Dib Bangkok

แนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ Dib Bangkok โดยสถาปนิกไทยเจ้าของผลงานระดับโลก


Dib Bangkok ‘ หรือ ‘ดิบ บางกอก’ ปรากฏตัวในรูปร่างหน้าตาของตึกดีไซน์เท่และร่วมสมัย หมุดหมายทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ แรงบันดาลใจที่มาจากความฝันที่เต็มไปด้วยแพสชันของคุณ ‘เพชร โอสถานุเคราะห์’ ที่ต้องการให้พื้นที่แห่งนี้กลายเป็นสเปซของการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และมองโลกผ่านศิลปะในมุมมองใหม่ ๆ ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อปลายปี 2568 ที่ผ่านมา 

นอกจากงานนิทรรศการเปิดตัวพิพิธภัณฑ์อย่าง ‘นิทรรศการล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence’ ที่คอยดึงดูดผู้คน ให้ได้เดินเข้ามาสำรวจแนวคิดของผลงานสะสมที่ถูกเอามาจัดแสดงแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของ Dib Bangkok คือดีไซน์ของสเปซที่ค่อย ๆ พาเราเข้าไปสัมผัสประสบการณ์ตั้งแต่ก้าวแรก เริ่มจากอ่างน้ำขนาดใหญ่บริเวณทางเข้า และลานกว้างที่เต็มไปด้วย sculpture รูปดาวเคราะห์กระจัดกระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ พร้อมอาคารทรงสี่เหลี่ยมโทนสีโมโนโครมที่ตัดกับเส้นโค้งของดาดฟ้า ที่ชวนให้เราอยากเดินเข้าไปสำรวจในโครงสร้างของโกดังเก่า ก่อนจะถูกรีโนเวตใหม่ให้มีภาพลักษณ์ร่วมสมัยมากขึ้น โดยยังคงเก็บโครงสร้างพื้นและผนังดั้งเดิมเอาไว้ ทำให้อาคารยังมีเสน่ห์ของพื้นที่เก่าผสมกับดีไซน์ใหม่ได้อย่างลงตัว

ซึ่งก่อนที่จะพาทุกคนไปสำรวจหลากหลายผลงานศิลปะร่วมสมัยที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ที่นี่ Neighbors and Friends อยากชวนไปลงลึกถึงแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบ ‘Dib Bangkok’ ผ่านบทสนทนากับสถาปนิกชาวไทย ‘คุณกึ๋น – กุลภัทร ยันตรศาสตร์’ จาก WHY Architecture ทีมสถาปนิกผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบพิพิธภัณฑ์ศิลปะชื่อดังทั่วโลก อย่าง ‘Grand Rapids Art Museum‘ ในรัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา พิพิธภัณฑ์แห่งแรกของโลกที่ได้รับมาตรฐาน LEED Gold สำหรับอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่นเดียวกับ ‘Dib Bangkok’ ที่คุณกุลภัทรตั้งใจยกระดับให้กลายเป็นหมุดหมายของการเป็นมิวเซียมศิลปะระดับโลก และรับหน้าที่ทรานส์ฟอร์มโกดังเหล็กยุค 1980s ให้กลายเป็น Flexible Space ที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย และกลายเป็นพื้นที่ที่เป็นมากกว่าพิพิธภัณฑ์สำหรับการเก็บสะสมหรือจัดแสดงงานศิลปะเพียงอย่างเดียว

ไม่ว่าเพื่อน ๆ จะเคยได้สัมผัส ‘Dib Bangkok’ ผ่านการชมภาพสวย ๆ บนโลกออนไลน์ หรืออาจจะเคยไปสำรวจด้วยสองตาของตัวเองมาแล้ว เราอยากชวนทุกคนไป explore ความเจ๋งของที่นี่อีกครั้งผ่านแนวคิด กระบวนการ และแรงบันดาลใจเบื้องหลังการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ที่จะทำให้ทุกคนได้เข้าถึงความดิบ เท่ อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น!

