‘ย่านสัมมากร’ หมู่บ้านขนาดใหญ่บนถนนรามคำแหง ที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่มีชีวิตชีวา เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่บ้านพักอาศัย แต่ยังโอบล้อมไปด้วยโรงเรียน พื้นที่สาธารณะ และมุมพักผ่อนที่เปิดโอกาสให้เพื่อนบ้านได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่ อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ย่านนี้ไม่เคยเงียบเหงา ก็คือร้านอาหารอร่อย ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วทั้งหมู่บ้าน บอกได้เลยว่าเป็นเส้นทางที่สายกินห้ามพลาด!
ครั้งนี้ Neighbors and Friends จะพาทุกคนออกไปเดินเล่นในย่านสัมมากร พร้อมแวะเอนจอยของอร่อยอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่าง ๆ ของหมู่บ้าน โดยมีเพื่อนบ้านจากร้าน ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ อย่าง ‘คุณหนู – ภัทรพร อภิชิต’ และ ‘คุณโจ – วีรวุฒิ กังวานนวกุล’ มาร่วมเป็นไกด์ประจำย่านให้กับเราในครั้งนี้
เดอะมนต์รักแม่กลองเป็นร้านขายของชำเล็ก ๆ ที่เพิ่งมาเปิดหน้าร้านในย่านสัมมากรได้ไม่นาน แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการรวบรวม ‘ของดีจากแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม’ ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ เครื่องปรุง หรือของหายากจากต้นตำรับท้องถิ่น มาให้เราได้เลือกช้อปกันอย่างใกล้ชิด

“ความเป็นสัมมากรเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่ามัน ‘สบาย’ มันไม่เหมือนย่านในเมืองใหญ่ แต่มันมีบรรยากาศของการใช้ชีวิต เพราะในหมู่บ้านมีพื้นที่ให้คนในหมู่บ้านได้พักผ่อนหย่อนใจ ตอนเช้า ๆ เราก็จะพาหมาไปเดินเล่น มีคนมาออกกำลังกายบ้าง มีกลุ่มไทเก็กบ้าง มีโรงเรียนสอนโยคะ มีร้านอาหารที่หลากหลายมาก ๆ พอเรามาอยู่ที่นี่ กลายเป็นว่าเราไม่ต้องปรับตัวมากเกินไป เพราะมันมีความเป็นชุมชนที่โปร่งโล่งสบาย ไม่แออัดนัก”
คุณหนูแชร์เรื่องราวของย่านจากมุมมองของสมาชิกใหม่ได้อย่างน่ารัก รวมถึงจากที่เราได้สัมผัสตัวเอง เพื่อนบ้านในย่านนี้ต่างมีความเป็นมิตรมาก ๆ บรรยากาศในยามเย็นจะมีเสียงเจื้อยแจ้วของนักเรียนที่เพิ่งเลิกเรียน รวมถึงเพื่อนบ้านที่พาน้องหมาน้องแมวออกมาเดินรับลมเย็นตามซอยต่าง ๆ หรือรอบทะเลสาบของหมู่บ้าน ทำให้คุณหนูและคุณโจที่ถึงจะเป็นน้องใหม่ในย่านนี้ แต่ก็ ‘รู้สึกอบอุ่นใจ’ จากความเป็นกันเองของผู้คน
แม้ร้านจะเพิ่งย้ายเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของย่าน แต่ความน่ารักและความเป็นกันเองของเพื่อนบ้านในสัมมากร ก็ส่งต่อถึงคุณหนูและคุณโจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคอนเซปต์ที่คุณหนูคัดเลือกร้านต่าง ๆ มาแนะนำให้เรารู้จักในครั้งนี้ก็คือ ‘ร้านที่เป็นคนเล็กคนน้อยเหมือนกัน’ ร้านเล็ก ๆ ที่อาจไม่ได้หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจของเจ้าของร้าน และความอบอุ่นที่ส่งผ่านรสชาติของอาหาร
เช่นเดียวกับคอนเซปต์ของ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ ร้านขายของชำที่อบอวลไปด้วยเรื่องราวของผู้คนและวัฒนธรรมชาวแม่กลอง ซึ่งถ่ายทอดออกมาด้วยความตั้งใจ และกำลังรอให้เพื่อน ๆ ได้เดินเข้าไปสัมผัสไวบ์ที่อบอุ่น ก่อนจะออกไปทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านร้านอื่น ๆใน ‘ย่านสัมมากร’ ที่พร้อมแชร์เรื่องราวดี ๆ ให้เราได้ฟังไปพร้อมกัน

