ดอกไม้หลากหลายชนิดล้วนมีความหมายเฉพาะตัวที่หลายคนคุ้นเคยกันดี บางชนิดก็ถูกใช้แทนความรู้สึกหรือมอบเป็นสัญลักษณ์แทนใจ ไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบสีขาวที่สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ ดอกทานตะวันที่แทนความรักอันมั่นคง หรือดอกไม้ที่ใช้ไหว้พระอย่าง ‘ดอกบัว’ ที่ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์
แต่ในปัจจุบัน ดอกบัวถูกชาว Gen Z หยิบมาปรับภาพลักษณ์ใหม่ จากดอกไม้ไหว้พระสู่พร็อปถ่ายรูปเก๋ ๆ แถมยังถูกต่อยอดเป็นรูปแบบต่าง ๆ ทั้งการพับดอกบัว แปรรูปเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงน้ำหอม ทำให้ดอกบัวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว ความหมายของดอกไม้จึงไม่ได้ยึดติดอยู่กับคำนิยามเดิม ๆ แต่อยู่ที่ ‘ประสบการณ์’ ที่เรามีร่วมกับดอกไม้เหล่านั้นมากกกว่า
คอลัมน์ Art People เลยอยากชวนทุกคนไปทำความรู้จักกับศิลปินเพื่อนบ้านที่ทำให้ ‘ดอกไม้’ มีความหมายมากกว่าที่เราคุ้นเคย กับ ‘คุณบอล – นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์’ หรือ ‘naraphat_s’ ศิลปินแนวคอนเซปต์ชวลอาร์ตผู้สร้างสรรค์ผลงานจากแรงบันดาลใจของดอกไม้ และถ่ายทอดเรื่องราวที่ลึกซึ้งผ่านดอกไม้แต่ละชนิด ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ของดอกไม้ที่เชื่อมโยงไปจนถึงพื้นที่ ชนชั้น ผู้คน รวมถึงบทบาทของดอกไม้ในสังคมปัจจุบันที่มีการปรับเปลี่ยนไปตามกาลเวลา

จากความหลงใหลในดอกไม้ของคุณบอลที่มีมาตั้งแต่วัยเด็ก สู่เรื่องราวที่สามารถสะท้อนภาพของผู้คน สังคม และความรู้สึกภายในใจ ผ่านการจัดวางดอกไม้หลากชนิดในสไตล์เฉพาะตัว และชวนให้เราได้มอง ‘ดอกไม้’ ในมุมมองใหม่ ๆ ที่ไม่เคยเห็นหรือไม่คุ้นเคยมาก่อนอย่างแน่นอน ถ้าอยากรู้ว่าความหมายแบบไหนถูกซ่อนอยู่ในผลงานศิลปะแต่ละชิ้น ก็ตามไปสำรวจเรื่องราวเหล่านั้นพร้อม ๆ กันได้เลย
ดอกไม้ที่ใช้พูดแทนความรู้สึกภายในใจ
คุณบอลชวนเรานั่งคุยกันแบบสบาย ๆ ในร้าน Sretsis Inn Bangkok ย่านซอยต้นสน แบรนด์เพื่อนบ้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของดอกไม้และโลกจินตนาการน่ารัก ๆ และอบอุ่น ที่วันนี้ก็ได้ชวนให้คุณบอลมาจัดดอกไม้ในธีมคอนเซปต์ ‘The Lotus Fairy Village’ ในอีเวนต์ Unicorn Rendezvous ที่ผ่านมา ซึ่งไวบ์ของร้าน ก็เข้ากันกับเรื่องราวที่คุณบอลกำลังจะเล่าให้เราฟังอย่างพอดิบพอดี


