ทรงวาด

สำรวจเส้นทางสมุนไพร – เครื่องเทศจีน ผ่านร้านเพื่อนบ้าน ศาลเจ้า และวิถีชุมชนกับ ‘Oh! Vacola’

‘ย่านทรงวาด’ หรือ ถนนทรงวาด หนึ่งในย่านสุดฮอตที่แค่พูดชื่อ หลายคนก็ต้องนึกออก เพราะที่นี่อัดแน่นไปด้วยร้านค้าสุดเก๋เรียงรายตลอดเส้นทาง ผสมผสานเสน่ห์ตึกแถวยุคเก่าของพระนคร เข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมจากเพื่อนบ้านหลากหลายสไตล์ จนกลายเป็นย่านเดินเล่นถ่ายรูปที่ใคร ๆ ก็อยากแวะมาเช็กอิน

แต่ถ้าย้อนกลับไปสมัยรัชกาลที่ 5 ยุคที่มีถนนหลายสายถือกำเนิดขึ้นบนแผนที่ประเทศไทย หนึ่งในนั้นคือ ‘ถนนทรงวาด’ เส้นทางที่พระองค์ทรงวาดขึ้นด้วยฝีพระหัตถ์ หลังเกิดเหตุไฟไหม้ซ้ำหลายครั้งจากความแออัดของชุมชนชาวจีนในย่านสำเพ็ง ถนนสายใหม่นี้เลยถูกสร้างขึ้นเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา วางตัวขนานไปกับถนนเยาวราช และกลายเป็นอีกหนึ่งย่านสำคัญของพระนคร

ความพิเศษของย่านทรงวาด คือการได้เป็นศูนย์กลางการค้าอาหารทะเล เมล็ดพันธุ์พืช เครื่องเทศ และสมุนไพร จนได้รับฉายาว่า ‘Cinnamon Road’ ที่แม้เวลาจะผ่านไป แต่กลิ่นอายของเรื่องราวเหล่านี้ยังคงอบอวลอยู่ทั่วทั้งย่าน ตั้งแต่ถนนสายหลักไปจนถึงซอกซอยเล็ก ๆ ที่ร้านค้าเก่าแก่ยังคงเรียงรายสลับกับร้านใหม่ ให้เราได้ซึมซับเสน่ห์ของชุมชนจีนที่รุ่งเรืองด้วยการค้า

คอลัมน์ Neighborsgood รอบนี้ เราขอชวนทุกคนมาเดินสำรวจเรื่องราวดี ๆ ในย่านทรงวาด ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ย่านสมุนไพร – เครื่องเทศ’ ที่สำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมสัมผัสกลิ่นอายของความเป็นชุมชนจีนเก่าที่ยังมีชีวิตอยู่ท่ามกลางร้านค้าและผู้คนรุ่นใหม่ ผ่านเรื่องราวของ Oh! Vacola ร้านคราฟต์โคล่าโดย ‘คุณเพียงพลอย – รุจิยาทร โชคสิริวรรณ’ และ ‘คุณบอม – วัชรพงษ์ ทองยาน’ ที่เอาสมุนไพรของร้านเพื่อนบ้านรุ่นอาม่า – อากงที่เปิดมาหลายสิบปี มาถ่ายทอดเสน่ห์ของทรงวาดในมุมใหม่ และเบลนด์ความดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

“พอเราได้มาอยู่ที่ย่านนี้ ทำให้เรามีเพื่อนเยอะมาก เพราะแถวนี้มีแต่คนไลฟ์สไตล์คล้าย ๆ กัน ทั้งสายอาร์ต ดีไซเนอร์ หรือแม้แต่นักข่าว เลยทำให้เราชอบทรงวาดมาก ๆ การมีคนคอยช่วยดูแลร้านค้าในย่าน คอยให้ความรู้กับคนที่มาเดินเล่นในย่านให้เขาเข้าใจย่านทรงวาดมากขึ้น รวมไปถึงผู้ประกอบการรายใหม่ที่เข้ามาด้วยความตั้งใจ สิ่งนั้นเองที่ทำให้ย่านนี้สามารถไปต่อได้”

