใจแล้วว่า Give.me.museums จะตีความศิลปะออกมาในรูปแบบไหนบ้างเราจึงอยากมาเจาะลึกเบื้องหลังกันตั้งแต่สเต็ปแรกเลยว่า ทีม Give.me.museums เขาแตกไอเดียและเตรียมงานกันอย่างไร กว่าจะมาเป็น Solo Exhibition ซึ่งคุณออยบอกว่าต้องใช้เวลากว่า 1 ปีเต็ม
“ด้วยความที่เราทำงานเป็นทีมและด้วยสเกลที่ใหญ่ขึ้น มันเลยมีการวางแผนที่ละเอียดและเป็นสเต็ปมากขึ้นค่ะ ตัว Exhibition นี้เราคุยกันมาเป็นปี แบ่งเป็นทำไอเดีย 6 เดือน และโปรดักชันอีก 6 เดือนค่ะ ซึ่งเราให้ความสำคัญกับพาร์ตไอเดียพอ ๆ กับโปรดักชันเลย จริง ๆ เกือบทุกอย่างท้าทายหมดเลยค่ะ แต่ถ้ายากที่สุดคือสารตั้งต้นอย่างพวกธีมและคอนเซปต์ว่าเราจะไปในทิศทางไหน เพราะมันคือแก่นทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นตามมาค่ะ”
“จากนั้นก็ตีจากคอนเซปต์ออกมาว่าแต่ละโซนจะเป็นยังไง และวางโฟลวในพื้นที่จัดแสดงใหม่ทั้งหมด เพราะเป็นฮอลล์โล่ง ๆ เราเลยสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่หมดเลยค่ะ โดยดีไซน์ว่าคนจะเข้ามาเจออะไรบ้าง รวมถึงทำเช็กลิสต์สิ่งที่อยากให้มีในงาน เช่น เราจะมีภาพเพนต์จริงที่โชว์ให้เห็นเท็กซ์เจอร์ เพราะมันจะให้ความรู้สึกที่ต่างจากการดูงานศิลปะบนหน้าจอ มีจุดถ่ายรูป มีโซน Immersive ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินเข้าไปในรูปวาดของเรา แล้วก็มีโซนที่จำลองห้องของน้องดื้อขึ้นมาให้เห็นว่าน้องดื้อใช้ชีวิตยังไงด้วยค่ะ”


แฟน ๆ Give.me.museums น่าจะตั้งตารอกันเลยว่านิทรรศการครั้งนี้จะออกมาเป็นแบบไหน เราเลยอดไม่ได้ที่จะให้คุณออยแอบสปอยให้ฟังว่าภายในงานจะมีไฮไลต์อะไรที่ขนมาจัดแสดงบ้าง
“ในงานก็จะมีน้องดื้อตัวใหญ่มาก ๆ สูง 8 เมตร ใหญ่เท่าห้องที่เรานั่งกันอยู่นี้เลยค่ะ มีภาพเพนต์ประมาณ 30 กว่ารูปและมีรูปหนึ่งที่ใหญ่กว่าตัวออยอีก ตอนทำงานเพนต์ออยต้องทำทุกรูปพร้อมกันหมดเลย โดยเอามาวางเรียงกันเหมือนเด็กอนุบาลนอนกลางวันที่โรงเรียนเลยค่ะ (หัวเราะ) พอรออันนี้แห้ง เราก็ไปทำอันนี้ต่อ เพราะอยากให้โทนสีของภาพรวมดูเป็นทิศทางเดียวกัน แต่ก็ต้องคุมไม่ให้แต่ละรูปมันเหมือนกันขนาดนั้นด้วยค่ะ ในช่วง 6 เดือนนั้น ออยทำงานศิลปะแบบอัดแน่นทุกวันจนต้องไปเช่าบ้านอยู่ต่างจังหวัดเพื่อขนของทั้งหมดไปวาดที่นั่น เพราะพื้นที่ที่บ้านและสตูดิโอที่นี่ไม่พอค่ะ เท่าที่เห็นนี้เป็นแค่บางส่วนค่ะเพราะทำเสร็จก็ต้องทยอยขนไปเพราะไม่มีพื้นที่แล้ว (หัวเราะ)”
คุณออยเล่าพลางทำท่าเดินเขย้อแขย่งหลบชิ้นงานบนพื้นสตูดิโอที่กำลังจะถูกแพ็กเพื่อขนไปจัดแสดง ก่อนจะเดินไปตรงมุมชั้นที่เต็มไปด้วยข้าวของวินเทจที่ถูกเพนต์ในสไตล์ Give.me.museums ซึ่งเป็นพาร์ตที่คุณออยสนุกที่สุดในการเตรียม Exhibition นี้
“ในนิทรรศการจะมีของวินเทจมือสองที่เราเอามาเพนต์เป็นร้อยชิ้นด้วยค่ะ เช่น ค้อน หมวกกันน็อก ลูกคิด โดยเราจะเอามาเรียงบนผนังเยอะ ๆ เพราะรู้สึกว่ามันใหม่ดีและคนน่าจะสนุก ซึ่งมันมาจากคอนเซปต์ ‘Artnything Else?’ นี่แหละค่ะ เราเลยคิดว่างั้นเอาอะไรก็ได้ที่ไม่ควรเพนต์มาลองเพนต์ดู ส่วนตัวออยชอบซื้อของมือสองและของวินเทจอยู่แล้วค่ะ รู้สึกว่าดีไซน์วินเทจมันมีศิลปะและเอกลักษณ์ในตัวเอง แล้วเราก็ชอบเวลาไปโกดังมือสองแล้วหาของเจอ มันสนุกมากค่ะ พอเอามาเพนต์แล้วก็เข้ากันดี”