เดอะมนต์รักแม่กลอง
เราขอเริ่มต้นทัวร์ย่านครั้งนี้ที่ร้าน ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ ร้านขายของชำที่เริ่มจากรูปแบบออนไลน์ในสมุทรสงคราม สู่การเปิดหน้าร้านแห่งแรกท่ามกลางหมู่บ้านสัมมากร กิจการโชห่วยเล็ก ๆ ที่กำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 จากการรวมตัวของเพื่อนบ้านที่มีแนวคิดเดียวกัน นั่นคือการอยากเห็น ‘แม่กลอง’ เป็นไปในทางที่ควรจะเป็น และอยากส่งต่อคุณค่าของชุมชนให้ถูกมองเห็นมากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้คือหัวใจของเดอะมนต์รักแม่กลองมาตลอด
“เราเริ่มจากการทำอะไรไม่เป็นเลย จาก บ.ก. นักเขียน แล้วต้องมาทำร้านขายของชำ แต่มันก็คือความสนุก จากการจับปากกาเขียนกลายเป็นการมาขนน้ำตาลแทน อารมณ์มันก็เปลี่ยน แต่มันมีชีวิตของคนมากมายอยู่ในนั้น ในผลิตภัณฑ์ทุกอย่าง แล้วเราอยู่กับมันทุกขั้นตอนจนกว่าจะถึงมือคนกิน มันคือความสนุกที่ท้าทายมาก ๆ”

คุณหนูเล่าให้เราฟังว่า ก่อนจะมาเป็น ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ อย่างในวันนี้ เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อประมาณ 17–18 ปีก่อน จากการตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตที่จังหวัดสมุทรสงคราม และได้พบกับพาร์ตเนอร์รู้ใจอย่าง ‘คุณโจ’ ซึ่งในเวลานั้นเปิดร้านกาแฟอยู่ในตลาดน้ำอัมพวา
ด้วยความถนัดด้านการทำสื่อนิตยสาร คุณหนูจึงเลือกเริ่มต้นบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ของพื้นที่แม่กลอง ผ่าน ‘มนต์รักแม่กลอง’ นิตยสารท้องถิ่นที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนและวิถีชีวิตของชาวแม่กลอง
“พอเราได้ไปอยู่ที่นั่น ด้วยความที่เราเป็นคนทำสื่อ พอไปเห็นบ้านเมืองของแม่กลอง เราเห็นทุกอย่างเป็นวัตถุดิบหมดเลย มันถือว่าเป็นต้นฉบับของเราทั้งนั้น ในตอนนั้นพี่ก็รู้สึกได้ว่าบ้านเมืองมันกำลังจะเจอการเปลี่ยนแปลง เพราะแม่กลองมันเคยเป็นเมืองที่เงียบมาก ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ในตอนนั้นตลาดน้ำอัมพวาเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเอง พี่โจก็เคยเปิดร้านกาแฟและขายโปสการ์ดเล็ก ๆ ในวันที่ตลาดน้ำอัมพวามีคนมาแค่ประปราย เหมือนกับว่าเราพอจะมองออกว่าที่นี่จะเป็นยังไง ว่าที่นี่น่าจะดัง เพราะศักยภาพเขามี อัมพวาก็น่าจะกำลังเดินหน้าสู่ความท้าทายในตอนนั้น”

“ตอนนั้นมีโรงไฟฟ้าถ่านหินจะมาสร้าง ทำให้พี่ได้เห็นว่า ‘คนแม่กลอง’ ที่เขาเป็นคนเงียบ ๆ ชาวสวน ชาวประมงที่เป็นคนธรรมดามาก ๆ วันนั้นเขาออกมารวมตัวกันว่าไม่เอาโรงไฟฟ้า เราเลยรู้สึกว่าเรานับถือสิ่งนี้มาก ๆ พอเราตัดสินใจที่จะไปอาศัยอยู่ที่นั่น พี่ก็เลยถามตัวเองว่า ‘เราสามารถช่วยอะไรเขาได้บ้าง ที่เรารู้สึกว่าเจ้าของบ้านอยากรักษาบ้านเมืองเขา แล้วเราสามารถช่วยอะไรได้’ และด้วยความถนัดในการทำสื่อ พี่เลยเลือกทำ ‘มนต์รักแม่กลอง’ ที่เป็นนิตยสารท้องถิ่น ออกเล่มแรกในปี 2551 เราเลยได้เริ่มต้นจากนิตยสาร”
พอยุคสมัยเริ่มเปลี่ยน จากการเล่าเรื่องผ่านหนังสือ เดอะมนต์รักแม่กลองก็ปรับเปลี่ยนมาสู่การเล่าเรื่องผ่าน ‘ผลิตภัณฑ์’ โดยเปลี่ยนตัวหนังสือเป็น ‘รสชาติ’ ที่ชวนให้เราได้ทำความเข้าใจกับที่มาที่ไปของสิ่งนั้น ๆ ได้
“เราอยากให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่บอกได้ว่า ‘มันมาจากบ้านเมืองแบบไหน กายภาพเขาเป็นยังไง เขามีสิ่งแวดล้อมยังไง และมีทรัพยากรอะไรถึงได้ทำอาชีพนั้น ๆ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ’ เราเลยยังคงทำหน้าที่สื่อ ไม่ได้ให้อ่านหนังสือ แต่เราให้กินน้ำตาลหรือลองใช้ของเหล่านี้ดู ให้คนได้รู้จักแม่กลองผ่านผลิตภัณฑ์ของเราแทน”