นอกจากร้านสมุนไพรและเครื่องเทศแล้ว ทรงวาดยังขึ้นชื่อเรื่อง ‘อาหารทะเลตากแห้ง’ โดยเฉพาะร้านขายกระเพาะปลา วัตถุดิบยอดนิยมของอาหารจีน ที่อร่อยจนมัดใจคนนอกย่านอย่างเราได้อยู่หมัด รวมถึง ‘ผงวุ้น’ จากสาหร่ายทะเลน้ำลึก ซึ่งมีวางขายในย่านนี้มาตั้งแต่อดีตและยังคงเป็นของขึ้นชื่อจนถึงปัจจุบัน เพราะแค่เดินเลียบถนนทรงวาด เราก็จะได้เห็นร้านผงวุ้นหลากหลายยี่ห้อเรียงรายให้เลือกกันตลอดทาง

มาติดตามอ่านเรื่องราวของ ‘ย่านทรงวาด’ จากเรื่องราวของเพื่อนบ้านรุ่นใหม่และรุ่นเก๋า พร้อมชวนจินตนาการถึงทรงวาดในวันวาน ที่ถูกเติมสีสันด้วยผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ยังคงรักษาเสน่ห์ของย่านไว้ได้อย่างลงตัว และส่งต่อแรงบันดาลใจดี ๆ ให้เราได้อิ่มใจกับเรื่องราวนี้ไป ๆ พร้อมกัน

Oh! Vacola

เราเริ่มต้นหมุดหมายแรกกันที่ร้าน Oh! Vacola ในตึกแถวสุดเท่บริเวณหัวมุม ‘ถนนมังกร’ หนึ่งในเส้นทางที่เชื่อมระหว่างถนนทรงวาดและถนนเยาวราชไว้ด้วยกัน ที่นี่เป็นบาร์เล็ก ๆ ที่พร้อมเสิร์ฟ ‘คราฟต์โคล่า’ รสนุ่มให้เราได้ลองลิ้มรส ซึ่งความพิเศษของวัตถุดิบในคราฟต์โคล่านี่เอง ที่จะพาเราไปรู้จักย่านทรงวาดให้มากยิ่งขึ้น

“เรารู้สึกว่าย่านนี้มันกำลังขาดการเล่าเรื่องราว มันเป็นย่านที่ฮิตก็จริงแต่เราไม่อยากให้มันเป็นย่านที่ใหม่แล้วแบน เราอยากให้เรื่องราวของย่านมันโดนเล่าออกมา อยากให้อาม่าที่ทำร้านสมุนไพรได้ขายดิบขายดี อยากให้คนอื่น ๆ ได้รู้ว่าในย่านทรงวาดยังมีร้านที่เขาอยู่มานานและยังขายอยู่”

คุณพลอยเล่าให้เราฟังถึงเส้นทางของร้าน Oh! Vacola ในย่านทรงวาด ที่เริ่มต้นจากความสนใจในการต้มสมุนไพรและทดลองสูตรต่าง ๆ เป็นเวลากว่าแปดปี จนกลายเป็นคราฟต์โคล่ารสชาติอร่อย หนึ่งในเมนูของร้าน Oh! Vacoda ที่ย่านอารีย์ และต่อยอดสู่หน้าร้านคราฟต์โคล่าบาร์ในย่านทรงวาดในปัจจุบัน ที่มาพร้อมกิมมิกน่ารัก ๆ อย่างภาพโปสเตอร์ ‘อาม่า’ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้านตามคอนเซปต์ของสมุนไพรยุคอาม่าในย่านเก่าแก่แห่งนี้

ก่อนจะมาปักหลักที่ย่านทรงวาด คุณพลอยเคยคลุกคลีอยู่กับการทำร้านและงานประจำในหลายย่านของกรุงเทพฯ ทำให้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของย่านที่เกิดขึ้นและเลือนหายไป เมื่อมีไอเดียจะเปิดร้าน Oh! Vacola ที่ย่านทรงวาด ก็ได้รับคำแนะนำจาก ‘พี่แจะ – ศิริวรรณ ธรณนิธิกุล’ เจ้าของร้าน อี-กา ที่บอกไว้ว่า ‘ถ้าจะมาที่นี่ ต้องคีพจิตวิญญาณของ Old Town ไว้ด้วย’ ซึ่งตอบโจทย์กับความชอบของคุณพลอยที่หลงใหลตึกเก่าเป็นทุนเดิม พร้อมกับดึงเสน่ห์ของสมุนไพรในย่านมาเป็นนางเอกของร้าน