เราเลยขอเริ่มต้นบทสนทนานี้ด้วยจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในดอกไม้และพืชพรรณนานาชนิด แพสชันที่คุณบอลมีมาตั้งแต่แรกเริ่ม ที่ค่อย ๆ พาเราเข้าไปสู่โลกที่เต็มไปด้วยดอกไม้มากขึ้นทีละนิด
“เราชอบดอกไม้มาตั้งแต่เด็ก มันมีช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย แล้วอาจารย์ถามว่านักศึกษาแต่ละคนมีอะไรเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด เราเลยตอบว่า ‘ดอกไม้’ ทีนี้พอกลับบ้านไปดูพวกรูปถ่ายเก่า ๆ ก็จะเห็นรูปที่ตัวเองกำลังดมดอกไม้บ้าง จับดอกไม้บ้าง หรือเอาดอกไม้มาทัดหู แล้วทำเป็นมงกุฎบ้างในหลาย ๆ รูป เราเลยได้รู้ว่าเราชอบดอกไม้มาตั้งแต่เด็กเลย”
“อย่างช่วงปิดเทอมตอนสมัยประถมฯ เราจะต้องไปอยู่บ้านป้าที่จังหวัดสุรินทร์ เขาก็ปลูกดอกไม้ไว้เยอะมาก และในห้องนอนจะมีหนังสือเกี่ยวกับ ‘พฤกษศาสตร์’ เอาไว้ เราก็จะหยิบมาเปิดอ่าน ดูรูปแล้วจำชื่อ ปรากฏว่ามันจำได้เยอะมาก เวลาที่เราไปตลาดต้นไม้ก็จะบอกได้ว่านี่คือต้นอะไร ทุกคนก็ตกใจมากที่เด็กคนหนึ่งจะรู้จักต้นนมแมวที่คนอาจไม่ค่อยคุ้นเคยกัน ดอกไม้เลยอยู่กับตัวเรามาโดยตลอดตั้งแต่ตอนนั้น”


จากความสนใจในดอกไม้ สู่การจดจำเรื่องราวจากหนังสือพฤกษศาสตร์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลของดอกไม้หลากหลายชนิด ทำให้คุณบอลมีคลังความรู้มากมายที่พร้อมหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการเล่าเรื่องราวผ่านผลงานศิลปะอยู่เสมอ จนสามารถพัฒนาออกมาเป็นสไตล์เฉพาะตัว ที่ใช้ดอกไม้เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดทั้ง ‘ความงาม’ และ ‘ความหมาย’ ไว้อย่างลงตัว
“เรารู้สึกว่าเราอยากพูดอะไรบางอย่างที่เราไม่ได้กล้ามากพอที่จะพูด เราเลยอยากใช้สิ่งหนึ่งที่มันสำคัญกับตัวเราในการพูดแทนเรา มันก็เลยเป็นที่มาของ ‘การใช้ดอกไม้ในการสร้างงานศิลปะ’ เพื่อสื่อสารอะไรบางอย่างในช่วงวัยที่เรายังไม่พร้อมจะพูด ให้เขาเป็นตัวกลางในการพูดแทน”

การใช้ดอกไม้เป็นสื่อกลางในการเล่าเรื่อง ทำให้สไตล์ผลงานของคุณบอลค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ผ่านมุมมองและประสบการณ์ชีวิตที่สะท้อนตัวตนไปพร้อมกับเรื่องราวของดอกไม้แต่ละชนิด
“เรารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ซื่อสัตย์กับการพูดถึงอะไรบางอย่างมากกว่าครับ คือถ้าอยากพูดเรื่องของตัวเองก็ต้องเป็นเรื่องของตัวเองที่เราอยากพูดถึงมันจริง ๆ และเรารู้จักมันจริง ๆ หรือถ้าเราอยากพูดเรื่องของชนชั้น เราก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของคนที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งนั้นเหมือนกัน หรือถ้าจะพูดเรื่องเพศสภาพ ก็จะเป็นเรื่องของเพศสภาพที่เราเคยประสบปัญหาเหล่านั้นมาด้วยตัวเองเช่นกัน”
“งานในช่วงแรกมันเลยเป็นการที่เราอยากเข้าไปคลายปมของตัวเองในวัยเด็ก ที่เราไม่สามารถจัดการแก้ไขได้ในช่วงเวลานั้น พอเราโตขึ้นมา เราก็เหมือนมีพื้นที่มากขึ้น แต่อาจจะยังไม่ได้เปิดกว้างขนาดนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง เราเลยใช้งานศิลปะในการพูดถึงมันอย่างอ้อม ๆ แต่พอถึงวันที่การพูดอ้อม ๆ มันทรงพลังมากพอ คนรอบตัวจะยอมรับเราโดยที่เราไม่ต้องพูดออกมาตรง ๆ เลย”