กิจการโชห่วยจากแม่กลอง
สู่ย่านสัมมากร
“พี่อยากให้เป็น ‘ร้านชำที่สวยและน่าเข้า’ อยากให้คนที่เข้ามาซื้อได้ใช้เวลานาน ๆ เพราะเราเป็นร้านช้า ๆ เป็นร้านที่ ‘ไม่สะดวกซื้อ’ แต่มีเรื่องราวรอให้เจอแน่นอน เพราะทุกอย่างเป็นของจากธรรมชาติทั้งหมด เราเป็นร้านชำที่มีเรื่องเล่า และชีวิตของคนทำจริง ๆ”
คำบอกเล่าจากคุณหนูที่นิยามถึงหน้าร้านในหมู่บ้านสัมมากร ที่ถือเป็นเพื่อนบ้านคนใหม่เพราะเข้ามาเปิดร้านในหมู่บ้านนี้ได้ประมาณ 5 เดือนเท่านั้น แต่ร้านขายของชำเล็ก ๆ นี้ ก็เป็นพื้นที่สุดอบอุ่นในสเปซชั้นแรกของบ้าน และความตั้งใจของคุณหนูที่อยากรักษาบรรยากาศของความเป็นบ้านเอาไว้ แต่ก็ยังมีฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับการเป็นร้านด้วยเช่นกัน

“เราอยากให้คนที่เข้ามาได้รู้สึกสบาย ๆ เหมือนได้เข้ามาในบ้าน และได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับสินค้าแต่ละอย่างด้วยตัวเอง เพราะมันเต็มไปด้วยของที่อาจจะไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเหมือนร้านสะดวกซื้อ แต่ที่นี่จะมีแต่ความเฉื่อย ๆ ช้า ๆ ต้องดูนาน ๆ และเราสามารถเล่าเรื่องของทุกชิ้นได้ว่า ‘ใครเป็นคนทำ มาจากไหน และใช้อะไรทำ’ มันจะเห็นไปถึงวิถีชีวิตและภูมิประเทศของพื้นที่นั้นเลย เพราะมันเป็นของจาก ‘ผู้ผลิตคนเล็กคนน้อย’ ทั้งหมด ไม่มีอะไรเป็นระบบอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นมันจะมีแต่รายละเอียดมากมายที่อยู่ในนั้น ในขณะเดียวกัน สิ่งที่เราพยายามจะทำให้มากที่สุดคือให้ของมันมีมาตรฐานระดับหนึ่ง แต่ยังมีชีวิตของเขาอยู่ในนั้นด้วย”
ที่นี่เลยเต็มไปด้วยวิถีชีวิตที่เรียบ ๆ ช้า ๆ ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นที่อบอวลอยู่เต็มพื้นที่ของร้าน ด้วยผลิตภัณฑ์ของชุมชนแม่กลอง ที่พร้อมจะบอกเล่าเรื่องราวดี ๆ ให้เราได้สัมผัสกับความเป็น ‘แม่กลอง’ ไปด้วยกัน
สินค้าที่บอกเล่าชีวิตคนแม่กลอง
ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ขายในร้าน เริ่มต้นจาก ‘วัตถุดิบจากแม่กลอง’ เมืองเล็ก ๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่เต็มไปความมหัศจรรย์ที่ทำให้คุณหนูตกหลุมรักที่นี่ นั่นคือการเป็นเมืองเล็ก แต่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก เพราะที่นี่มีทั้งทะเล แม่น้ำ และพื้นที่ของการทำสวน ซึ่งความพิเศษคือ ‘พอเปลี่ยนตำบล อาชีพก็ถูกเปลี่ยนตาม’ อย่าง ‘กะปิ’ ที่ทำได้แค่บางพื้นที่เท่านั้น หรือโซนไหนที่ปลูก ‘มะพร้าว’ ก็มีทั้งพื้นที่ของการปลูกไว้ทำน้ำตาลและปลูกไว้กินลูกโดยเฉพาะ เป็น ‘มนต์รัก’ ที่ทำให้คุณหนูเลือกหยิบความหลากหลายนั้นมาบอกต่อผ่านผลิตภัณฑ์