“ตอนทำคราฟต์โคล่าช่วงแรก ๆ เราก็มาซื้อสมุนไพรจากที่นี่อยู่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่มีร้านประจำ เรามาเดินดูเรื่อย ๆ เนื่องจากที่นี่มีร้านสมุนไพรเยอะมาก เหมือนที่เขาเรียกกันว่า ‘Cinnamon Road’ มาหลายสิบปีแล้ว เพราะท่าทรงวาดเป็นท่าค้าขายที่เขาเอาสมุนไพรหรือธัญพืชขึ้น เราเลยตั้งใจเลือกเอาเรื่องสมุนไพรมาชู”

“ทีนี้ Oh! Vacola มันเลยเป็นมากกว่าการขายโคล่า เราอยากทำให้ย่านทรงวาดได้สื่อสารความเป็นย่านออกไปมากยิ่งขึ้น เราเลยหยิบเอาสมุนไพรเหล่านั้นมาชูในโคล่าของเรา เมนูออริจินอลก็จะโดดเด่นด้วยวานิลลาและซินนามอน (อบเชย) เลยได้ชื่อเมนูว่า Cinnamon Vanilla พอเราทำออริจินอลอร่อย เราก็ลองเพิ่มขิงลงไป กลายเป็นรส Spicy Ginger ให้ได้รสสัมผัสอีกแบบหนึ่ง”

‘สเปเชียลตีคราฟต์โคล่า’
ตัวแทนของย่านสมุนไพร

ก่อนจะพาไปรู้จักเมนูต่าง ๆ ในร้าน เราขอย้อนกลับไปที่เรื่องราวของ โคล่าผ่านคำบอกเล่าของคุณพลอย ผู้ที่ศึกษาและทดลองทำโคล่ามาหลายปี โดยโคล่าในอดีตไม่ได้มีความซ่าเหมือนปัจจุบัน แต่มีต้นกำเนิดจากการใช้สมุนไพรในร้านขายยามาต้มดื่มเป็นเครื่องดื่มในช่วงศตวรรษที่ 19 จากนั้นก็เติมรสชาติด้วยน้ำตาลและวานิลลาให้ดื่มง่ายและอร่อยมากขึ้น

ส่วนคราฟต์โคล่าจาก Oh! Vacola ในวันนี้ นอกจากรสชาติออริจินอลตามต้นตำรับเดิมแล้ว คุณพลอยก็ได้ครีเอตรสชาติอร่อย ๆ ออกมาถึง 14 รสชาติ พร้อมเสิร์ฟผ่าน Nitro Tap (อุปกรณ์หัวจ่ายที่อัดก๊าซไนโตรเจนลงในเครื่องดื่ม) ทำให้รสชาติของโคล่ามีรสนุ่มนวลจากฟองนุ่มละเอียด รวมถึงหอมกลิ่นสมุนไพรที่ใช้ในแต่ละสูตร

สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองคราฟต์โคล่า เราขอแนะนำให้เริ่มจากรสออริจินอลก่อน เพราะสูตรของที่นี่โดดเด่นด้วยกลิ่นวานิลลาและซินนามอนที่ชัดเป็นพิเศษ เพื่อถ่ายทอดกลิ่นอายของความเป็น Cinnamon Road ได้อย่างเต็มที่ คุณพลอยจึงเลือกใช้ซินนามอนในสัดส่วนค่อนข้างมาก เป็นกิมมิกน่ารัก ๆ ที่ทำให้เราได้นึกถึงย่านทรงวาดในวันวานไปด้วย

