Jelly Roll Jazz Club

คอมมูนิตี้ที่ส่งต่อแพสชันผ่านดนตรีแจ๊สและสเต็ปการเต้น

‘สวิงแดนซ์’ หรือ ‘การเต้นสวิง’ ศิลปะการเต้นรูปแบบหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังนึกคาแรกเตอร์ของการเต้นประเภทนี้ไม่ออก ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการเต้น หรือประเภทของดนตรีที่ใช้

Jelly Roll Jazz Club จึงถือเป็นตัวแทนของคอมมูนิตี้ ที่พร้อมส่งต่อเรื่องราวและแรงบันดาลใจให้การเต้นสวิงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย ด้วยแพสชันที่ต้องการต่อยอดจาก ‘โรงเรียนสอนเต้นสวิง’ สู่ ‘คอมมูนิตี้เต้นสวิง’ และการถ่ายทอดเรื่องราวจากภาพฟิล์มขาวดำในยุค 1920s – 1940s ให้กลับมามีชีวิตชีวาบนฟลอร์ของโรงเรียนสอนเต้นแห่งนี้อีกครั้ง

โดยคอลัมน์ Passion for Life ครั้งนี้ เราจะพาทุกคนไปออกสเต็ป และพูดคุยกับเพื่อนบ้านที่มีแพสชันกับการเต้นกันที่ Jelly Roll Jazz Club โรงเรียนสอนเต้นสวิงที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชั้นสองของร้าน Yellow Lane ในย่านอารีย์ ที่เป็นทั้งสเปซและคอมมูนิตี้ที่เพื่อนบ้านทั้ง 4 คนอย่าง ‘คุณสมภพ กุละปาลานนท์’, ‘คุณแบงค์ – นิทัสน์ อุดมดีพลังชัย’, ‘คุณแพท – พิมพ์นรี ปิยะบุญสิทธิ’ และ ‘คุณสุ – สุไลมาน สวาเลห์’ โดยได้เอาคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกันของแต่ละคนมาสร้างสรรค์เป็นโรงเรียนสอนเต้น และ คอมมูนิตี้เต้นสวิง คอมมูนิตี้ที่ส่งต่อแพสชันผ่านดนตรีแจ๊สและสเต็ปการเต้น จนกลายเป็นเรื่องราวสนุก ๆ ที่ชวนให้เราอยากรู้จักกับ ‘สวิงแดนซ์’ มากยิ่งขึ้น

‘การเต้นสวิง’ คือศิลปะการเต้นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าร้อยปี ที่ Jelly Roll Jazz Club เลือกหยิบเอาเสน่ห์ของวัฒนธรรมนี้มาเล่าใหม่ในรูปแบบของโรงเรียนสอนเต้น ที่ไม่ได้มีแค่สเต็ป แต่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความสนุกและการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน

“ความตั้งใจของเราคือการอยากเอาวัฒนธรรมนั้นกลับมา ในแง่มุมที่เราได้วางมือถือทิ้งไว้แล้วมาคอนเน็กกับคน พร้อมกับ Enjoy the moment ตอนผมสอนกับแพทผมจะบอกนักเรียนว่า ‘ให้คุณจับคู่มา และมีเวลา 3 นาที ทำยังไงก็ได้ให้อีกฝ่ายหัวเราะให้ได้เยอะที่สุด’ คือเราไม่ได้เน้นให้ทุกคนเต้นเป๊ะ แต่เราอยากให้ทุกคนสามารถสนุกได้เต็มที่”

ค่อย ๆ ปล่อยใจไปกับเรื่องราวในแต่ละสเต็ปของ Jelly Roll Jazz Club ที่เต็มไปด้วยความตั้งใจและแพสชันของเพื่อนบ้านที่อยากเห็นสวิงแดนซ์เติบโต และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น พร้อมสัมผัสเรื่องราวที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจดี ๆ ของ ‘คุณสุ’ และ ‘คุณแพท’ ครูสอนเต้นที่จะมาร่วมแชร์เรื่องราวต่าง ๆ ที่ทำให้เราหลงรักสวิงแดนซ์ไปทีละสเต็ป

Jelly Roll Jazz Club
จากโรงเรียนสอนเต้นสวิง สู่พื้นที่สร้างคอมมูนิตี้

คุณสุ : “Jelly Roll Jazz Club เพิ่งมีมาสามปีครับ เกิดขึ้นเพราะเราชอบเต้นและชอบดนตรี เราเลยอยากสร้างพื้นที่ที่จะขับเคลื่อนแพสชันตรงนี้ แล้วก็กระจายแพสชันของเราให้กับคนอื่น ๆ ด้วย”

นี่คือประโยคเปิดบทสนทนาของคุณสุ เมื่อเราชวนให้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ ‘Jelly Roll Jazz Club’

ก่อนจะพาไปสำรวจจุดเริ่มต้นของ Jelly Roll Jazz Club ให้ลึกขึ้น เราขอชวนทุกคนมาทำความรู้จักทั้งสองเพื่อนบ้านผู้อยู่เบื้องหลังพื้นที่แห่งนี้ให้มากยิ่งขึ้น ผ่านบทสนทนาในวันที่เต็มไปด้วยความคึกคักจากกิจกรรม So You Think You Can Jazz และ Open House ที่เปิดบ้านต้อนรับผู้คนที่หลงรักสวิงแดนซ์ให้ได้มาพบปะและแชร์โมเมนต์ดี ๆ ร่วมกัน