สไตล์ผลงานของคุณบอลในช่วงแรกจึงมีการใช้ ‘ดอกไม้’ เป็นตัวเล่าเรื่องผ่านบริบท รูปแบบ และชนิดของดอกไม้ แทนการสื่อความหมายแบบตรงไปตรงมา
แต่เมื่อเวลาผ่านไป คุณบอลก็เริ่มถ่ายทอดเรื่องราวผ่านผลงานได้ชัดเจนขึ้น และสื่อสารความตั้งใจได้ลึกซึ้งกว่าเดิม จนศิลปะกลายเป็นสิ่งที่ค่อย ๆ หล่อหลอมให้คุณบอลเข้มแข็งขึ้นไปพร้อม ๆ กับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของชีวิต
“งานต่อ ๆ มามันเป็นการพูดออกมาแบบตะโกน โดยที่เราไม่กลัวอะไรแล้ว เลยรู้สึกว่างานศิลปะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้เข้มแข็งมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งทำมานานเท่าไหร่ เรายิ่งรู้สึกว่าเรามีความเข้มแข็งมากขึ้นเท่านั้นในการที่จะพูดถึงประเด็นบางประเด็นที่เรากลัวหรือที่เราไม่กล้าพูด เพราะเราได้รับความกล้าหาญมาจากการทำงานศิลปะ เราเลยมีความซื่อสัตย์ในการพูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านตัวเรา ในวันที่เราไม่กลัวอะไรอีกต่อไปแล้ว”


ความหมายของดอกไม้
ที่หลุดออกจากกรอบนิยามเดิม
‘ยุควิกตอเรียน’ เป็นช่วงเวลาที่ชนชั้นสูงนิยมใช้ดอกไม้เป็นตัวกลางในการสื่อสารความรู้สึก จนเกิดการกำหนดความหมายของดอกไม้แต่ละชนิดโดยคนบางกลุ่มในยุคนั้น
แต่สำหรับคุณบอล ความหมายของดอกไม้ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ในหนังสือ หรือคำจำกัดความเดิม ๆ ที่เคยถูกคนบางกลุ่มกำหนดไว้ แต่เกิดจากประสบการณ์ที่เราได้มีร่วมกับมัน ผ่านการค้นคว้าและทำความเข้าใจที่มาที่ไป
สิ่งเหล่านั้นจึงกลายเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้คุณบอลมองเห็นเสน่ห์ของดอกไม้ที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการตีความและทำให้ดอกไม้ธรรมดา ๆ ได้กลายเป็นที่รู้จักในมุมมองใหม่ ๆ และน่าสนใจมากขึ้น
“เวลาอ่านหนังสือ ‘ดอกไม้สื่อถึงอะไร’ เราจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า ‘ดอกกุหลาบสีเหลืองสื่อถึงความเป็นเพื่อนจริง ๆ ไหม’ หรือ ‘ดอกกุหลาบสีแดงสื่อถึงความรักจริง ๆ ไหม’ จะมีคำถามต่อสิ่งเหล่านี้มาตลอด จนเราได้ลองไปรีเซิร์ชเจอ ก็พบว่าในยุควิกตอเรียนเป็นยุคที่ชนชั้นสูงเขาอยากจะใช้ดอกไม้เป็นตัวกลางในการสื่อสารความรู้สึกสำหรับกลุ่มชนชั้นสูงด้วยกันเอง เราเห็นว่ามันมีความแบ่งแยกชนชั้น เพราะองค์ความรู้มันถูกจำกัดเฉพาะคนกลุ่มหนึ่ง เราเลยรู้สึกต่อต้านกับสิ่งนี้ในระดับหนึ่ง”
“เราว่าความหมายของดอกไม้มันเกิดขึ้นจากประสบการณ์ส่วนตัวมากกว่า ว่าเราเคยมีประสบการณ์ร่วมกับดอกไม้เหล่านี้ในรูปแบบไหน และเราอยากพูดถึงมันในแบบของเราเอง มากกว่าที่จะต้องมาอ้างอิงถึงสิ่งที่คนกลุ่มหนึ่งเคยพูดหรือจำกัดเอาไว้ ทำให้ดอกไม้ที่เราใช้ มักจะเป็นดอกไม้ที่ค่อนข้างธรรมดา แต่เราจะลงลึกไปหาประวัติศาสตร์ของมัน เช่น ‘ดอกกล้วยไม้’ ที่เคยมีในอดีต หรือดอกไม้ที่เติบโตขึ้นในฐานะ ‘วัชพืช’ ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง”
“เรารู้สึกว่ามันพิเศษเพราะมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เป็นสิ่งที่เรามีความจริงมารองรับเรื่องราวเหล่านี้ แล้วเราเชื่อว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนสามารถทำความเข้าใจร่วมกันได้ในมุมของชีววิทยา วิทยาศาสตร์ หรือประวัติศาสตร์ ที่มันสามารถเล่าถึงอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราอาจจะมองข้ามไปได้เยอะมาก เราเลยชอบความจริงของมันมากกว่าที่จะเป็นแค่ตัวแทนของความรู้สึก”