“รสชาติซิกเนเจอร์ของเราจะอยู่ประจำ 6 แท็ปเลย คือ Original Vanilla Cinnamon, Ginger, Honey Lemon, Thai Tea, Cold Brew Coffee และ Cacao Nibs และยังมีรสชาติพิเศษตามช่วงที่เราสนใจด้วย แต่มันจะมีน้อยมากและมีมาบางวันเท่านั้น ยังมี Cola Milk หรือ Cola Float เป็นเมนูที่เราเอาออริจินัลมาท็อปด้วยครีมวานิลลาและเชอร์รี จะออกมาเหมือนครีมโซดาเลย ซึ่งเราขายเมนูนี้ที่อารีย์มา 8 ปีแล้ว และเป็นเมนูที่ขายดีมาก”

ไม่ว่าจะเป็นรสออริจินอล หรือรสชาติอื่น ๆ ก็ล้วนเป็นรสที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่าง Crafted Cola Cacao Nibs ที่ต้มเมล็ดโกโก้พร้อมกับน้ำโคล่า เป็นวัตถุดิบที่ต้มแล้วได้รสชาติหลากหลายมิติ รสนุ่ม หอมกลิ่นโกโก้มาก หรือจะเป็น Crafted Cola Cold Brew Coffee ที่ต้องห้ามพลาดเช่นเดียวกัน เพราะมีรสชาตินุ่มละมุนของกาแฟที่เข้ากันกับคราฟต์โคล่าได้อย่างลงตัวพอดี

ด้วยรสชาติที่ละมุนและมีเอกลักษณ์ ทำให้ความเป็น ‘ย่านทรงวาด’ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นความคลาสสิกปนเท่ที่ใคร ๆ ก็ต้องอยากลองชิมดูสักครั้งแน่นอน

Oh! Vacola
เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น.
Facebook : Oh! Vacola
Instagram : Oh! Vacola
โทร. 080-569-7892
Google Maps

ปฐมาพาณิชย์

ส่วนสมุนไพรร้านประจำที่คุณพลอยและคุณบอมเลือกใช้ตั้งแต่มาเปิดหน้าร้าน Oh! Vacola คือสมุนไพรจาก ร้านปฐมาพาณิชย์ ที่ขึ้นชื่อด้วยเรื่องสมุนไพรและเครื่องเทศของย่านทรงวาด

คุณพลอยพาเราเดินลัดเลาะเข้าไปในตรอกซอยข้างศาลเจ้า กลิ่นหอม ๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศอบอวลไปทั้งร้าน เราได้เจอกับ ‘คุณนุช – ชวัลนุช จิระสุขประเสริฐ’ ผู้สืบทอดร้านรุ่นล่าสุดที่ได้คอยแนะนำสมุนไพรชนิดต่าง ๆ ในร้านให้เราได้รู้จัก

“เราเปิดมาตั้งแต่รุ่นอากง – อาม่า เราขายเป็นสมุนไพรที่เอาไปทำอาหาร อย่างอบเชย โป๊ยกั๊ก และอีกมากมาย ส่วนใหญ่คนที่มาซื้อก็ซื้อไปทำอาหารขายอย่างพะโล้ เราก็มีสูตรการใช้สมุนไพรกับเมนูต่าง ๆ ให้ หรือบางคนก็เอาไปทำยาดมบ้างก็มีเหมือนกัน”

ร้านเก่าแก่ของอาม่า – อากงแห่งนี้ คืออีกหนึ่งหัวใจที่เชื่อมความใหม่เข้ากับความดั้งเดิมของย่านสมุนไพร – เครื่องเทศไว้ด้วยกัน คุณพลอยเลือกหยิบสมุนไพรกว่า 12 ชนิดจากร้านเพื่อนบ้านรุ่นอาม่า มาต้มเป็นสูตร ‘อาม่าโคล่านุ่ม’ หัวเชื้อโคล่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ก่อนนำไปเบลนด์ต่อกับวัตถุดิบอื่น ๆ จนเกิดเป็นรสชาติหลากหลาย ที่ยังคงกลิ่นอายความอบอุ่นแบบรุ่นสู่รุ่น

ลองแวะมาดมกลิ่นหอม ๆ ของสมุนไพรและเครื่องเทศกันที่ร้าน แล้วช้อปเครื่องเทศกลับไปทำอาหาร เพราะที่นี่ก็มีจัดเป็นชุด ๆ ให้เลือก แต่ถ้าอยากลิ้มรสสมุนไพรในอีกรูปแบบหนึ่ง ก็สามารถเดินย้อนกลับไปดื่มคราฟต์โคล่าที่ครีเอตจากสมุนไพรในย่านทรงวาดที่ Oh! Vacola กันได้