คุณแพท : “ก่อนที่จะมาเริ่มเต้นสวิงแดนซ์ แพททำงานทั่วไปเลยค่ะ ครั้งแรกที่มาเริ่มเต้นคือการที่เพื่อนชวนไปหากิจกรรมทำเพื่อให้เราได้แฮงก์เอาต์กันทุกวีคเอนด์ ซึ่งสิ่งนั้นคือ ‘สวิงแดนซ์’

คุณสุ : “ส่วนเราเริ่มต้นจากการฟังดนตรีแจ๊ส ซึ่งเราฟังเป็นดนตรีที่จะมีความโมเดิร์นมาค่อนข้างเยอะ พอวันหนึ่งมีเพื่อนมาเต้นสวิงให้ดู เราก็งงว่ามันคือการเต้นแบบไหน และดนตรีแจ๊สที่เราได้ยินตอนนั้นก็เป็นคนละแนวกับที่เราฟังประจำ แต่เรารู้สึกว่ามันน่าสนุกดี เราเลยอยากลองทำดูบ้าง”

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความอยากลอง ค่อย ๆ ถูกต่อยอดเป็นความสนุกและแพสชันที่ชัดเจนขึ้น จนกลายมาเป็น Jelly Roll Jazz Club ที่ทั้งคู่ร่วมสร้างขึ้นกับเพื่อนบ้านอีกสองคนสำคัญของที่นี่

และเรื่องราวของ Jelly Roll Jazz Club ก็เริ่มต้นจากการเป็น ‘โรงเรียนสอนเต้นสวิง’ ก่อนจะค่อย ๆ เติบโตเป็น ‘พื้นที่สร้างคอมมูนิตี้’ ที่เต็มไปด้วยแพสชันและเปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านได้มาออกสเต็ปอย่างเต็มที่ในโลกของสวิงแดนซ์

คุณสุ : “เราหาอะไรทำเรื่อย ๆ หากิจกรรมใหม่ ๆ และหาอะไรที่มันแหวกแนวทำ เพื่อมาขับเคลื่อนความสนุก รวมไปถึงความเป็นคอมมูนิตี้ไปพร้อม ๆ กันด้วย ซึ่งจุดยึดหลักของเราคือ ไม่ว่าจะเป็นอะไรที่ตลก แหวกแนว หรือความสนุกสนาน ท้ายที่สุดแล้วมันก็สามารถผลักดันผ่านศิลปะแขนงนี้ที่เราเรียกว่าเป็น‘การเต้นสวิง’ หรือ ‘ดนตรีสวิง’ ของเราครับ”

“รวมไปถึง ‘Swing Culture’ ประวัติศาสตร์ของสวิงแดนซ์ หรือแม้แต่วัฒนธรรมการแต่งตัว เราก็พยายามที่จะนำมันกลับมาอีกครั้ง อย่างสิ่งที่เป็นยุคนั้น เราก็สอนให้คนที่มาเรียนเต้นได้คอนเน็กกันว่า ‘คุณจะขอคนเต้น คุณต้องเดินไปยังไง คุณต้อง extend your arm นะ (ท่าทางการผายมือเพื่อขอเต้น)’ มันเป็นอะไรที่น่ารัก ๆ พวกนี้ครับ เพราะสมัยก่อนยังไม่มีมือถือหรืออินเทอร์เน็ตให้เราได้เล่นเหมือนทุกวันนี้”

‘Swing Dance’ ที่ถูกเล่าโดย Jelly Roll Jazz Club

การหยิบเอา ‘Swing Culture’ หรือประวัติศาสตร์ของสวิงแดนซ์มาเล่าให้ผู้คนได้รู้จัก ผ่านทั้งการสอนเต้น การชวนออกสเต็ป และการได้คอนเน็กกับผู้คนรอบตัว จนกลายเป็นกิมมิกสุดพิเศษของ Jelly Roll Jazz Club ที่อยากให้ทุกคนได้เรียนรู้เรื่องราวความเป็นมาของ ‘สวิงแดนซ์’ ไปพร้อมกับการได้เอนจอยกับคอมมูนิตี้นี้ไปด้วยกัน

คุณแพท : “จริง ๆ การเต้นสวิงในสมัยนี้มันมีหลากหลายสไตล์มาก แต่สิ่งที่เรายึดถือคือ ‘Authenticity’ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของ Jelly Roll Jazz Club เลยค่ะ เพราะเราพยายามจะทำให้เป็นสไตล์ออริจินอลจริง ๆ”

คุณสุ : “เรายึดติดกับพวกแหล่งข้อมูลที่เป็นภาพยนตร์ที่เรียกว่า ‘Soundies’ (ภาพยนตร์เพลงขนาดสั้นในอดีต) เป็นมิวสิกวิดีโอในยุค 30s – 40s นอกจากนี้เราก็มีการแกะท่าจากตรงนั้นมา ทำความเข้าใจแล้วเอามาสอนนักเรียน หรือบางทีเราก็เรียนจากคนที่เขาเรียนกับคนในคลิปจริง ๆ มาอีกที”

ศิลปะการเต้นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปีนี้เอง ที่ถูกนำกลับมาเล่าใหม่ผ่านจังหวะของดนตรีแจ๊ส เสียงหัวเราะของคู่เต้น และสเต็ปการเต้นในแบบของ Jelly Roll Jazz Club ที่เหมือนถูกปลุกชีวิตให้กลับมามีชีวิตชีวา และถูกแต่งแต้มเรื่องราวด้วยผู้คนในยุคปัจจุบันอีกครั้ง