อย่าง ‘ดอกพุด’ ที่คุณบอลเล่าให้ฟังว่าเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในความทรงจำของคุณบอล จากการจำรูปแบบของดอกและกลิ่นเฉพาะตัวที่มีความเชื่อมโยงกับตัวตน จนกลายเป็นดอกไม้ที่คุณบอลยังคงชื่นชอบอยู่เสมอ
“เราว่าเรามีความเหมือนกับดอกพุด อย่างการที่คนเรามักจะตัดใบมันมาเพื่อเป็นใบประดับในการจัดแจกัน เพราะใบมันแข็งแรง เงาเขียวสด และอยู่ในแจกันได้นาน ในขณะที่ตัวดอกมันเองเป็นดอกที่เปราะบางอ่อนแอ มีสีขาวติดเขียวที่กลีบเลี้ยง และมีกลิ่นหอมมาก แต่เวลาที่ถูกตัดมาจากต้นแล้วมันจะเหี่ยวเฉาเร็วมาก เลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นดอกพุดที่มีทั้งความเปราะบางและความเข้มแข็งในตัวเอง”
หรือดอกไม้ชนิดอื่น ๆ อย่าง ‘ดอกไกเมียลิลลี่ (Gymea Lily)’ ดอกไม้ที่คุณบอลเพิ่งได้ค้นพบตอนไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลีย ดอกสีชมพูอมแดงเข้มที่เป็นแหล่งอาหารของชาวอะบอริจิน อีกหนึ่งความพิเศษของพืชพื้นถิ่นที่คุณบอลให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้เห็นว่าดอกไม้แต่ละชนิดดึงดูดความสนใจจากแค่หน้าตาหรือความหมายที่เราเคยรู้จักเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับชีวิตผู้คน เรื่องราวของพื้นที่ และรายละเอียดอีกหลายแง่มุมที่ชวนให้เราอยากรู้จักมันมากขึ้น

และดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ อย่าง ‘ดอกบัว’ ที่หลายคนคุ้นตาจากหน้าไทม์ไลน์ในช่วงกระแสที่ผ่านมา จากดอกบัวในย่านปากคลองตลาดที่ถูกหยิบมาเป็นที่พูดถึงเป็นวงกว้าง ซึ่งในมุมมองของคุณบอลเอง ดอกบัวไม่ได้เป็นแค่ไวรัลบนหน้าฟีด แต่ยังมีมิติของเรื่องราวที่ชวนให้เราได้รู้จักเพิ่มมากขึ้นด้วย
“เมื่อปลายปีที่แล้วต้องใช้ดอกบัวในการจัดงานขึ้นมาเพื่อถ่ายภาพครับ ปรากฏว่ามันเป็นช่วงฤดูที่กรุงเทพฯ และรอบนอกอากาศหนาว ทำให้ดอกบัวไม่สามารถออกดอกได้ และไม่สามารถหาดอกบัวที่บานแล้วเอามาใช้ได้ ดอกบัวเวลาที่เราเห็น เขาจะตัดตอนที่มันเป็นดอกตูมมาขาย เพราะถ้ามันบานแล้วจะตัดมาขายไม่ได้ พอมาช่วงนี้ที่อากาศร้อนมาก ๆ เป็นฤดูที่ดอกบัวแข่งกันบานที่สุด เราก็เลยได้เห็นว่าปัจจุบันคนกำลังฮิตตามเทรนด์ในการใช้ดอกบัวมาถ่ายภาพ เราก็รู้สึกมีความสุขมาก”
“เพราะดอกไม้หลายชนิดถูกสังคมตีกรอบเอาไว้ว่า ‘ดอกไม้กลุ่มนี้ใช้สำหรับไหว้พระ’ หรือ ‘ดอกไม้กลุ่มนี้ใช้สำหรับจัดแจกัน’ แต่มันก็มีเรื่องของชนชั้นแฝงอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัว ทำให้ดอกบัวกลายเป็นเหมือนดอกไม้ใต้ดิน (Underground) ที่ไม่ถูกมองเห็นว่าสวยงามและไม่ถูกจัดเป็นช่อเพื่อวางในแจกันที่บ้านได้ เพราะคนชินกับภาพที่มันถูกใช้ไหว้พระ พอมีเทรนด์นี้ขึ้นมาเราเลยรู้สึกว่ากรอบที่มนุษย์มอบให้กับดอกบัวมันถูกทำลายลง และทำให้ทุกอย่างมันสวยงามและเป็นอิสระมากขึ้นมาก ๆ”