ปฐมาพาณิชย์
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 17.30 น.
Facebook : ร้านปฐมาพาณิชย์
โทร. 02-221-1709
Google Maps

ผงวุ้นตราโบว์

คุณพลอยแนะนำอีกหนึ่งเมนูของร้าน Oh! Vacola ให้เราได้รู้จัก นั่นคือเมนู ‘Crafted Cola Pudding Jelly x ผงวุ้นตราโบว์เมนูที่เกิดจากการคอลแลบกันระหว่างร้านคราฟต์โคล่าของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และร้านผงวุ้นที่เปิดมานานถึง 4 รุ่นในย่านทรงวาด เพราะคุณพลอยมองว่าการได้มีเมนูขนมในร้าน จะเป็นการได้คอนเน็กกับเพื่อนบ้านแต่ละคนไปด้วย

คุณพลอย : “เมนูนี้เราใช้ผงวุ้นตราโบว์ทำทั้งหมด เราเริ่มทำเพราะปกติเราชอบทำขนมอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยใช้ผงวุ้นที่เป็นอะการ์ อะการ์มาก่อน (ผงวุ้นที่ทำจากพืช) เราเลยลองทำเป็นคราฟต์โคล่าเยลลี่ข้างบน และมีครีมวุ้นอยู่ด้านล่าง เป็นรสชาติที่นุ่มละมุนแถมยังเข้ากันมาก”

“ความน่ารักอีกอย่างของเพื่อนบ้านร้านนี้ คือในวันแรกที่เรามาเปิดร้าน พี่โต๊ะก็พาญาติ ๆ ของเขามาชิมคราฟต์โคล่าของเราตั้งแต่วันแรกเลย”

อย่างที่เราเกริ่นไปตอนแรกว่าย่านนี้นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องสมุนไพร – เครื่องเทศแล้ว ที่ย่านทรงวาดยังขึ้นชื่อเรื่อง ‘ผงวุ้น’ หรือที่เราคุ้นตากันเวลาถูกนำไปทำขนมหวานอร่อย ๆ

‘คุณโต๊ะ – สุวรรณี เจริญเลิศทวี’ ทายาทรุ่นที่ 2 ของร้านผงวุ้นตราโบว์ หรือ ‘บริษัท เจริญเลิศทวี จำกัด’ ที่เริ่มต้นจากร้านโชห่วยในตึกแถวแห่งหนึ่งของย่านทรงวาด ก่อนจะเติบโตเป็นร้านผงวุ้นที่มีให้เลือกซื้อถึง 3 ยี่ห้อ คือ ผงวุ้นตราโบว์ ตราถ้วยทอง และตราดาว

คุณโต๊ะ : “เราเป็นร้านที่เปิดมานานหลายสิบปี ตอนนี้มีถึงรุ่นที่ 4 แล้ว เราก็พยายามปรับตัวไปกับสภาพเศรษฐกิจอยู่เรื่อย ๆ  ซึ่งวุ้นของเราทำมาจากสาหร่ายทะเลน้ำลึกที่เรานำเข้ามาอีกที มีทั้งหมด 3 ยี่ห้อ ตราถ้วยทองจะเน้นส่งออกโดยเฉพาะ ตราโบว์จะขายในประเทศ ส่วนตราดาวจะคุณภาพรองกว่าตราโบว์ อยู่ที่การใช้น้ำ การแข็งตัวของวุ้น ถ้าต้องการนำไปทำวุ้นกรอบ ขนมวุ้นก็จะใช้ตราโบว์ ถ้าต้องการความนุ่มอย่างลูกชุบ ก็ใช้ตราดาวได้”

ส่วนเหตุผลที่ร้านผงวุ้นเรียงรายอยู่ทั่วทั้งย่านทรงวาด อาจเป็นเพราะในอดีตที่นี่เคยเป็นท่าเรือรับสินค้าทางน้ำ สินค้านำเข้าจากต่างประเทศอย่างสาหร่ายสำหรับทำผงวุ้นจึงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะกลายเป็นของขึ้นชื่อและแพร่หลายในหมู่ร้านค้าเพื่อนบ้านของย่านนี้ในที่สุด