จากโกดังเก่าสู่ Dib Bangkok

Dib Bangkok เป็นโปรเจ็กต์ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2019 โดย ‘คุณเพชร โอสถานุเคราะห์’ และ ‘คุณแฌง – ภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์’ ได้ติดต่อให้ทีมสถาปนิกจาก WHY Architecture เข้ามามีส่วนร่วมกับโปรเจกต์ครั้งนี้ ซึ่งคุณกุลภัทรเองก็สนใจเรื่องราวของคุณเพชรและคุณแฌง ในมุมของการเป็นนักสะสมศิลปะที่ค่อนข้างมีทิศทางชัดเจน และมีความสนใจเรื่องงานศิลปะทั้งในไทยและต่างประเทศ จึงเกิดเป็นโปรเจกต์การทำมิวเซียมศิลปะแห่งนี้ขึ้น

“คุณเพชรมีความตั้งใจในการจะทำพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มานานมากแล้วเป็นเวลากว่าหลายสิบปี จนกระทั่งเราได้มาคุยกันอย่างชัดเจนว่าคุณเพชรมีเป้าหมายหรือแนวทางแบบไหน เราเลยเริ่มทำโปรเจกต์นี้ช่วงประมาณสิ้นปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงที่เข้าสู่ช่วงโควิดพอดี”

โครงสร้างของ Dib Bangkok เป็นโกดังเก่าที่ถูกนำมารีโนเวตใหม่ด้วยดีไซน์ร่วมสมัย อย่างการเติมแต่งองค์ประกอบสถาปัตยกรรมทรงกรวยสูงไว้ตรงกลางอาคารทรงสี่เหลี่ยม รวมถึงรายละเอียดการออกแบบอื่น ๆ ที่ช่วยเพิ่มมิติให้สเปซดูน่าสนใจและมีคาแรกเตอร์มากยิ่งขึ้น

“เรามีตัวอาคารอยู่แล้วตั้งแต่ต้น เป็นพื้นที่ของโกดังเก่าที่มีโครงสร้างเดิมอยู่ เราก็ปรับปรุงและมีการสร้างเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จากตอนแรกที่เป็นตึกแนวยาว เราก็ต่อเติมให้เป็นตัว U ขึ้นมา ทำให้เกิดเป็น courtyard อยู่ตรงกลาง จากนั้นก็มีพื้นที่เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ซึ่งเราเก็บตัวพื้นและกำแพงจากโครงสร้างเก่าเอาไว้ ที่เหลือก็ทำเพิ่มเติมหมดเลย”

ดีไซน์สเปซแต่ละชั้น
ให้ส่งมอบประสบการณ์ที่ต่างกัน

อาคารหลักมีทั้งหมด 3 ชั้น โดยแต่ละชั้นถูกออกแบบให้มีบรรยากาศแตกต่างกันออกไป ทำให้ประสบการณ์ของผู้ชมค่อย ๆ เปลี่ยนไปในแต่ละระดับ ตั้งแต่ชั้น 1 ที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ courtyard ชั้น 2 ที่อยู่พอดีกับระดับยอดไม้ ไปจนถึงชั้น 3 ซึ่งอยู่สูงสุดและเปิดมุมมองออกสู่ท้องฟ้าได้

คุณกุลภัทรเล่าเสริมว่าทั้งสามชั้นมีคอนเซปต์ที่พูดถึงการเปลี่ยนบรรยากาศของความรู้สึกที่หนักแน่นจากพื้นที่ชั้นแรก ให้กลายเป็นความรู้สึกสงบและมีความ spiritual มากยิ่งขึ้น ถือเป็นการไล่อารมณ์ของพื้นที่จากชั้นล่างขึ้นมาสู่พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกนิ่งและสงบมากขึ้นในชั้นบนสุด