คอนเซปต์ที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์
ผ่านดอกไม้หลากชนิด
คอนเซปต์ในการรังสรรค์ผลงานของคุณบอลมักเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการตามหาดอกไม้ที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวนั้น ๆ ไปพร้อมกัน เต็มไปด้วยความตั้งใจที่อยากทำให้ดอกไม้ได้เล่าเรื่องของตัวเองอย่างเต็มที่ โดยมีคุณบอลเป็นคนพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จัก และค่อย ๆ เห็นคุณค่าของดอกไม้นานาชนิดมากขึ้น ทำให้ผลงานแต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในภาพของดอกไม้ที่เราเห็นตรงหน้า และเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ภายในตัวของมันเอง
“ผมเป็นคนที่ใช้คอนเซปต์เป็นแกนหลักในการเล่าก่อนครับ พอคอนเซปต์มาปุ๊บก็จะนึกถึงดอกไม้ที่มีความเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของเรื่องราวนั้น ๆ แล้วลงลึกไปหาประวัติศาสตร์ของมันต่อไป”
เรื่องราวเหล่านี้ชวนให้เราอยากทำความรู้จักกับคอนเซปต์ของแต่ละผลงานให้ลึกขึ้น รวมถึงเบื้องหลังการเลือกใช้ดอกไม้แต่ละชนิดในการสร้างสรรค์งานศิลปะโดยคุณบอล ที่ทั้งสวยและเต็มไปด้วยเรื่องราวของแรงบันดาลใจดี ๆ

To Fall From Grace
ผลงานชิ้นนี้ คุณบอลเลือกใช้ ‘ดอกกล้วยไม้หวายปอมปาดัวร์’ แทนภาพวัฏจักรการเกิด – ดับของดอกไม้ชนิดหนึ่ง เพราะหวายปอมปาดัวร์เคยเป็นดอกกล้วยไม้ที่มีมูลค่ามาก ทำให้ประเทศไทยมีหน้ามีตาและเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้ เพราะมีราคาแพงและถูกปลูกเฉพาะในบ้านของชนชั้นสูงเท่านั้น แต่หลังจากที่ถูกขยายพันธ์จนชาวบ้านได้มีอาชีพมากขึ้น หวายปอมปาดัวร์ก็สูญสลายหายไป และถูกแทนที่ด้วยดอกกล้วยไม้ที่เราคุ้นตาแทน
“หวายปอมปาดัวร์สูญสลายหายไปเพราะมันถูกผลิตมามากจนไม่ออกดอกอีก จากนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยกล้วยไม้ไหว้พระที่เราเห็นกันทั่ว ๆ ไป เราเลยได้เห็นทั้งจุดสูงสุดของมัน จุดที่มันถูกแทนที่ และจุดที่มันไม่ถูกมองเห็นอีกต่อไปแล้ว เรารู้สึกว่ามันน่าสนใจที่ดอกไม้ชนิดหนึ่งจะเคยถูกทำให้มีคุณค่ามากที่สุด และพอถึงวันหนึ่งมันก็ดับสลายได้เหมือนกัน”