คุณสุเล่าถึงความเป็นมาของสวิงแดนซ์ให้เราฟังกันเพลิน ๆ ชวนให้เราได้นึกถึงภาพในอดีต จากภาพฟิล์มขาวดำที่ผู้คนออกสเต็ปในฟลอร์เต้นรำ และพาเราย้อนกลับไปสู่ยุคที่สวิงแดนซ์เฟื่องฟูในนิวยอร์ก เมืองที่เต็มไปด้วยบอลรูมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้มาพบปะและปล่อยใจไปกับเสียงดนตรีแจ๊ส

คุณสุ : “ลองนึกภาพว่าทุกวันนี้ถ้าเราเครียดเราจะทำอะไรกันบ้าง สุลองย้อนไปประมาณสิบปีที่แล้ว เวลามีเรื่องเครียดเราก็ไปเที่ยวหรือไปดื่ม แล้วเราก็เต้น ๆ ในร้านที่คนแน่นมาก ซึ่งจริง ๆ สวิงแดนซ์ก็เหมือนกันเลย แต่แค่ย้อนไปประมาณ 100 ปีที่แล้ว บรรยากาศทุกอย่างคล้ายกันหมด ส่วนสถานที่ที่เขาไปจะมีชื่อว่า ‘Ballroom’ ที่คนมักไปแฮงก์เอาต์กันในยุค 1920s – 1940s”

หนึ่งในบอลรูมที่ดังที่สุดในนิวยอร์ก ณ เวลานั้น ชื่อว่า ‘Savoy Ballroom’ เป็นพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่พอ ๆ กับ ‘หนึ่งบล็อกของนิวยอร์ก’ และมีคนไปเต้นคืนละ 3,000 – 4,000 คน จนต้องทำการเปลี่ยนพื้นไม้บริเวณนั้นทุก ๆ 3 – 4 ปีเพราะถูกใช้งานอย่างหนัก บรรยากาศของบอลรูมในเวลานั้นก็มีความคล้าย ๆ กับร้านสังสรรค์ที่ทุกคนคุ้นหน้าคุ้นตากันในทุกวันนี้ แต่ในยุคนั้นจะมีฟลอร์เต้นขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับความสนุกของผู้คนได้มากมาย พร้อม ๆ กับดนตรีที่มีความเฉพาะตัวอย่าง ‘ดนตรีสวิงแจ๊ส’

คุณสุ : “สมัยนั้นดนตรีสวิงแจ๊สคือ ‘Popular Music’ ของยุคนั้น Savoy Ballroom ก็เป็นที่กำเนิดของนักร้องดัง ๆ อย่าง Ella Fitzgerald และนักดนตรีอีกหลายคนที่ถือเป็นคนดังของยุคนั้นเลย เรื่องราวในยุคนั้นก็เรียบง่าย พอวงเล่นดนตรีสวิง คนเข้าไปในบอลรูมก็เอนจอย เริ่มขยับตัว เห็นคนนั้นคนนี้เต้นน่าสนุกก็พยายามเลียนแบบบ้าง จากนั้นก็ลองเข้าไปเต้น เป็นการ Learn by doing เพราะสมัยนั้นไม่ได้มีโรงเรียนสอนอย่างจริงจัง”

คุณสุเล่าเสริมว่า ดนตรีสวิงแจ๊ส เป็นดนตรีที่สนุกมาก ๆ และให้คนละอารมณ์กับดนตรีแจ๊สที่เราได้ฟังในทุกวันนี้ เพราะเพลงสวิงแจ๊สเป็นจังหวะดนตรีที่ ‘Made for dancing’ คือการทำเพลงให้จังหวะและเมโลดี้มีความขี้เล่นเพื่อชวนให้คนอยากลุกขึ้นมาเต้นบนฟลอร์ และความสนุกนั้นก็ได้แพร่หลายไปจนถึงยุโรปและเอเชีย อย่างในเซี่ยงไฮ้และญี่ปุ่น

คุณแพท : “มันเป็นพื้นที่ให้คนไป socialize เราเลยเรียกสิ่งนี้ว่า ‘Social Dance’ ที่เราหยิบมาทำเหมือนกันค่ะ”

คุณสุ : “สมมติว่าเต้นกับคนนี้สนุกมาก เต้นเสร็จเราก็ไม่ได้ทิ้งเขากลางฟลอร์ ก็จะพาออกมาทำความรู้จักว่า ‘ชื่ออะไร มาจากไหน’ ซึ่งหลายคนก็กลายเป็นเพื่อนกันในบอลรูม ทำให้คนไปแฮงก์เอาต์ที่นี่กันค่อนข้างบ่อย เพราะมีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และมีเพื่อนอยู่ที่นั่นด้วย”

เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจของ Jelly Roll Jazz Club ที่หยิบเอาเสน่ห์ของวัฒนธรรมสวิงกลับมาเล่าใหม่ ผ่านการชวนให้เราวางมือถือไว้ข้าง ๆ แล้วออกไปขยับร่างกาย ทำความรู้จักผู้คน และสนุกไปกับคู่เต้นตรงหน้า จนค่อย ๆ ก่อเกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่อบอุ่นใจอย่าง ‘คอมมูนิตี้เต้นสวิง’

‘สวิงพาทัวร์’
ทัวร์ให้คนได้รู้จักสวิงแดนซ์มากขึ้น

คุณแพท : “เราอยากให้คนได้รู้จักสวิงแดนซ์เยอะที่สุด โดยที่คนไม่ได้รู้สึกว่ามันเข้าถึงยาก”