น้ำปลา ตราผู้ใหญ่แดง
น้ำปลาหอม ๆ จากหัวเชื้อแท้ ๆ ที่มีการหมักแบบพิถีพิถัน จาก ‘ผู้ใหญ่แดง’ ผู้ใหญ่บ้านที่ปลูกป่าชายเลนในหมู่บ้านชายทะเลเล็ก ๆ เพื่อแก้ปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง พอธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู ผู้ใหญ่แดงก็สามารถจับปลาได้มากขึ้น และเอาปลาเหล่านั้นมาหมักเป็นน้ำปลาแจกคนในชุมชน ทำให้การเป็น ‘ร้านโชห่วย’ ของเดอะมนต์รักแม่กลองได้เริ่มต้นขึ้น เพราะคุณหนูอยากเล่าเรื่องผู้ใหญ่แดงผ่านน้ำปลา
“มันเป็นหัวน้ำปลาที่ได้จากการหมักเลย ไม่ได้มีการเจือน้ำอะไร และกลายเป็นสินค้าขายดีอันดับหนึ่ง เพราะเขาพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเขาอยู่เสมอ ทำให้ตอนนี้ น้ำปลา ตราผู้ใหญ่แดง สีสวยและหอมมาก เป็นสินค้าที่เราภูมิใจเพราะโตมาด้วยกัน”
น้ำตาลมะพร้าว ตรายิ้มทั้งน้ำตาล
เป็นผลิตภัณฑ์ของร้านที่เกิดขึ้นช่วงที่โควิดระบาด จนทำให้น้ำตาลมะพร้าวค้างสต็อกอยู่มาก กลายเป็นที่มาของชื่อ‘ตรายิ้มทั้งน้ำตาล’ ที่คุณหนูได้หยิบเอาเรื่องราวของน้ำตาลมะพร้าวที่เป็นเสมือนอาชีพสำคัญอาชีพหนึ่งของคนแม่กลอง มาบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนผ่าน ‘น้ำตาลมะพร้าวแท้ 100%’ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลทราย ทำให้เพื่อน ๆ ได้กินน้ำตาลมะพร้าวสูตรดั้งเดิมกันได้ที่ร้านเดอะมนต์รักแม่กลอง


น้ำพริกเผา สูตรแม่คุณ
น้ำพริกเผาสูตรโบราณ เป็นสูตรของคุณยาย (คนแม่กลองโบราณจะเรียกคุณยายว่า ‘แม่คุณ’) ที่สืบทอดมาที่ ‘คุณนก – นิสา คงศรี’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเดอะมนต์รักแม่กลอง มีรสชาติเข้มข้น หอม และอร่อยมาก
น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่ ตรากำนันหน่อย
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่เราอยากแนะนำเพื่อนบ้านทุกคนให้แวะซื้อกลับไปด้วย ก็คือ ‘น้ำผึ้งดอกลิ้นจี่’ น้ำผึ้งแท้ที่มีรสชาติหวานละมุน จากสวนลิ้นจี่ในพื้นที่โซนน้ำจืดในตำบลบางสะแก ที่มี ‘กำนันหน่อย’ เป็นคนคอยดูแลชุมชน ทั้งระบบน้ำและระบบคลองต่าง ๆ คุณหนูที่เห็นถึงความตั้งใจและศรัทธาในการทำงานของกำนัน เลยเลือกเอาน้ำผึ้งดอกลิ้นจี่มาบอกเล่าเรื่องราวของกำนันหน่อย
นอกจากผลิตภัณฑ์จากแม่กลองและพื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดสมุทรสงครามแล้ว ร้านเดอะมนต์รักแม่กลองในย่านสัมมากรยังเปิดพื้นที่ให้กับผลิตภัณฑ์จากเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ทำให้ที่นี่กลายเป็นพื้นที่ของ ‘เดอะมนต์รักแม่กลองและเพื่อน’ กลุ่มผู้ผลิตรายเล็กที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ และช่วยเติมเต็มร้านขายของชำแห่งนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เพราะสินค้าบางอย่างอาจไม่ใช่สิ่งที่ฝั่งแม่กลองผลิตได้เองทั้งหมด เมื่อได้รู้ว่ามีเพื่อน ๆ ที่ทำสิ่งนั้นได้ดี คุณหนูจึงเลือกนำสินค้าจากพื้นที่อื่นมาวางขายควบคู่กันไป เสมือนการแลกเปลี่ยนและสนับสนุนกันระหว่างเพื่อนบ้าน

‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ มองบทบาทของตัวเองเป็นคู่ค้าคนหนึ่งที่ไม่ได้มุ่งเน้นการสร้างกำไรจากการขายในปริมาณมาก แต่เลือกขายอย่างพิถีพิถัน พร้อมเล่าเรื่องราวของผู้ผลิตไปควบคู่กัน เพื่อเชิดชูตัวตนและคุณค่าของสิ่งที่พวกเขาตั้งใจสร้างขึ้น
“เราขายแบบพอดี ๆ และไม่เคยกดราคาผู้ผลิตเลย แม้ว่าเราจะซื้อเขาน้อย แต่เราซื้อแบบสม่ำเสมอ ถึงเราจะเป็นธุรกิจเล็ก ๆ แต่ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นยังไง หลาย ๆ ครั้งเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้พยุงคนขึ้นมา”
“เราทำให้เขาได้เห็นตลอดว่าเวลาเราเอาของมาขาย เราขายยังไงบ้าง และเราให้ชื่อตราเป็นชื่อของผู้ผลิตแต่ละคน เช่น ‘น้ำส้มหมัก ตราครูปรีชา’ เพราะเราจะบอกเสมอว่าใครเป็นคนทำ ดังนั้นเดอะมนต์รักแม่กลองก็เป็นแค่สะพานของการจัดจำหน่าย และพาคนอื่น ๆ ไปเห็นคุณค่าของงานที่ผู้ผลิตกำลังทำอยู่”