พื้นที่ปล่อยของและทดลองไอเดีย
ไม่ใช่แค่สเกลงานที่ใหญ่และจำนวนชิ้นงานที่เยอะมาก ๆ แต่ในระหว่างการเตรียมงานนี้คุยออยยังได้ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ได้ลองใช้คู่สีที่ไม่เคยใช้ ลองวาดลายเส้นที่ต่างออกไป รวมไปถึงการออกแบบท่าทางของน้องดื้อให้ดูสนุกและซุกซนกว่าเดิม เรียกได้ว่าเป็นนิทรรศการที่เป็นพื้นที่ปล่อยของและทดลองไอเดียใหม่ ๆ สำหรับ Give.me.museums เลยก็ว่าได้
“รู้สึกตื่นเต้นมากค่ะเพราะแต่ละวันไม่เหมือนกันสักวัน สนุกดีและไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งเราได้ค้นพบลายเส้นใหม่ที่ถ้าไม่จัดงานนี้ก็อาจจะไม่กล้าวาดออกมา นอกจากนี้ยังได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยค่ะ อย่าง เช่น แอนิเมชัน และเกมแต่งตัวบนมือถือที่เราให้เขาเขียนโปรแกรมขึ้นมาชื่อว่า ‘My Little Moody’ ที่ทุกคนสามารถครีเอทน้องดื้อในแบบของแต่ละคน มีทรงผม ชุดท่อนบน ท่อนล่าง ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋า แอคเซสเซอรี่ ปีก เรารู้สึกว่ามันน่ารักและเข้าถึงง่ายดี แล้วทุกคนน่าจะชอบการ Customize ที่ดูเป็นตัวเอง ซึ่งจริง ๆ น้องดื้อเขาจะเป็นคนชอบแต่งตัว ชอบแฟชันอยู่แล้ว แต่ก็จะเป็นแฟชันที่มีความเด็ก ๆ ค่ะ”


นอกจากภายในงานเราจะได้เห็นผลงานศิลปะของGive.me.museums ในรูปแบบที่หลากหลายคุณออยยังแต่งเพลงขึ้นมาเพื่อสร้างมู้ดให้กับตัวนิทรรศการนี้ พร้อมพาทุกคนดำดิ่งเข้าไปในโลกศิลปะของเธอ
“เราจ้างรุ่นพี่ที่รู้จักกันมาทำเพลงให้ โดยจะกำหนดธีมของแต่ละโซนให้ไม่เหมือนกันค่ะ เช่น ธีมหลักเราอยากได้แนวทดลองหน่อย ลองตีหรือสร้างเสียงมั่ว ๆ ดูได้ไหม ซึ่งออยไม่มีความรู้เรื่องดนตรี มันเลยจะเป็นเพลงที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความรู้สึก แต่พี่ที่ทำเพลงเขาเก่งค่ะ (หัวเราะ) หรือห้องน้องดื้อเราอยากได้เสียงที่ดูเด็ก ๆ เราก็ขอเสียงที่เหมือนกลิตเตอร์ ออยรู้สึกว่าเพลงมันค่อนข้างสำคัญในการสร้างบรรยากาศ และออยมองว่าดนตรีก็คือศิลปะ เลยอยากสร้างเสียงดนตรีขึ้นมาใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะค่ะ”
อีกหนึ่งความพิเศษที่สายขนมหวานต้องมาลองก็คือโซนคาเฟ่ที่ Give.me.museums ได้ไปคอลแลปกับ Choco Project เพื่อครีเอทเมนูอร่อย ๆ สำหรับงานนี้โดยเฉพาะด้วย
“โซนคาเฟ่เราชวน Choco Project มาทำร่วมกัน เพราะทีมชอบทีรามิสุของเขามากค่ะ (หัวเราะ) แล้วเรารู้สึกว่าเขามีความเรียบเท่ซึ่งคอนทราสต์กับความกุ๊กกิ๊กของเรา และด้วยความที่ Choco Project ก็ชอบไปป๊อปอัปที่โน่นที่นี่อยู่แล้ว เลยรู้สึกว่าต้องสนุกแน่เลยถ้าเอามารวมกัน ซึ่งเราก็พยายามหาจุดตรงกลางเพื่อเบรกอารมณ์งานของเราให้ดูมีหลายมุมมากขึ้นด้วยค่ะ”