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์การเต้นสวิงจากฟิล์มขาวดำและภาพยนตร์สั้นในอดีต หรือวัฒนธรรมการเต้น รวมไปถึงดนตรีสวิงที่หลายคนอาจกำลังรู้สึกอยากฟังดูสักครั้ง ‘สวิงพาทัวร์’ โดย Jelly Roll Jazz Club ก็เป็นอีกกิมมิกหนึ่งของโรงเรียนสอนเต้นสวิงแห่งนี้ ที่จะพาสวิงแดนซ์ออกไปนอกห้องเรียน เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักกับการเต้นประเภทนี้มากยิ่งขึ้น ผ่านบรรยากาศของคอมมูนิตี้ เสียงเพลง และความสนุกที่จะได้รับในอีเวนต์แต่ละครั้ง

จุดเริ่มต้นของ สวิงพาทัวร์ เกิดจากความตั้งใจที่อยากเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของผู้คนที่มีต่อการเต้นสวิง ด้วยการชวนให้ลองขยับร่างกาย ออกสเต็ป และสัมผัสเสน่ห์ของสวิงแดนซ์ด้วยตัวเองสักครั้ง และทำให้การเต้นเป็นเรื่องที่เข้าถึงและเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

คุณสุ : “สุรู้สึกว่ามันจะมีภาพจำบางอย่าง อย่างสมมติเราจะไปบอกเพื่อนว่าจะไปเต้นสวิงแดนซ์ เขาก็จะคิดว่าเป็นบอลรูมลีลาศ ซึ่งจริง ๆ มันมีคาแรกเตอร์ที่ต่างกันอยู่ เราแค่อยากจะสื่อว่าใครก็ทำได้ ดนตรีสวิงหรือดนตรีแจ๊สก็ไม่ใช่สิ่งที่เข้าถึงยาก ไม่ใช่ว่าเราต้องไปร้านแจ๊สแล้วนั่งฟังจริงจัง เพราะจริง ๆ ดนตรีมันทำขึ้นมาเพื่อความบันเทิง คือ ‘Made for entertainment, dancing, and letting go’ บางบทเพลงเขาทำขึ้นมาเพื่อล้อเลียนเรื่องบางเรื่องด้วยซ้ำ ซึ่งคนสมัยนี้อาจจะมีภาพจำของดนตรีแจ๊ส วัฒนธรรมแจ๊ส การเต้นสวิง หรือวัฒนธรรมการเต้นที่ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงที่มันเคยเป็น”

“นอกเหนือจากการทำโรงเรียน คือเราอยากจะสร้าง Ecosystem สำหรับวัฒนธรรมของเรา และอยากแพร่กระจายความตั้งใจนี้ไปให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องเต้น แต่เราพยายามพัฒนานักดนตรีด้วย มีน้อง ๆ มาหัดเล่นดนตรี มาเป็น MC เล่นตลก หรือเล่นมายากล เราอยากให้คนมาสนุกกับมัน มาลองคลายเครียด และมา ‘Lose My Self Control’ ไปกับเรา”

Photo by Jelly Roll Jazz Club

และถ้าใครเคยมีโอกาสได้ไปจอยอีเวนต์ของ Jelly Roll Jazz Club อย่าง ‘Step Into Swing’ ที่หัวลำโพง หรืออีเวนต์ที่ยกวงดนตรีแจ๊สไปเล่นกลางสวน ก็จะนึกภาพบรรยากาศของการสอนเต้นสนุก ๆ นี้ออกกันแน่นอน

คุณแพท : “มันกลับไปที่ mission ของเรา หรือแพสชันที่เราอยากทำให้คนได้รู้จักสวิงแดนซ์มากขึ้น เราก็ต้องเอาตัวเองออกไปในที่สาธารณะ เช่น ออกไปเล่นดนตรีในสวนสาธารณะ ที่หัวลำโพง หรือที่สถานที่สาธารณะต่าง ๆ เพื่อให้คนรู้จักเรา”

“อีกเรื่องคือเราก็มีแพสชันเรื่อง ‘ดนตรี’ ที่อยากพูดถึง เพราะเรามีการทำงานกับวง Yusu Jazz Band ซึ่งเป็นวงดนตรีที่คุณสมภพสร้างขึ้นมา และสุก็เล่นดนตรีอยู่ในวงด้วย เป็นวงที่ทำเพื่อนักเต้นโดยเฉพาะ อย่างเรื่อง Ecosystem ที่เราได้บอกไปคือเราอยากทำให้มันไปด้วยกัน ทั้งวงดนตรี นักเต้น และทำให้คนรู้จักเยอะขึ้น พอทำไปเรื่อย ๆ ก็เลยสร้างเป็นแบรนด์ ‘สวิงพาทัวร์’ คือการนำคอมมูนิตี้และดนตรีออกไปให้คนทั่วไปได้รู้จัก ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดฟรีเพื่อให้คนมาร่วมจอยได้มากขึ้น”

คุณแพทและคุณสุผลัดกันเล่าโมเมนต์น่ารัก ๆ ระหว่างการสอนเต้นนอกสถานที่ไปเรื่อย ๆ พร้อมกับชวนให้เราได้นึกภาพของบรรยากาศที่มีผู้คน ดนตรี และการเต้นกันอย่างสนุกสนานของเพื่อนบ้านในสถานที่ต่าง ๆ ที่กลายเป็นทั้งเรื่องราวของความท้าทาย และเรื่องราวความประทับใจไปพร้อมกัน

คุณแพท : “เราเจอเรื่องราวท้าทายและเรื่องราวประทับใจเยอะมาก อย่างที่หัวลำโพงในปีล่าสุด เราก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนจะมาหลักพันคน ซึ่งในวันนั้นก็มีครูชาวต่างชาติและนักเต้นชาวต่างชาติที่มาจอยด้วยกันเขาก็ยังรู้สึกทึ่งเลย มันคือความท้าทายมากที่ต้องสอนคนเป็นพันคนในเวลาแค่ 20 นาที”