ผงวุ้นตราโบว์
เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 07.00 – 16.30 น.
Facebook : ผงวุ้นตราโบว์
โทร. 087-501-0022
Google Maps

จินฟง กระเพาะปลาชามโปรด

อีกหนึ่งวัตถุดิบที่เราเจอได้แทบทุกมุมของย่านทรงวาดก็คือ ‘กระเพาะปลา’ เพราะนอกจากจะเป็นย่านสมุนไพร – เครื่องเทศแล้ว ท่าทรงวาดในอดีต ยังเป็นจุดขึ้นสินค้าวัตถุดิบตากแห้งต่าง ๆ ทำให้กระเพาะปลากลายเป็นของคุ้นตาในย่านนี้ และยังเป็นวัตถุดิบสำคัญของอาหารจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงร่างกายอีกด้วย

ไม่ไกลจากร้านปฐมาพาณิชย์ เราจะเจอกับ ร้านจินฟง ร้านกระเพาะปลาชามโปรดที่เสิร์ฟกันร้อน ๆ เมนูที่เราอยากแนะนำคือ ‘กระเพาะปลาเพิ่มหอยเป่าฮื้อ’ เครื่องแน่น ๆ และน้ำซุปที่เข้มข้นถึงใจ และ ‘กระเพาะปลาผัดแห้ง’ รสเด็ด หอมพริกไทย ปรุงด้วยพริกน้ำส้มแล้วอร่อยลงตัวมาก นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ อย่าง กระเพาะปลาน้ำแดง กระเพาะปลาสด ข้าวผัดปู และอีกหลากหลายเมนูให้เลือกอิ่มกันได้เต็มที่

เมนูกระเพาะของร้านนี้ มีจุดเริ่มต้นจากร้านขายของทะเลตากแห้งฝั่งตรงข้าม ซึ่งเปิดกิจการมาตั้งแต่รุ่นอาม่า ในช่วงที่ย่านทรงวาดยังคึกคักและรุ่งเรือง วัตถุดิบอย่างกระเพาะปลาจึงถูกนำมาปรุงเป็นอาหารให้ลูกค้าได้ลิ้มลอง ถ้าใครติดใจก็สามารถแวะซื้อกระเพาะปลาจากร้านของอาม่ากลับไปทำต่อที่บ้านได้ เหมือนได้ชิมรสชาติของเรื่องราวการค้าขาย ที่เติบโตเคียงคู่ย่านมาตลอดตั้งแต่วันวาน

จินฟง กระเพาะปลาชามโปรด
เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 08.00 – 16.00 น.
Facebook : ร้านจินฟง กระเพาะปลาชามโปรด
โทร. 095-365-1663
Google Maps

ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง

หลังอิ่มท้องกับกระเพาะปลาอร่อย ๆ กันแล้ว เราก็เดินต่อกันมาอีกนิด แล้วแวะเข้าไปสำรวจเรื่องราวของชุมชนไทย – จีนในย่านทรงวาดที่ ‘ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง’ สิ่งศักด์สิทธ์ประจำย่านตั้งแต่ยุคที่ชุมชนชาวจีนเชื้อสายแต้จิ๋ว เข้ามาค้าขายและตั้งรกรากในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ โดยคำว่า ‘ปุนเถ้ากง’ ในภาษาแต้จิ๋วหมายถึงชุมชนดั้งเดิม ส่วนคำว่า ‘เล่าปุนเถ้ากง’ จึงหมายถึง ‘เทพเจ้าผู้คุ้มครองชุมชนดั้งเดิม’

“เราไปไหว้ที่ศาลเจ้าเป็นประจำเลย ตอนที่เรามาถึงที่ทรงวาดครั้งแรก พี่ ๆ ที่ร้านอีกาก็พาเราไปไหว้ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากงก่อน เหมือนเป็นการแนะนำตัวกับผู้นำชุมชน”