Perfect Flower ดอกสมบูรณ์เพศ
อีกหนึ่งผลงานที่คุณบอลยกให้เป็นผลงานที่ชอบมากที่สุด จากการใช้ ‘ดอกชบา’ ดอกไม้ที่มีทั้งเกสรเพศผู้และเพศเมียที่แทนอัตลักษณ์ทางเพศของคุณบอล เพื่อสื่อสารออกมาเป็นคำตอบในเวลานั้น
“เราถ่ายภาพดอกชบาครบทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ เพื่ออยากให้ดอกชบาทั้ง 50 เขตเป็นตัวแทนของ ‘ผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศจากหลากหลายชนชั้น’ เพราะดอกชบาบางดอกบานอยู่ใต้สะพานลอย บางดอกบานอยู่ในบ้านไฮโซที่เราต้องไปกดกริ่งขอเข้าไปถ่ายก็มีเหมือนกัน”
“งานชุดนี้เลยลึกซึ้งกับเรามาก ๆ เพราะระหว่างทางที่นั่งมอเตอร์ไซค์ไปหาดอกชบาทั้ง 50 เขต มันสวยงามมาก เราได้เจอคนขายส้มตำ ได้เจอคนริมสะพานลอย ทำให้เราได้เห็นชีวิตคนมากกว่าแค่ทำงานศิลปะด้วยซ้ำ และตลอดเวลาที่ทำงานศิลปะ สิ่งที่มีความสุขที่สุดคือการ ‘ได้คุยกับคน’ ได้เห็นว่ามนุษย์เราต้องต่อสู้กับอะไรบ้าง มันทำให้เรารู้ว่าความหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไร”

คุณบอลเล่าว่ามีอยู่ผลงานชิ้นหนึ่งที่ทำเกี่ยวกับ ‘ดอกกุหลาบ’ ซึ่งวิธีการทำงานของคุณบอล คือการไปอยู่ที่ฟาร์มกุหลาบในจังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ทำให้ได้เห็นกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่ภาพของผู้คนที่ใช้ยาฆ่าแมลงฉีดให้ดอกกุหลาบออกมาสวยที่สุดก่อนถูกส่งมาขายที่ตลาดโดยพ่อค้าคนกลาง และสิ่งที่กระทบกับผู้คนในฟาร์มที่คุณบอลนำมาเล่าให้เราฟังผ่านผลงานชิ้นนั้น
“คนชอบกังวลว่าดอกกุหลาบมียาฆ่าแมลงฉีด แต่คนที่ปลอดภัยน้อยที่สุดคือเกษตรกรที่เป็นคนฉีดมันเอง วันนั้นเราเห็นเลยว่าเขาอยู่ใกล้สารพิษมาก ๆ เพราะตลาดต้องการดอกไม้ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ถ้าไม่ฉีดก็ผลิตดอกกุหลาบส่งมาขายไม่ได้”
“ซึ่งจริง ๆ แล้ว คนต้นทางเป็นคนที่รับสารพิษโดยตรง และอุปกรณ์ป้องกันก็ไม่ได้มาตรฐาน เป็นแค่ผ้าปิดใบหน้าเท่านั้น พอขนส่งมาไกล สารพิษมันก็ถูกชะล้างจนเหลือถึงเราไม่เยอะเท่าไหร่แล้ว พอมาขายที่ตลาด ก็โดนพ่อค้าคนกลางกดราคาอีก เราเลยเห็นได้เลยว่าดอกกุหลาบเหล่านั้นมันมีหยาดเหงื่อแรงงานเกิดขึ้นเยอะมากโดยที่เราไม่เคยรู้มาก่อน เรามักจะมองแค่ว่า ‘ดอกไม้สวยจัง’ แล้วซื้อมาปักแจกัน ในขณะเดียวกันเราก็อยากให้คนหันมาโฟกัสถึงต้นทางเหล่านี้มากขึ้นด้วยเช่นกัน”