Give me museums, I’ll fill ‘em
ศิลปะของGive.me.museums คือความสนุกสดใสและชวนฮีลใจด้วยความเป็นเด็กที่ศิลปินตั้งใจถ่ายทอดออกมาอย่างจริงใจ เราจึงไม่แปลกใจที่ทำไมผู้คนถึงรักในทุกอย่างที่เป็น Give.me.museums เราจึงถามคุณออยว่าอะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธออยากให้ Give.me.museums เป็นงานศิลปะที่ทุก ๆ คนเข้าถึงได้ และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคน
“ออยอยู่กับศิลปะมาตั้งแต่เด็ก ทั้งวาดรูป ถ่ายรูป หรือปั้น เรารู้สึกว่าศิลปะอาจไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่มันช่วยเติมเต็มชีวิตให้มีสีสันและทำให้คนมีชีวิตชีวาค่ะ แล้วเรารู้สึกว่าศิลปะมันควรจะมีอยู่ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนัง หรืออะไรก็ตาม สำหรับออยศิลปะคือการรวม Art และ Design เข้าด้วยกัน และมันอยู่รอบตัวเราค่ะ”
“เราเลยทำโปรดักต์ออกมาค่อนข้างเยอะ เพราะการจะทำให้คนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายที่สุดมันต้องเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก็คือของใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถซื้องานศิลปะที่มีรูปเดียวในโลก ซึ่งมันไม่สามารถเข้าถึงทุกคนได้อยู่แล้ว แต่ถ้าเราทำเป็นโปรดักต์ออกมา ทุกคนก็สามารถเป็นเจ้าของงานศิลปะได้ และพกงานศิลปะได้ในทุก ๆ วันค่ะ”


นิทรรศการ ‘Artnything Else?’ จึงถือเป็นแมสเสจที่คุณออยตั้งใจสื่อสารกับทุกคนมาตั้งแต่แรกเริ่มว่า “ศิลปะสามารถเป็นอะไรก็ได้” แต่ขยายขอบเขตออกไปให้ไกลขึ้นอีกว่า “แล้วอะไรที่เป็นศิลปะได้อีก?”
“มันคือความตั้งใจของเราเหมือนกับชื่อ Give Me Museums ที่มาจากคำพูดของปิกัสโซ (Picasso) ที่ว่า “Give me museums, I’ll fill ‘em” ซึ่งออยชอบอ่านประวัติศาสตร์ศิลปะ เลยเอามาตีความใหม่ว่ามิวเซียมของเรามันไม่ได้มีแค่แกลเลอรีสีขาวเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่แสดงออกทางศิลปะที่สามารถเป็นอะไรก็ได้ในทุก ๆ ที่ค่ะ”
เรียกได้ว่า ‘Artnything Else?’ เป็นนิทรรศการที่ Give.me.museums จัดเต็มในทุกดีเทลเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้มาสนุกไปกับงานศิลปะของเธอ ซึ่งเป็นเหมือนพื้นที่ให้เราได้ฮีลใจและปลดปล่อยความเป็นเด็กในตัวเองได้อย่างเต็มที่
นอกจากนี้ บางวันยังมีกิจกรรมสนุก ๆ มาให้ทุกคนได้ร่วมจอยอีกด้วย เช่น กิจกรรม Let Me Paint your Things ที่เราสามารถเอาของอะไรก็ได้มาให้คุณออยเพนต์ Live Painting ที่คุณออยจะมาวาดรูปให้ดูกันสด ๆ หรือ Meet the Artist ที่ให้เพื่อน ๆ ได้มาพบปะพูดคุยกับศิลปิน รวมไปถึงวัน Museum Day ที่ตรงกับช่วงนิทรรศการพอดี คุณออยเลยจะเปิดให้เข้าชมฟรี 2 รอบ และมีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ ที่ต้องรอติดตามกัน
ถ้าใครอยากร่วมกิจกรรมไหนก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดและจองรอบเข้าชมนิทรรศการกับทาง Give.me.museums กันได้ แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ ‘Artnything Else?’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 – 30 พฤษภาคม 2569 ที่ The Event Hall (ชั้น 2) Central Chidlom ไปด้วยกันเลย!