คุณสุ : “งานใหญ่เราก็ประทับใจ ส่วนงานเล็ก ๆ เราก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันน่ารักดี อย่างที่สวนรถไฟที่คนจะมานั่งปิกนิกกัน ตอนแรกที่เราสอนก็ยังไม่มีใครลุก แต่พอสอนเสร็จทุกคนลุกขึ้นมาเต้นกันหมด เราเลยรู้สึกประทับใจมากที่เห็นคนกล้าทำและสนุกไปกับมัน หลังจากนั้นมาเราเลยจะพูดแค่ ‘Rock Step, Step, Step’ สักพักก็เปิดแค่เพลง และจะพูดแค่ครั้งสองครั้งแล้วเลิกพูด ทีนี้เราก็จะเห็นนักเรียนเขาเต้น เราก็จะเดินดูรอบ ๆ แล้วจะเห็นเขายิ้ม หัวเราะ เต้นถูกบ้าง ผิดบ้าง แต่เราก็ประทับใจมากจริง ๆ”

Photo by Jelly Roll Jazz Club

สิ่งที่ได้รับจากการเป็น ‘โรงเรียนสอนเต้นสวิง’

นอกจากการออกไปสอนนอกสถานที่ที่ช่วยให้ผู้คนได้รู้จักสวิงแดนซ์มากขึ้นแล้ว ในบทบาทของการเป็นโรงเรียนสอนเต้นสวิง Jelly Roll Jazz Club ยังตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่ที่ชวนให้ทุกคนได้มาลองอย่างจริงจัง ผ่านคลาสเรียนที่เปิดโอกาสให้เริ่มต้นตั้งแต่พื้นฐาน ค่อย ๆ ทำความเข้าใจจังหวะดนตรี และปล่อยใจไปกับการเต้นสวิงมากขึ้น

ใครที่เคยลองเต้นคลาสสั้น ๆ จาก ‘สวิงพาทัวร์’ แล้วติดใจ ก็สามารถแวะมาเรียนต่อแบบจัดเต็มกันได้ที่ร้าน Yellow Lane ในย่านอารีย์ พื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี รอยยิ้ม และเพื่อนใหม่ที่รอให้เราไปเจอ

คุณสุ : “ช่วงมาแรก ๆ คนจะเขินมาก เราเลยแถม Social Dance Ticket ให้ไปเข้าปาร์ตี้ของเรา 5 ครั้ง เพราะเรียนอย่างเดียวแต่ไม่ปฏิบัติมันจะจำยาก เราเลยพยายามผลักดันให้คนเข้าปาร์ตี้ด้วย พอเข้าไปก็จะได้เห็นคนที่หลุดโลกไปเลย บ้าคลั่ง และสนุกมาก ๆ เพราะอย่างที่บอกว่าโจทย์ของเราคือทำยังไงก็ได้ให้คู่ของเราหัวเราะ บางคนเต้นอยู่ก็ทำท่าสัตว์เดินรอบห้อง แล้วทั้งห้องก็ทำตาม มันหลุดโลกไปเลย สิ่งที่คุณจะได้จากการมาเรียนคือมันไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ไม่มีท่าตายตัว พอมีพื้นฐานแล้ว นอกเหนือจากนั้นคุณก็เล่นสนุกได้เต็มที่”

จากคลาสเรียน สู่คอมมูนิตี้ที่ทุกคนได้รีแลกซ์กันมากยิ่งขึ้น ที่มาพร้อมกับเรื่องราวน่ารัก ๆ อย่างการเอาขนมหรือผลไม้มาแชร์กันทุกสัปดาห์ที่มีคลาสเรียน ทำให้ที่นี่เป็นมากกว่าการเป็นโรงเรียนสอนเต้น แต่เป็นทั้งเพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน จนกลายเป็นเรื่องราวความประทับใจในฐานะของการเป็นครูสอนเต้นที่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของนักเรียนแต่ละคนอยู่ตลอดเวลา

คุณแพท : “มันมีเรื่องราวเยอะมาก เพราะเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของแต่ละคน อย่างคนที่มาครั้งแรก ก็จะมีน้องคนหนึ่งที่เขาเขินแล้วเอาแต่มองเพดาน คือเขาน่าจะไม่ชินกับการจับคู่เต้นกับคนอื่น แต่ตอนนี้คือเขาสนุกมาก เล่นตลก เล่นมายากล กลายเป็น MC ไปแล้วก็มี หรือบางทีก็จะมีข้อความจากนักเรียนว่า ‘ขอบคุณจริง ๆ ที่ทำให้เขากล้าที่จะทำอะไรใหม่ ๆ’”

คุณสุ : “เราเองก็ประทับใจหลายอย่างมาก อย่างคนที่กล้ามา พอมาแล้วเอนจอย เราก็จะเห็นตลอด อย่างตอนที่เราสอน 5 นาทีแรกคนจะอึ้ง ๆ แต่พอผ่านไป 1 ชั่วโมงเขาทำได้ เขาก็จะเอนจอยกับมันมากขึ้น จะหัวเราะสนุกสนาน เต้นผิดเต้นถูกบ้าง จบคลาสเขาก็รีแลกซ์มากขึ้น สิ่งนั้นมันก็กลับมาเป็นแรงบันดาลใจให้เราเหมือนกัน เราก็รู้สึกดีใจที่เราได้เป็นแพลตฟอร์มหรือสเปซให้คนได้มาคอนเน็กกัน รวมไปถึงการที่ทำให้เขาได้ลองอะไรใหม่ ๆ”