ด้วยความที่ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากงตั้งอยู่ท่ามกลางย่านการค้า เพื่อนบ้านในชุมชนจึงมีความเชื่อว่า หากได้แวะมาสักการะ จะช่วยส่งเสริมให้การค้าขายเจริญรุ่งเรือง มีความร่มเย็นเป็นสุข และความก้าวหน้าในการงาน

เราเริ่มต้นสักการะที่จุดแรกอย่าง ‘ทีกง’ หรือเทพเจ้าฟ้าดิน เป็นการบอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนทำการขอพรต่อไป จากนั้นก็มาไหว้เทพเจ้าที่ห้องโถงหลัก ที่ประดิษฐานเทพเจ้าหลายองค์ ไม่ว่าจะเป็น ‘ตั่วเหล่าเอี้ย’ ที่แท่นกลาง ‘ปุนเถ้ากง’ ที่แท่นด้านขวามือ และ ‘จูอุ่ยฮกซิ้ง’ ที่แท่นด้านซ้าย ซึ่งเป็นที่รวมของเทพองค์ต่าง ๆ ทั้งเจ้าแม่กวนอิม พระสังกัจจายน์ ไฉ่ซิงเอี้ย และอีกหลายองค์ ศาลเจ้าแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนพื้นที่ที่บอกเล่าเรื่องราวของย่านทรงวาด ทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และความเชื่อที่สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว

ศาลเจ้าเล่าปุนเถ้ากง
เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
โทร. 02-221-6598
Google Maps

Garçon Dept.

ปิดท้ายทริปสำรวจย่านทรงวาดกันที่ร้าน Garçon Dept. เพื่อนบ้านร้านติดกันของ Oh! Vacola ในพื้นที่ของตึกแถวเดียวกัน ทั้งสองร้านจึงเป็นที่โดดเด่นด้วยการใช้สเปซของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เลือกใช้ตึกแถวเก่าในย่านเป็นพื้นที่ของร้านสุดเท่ โดยมี ‘คุณอั้ม – บุญญนัน เรืองวงศ์’ เพื่อนบ้านที่พร้อมแชร์เรื่องราวจุดเริ่มต้นของการมาอยู่ในย่านทรงวาดในฐานะของเพื่อนบ้านคนใหม่

Garçon Dept. คือแหล่งรวมของดีไซเนอร์และครีเอทีฟไทย ที่เปิดพื้นที่ให้เพื่อน ๆ ได้นำผลงานมาจำหน่าย พร้อมซัพพอร์ตไอเดียและงานออกแบบภายใต้แนวคิด‘Stand for Idea’ ที่หมายถึงการยึดมั่นในไอเดียของกันและกัน ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสเปซสุดชิคแห่งนี้

คุณอั้มเล่าให้เราฟังว่า การเปิดหน้าร้านในย่านทรงวาดเริ่มต้นจากความชื่นชอบเสน่ห์ของย่านเมืองเก่าที่มีเอกลักษณ์ พอได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของย่านนี้ คุณอั้มเลยเลือกคงกลิ่นอายดั้งเดิมไว้ พร้อมแต่งเติมด้วยคอนเซปต์ของร้าน Garçon Dept. ให้ผสานกันอย่างลงตัว

“ด้วยความที่เราเป็นเด็กมหาวิทยาลัยศิลปากร เราเลยชอบความ Old Town อยู่แล้ว เพราะเราเชื่อว่าอะไรที่มันเก่ามันจะมีเสน่ห์ของมัน สมัยสิบปีที่แล้วเราเคยมาเดินที่นี่ เราชอบความเก่าของมันมาก แต่ตอนนั้นมันยังไม่มีคนเดินเลย เราเลยรู้สึกเสียดายเสน่ห์ของที่นี่ พอเราเห็นคนมาเดินเยอะขึ้น เราก็อยากเอาร้านมาทำที่นี่บ้าง”