วันข้างหน้าของเดอะมนต์รักแม่กลองในสัมมากร
ด้วยความที่เป็นบ้านที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างหลากหลาย คุณหนูและคุณโจจึงปรับเปลี่ยนแต่ละมุมของบ้านให้กลายเป็นสเปซสำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ที่นอกเหนือไปจากการเป็นร้านขายของชำ อย่างคาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่สำหรับทำเวิร์กช็อป ซึ่งเป็นมุมเล็ก ๆ ที่น่ารักและเชื่อมต่อกันในโถงกลางของบ้าน
“เราหวังว่าสักวันหนึ่งมันจะมีอาหารที่เราสามารถพรีเซนต์ได้ เหมือนอย่างในตอนนี้ที่เรามีคาเฟ่ เมนูแนะนำของเราคือเมนู ‘อัฟโฟกาโต’ เป็นเมนูที่มาจากไอศกรีมรสชาติ ‘ยิ้มทั้งน้ำตาล’ และราดด้วยเอสเพรสโซ่”
“เราทำไอศกรีมเพราะเรามีน้ำตาล และเราพยายามจะบอกว่า ‘น้ำตาลมะพร้าวของเรา เอาไปทำอะไรก็อร่อย’ และได้รสชาติที่แตกต่างด้วย รสอื่น ๆ ก็มีให้เลือก เช่น ‘รสน้ำปลา’ ส่วนมุมคาเฟ่ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากในร้านเอง และกาแฟก็เป็นของไทยทั้งหมดเลย”
“ถ้าเรามีของว่างเป็นขนม เราก็จะใช้วัตถุดิบในพื้นที่ที่เรามี เช่น เมนู ‘กาแฟส้ม’ ที่เราใช้น้ำส้มจากส้มที่บางสะแก เป็นพันธุ์ส้มที่ใกล้สูญพันธุ์แล้ว หรือการเอาน้ำผึ้งของกำนันหน่อยมาชงเครื่องดื่ม น้ำตาลในขนมก็เอาน้ำตาลมะพร้าวของเรามาทำ”

คุณหนูและคุณโจยังเล่าเสริมอีกว่าทั้งคู่อยากให้พื้นที่สำหรับทำเวิร์กช็อปของที่นี่เป็นพื้นที่ให้เพื่อนบ้านทุกคนได้มาใช้เวลากับ ‘งานศิลปะ’ ร่วมกัน แถมยังได้นั่งกินของอร่อยจากผลิตภัณฑ์ของร้าน ที่จะทำให้ทุกคนได้สัมผัสความเป็น ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ ไปพร้อม ๆ กันอีกด้วย
“เราไม่ได้ตั้งใจจะเป็นร้านอาหาร แต่อาหารอาจจะกลายเป็นกิจกรรมได้ เมื่อเรามีเนื้อหาที่เราอยากเล่า เหมือนกับที่เราเล่าเรื่องผ่านวัตถุดิบในอาหาร เราก็อยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นส่วนของการแลกเปลี่ยนพลังงาน และอาจมีกิจกรรมเล็ก ๆ ชวนมานั่งกินข้าว นั่งคุยกัน”
“เพราะเราว่าเราเป็นเหมือนสังคมที่พึ่งพาอาศัย คอยเกื้อกูลกัน เราเลยอยากให้ที่นี่ที่มองเผิน ๆ เป็นเหมือนร้านชำร้านหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นจุดพบกันของผู้คนมากมาย ที่มีความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ทั้งผู้ผลิต คนกิน คนทำ มันคือสังคมที่เราเกื้อกูลกัน เป็นคอนเซปต์ของเราที่อยากให้ที่นี่เป็นที่แบบนั้น”


หนูโจ Art and Dogs
ก่อนที่จะออกจากร้านไปทักทายเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ในย่านสัมมากร เราขอแนะนำเรื่องราวความน่ารักอีกอย่างหนึ่งของที่ร้านเดอะมนต์รักแม่กลองกันก่อน
เพราะไฮไลต์อีกอย่างของที่นี่คือ ‘สตูดิโอศิลปะและหมาบำบัด’ ที่คุณหนูและคุณโจได้ไอเดียต่อจากการทำ หนูโจ Art and Farm ที่แม่กลอง พอได้ย้ายมาที่หมู่บ้านสัมมากร คุณหนูและคุณโจเลยอยากทำพื้นที่ให้น้องหมาที่บ้าน พร้อม ๆ กับการเป็นสตูดิโอสำหรับทำงานศิลปะของทั้งคู่ เลยเกิดเป็น ‘หนูโจ Art and Dogs’ ขึ้นมา
“มีคนมากมายที่มาที่นี่แล้วขอแค่ให้ได้กอดน้องหมาที่บ้าน เพราะเขามีความเป็นมิตรกับคนมาก ๆ เขาอยากเล่นกับทุกคน แล้วเรานึกถึงตัวเองที่เวลาเรารู้สึกเหนื่อย การได้เจอน้องหมาก็ช่วยให้เราหายเหนื่อยได้จริง ๆ เพราะหมามีอารมณ์เดียวที่รอต้อนรับเราเสมอ ถ้าใครมาแล้วอยากเจอน้องหมา เราก็จะมีประตูให้ได้เจอเขา”