The Banquet Table
ผลงานชิ้นถัดมาคือผลงาน ‘The Banquet Table’ จากเทศกาล Bangkok Design Week 2026 ที่ย่านปากคลองตลาด ที่คุณบอลตั้งใจพูดถึงความเป็นโลคอล และเรื่องราวของปากคลองตลาดที่เคยเป็นตลาดขายผัก ก่อนจะกลายมาเป็นตลาดดอกไม้อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน
“งานนี้ผมอยากพูดถึงความเป็นโลคอล พอตอนที่ไปเดินรีเซิร์ชหาพื้นที่ เราก็ได้เจอบ้านหลังหนึ่งที่ขายผักมาตลอดตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มของย่าน ปรากฏว่าเป็นบ้านของรุ่นน้องที่รู้จักกัน เขาก็เล่าประวัติศาสตร์ของบ้านและพาไปดูของเก่า ๆ ที่เก็บไว้ เราเลยอยากให้ผลงานชิ้นนี้ได้เป็นตัวกลางทำให้เรื่องราวครอบครัวของน้องถูกเล่าขานอีกครั้ง และให้คนได้รับรู้ว่าตลาดปากคลองเคยขายผักมาก่อน”
“เราเลยจัดเป็นโต๊ะดินเนอร์ขึ้นมา เล่าความเป็นประวัติศาสตร์ผ่านการนั่งกินข้าวร่วมกัน และต้องจัดใหม่ทุกวันเพราะเขาขายผักทุกวัน งานนี้ช่วงแรกผักจะเด่นกว่าดอกไม้ แต่พอจัดเปลี่ยนทุกสัปดาห์ ดอกไม้จะค่อย ๆ เติมเต็มเยอะขึ้นจนปกคลุมผักไปจนหมด เพื่อเล่าว่าวันหนึ่งผักที่เป็นตัวหลักของปากคลองก็ถูกแทนที่ด้วยดอกไม้ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิด มันคือการต่อสู้ดิ้นรนของทุกอาชีพ แค่อยากให้คนมองเห็นว่าข้างในปากคลองยังมีตลาดขายผักสด ๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าน่ารักกับเรามาก ๆ อยู่ ซึ่งแต่ละครั้งที่ผมลงพื้นที่เอง ซื้อของเองทุกอย่าง ไม่เคยฝากใครซื้อเลย ได้นั่งคุยกับพ่อค้าแม่ค้าจนถึงคนเก็บขยะ มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีและมีความสุขมากครับ”
ความน่ารักอีกเรื่องที่คุณบอลได้สัมผัสจากการได้ลงพื้นที่แต่ละครั้ง คือการได้เลือกซื้อของเองเสมอ ๆ พร้อมกับได้นั่งคุยกับพ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงคนเก็บขยะในพื้นที่ ซึ่งก็กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ดี และความอบอุ่นที่อบอวลไปทั้งผลงานที่ถูกจัดแสดง

The Lotus Fairy Village
ปิดท้ายด้วยผลงาน ‘The Lotus Fairy Village’ ในอีเวนต์ Unicorn Rendezvous ตลาดน่ารัก ๆ จาก Sretsis Inn Bangkok ซอยต้นสน ที่หยิบงานศิลปะการจัดดอกไม้ของคุณบอลมาจัดแสดง พร้อมให้เราได้ชมกันสด ๆ ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมของ ตัดแต่งดอกไม้ใบไม้ ไปจนถึงการจัดวางในสไตล์เฉพาะตัว ดอกไม้สีโทนชมพู – เขียวของคุณบอล และดอกบัวที่ถูกพับและตัดแต่งให้เป็น ‘นางฟ้า’ โดย มาลัยป้าไก่ ช่วยเติมเต็มให้บรรยากาศของงานในวันนี้เต็มไปด้วยความน่ารัก ราวกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกจินตนาการไปพร้อม ๆ กัน
“งานนี้เป็นงานที่มีความคาบเกี่ยวกับการเล่าถึงความเป็น ‘บ้าน’ โดยเราไม่อยากพูดให้มันดาร์ก แต่มันก็อาจจะมีเรื่องราวส่วนตัวที่ว่า ‘บ้านของเราไม่ได้สมบูรณ์แบบ’ พอเรามีโอกาสได้ใช้พื้นที่ที่มีความใกล้เคียงกับความเป็นบ้าน เราก็อยากทำให้บ้านที่สร้างขึ้นด้วยมือของเราเป็น ‘บ้านที่สวยงามและอบอุ่นเหนือจินตนาการ’ มันคงเป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนว่าเราอยากให้บ้านของเราเป็นแบบนั้นบ้าง สิ่งที่เราขาดหายไปเราก็อยากที่จะสร้างมันขึ้นมา โดยใช้ดอกไม้เป็นสื่อกลางในการพูดถึงมันในวันนี้ ซึ่งเราก็หวังว่าเราจะสามารถทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงในอนาคต”