“เราออกแบบให้มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน อย่างชั้น 1 เราก็เปิดเป็นกระจกโล่ง ๆ ให้ได้ใกล้ชิดกับ courtyard ส่วนชั้น 2 เนื่องจากเป็นชั้นที่มีเพดานต่ำ เราก็อยากจะให้เป็นห้องที่ให้ความอบอุ่นและรู้สึกใกล้ชิดมากขึ้นกว่าชั้นแรก และชั้น 3 ที่ความจริงแล้วเราขยายให้ชั้นนี้มีความสูงขึ้นไปอีก คือการทำเพดานสูง และมี skylight ให้เข้ากับบรรยากาศทั้ง 3 ชั้นในเรื่องของการค่อย ๆ พาผู้ชมเปลี่ยนอารมณ์ของพื้นที่จากชั้นล่างสู่ชั้นบน”

ซึ่งการออกแบบแต่ละชั้นก็มีการทำให้เหมาะสมกับงานอาร์ตที่นำมาจัดแสดงไปพร้อม ๆ กัน อย่างพื้นที่ชั้น 3 ที่ออกแบบให้มีช่องแสงธรรมชาติและยกเพดานสูง ทำให้สามารถจัดวางงานชิ้นใหญ่ได้ รวมไปถึงผลงานที่ต้องใช้แสงธรรมชาติในการจัดแสดงผลงาน อย่างผลงาน ‘Zodiac Houses’ โดยมณเฑียร บุญมา ศิลปะจัดวางที่ต้องการแสงส่องเข้ามาในบ้านโครงสร้างเหล็ก ให้เกิดเป็นภาพดาวจักรราศีอยู่ด้านใน หรือชั้น 2 ที่ออกแบบให้มีเพดานต่ำและหน้าต่างน้อย งานส่วนใหญ่ที่จัดแสดงในชั้นนี้ก็จะเป็นงานที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก และเป็นงาน Digital Art ที่จำเป็นต้องใช้แสงน้อยมาก ๆ ในการจัดแสดงงาน

การออกแบบมิวเซียมศิลปะตาม International Standard

ขณะเดียวกัน WHY Architecture ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบตามมาตรฐานระดับสากล เช่นเดียวกับที่เคยออกแบบมิวเซียมศิลปะชื่อดังมาแล้วทั่วโลก และมีความตั้งใจในการยกระดับให้ Dib Bangkok สามารถรองรับการจัดแสดงงานศิลปะที่หลากหลาย และก้าวเข้าสู่การเป็นมิวเซียมระดับโลกไปพร้อม ๆ กัน

“เรามีการจัดการในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ให้เป็น ‘International Standard’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดห้องที่ใช้แสดงงาน ที่มีการจัดการเรื่องแสงและอากาศภายในห้อง ซึ่งเป็นการจัดการที่มีคุณภาพและมาตรฐานที่ค่อนข้างสูง อย่างเรื่องแสงก็ต้องเหมาะสมกับตัวงานศิลปะ รวมไปถึงเรื่องการปรับอุณหภูมิและความชื้นต่าง ๆ ที่จะมีความ stable ทั้งหมด โดยทำให้ตัวงานถูกเก็บไว้ได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากของการออกแบบมิวเซียมระดับโลก ในการออกแบบบริเวณด้านนอกก็มีการออกแบบให้เหมาะสมเช่นเดียวกัน อย่างการขนย้ายงานเข้าไปด้านใน ก็มีมาตรฐานหลายอย่างของมิวเซียมทั่วโลกประกอบด้วย”

สอดแทรก ‘ความเป็นไทย’ ใน Dib Bangkok

เมื่อพูดถึงการผสมผสานกับบริบทของความเป็นไทยตามโลเคชันที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ของ Dib Bangkok อีกหนึ่งงานดีไซน์ที่บ่งบอกได้ถึงความเป็นไทยในสถาปัตยกรรม ก็คือการออกแบบอาคารทรงกรวยสูงที่มีรูปร่างคล้ายกับ ‘เจดีย์’ ที่มีชื่อว่า ‘The Chapel’ ที่ถูกต่อเติมเข้ามาภายหลัง