เดอะมนต์รักแม่กลอง
เปิดวันศุกร์ – วันอาทิตย์ | เวลา 10.00 – 18.00 น.
Facebook : The Monrakmaeklong
Instagram : The Monrakmaeklong
โทร. 089-691-8242
Google Maps
ไข่กระทะ – ตอร์ปิโด
เริ่มต้นจากทางเข้าหมู่บ้านสัมมากรเข้ามาไม่ไกล ก็จะเจอกับร้าน ‘ไข่กระทะ – ตอร์ปิโด’ ร้านไข่กระทะเจ้าประจำย่าน ที่อยู่คู่สัมมากรมานานกว่า 24 ปี โดยมี ‘คุณฝน – ชลธี ตันชรากรณ์’ เจ้าของร้านรุ่นลูกที่เข้ามารับช่วงต่อสูตรของคุณแม่
อีกหนึ่งความบังเอิญที่กลายมาเป็นเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้เราได้พูดคุยกันในวันนี้ คือความสัมพันธ์ระหว่างคุณโจและคุณฝน ที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปีจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกัน และในวันแรกที่คุณหนูและคุณโจย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านสัมมากร มื้อแรกที่ทั้งคู่ได้ลิ้มลองในย่านนี้ ก็คือเมนูไข่กระทะจากร้านพอดี
“ความแน่นอนของเขาคือเขาทำเอง คงเส้นคงวา และขายดิบขายดีมาตลอดยี่สิบกว่าปี เป็นร้านอาหารด่วน ๆ ง่าย ๆ ที่มีประโยชน์”


ซึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำก็คือเมนูประจำร้านอย่าง ‘ไข่กระทะ – ตอร์ปิโด’ ที่มาจากเมนูไข่กระทะอร่อย ๆ ส่วน ‘ตอร์ปิโด’ คือขนมปังยัดไส้ด้วยหมูยอและกุนเชียง เป็นชื่อเรียกของร้านนี้โดยเฉพาะ เราเลยขอแนะนำว่าให้สั่งมาไว้ที่โต๊ะกันคนละชุดด้วยนะ
นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ ให้เราได้ลองอีกเพียบ ทั้ง ‘ก๋วยจั๊บญวนร้อน ๆ’ น้ำซุปหอม อร่อยกลมกล่อม ไม่ต้องปรุงเพิ่ม หรือจะเป็น ‘ยำบก’ เมนูที่คล้ายก๋วยเตี๋ยวลุยสวนแบบไม่ห่อ คลุกด้วยน้ำยำสูตรเด็ดของทางร้าน
เป็นร้านอร่อยประจำย่านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของผู้คนในหมู่บ้านสัมมากร ไม่ว่าจะเป็นคนที่กินร้านนี้มาตั้งแต่เด็ก ๆ หรือนักเรียนและผู้ปกครองที่มากินเป็นมื้อเช้าก่อนไปโรงเรียน รวมไปถึงคนที่แวะเวียนเข้ามาในหมู่บ้านจนกลายเป็นลูกค้าประจำที่ต้องมาเสมอ


ไข่กระทะ – ตอร์ปิโด
เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ | เวลา 06.30 – 13.00 น.
โทร. 089-181-7828
Google Maps
Craft Bread
คุณหนู : “ตอนแรกเราเองก็เห็นเขาแค่จากสื่อ แต่พอมาเจอกันที่สัมมากร เขาก็เป็นแฟนคลับคนหนึ่งของเดอะมนต์รักแม่กลองด้วยเหมือนกัน เขาก็สนับสนุนเรา เราเองก็มีขนมปังอร่อยกิน ผลัดกันอุดหนุน เพราะเจ้าของร้านตั้งใจทำมาก ๆ”
เรื่องราวน่ารัก ๆ ที่คุณหนูเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับร้าน ‘Craft Bread’ ร้านขนมปังของ ‘คุณตูเช่ – อังสุมารินทร์ เหล่าเรืองธนา’ และ ‘คุณเบียร์ – นิกร ศรีพงศ์วรกุล’ ที่ร่วมกันเปิดร้านขนมปังไวบ์สุดอบอุ่นในหมู่บ้านสัมมากร