และด้วยความที่ดอกไม้แต่ละชนิดมีฤดูกาลของตัวเอง ผลงานแต่ละชิ้นจึงต้องมีการผลัดเปลี่ยนชนิดของดอกไม้ไปตามช่วงเวลาที่เหมาะสม รวมไปถึงการดูแลรักษาดอกไม้ที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน ซึ่งได้สะท้อนถึงการมองเห็นคุณค่าของดอกไม้ในแบบที่คุณบอลตั้งใจอยากถ่ายทอดออกมา
“ดอกไม้บางดอกต้องถูกตัดกิ่งแล้วเผาไฟเพื่อไม่ให้ยางทำให้น้ำเน่า ดอกก้านแข็งต้องเติมน้ำสูง ๆ เพื่อดันน้ำ ดอกก้านอ่อนต้องใส่น้ำน้อย ๆ ไม่ให้ก้านเน่า การพาดอกไม้จากปากคลองมาจัดให้มันยังคงสวยงามและสมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่ท้าทายมาก บางดอกดูแลดีแค่ไหนก็เหี่ยวเร็ว แต่อยากให้คนได้มองเห็นกระบวนการและ Respect ชีวิตของมัน ว่ามีวันแบ่งบานก็มีวันเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลา ซึ่งเป็นหลักฐานว่าดอกไม้เหล่านี้ล้วนมีชีวิตไม่ต่างกับคนเราเลย”

เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ที่ปลูกไว้รอวันเติบโต
“เรามีความสุขมากที่หลายครั้งมีคนมาบอกว่า ‘ขอบคุณที่พูดถึงเรื่องราวบางอย่างที่เขาไม่มีโอกาสได้พูดผ่านงานชิ้นนั้น’ เราเลยเชื่อว่างานศิลปะมันกลายเป็นตัวกลางพาคนที่มีประสบการณ์เหมือนกันมาอยู่ด้วยกัน ทำให้รู้สึกว่าเราและเขาไม่ได้ต่อสู้อยู่คนเดียว และหวังว่าสิ่งที่เราทำในวันนี้จะเป็นการปูทางให้คนรุ่นหลังได้มีชีวิตที่ดีขึ้น และเข้าใจปัญหาในสังคมมากขึ้น เราแค่หย่อนเมล็ดพันธุ์และดูแลให้ดีที่สุด หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะเติบโตเป็นต้นไม้ในสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น”
“เราเลยอยากให้งานชุดต่อ ๆ ไปพูดถึงกลุ่มคนและสังคมได้กว้างมากขึ้น อาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเพศสภาพหรือชนชั้น แต่เป็นเรื่องที่มนุษย์เราประสบปัญหาร่วมกันและไม่มีโอกาสคลี่คลายมากพอ อยากให้งานศิลปะเป็นกระบอกเสียงให้กลุ่มคนที่ถูกละเลย หรือคนที่สังคมไม่ให้ความสำคัญ ให้คนเหล่านั้นได้ถูกมองเห็นมากขึ้นผ่านงานชิ้นต่อ ๆ ไปในอนาคตครับ”
ดังนั้นแล้ว งานศิลปะของคุณบอลจึงเป็นมากกว่าการจัดดอกไม้ธรรมดา ๆ บนโต๊ะสักตัวหนึ่ง แต่ผลงานศิลปะชิ้นนั้นกลับพาเราไปสัมผัสถึงความตั้งใจในการเลือกชนิดและรูปแบบของการจัดวาง จนเกิดเป็นความหมายใหม่ ๆ ที่ชวนให้เราได้สำรวจผ่านผลงานแต่ละชิ้น พร้อมกับค่อย ๆ ชวนให้เราตกหลุมรักดอกไม้หลากหลายชนิดผ่านเรื่องราวและแรงบันดาลใจดี ๆ ที่คุณบอลส่งต่อมาถึงเราและเพื่อนบ้านทุกคน