และนอกจาก The Chapel ที่สะท้อนความเป็นไทยในแง่ของงานออกแบบแล้ว ยังมีเรื่องของการใช้พื้นที่และกลิ่นอายของความเป็นสังคมไทย ที่ถูกหยิบยกมาใส่ในงานออกแบบของ Dib Bangkok อยู่เช่นเดียวกัน

“ตอนแรกเราคิดในบริบทที่คล้ายกับวัดไทยก็ไม่เชิง เพราะวัดไทยต้องมีพื้นที่หลายส่วน มีทางเดิน มีพื้นที่ลานกว้างที่ด้านในจะมีอาคารและเจดีย์ ซึ่งอาจมีรูปแบบคล้าย ๆ กับที่นี่ด้วยเหมือนกัน”

“ซึ่งเราก็สอดแทรกความเป็นไทยเข้าไปในองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้สเปซทั้งสามชั้น เรื่องการวางผัง ทั้ง courtyard ตัวอาคาร หรือเจดีย์ต่าง ๆ มันมีทุกอย่างที่ไม่ใช่แค่การเอาแพลตฟอร์มมาเลือก แต่มันมีเรื่องของบรรยากาศต่าง ๆ ที่เราหยิบมาผสมผสานกันไป”

การดีไซน์ให้เป็น Welcoming Space

“เราอยากให้ Dib Bangkok เป็นสถานที่ที่ทำให้คนที่มาเยี่ยมชมได้รู้สึกว่าที่นี่มีการต้อนรับอย่างดี ซึ่งในขณะเดียวกันเราก็ทำให้มันเหมาะสมกับเมืองไทยด้วย รวมไปถึงอยากให้เป็นพื้นที่สำหรับงานศิลปะและเรื่องของชุมชนที่ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน อย่างเช่นการเป็นสถานที่ที่สามารถจัดงานหรืออีเวนต์ต่าง ๆ ได้ในบริเวณ courtyard ซึ่งถือเป็น ‘Welcoming Space’ และต่อเติมเป็น coffee shop แกลเลอรี ให้กลายเป็น flexible space ต่าง ๆ ได้”

คุณกุลภัทรเล่าให้เราฟังถึงการตีความโจทย์ของมิวเซียมในบริบทของเมืองไทย ให้กลายเป็นพื้นที่ที่เปิดต้อนรับเพื่อนบ้านและผู้คนให้สามารถเข้ามาเดินเล่น ชมงานศิลปะ รวมถึงทำหน้าที่เป็นลานสำหรับจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้มาคอนเน็กและพบปะกันมากขึ้น

ดังนั้นแล้วคอนเซปต์หลักของ Dib Bangkok จึงไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับโชว์งานศิลปะเท่านั้น แต่ยังถูกแต่งเติมด้วยเรื่องราวอื่น ๆ เพิ่มเติมเข้ามาทั้งพื้นที่ด้านในและด้านนอกอาคาร เพราะคุณเพชรมีความชื่นชอบเรื่องของงานดนตรีและการแสดงเป็นทุนเดิม เลยเกิดเป็นไอเดียที่อยากทำให้สิ่งอื่น ๆ ได้อยู่ในพื้นที่เดียวกันได้ ทั้งงานศิลปะ อาหาร และดนตรี แถมยังเป็นสเปซที่ตั้งใจอยากเปิดโอกาสให้สำหรับแสดงงานศิลปะของทั้งศิลปินต่างชาติและในประเทศแบบไม่มีการแบ่งแยกกันอีกด้วย

Sense of Discovery

นอกจากการออกแบบสเปซที่ตอบโจทย์กับการทำให้ผู้คนได้คอนเน็กกับพื้นที่แล้ว WHY Architecture ยังออกแบบสเปซแห่งนี้ให้ผู้คนได้คอนเน็กเข้ากับงานศิลปะไปพร้อม ๆ กันด้วย และยังมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดของการดีไซน์พิพิธภัณฑ์ศิลปะ ก็คือเรื่องของ ‘ประสบการณ์’ ระหว่างตัวงานและคนที่มาดู หรือการมี ‘Sense of Discovery’ อย่างผลงานที่จัดแสดงใน นิทรรศการล่อง(ไม่)หน (In)visible Presence ขณะนี้ ก็จะถูกเวียนเปลี่ยนเป็นผลงานชุดใหม่ เพื่อให้เป็นสถานที่ที่เอื้อให้คนได้มาดื่มด่ำและสำรวจงานศิลปะที่มีหลากหลายรูปแบบ