So You Think You Can Jazz

วันนี้เราก็ได้มีโอกาสมาจอยหนึ่งในคลาสของ Jelly Roll Jazz Club กับกิจกรรม ‘So You Think You Can Jazz’ ที่มาคู่กับการจัด Open House พร้อมต้อนรับเพื่อนบ้านหน้าใหม่ให้ได้รู้จักกับสวิงแดนซ์มากยิ่งขึ้น ด้วยคลาสสอนเต้นฟรี และการจัดโชว์เคสจากนักเต้นสวิงเจ๋ง ๆ ทั้ง 11 ทีม ที่มาช่วยเติมสีสันให้กับสเปซของโรงเรียนสอนเต้นที่นี่ และได้ดื่มด่ำกับไวบ์ของคอมมูนิตี้สวิงแดนซ์กันแบบจุใจ

คุณแพท : “กิจกรรมนี้มีที่มาจาก ‘คุณสมภพ’ ที่อยากให้สกิลการเต้นของนักเต้นพัฒนาและได้ใช้เวลาซ้อมร่วมกัน เราเลยจัดแข่งขันขึ้นเพื่อให้คนได้มารวมตัวและซ้อมด้วยกัน ซึ่งรูปแบบของมันจะคล้าย ๆ รายการ The Voice คือคือนักเต้นจะส่งวิดีโอออดิชันความยาว 20 วินาทีมา แล้วก็มีโค้ชเลือกเข้าทีม พอจับคู่เสร็จแต่ละทีมก็มีเวลา 3 เดือนในการซ้อมเพื่อมาแข่งกัน”

“ซึ่งถือเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยละลายพฤติกรรม ให้คนได้ใช้เวลาร่วมกันและสนิทกันมากขึ้น ที่สำคัญคือมันทำให้ครูกับนักเรียนสนิทกันไปด้วย เพราะปกติในฟลอร์ Social Dance ของเรา นักเรียนจะไม่กล้าขอครูเต้นเพราะเกรงใจ มันเลยเป็นการแข่งขันที่เฟรนด์ลีมาก มีแอบขิงกันน่ารัก ๆ ในกรุ๊ปตลอดเวลา”

ดีเทลของกิจกรรมนี้ คือการให้ผู้เข้าร่วมได้เลือกวิดีโอการเต้นสวิงที่ชอบ หลังจากนั้นก็แกะท่าแล้วเต้นตามคลิปนั้น ๆ แล้วโค้ชก็จะคอยให้คำแนะนำ และสุดท้ายก็มาแข่งกันในวันนี้ กลายเป็นโชว์เคสที่แต่ละคนจะชวนเพื่อนและครอบครัวมาดูการแสดงสนุก ๆ Jelly Roll Jazz Club เลยเป็นคนจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมคนอื่น ๆ ได้มาจอยร่วมกันในงานนี้ด้วย

คุณสุ : “คือเราไม่อยากให้แค่มาถึงแล้วนั่งดูเฉย ๆ แต่อยากมีกิจกรรมให้เขาได้ทำด้วย ขณะเดียวกันเราก็ได้ทำให้เขารู้จักสวิงแดนซ์มากขึ้นด้วย เลยกลายเป็น ‘Open House’ ในวันนี้ขึ้นมา เป็นกิจกรรมฟรีที่จะชวนใครมาก็ได้ ให้ได้มาลองสนุกด้วยกัน เสร็จแล้วค่อยมานั่งดูโชว์ หรือจะเอนจอยกับ Social Dance และปาร์ตี้ต่อก็ได้”

ส่วนคลาสในวันนี้ก็เป็นคลาสสั้น ๆ อย่าง Solo Jazz และ Lindy Hop ที่ทำให้เราได้เอนจอยไปกับเพื่อนบ้านในคอมมูนิตี้ ตั้งแต่คนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน ไปจนถึงคนที่เรียนอยู่แล้ว

โดยเฉพาะคลาส Lindy Hop ที่ต้องจับคู่เต้นกับเพื่อนบ้านที่เราไม่เคยรู้จักมาก่อน กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้ทริคเล็ก ๆ จากเพื่อนร่วมคลาสหลากหลายคน แถมยังได้ทำความรู้จักกันแบบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความน่ารักและอบอุ่นหัวใจมาก ๆ

สเต็ปถัดไปของ Jelly Roll Jazz Club

นอกจากอีเวนต์น่ารัก ๆ ที่จัดขึ้นในวันนี้ สเต็ปถัดไปของ Jelly Roll Jazz Club คืออีเวนต์ครั้งยิ่งใหญ่อย่าง ‘Swing Era’ ที่มีแพลนจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ ที่สมาคมธรรมศาสตร์ ในย่านสาทร เป็นกิจกรรมที่เคยจัดมาแล้ว 2 ปี ที่จัดขึ้นเพื่อชาวสวิงแดนซ์กันโดยเฉพาะ

คุณแพท : “สิ่งนี้มันต่อยอดจากแพสชันของสมภพเลย มันเป็นอีเวนต์ที่จัดเพื่อคนเต้น ในอีเวนต์มันคือแคมป์เต้นสวิง ที่จะมี Music Focus ของสมภพ ที่มีวงดนตรี 6 วงจากทั้งต่างประเทศและในประเทศ อย่าง 2 ปีที่ผ่านมาก็จะมีวงมาจากฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น แล้วก็มีของไทยเอง ซึ่งเป็นวงที่สมภพกับสุไปรวบรวมอาจารย์มหาวิทยาลัยมารวมวงกัน”