“เราตั้งใจทำให้ร้านนี้เข้ากับความเป็นย่านทรงวาดที่เป็นย่านเมืองเก่า เราเลยใส่กิมมิกของ ‘ร้านขายของชำ’ เข้าไป เพราะเราเชื่อว่าความเก่ามันมีเสน่ห์อยู่แล้ว เราผสมผสานคอนเซปต์ของเราเข้ากับย่าน เพราะเราว่ามันน่าเสียดายถ้าจะทำให้กลายเป็นโมเดิร์นไปเลย อย่างตึกนี้ที่เราได้มาอยู่ข้าง ๆ กับพลอย เราก็ตั้งใจว่าเราจะไม่ทำอะไรกับตึกนี้มาก เพราะเราแค่เป็นผู้มาอาศัย เราเลยอยากคงเสน่ห์ของตึกไว้ หน้าต่างเราก็เก็บเอาไว้ทั้งหมด เพราะเราอยากคงคุณค่าของมันเอาไว้ ไม่อยากทำลายมัน”

Garçon Dept.
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 19.00 น.
Instagram : Garçon Dept.
โทร. 064-549-4242
Google Maps

คำบอกเล่าจากคุณอั้มช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนผ่านของย่านทรงวาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้จะมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่เข้ามา แต่ยังคงเคารพและรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมของย่านไว้ ทั้งการไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างตึกเก่าที่อยู่คู่ย่านมานานหลายสิบปี รวมถึงการเลือกใช้วัตถุดิบจากร้านค้าในชุมชน ทำให้ทรงวาดยังคงเดินหน้าต่อไปได้ด้วยการเกื้อกูลกันของคนทั้งสองรุ่น

ซึ่งความน่ารักของเพื่อนบ้านในย่านทรงวาดที่คุณพลอยพาเราไปทักทายในวันนี้ ทำให้เราได้เห็นบรรยากาศอบอุ่นระหว่างอากง – อาม่า หรือพี่ ๆ ในรุ่นสืบทอดร้านค้าเก่าแก่ และคุณพลอย ตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของย่านได้ไม่นาน แต่อาม่า – อากงก็คุยเล่นกันเหมือนเห็นเป็นลูกหลานของตัวเอง อย่างโมเมนต์เล็ก ๆ ตอนที่เราเดินกลับมาที่ร้าน Oh! Vacola แล้วอาม่าจากร้านสมุนไพรปฐมาพาณิชย์แวะเข้ามาทักทาย พร้อมอุดหนุนคราฟต์โคล่าสูตรขิงที่ช่วยบำรุงร่างกาย ถือเป็นเรื่องราวที่น่ารักและอบอุ่นมาก ๆ ในวันนั้น

ทริปสำรวจย่านทรงวาดในครั้งนี้ เลยปิดท้ายลงด้วยเรื่องราวดี ๆ ที่ชวนให้เราจินตนาการถึงทรงวาดในวันวาน ผ่านบทสนทนากับเพื่อนบ้านแต่ละคน และเราเชื่อว่าถ้าใครได้แวะมาเยี่ยมเยือนทรงวาดในมุมนี้ ก็คงได้รู้จักและสัมผัสกับกลิ่นอายของ‘ย่านทรงวาด’ กลับไปอย่างแน่นอน

อย่าลืมแวะมาทักทายเพื่อนบ้านในย่าน ทั้งคนรุ่นเก๋าที่พร้อมส่งต่อเรื่องราวของย่านเล็ก ๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา และคนรุ่นใหม่ที่นำแรงบันดาลใจมาเติมชีวิตชีวาให้กับย่านอีกครั้ง แล้วมาซึมซับเสน่ห์ที่ไม่เคยเลือนหายของทรงวาดไปพร้อม ๆ กันได้เลย

IT MIGHT INSPIRE YOU

Phutawan Life

ดื่มด่ำกับโมเมนต์ของการดูแลตัวเองที่ 'Phutawan Life'

บางยี่ขัน

ทัวร์ย่านกับเพื่อนบ้าน Something Blue Library เจ้าของห้องสมุดที่คอนเน็กกับคนในย่าน

Japandi Style Home

สเปซไวบ์อบอุ่นที่เป็นทั้งบ้าน และสตูดิโอสอนทำขนม-ชงชา

อ่อนนุช

ค้นพบมุมสงบในย่านดีต่อใจกับไกด์ประจำย่านชาวครีเอทีฟ 'คุณมด - นริศา สุมะมานนท์'