“การออกแบบพื้นที่ของ Dib Bangkok จะถูกเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เลย แต่จะเป็นการออกแบบที่ยืดหยุ่นหรือปรับเปลี่ยนได้ ถึงแม้จะมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวของแต่ละชั้นอยู่แล้ว แต่เราก็มีแผนที่จะเปลี่ยนงานไปเรื่อย ๆ ทำให้ผู้ชมได้เข้ามาเห็นผลงานหลาย ๆ แบบ”

พอเราได้เดินเข้าไปชมผลงานในแต่ละชั้น ก็ทำให้เราเข้าใจถึงการเป็นสถานที่ที่มี Sense of Discovery จริง ๆ เพราะที่นี่ล้วนเต็มไปด้วยผลงานศิลปะที่ชวนให้เราอยากรู้จักคอนเซปต์ของผลงานชิ้นนั้น ๆ อย่างเช่นผลงานก้อนอิฐที่ถูกแขวนอยู่กลางทางเดินชั้น 1 และรอให้เราเข้าไปสำรวจเรื่องราวของมัน หรือผลงาน ‘The Lover’s Bed’ โดย Rebecca Horn ผลงานผีเสื้อที่เกาะอยู่แต่ละมุมของเตียง และจะมีการขยับทุก 19 นาทีเท่านั้น ทุก ๆ ผลงานเลยชวนให้เราตื่นตาตื่นใจ และอยากรู้จักสตอรีต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

บทบาทของขับเคลื่อนสังคมและสร้างคอมมูนิตี้ใหม่

และในฐานะที่ Dib Bangkok เป็นมิวเซียมศิลปะร่วมสมัยที่กำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของเมืองไทย ที่นี่เลยเปรียบเสมือนพื้นที่ที่ช่วยขับเคลื่อนสังคม โดยเปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านได้เข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดและสร้างบทสนทนาใหม่ ๆ ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย ถือเป็นวัตถุประสงค์หลักที่ WHY Architecture ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อให้เพื่อน ๆ ได้เข้ามาดื่มด่ำไปพร้อม ๆ กัน

“ผมว่ามิวเซียมมันไม่ใช่สถานที่สำหรับการเก็บงานศิลปะอย่างเดียว แต่มันเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้สายครีเอทีฟทั้งหลายคนได้มาเจอกัน เพราะมิวเซียมเป็นสถานที่ที่ทำให้คนอยากเข้ามาสนใจเรื่องของชิ้นใหม่ ผ่านการตั้งคำถามเรื่องชีวิตหรือสังคมไปพร้อม ๆ กันได้”

“ซึ่งหลังจากที่ Dib Bangkok ได้เริ่มเปิดทำการ เราก็จะได้เห็นเลยว่ามีคนมานั่งกินกาแฟ ถ่ายรูป เดินเล่น หรือมาคุยกันจนเกิดเป็นสังคมหนึ่งขึ้นมา ผมว่าสิ่งนี้แหละ เป็นอะไรที่สังคมไทยจำเป็นต้องมีมาก ๆ เพราะบ้านเราไม่มีพื้นที่ที่มีเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และสามารถให้คนมานั่งแฮงก์เอาต์กันได้ เลยถือเป็นเรื่องสำคัญของทั่วโลกด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเวลาที่เราคิดเรื่องงานหรือเรื่องชีวิต การได้ไปนั่งดูงานศิลปะก็อาจทำให้เกิดเป็นไอเดียใหม่ ๆ ขึ้นมาได้”