ที่ร้าน Craft Bread มีทั้งเมนูขนมปังโฮลวีต 100% ที่เป็นเมนูตั้งต้นของร้าน และเมนูขนมปังที่ทำจาก ‘ยีสต์ธรรมชาติ’ ที่มาจากข้าวหอมมะลิออร์แกนิกของไทย
โดยเมนูแนะนำของที่นี่คือ ‘Matcha Marble Cranberry Batard Loaf’ เมนูใหม่ล่าสุดในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมา เป็นขนมปังที่นุ่มและหอมมัทฉะมาก ๆ ซึ่งความพิเศษของ ‘Batard Loaf’ หรือซาวโดว์ที่ใช้ยิสต์ข้าวออร์แกนิก ทำให้รสชาติของตัวขนมปังไม่เปรี้ยวมากนัก เหมาะกับลูกค้าหลากหลายกลุ่ม รวมไปถึงการทำขนมปังที่เปลือกไม่แข็งมาก ทำให้คนสูงอายุสามารถเอนจอยกับขนมปังได้มากที่สุด
คุณตูเช่ : “ทุกอย่างใช้ยีสต์ธรรมชาติที่เลี้ยงเองทั้งหมด และขนมปังของเราจะใช้เวลาในการหมักมากกว่า 15 ชั่วโมง เพราะการหมักเป็นเวลานานจะช่วยให้ขนมปังย่อยง่ายและลดน้ำตาลในแป้ง ซึ่งมันช่วยให้ค่าน้ำตาลในเลือดต่ำลง Craft Bread พยายามทำให้เฟรนด์ลี่กับสุขภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้”


และที่นี่ยังมี ‘เบเกิ้ล’ อร่อย ๆ ที่เป็นเมนูในใจของใครหลายคน ถ้าใครอยากลองชิมขนมปังจากยีสต์ธรรมชาติที่ถูกอบมาด้วยความใส่ใจและดีต่อสุขภาพแบบนี้ ก็สามารถสั่งซื้อได้ในช่องทางออนไลน์ของทางร้านที่พร้อมส่งทั่วประเทศ หรือใครแวะมาที่ย่านสัมมากร ก็สามารถสั่งล่วงหน้า แล้วเข้ามารับที่หน้าร้านได้เลย

Craft Bread
เปิดวันพฤหัสบดีและวันเสาร์
Facebook : Craft Bread
Instagram : Craft Bread
โทร. 089-691-8242
Google Maps
ลำเน้อ
คุณหนู : “ร้านลำเน้อเป็นร้านอาหารเหนือเล็ก ๆ ของห้องแถวห้องเดียว ตอนที่เราไปกิน เราก็เห็นตั้งแต่การนวดแป้ง รีดเส้น ซอยเส้น ไปจนถึงการทำน้ำข้าวซอยแบบดั้งเดิม เราเห็นทุกรายละเอียดว่าเจ้าของร้านเขาทำเองตั้งแต่ต้น เขาใส่ใจกับทุกรายละเอียดของทั้งร้านเลย เป็นร้านเล็ก ๆ ที่คนเดียวคุมทุกอย่าง มีความพอดีตัวและชัดในแบบของตัวเอง เราเลยประทับใจมาก”
‘คุณโย – อดิศักดิ์ พิเคราะห์งาน’ เจ้าของร้าน ลำเน้อ ที่คุณหนูประทับใจมาก ๆ เพราะคุณโยเป็นทั้งพ่อครัวและคนจัดเก็บร้านหลังจากลูกค้ากินเสร็จ เป็นความตั้งใจที่เราสัมผัสได้ผ่านรสชาติของอาหารที่คุณโยตั้งใจทำขึ้นมา


เมนูของที่นี่มีให้เลือกเพียงสองอย่าง คือ ‘ข้าวซอย’ และ ‘ขนมจีนน้ำเงี้ยว’ จากจุดเริ่มต้นของการทดลองทำขายเล็ก ๆ ค่อย ๆ พัฒนาไปจนได้เข้าร่วมการแข่งขัน ‘ข้าวซอยชิงแชมป์ประเทศไทย’ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเติบโตมาเป็น ‘ร้านลำเน้อ’ ในวันนี้ ร้านที่นำเสนอข้าวซอยรสเข้มข้นตามแบบฉบับต้นตำรับแท้ ๆ
คุณโยเล่าว่า ‘การซอยเส้น’ คือคอนเซปต์หลักของการทำข้าวซอยของร้าน ที่หมายถึงการซอยเส้นให้เล็กพอดี ก่อนจะเติมน้ำซุปลงในชาม เพื่อให้รสชาติกลมกล่อมและได้สัมผัสแบบข้าวซอยแท้ ๆ
และด้วยความที่คุณโยเป็นชาวเชียงใหม่ ทุก ๆ เดือนคุณโยก็จะเดินทางกลับบ้านเพื่อไปเอาวัตถุดิบหรือผักประจำท้องถิ่น อย่างผักแม้วหรือผักกาดดอย เอามาดองเป็นเครื่องเคียงสำหรับกินคู่กับข้าวซอย และยังมีเครื่องเทศโบราณที่เอามาใช้แทนผงกะหรี่ในน้ำซุป ทำให้น้ำซุปหอม และเข้มข้นมาก ๆ
อีกหนึ่งเมนูคือ ‘ขนมจีนน้ำเงี้ยว’ ที่มีความอร่อยกลมกล่อม รสชาติพอดี ๆ และเป็นรสชาติที่ถ้าได้ลองกินแล้ว จะติดใจเมนูขนมจีนน้ำเงี้ยวของร้านลำเน้อไปอย่างแน่นอน