คุณสุ : “เราก็ให้โจทย์เขาว่า ‘ให้คุณเอาเวอร์ชันนี้เป็น reference นะ เราอยากได้ความเร็วเท่านี้ ยาวเท่านี้’ แล้วเขาก็ไปเขียนเพลงมาให้ คือเราโชคดีมากที่เขาก็บ้าจี้ไปกับเราด้วย เขาก็ไปเขียนส่ง draft มาให้เราฟัง เราก็แก้กันไปมา ซึ่งมันก็เป็นความน่ารักของเขาจริง ๆ ที่ทำให้พวกเราครับ”

Photo by Jelly Roll Jazz Club

นอกจากพาร์ทของดนตรีแล้ว ในงาน Swing Era ยังมีการจำลองบรรยากาศของคอมมูนิตี้เต้นสวิงในอดีต คือการมี ‘Band Battle’ ให้บรรยากาศของงานมีความน่าตื่นเต้นเพิ่มมากขึ้น

คุณสุ : “อย่างที่ Savoy Ballroom ที่สุเล่าให้ฟัง สมัยก่อนเขาก็เอาวงมาปะทะกันเป็นเรื่องปกติ เราก็อยากจะจำลองแบบนั้น แล้วถ้าพูดในเรื่องการเต้น เราก็เอาครูมาจากต่างประเทศเยอะมาก แล้วครูที่เราเลือกมาก็เป็นครูที่คอนเน็กกับ ‘original dancer’ ในยุคนั้น ที่เขาได้เรียนจากคนที่เต้นในฟิล์มขาวดำเลย”

คุณแพท : “เราพยายามจะไปให้สุดค่ะ อย่างในแคมป์นี้ที่จะจัด 5 วัน 5 คืน ก็คือทุกคนจะได้อยู่เต้นทั้งวันทั้งคืนเลย ตอนกลางวันคุณจะได้เรียนกับนักเต้นระดับท็อปจากทั่วโลกตั้งแต่ 10.00 – 17.00 น. แล้วช่วง 19.00 – 23.30 น. คุณจะได้อยู่ฟังดนตรีสด หลังจากนั้นก็จะมีอาฟเตอร์ปาร์ตี้ในทุก ๆ วัน อย่างปีนี้เราก็จะมี 2 ห้อง แบ่งเป็นห้องสำหรับคนอยากฟังเพลงอย่างเดียว และห้องสำหรับคนอยากเต้นอย่างเดียว เพราะเขาก็เต้นกันไม่หยุด บางทีมีจนถึงตี 3 – 4 ก็ยังมีพลังงานกันเยอะมาก”

คุณสุและคุณแพทเล่าเสริมว่า Swing Era เป็นอีเวนต์ที่ Jelly Roll Jazz Club พยายามจะหยิบเอาโชว์ที่เราเห็นในฟิล์มขาวดำสมัยก่อนมาทำ โดยทำให้มันกลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยการเพิ่มท่าทางสนุก ๆ อย่างท่าตีลังกา และเพลงที่มีจังหวะเร็วขึ้นจากเดิมมาก ทำให้บรรยากาศภายในห้องบอลรูมแห่งนี้ได้เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความคลาสสิกและความสนุกที่แปลกใหม่ โดยผสมผสานกันอย่างลงตัว

Photo by Jelly Roll Jazz Club

โปรเจกต์สนุก ๆ จาก Jelly Roll Jazz Club ยังมีให้เรารอติดตามชมกันอยู่เรื่อย ๆ ทั้งเรื่องโชว์ที่มีความตั้งใจอยากทำให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และโปรเจกต์ทำอัลบั้มเพลงของวง Yusu Jazz Band ที่กำลังมองหารสชาติเพลงใหม่ ๆ รวมไปถึงการทำโปรเจกต์ข้ามประเทศกับ Swing Dance Community ในประเทศอื่น ๆ อย่างโปรเจกต์เพลงที่จะทำกับวงดนตรีสวิงของญี่ปุ่น และโปรเจกต์เต้นที่ทำงานร่วมกับ Southeast Asia กับการได้เป็นพาร์ทเนอร์กับทั้งคอมมูนิตี้เต้นสวิงในสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อที่จะจัดอีเวนต์ร่วมกันในทุก ๆ ปี

ส่วนเพลงแจ๊สเพราะ ๆ จากวง Yusu Jazz Band ก็มีให้ติดตามฟังกันได้ใน Spotify, Apple Music และ YouTube ที่มาพร้อมมิวสิกวิดีโอแบบมีคนเต้นไปพร้อมกับเพลงให้เราได้ดูกันเพลิน ๆ อีกด้วย

จากแพสชันสู่ความฝันของ
Jelly Roll Jazz Club

นอกจากความตั้งใจที่อยากให้สวิงแดนซ์เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นแล้ว อีกหนึ่งแพสชันของที่นี่คือการอยากให้ผู้คนได้ค่อย ๆ ซึมซับเสน่ห์ของสวิงแดนซ์อย่างลึกซึ้ง และได้มาแชร์แพสชันนั้นร่วมกันผ่านการเต้น พร้อมกับความฝันที่อยากเห็นประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในฮับของดนตรีและการเต้นสวิงในอนาคต