Photo by WHY Architecture

Dib Bangkok เลยเป็นเสมือน hub แห่งใหม่ที่ทำให้คนได้มาพูดคุยกันทั้งเรื่องงานศิลปะเจ๋ง ๆ ในสเปซที่อบอวลไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย แถมยังได้เป็นสถานที่ที่ทำให้ผู้คนได้มาโชว์ของและแลกเปลี่ยนเรื่องราวใหม่ ๆ กับเพื่อนบ้านที่มีความสนใจเดียวกัน

“ถ้าเราเปรียบเทียบกับทางยุโรปที่มีมิวเซียมมาก่อนแล้ว เขาก็จะมีสถานที่ให้เราสามารถไปดูวัฒนธรรมของเขาได้ เพราะสิ่งแรกที่คนจะไปดูเวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็คือ ‘มิวเซียม’ เพื่อให้รู้ว่าเขามีประวัติศาสตร์ วิธีคิดหรือ creativity แบบไหน มันเป็นหนึ่งในจุดที่หลายคนจะไปดู achievement ของคนที่นั่น”

“ของเมืองไทยเราก็มีเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้าง แต่ผมว่ามันต้องมีมากขึ้นไปอีก เพราะคนไทยเป็นคนที่มีฝีมือดี เพราะฉะนั้นมันก็ควรจะมีแพลตฟอร์มที่ทำให้คนนอกได้เห็นถึงความเป็นคนไทยในยุคปัจจุบัน เราเลยรู้สึกดีใจที่ Dib Bangkok ได้ขึ้นมาเป็น showcase ให้คนไทยด้วยกัน”

“ในขณะเดียวกันคนที่อยู่ในประเทศก็มีโอกาสได้ไปเห็น เราเลยรู้สึกว่าการที่มันมีมากขึ้นเรื่อย ๆ คนในวงการครีเอทีฟของบ้านเราก็จะมีโอกาสโตขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน”

Dib Bangkok จึงเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจและแพสชัน ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้เข้ามาสัมผัสเรื่องราวดี ๆ ผ่านงานศิลปะที่จัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดที่ต่อยอดไปสู่ไอเดียสร้างสรรค์ใหม่ ๆ หรือการได้เชื่อมต่อกับผู้คนที่แวะเวียนเข้ามาชมผลงาน ซึ่งช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนและส่งต่อแรงบันดาลใจไปพร้อมกัน

แล้วมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยแห่งนี้ ที่โดดเด่นด้วยงานดีไซน์ของสถาปัตยกรรมที่สวยสะดุดตา ชวนให้ผู้คนแวะเข้ามาเดินดูงานศิลป์ และแฮงก์เอาต์กับเพื่อน ๆ ท่ามกลางสเปซของมิวเซียม พร้อมตอบโจทย์กับการจัดแสดงงานที่มีความหลากหลาย ให้เราได้เรียนรู้ เพลิดเพลิน และซึมซับไปกับเรื่องราวดี ๆ จากผลงานสุดครีเอทีฟแต่ละชิ้นกันได้เลย!

Dib Bangkok
เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันอังคารและวันพุธ) | เวลา 10.00 – 19.00 น.
Facebook : Dib Bangkok
Instagram : Dib Bangkok
Website : Dib Bangkok
Google Maps

IT MIGHT INSPIRE YOU

นางเลิ้ง-หลานหลวง

กินเที่ยว ถ่ายรูป ดูงานอาร์ต กับช่างภาพกล้องฟิล์ม Large Format ‘คุณดวง DuangDee Reversal’

บางยี่ขัน

ทัวร์ย่านกับเพื่อนบ้าน Something Blue Library เจ้าของห้องสมุดที่คอนเน็กกับคนในย่าน

ตลาดน้อย

เดินเล่น แวะกินของอร่อย พร้อมสำรวจย่านโรงกลึงและบ้านไม้เก่ากับเพื่อนบ้านเจ้าของแบรนด์ ‘onest’

ประดิพัทธ์

ตามรอยความอร่อยโลคอล แวะช้อปไอเทมเก๋ กับเพื่อนบ้าน ‘Neighbourmart’ ในย่านสุดคลาสสิก