ลำเน้อ
เปิดทุกวัน | เวลา 11.30 – 20.00 น.
Facebook : ลำเน้อ
Instagram : ลำเน้อ
โทร. 088-269-2696
Google Maps
คลังเต้าหู้
และเพื่อนบ้านร้านอร่อยร้านสุดท้ายที่เรามาทักทายในย่านสัมมากร ก็คือ คลังเต้าหู้ ร้านน้ำเต้าหู้สูตรเข้มข้น เป็นร้านเล็ก ๆ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนได้อยู่ท่ามกลางชนบทญี่ปุ่น เหมาะจะมาเดินเล่นริมทะเลสาบ แล้วแวะซื้อน้ำเต้าหู้กลับบ้านกันคนละถุงสองถุง

คุณหนูเล่าว่าร้านคลังเต้าหู้คือร้านที่คุณแม่เป็นคนค้นพบ และมี ‘คุณเก่ง – ทศพร ไทยสงวนวรกุล’ เจ้าของร้านที่น่ารักและเป็นกันเองมาก ๆ
“พี่รู้สึกชอบอะไรที่เขาตั้งใจ เพราะเจ้าของเขาทำเองหมดเลย เรารู้สึกเหมือนเป็น ‘คลังสมบัติ’ ของเรา พอเราเจอร้านคลังเต้าหู้ เราก็ไม่เคยไปซื้อเต้าหู้สำเร็จของที่อื่นอีกเลย เพราะเราเห็นว่าเขาทำสดใหม่ทุกวัน แต่ก็หมดเร็วมาก ๆ เพราะเขาทำขายแบบพอดี ๆ”

เมนูแนะนำจากคุณหนู คือเมนู ‘เต้าหู้ก้อน’ สำหรับเอาไปทำอาหารเมนูอื่น ๆ และเมนูแนะนำจากคุณโจ คือเมนู ‘บัวลอยงาดำ’ ที่มีความหอมของงาดำเป็นเอกลักษณ์ หรือเมนูอื่น ๆ อย่างเช่น ‘พุดดิ้งโฮมเมด’ มีให้เลือกทั้งพุดดิ้งรสชาติดั้งเดิมและพุดดิ้งรสชาไทย ที่นุ่มละมุนลิ้นมาก ๆ และอีกเมนูที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ‘น้ำเต้าหู้ดั้งเดิมเพิ่มฟองเต้าหู้’ ซิกเนเจอร์ของที่ร้าน
และนอกจากเมนูน้ำเต้าหู้ธรรมดาแล้ว คุณเก่งยังครีเอตเป็นเมนูของคาวอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย อย่างเช่น ‘สลัดเต้าหู้’ เป็นสูตรน้ำสลัดจากญี่ปุ่นแท้ ๆ มีส่วนผสมจากถั่วและงาหอม ๆ แถมยังมีรสชาติที่เข้มข้นมาก


คลังเต้าหู้
เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ | เวลา 14.30 – 21.00 น.
Facebook : คลังเต้าหู้
โทร. 097-929-7826
Google Maps
ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการเดินเล่นริมทะเลสาบอีกสักหน่อย หรือจะปั่นจักรยานรับลมเย็น ๆ ไปตามซอยต่าง ๆ ก็เข้ากับบรรยากาศไม่แพ้กัน นี่จึงเป็นทัวร์ย่านเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเรื่องราวของชุมชน ที่ผู้คนล้วนเป็นมิตรและพร้อมทักทายกันเสมอ เพราะไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศของร้านเดอะมนต์รักแม่กลอง หรือร้านเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ ในย่านสัมมากรที่เราได้แวะเคาะประตูพูดคุย ก็ทำให้การทัวร์ย่านครั้งนี้เหมือนกับการได้เดินลัดเลาะเข้าซอย ไปฝากท้องกับเมนูอร่อย ๆ และนั่งคุยกับเพื่อนบ้านในบ้านของพวกเขาจริง ๆ
ถ้าใครกำลังมองหาร้านอร่อยย่านรามคำแหง เราขอชวนให้ลองแวะมาเดินเล่นและกินข้าวที่ ‘ย่านสัมมากร’ ตามหมุดที่เราแนะนำกันก่อน หรือถ้าใครมีร้านอร่อยที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านสัมมากรเพิ่มเติม ก็อย่าลืมมาแนะนำกันได้เลย!
มาทักทายเพื่อนบ้านที่นี่ ช้อปของดีจากแม่กลองที่ ‘เดอะมนต์รักแม่กลอง’ ติดไม้ติดมือกลับบ้าน แล้วค่อย ๆ ใช้เวลาลิ้มรสความอร่อยประจำย่านสัมมากรไปพร้อมกัน