คุณสุ : “สุมีเป้าหมายส่วนตัว คืออยากให้คนไทยได้ค้นพบ แชร์แพสชัน และพัฒนาสกิลการเต้นให้เก่งขึ้น เพราะพอมีคนเต้นเก่งเยอะขึ้น เราก็สนุกขึ้นด้วย อีกอย่างที่สุสังเกตคือพอมีคนที่เขากล้าและมั่นใจมากขึ้น เขาก็จะสนุกขึ้นด้วย คือเขาไม่กลัวที่จะเต้นผิดแล้ว และกลายเป็นตัวของตัวเอง”

คุณแพท : “คือจริง ๆ การเต้นสวิงมันจะมีแพทเทิร์นเล็กน้อย แต่เสน่ห์ของมันคือทุกคนสามารถใส่คาแรกเตอร์ของตัวเองได้เต็มที่ ทุกคนมีเสน่ห์ของตัวเอง”

คุณสุ : “ผมว่าสวิงแดนซ์มันคือการที่ ‘every dance is an improvised dance’ คือคุณแทบจะไม่ได้เต้นเหมือนเดิม ต่อให้เต้นเพลงเดิมก็ตาม แล้วทุกอย่างมันจะเกิดขึ้นในขณะนั้นเลย เหมือนเราได้ใช้ชีวิตที่ท้าทายอยู่ตลอดในช่วงเวลานั้น แล้วเราก็จะสนุกกับมันมาก ก็แค่อยากให้คนได้มาลองนะครับ พอลองแล้วบางทีคุณอาจจะชอบมัน และผมก็หวังว่าคุณจะอยู่ต่อกับคอมมูนิตี้ของเรา”

ซึ่งความฝันนั้นเป็นแพสชันอันแรงกล้าของคุณสมภพ ที่อยากให้เมืองไทยเป็นหนึ่งในฮับของสวิงแดนซ์ อย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ Jelly Roll Jazz Club กำลังปูทางด้วยความตั้งใจ และอยากให้คนทั่วไปได้รู้จักความเป็นสวิงแดนซ์มากขึ้น นอกเหนือจากกลุ่มคนที่เต้นอยู่แล้ว

คุณสุ : “เราต้องสื่อสารจริง ๆ ว่า ดนตรีสวิงหรือดนตรีแจ๊สมันไม่ใช่แค่การมานั่งฟังเฉย ๆ แล้วสั่งค็อกเทลมาดื่ม แต่มันคือการที่ ‘คุณต้องขยับตัวนะ คุณสามารถขยับตัวไปกับมันได้ มันควรจะเป็นความสนุกสิ’ ซึ่งเราก็อยากจะเผยแพร่เรื่องนี้ให้เยอะขึ้น”

ในช่วงท้ายของบทสนทนา เราชวนคุณแพทและคุณสุฝากข้อความถึงเพื่อนบ้านที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วอาจเริ่มรู้สึกสนใจหรืออยากลองขยับตัวไปกับสวิงแดนซ์ดูสักครั้ง

คุณแพท : “แค่มา ต้องมาให้เห็นค่ะ ต้องเอาตัวเองมาให้ถึงก่อน และอยากให้ลองอะไรใหม่ ๆ เพราะจะเห็นจริง ๆ ว่าคุณสามารถหลุดโลกได้”

คุณสุ : “อย่างครั้งแรกที่สุไปเต้น สุจำได้ว่าความรู้สึกมันน่าตื่นเต้น สนุก เปิดหูเปิดตามาก หลังจากนั้นมาถึงปัจจุบันก็รู้สึกว่าชีวิตก็น่าสนุกตลอด ก็อยากให้มาลองกันครับ”

แต่ถ้าเพื่อนบ้านคนไหนยังเขิน ๆ อยู่ ก็สามารถชวนเพื่อน ครอบครัว หรือคนรักมาลงเรียนเต้นในคลาสของ Jelly Roll Jazz Club ได้เหมือนกันนะ เพราะตอนนี้ที่นี่กำลังมี Friends Benefit ที่มีส่วนลดมอบให้กับคนที่พาเพื่อนมาเรียนด้วย

ลองเปิดใจให้กับกิจกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยคลายความเครียด และปล่อยใจไปกับจังหวะดนตรีแจ๊สและสเต็ปการเต้นสนุก ๆ แล้วชวนตัวเองออกไปสำรวจโลกของสวิงแดนซ์ พร้อมกับเพื่อนบ้านในคอมมูนิตี้ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและแรงบันดาลใจดี ๆ ท่ามกลางไวบ์ที่คลาสสิกและมีชีวิตชีวาไปด้วยกันได้เลย!

Jelly Roll Jazz Club
Facebook : Jelly Roll Jazz Club
Instagram : Jelly Roll Jazz Club
Website : Jelly Roll Jazz Club
Maps

IT MIGHT INSPIRE YOU

“ผมแค่อยากให้ทุกคนกล้าแต่งตัว ถ้าผมแต่งได้ ทุกคนก็แต่งได้”

คนรักแฟชั่นที่เชื่อว่ารูปร่างแบบไหนก็มั่นใจได้ 'คุณภวินท์ จรรยาไพศาล'

The Rotate

เข้าใจวิถีชนเผ่าและ ‘ไร่หมุนเวียน’ ผ่านแพสชันของเพื่อนบ้านหลากชาติพันธุ์ในงาน The Rotate Festival

NIXSA

ศิลปินไทยที่สำรวจตัวตนและจิตใจ
ผ่านดนตรีพื้นเมืองอันไร้พรมแดน

ความหมายของการมีลมหายใจของ ‘เล็ก Greasy Café’

'อย่าเพิ่งรีบสรุปกับตัวเองว่าทำไม่ได้ ในวันที่ยังไม่ได้ทำ'