Sestraroom

บ้านของสองพี่น้องที่เติมความสุขด้วยต้นไม้ สวน DIY และน้องหมา

คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถแต่งบ้านที่ให้ฟีลเหมือนคาเฟ่ ด้วยการมีสวนเล็ก ๆ อยู่ข้างบ้านและเติมแต่งต้นไม้ในบ้านเพื่อเพิ่มความสดชื่น แถมยังเป็นบ้าน Pet-friendly ที่ให้สัตว์เลี้ยงเล่นกับเราได้อย่างอิสระ ที่สำคัญไม่ว่าเราจะเหน็ดเหนื่อยมาจากไหน พื้นที่ที่เรียกว่า ‘บ้าน’ ก็มักจะรีชาร์จพลังให้เราได้เสมอ

Neighbors and Friends ชวนทุกคนมาเคาะประตูเพื่อนบ้านในคอลัมน์ Neighbors Place เพื่อหาอินสไปเรชันใหม่ ๆ ในการแต่งบ้านและซึมซับกับเรื่องราวน่ารัก ๆ ซึ่งครั้งนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาดูสเปซในบ้านสุดโคซี่และสวนเล็ก ๆ ของสองสาวพี่น้อง ‘คุณมีน – สิริมา จันทศรี’ และ ‘คุณพลอย – ธมลวรรณ อินศร’ เจ้าของบ้านที่แบ่งปันมุมน่ารัก ๆ และโมเมนต์ดี ๆ ในบ้าน ผ่านเพจที่ชื่อ Sestraroom ซึ่งเป็นคำมาจากภาษารัสเซียอย่าง ‘Sestra’ ที่หมายถึง ‘พี่สาวน้องสาว’ ในไวบ์ที่อบอุ่นและเรียบง่าย

โดยนอกจากคุณมีนและคุณพลอยจะพาเราไปเดินชมสวนข้างบ้านเพื่อแนะนำให้รู้จักกับต้นไม้หลากหลายชนิด ทั้งไม้ดอกสวย ๆ พืชผักกินได้ และสมุนไพรที่ให้กลิ่นหอม เรายังได้เรียนรู้เทคนิคในการดูแลต้นไม้และได้ไอเดียในการตกแต่งสวนแบบฉบับ DIY ที่น่าลองเอาไปทำตามอีกด้วย ซึ่งวันนี้เราไม่เพียงได้พักสายตาไปกับธรรมชาติในสวน แต่ยังได้ฮีลใจกับน้องหมาอีกสองตัวอย่าง ‘น้องดอลนี่’ และ ‘พี่ข้าวสวย’ สัตว์เลี้ยงสุดน่ารักของสองสาว Sestraroom ที่มาทักทายและต้อนรับเราอย่างเป็นมิตร

พักวางจากเรื่องเครียด ๆ แล้วมาพักใจไปกับเรื่องราวชวนอบอุ่นของสองพี่น้อง เพลิดเพลินกับต้นไม้สวย ๆ และไอเดียแต่งบ้านที่ดูแล้วสบายตาสบายใจ พร้อมรับแรงบันดาลใจดี ๆ ที่อาจจะทำให้เพื่อน ๆ อยากกลับไปมองหาพื้นที่เล็ก ๆ ที่ดีกับใจตัวเอง และมีกิจกรรมที่ทุกคนจะได้ใช้เวลาร่วมกับครอบครัวมากขึ้น ผ่านบทสนทนาที่เป็นกันเองของพี่สาวน้องสาวจากบ้าน Sestraroom กันเลย!

จุดเริ่มต้นของ Sestraroom

ก่อนจะไป Home Tour กับคอลัมน์ Neighbors Place เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับเจ้าของบ้านอย่าง ‘คุณมีน – สิริมา จันทศรี’ และ ‘คุณพลอย – ธมลวรรณ อินศร’ สองสาวพี่น้องเจ้าของเพจ Sestraroom ที่ตั้งใจทำคอนเทนต์ในมู้ดอบอุ่นและเรียบง่ายเพื่อแบ่งปันเรื่องราวความสุข พร้อมแชร์ How to ทำสวนข้างบ้านเป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ ได้ลองไปทำตามกัน

Sestraroom เริ่มทำมาตั้งแต่ช่วงโควิด ตอนนั้นทุกอย่างมันฟรีซหมดเลย ทุกคนต้องอยู่บ้าน เราไม่รู้จะทำอะไรดีก็เลยเปิด Instragram ขึ้นมา ตอนแรกแค่อยากแชร์โมเมนต์ในบ้านตัวเองเพราะเราเพิ่งแต่งบ้าน แล้วก็มีคนมาติดตามเยอะ เขาก็จะคอยถามว่าเฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้ หรือกระถางต้นไม้ต่าง ๆ ในบ้าน เราซื้อมาจากไหนขอพิกัดหน่อย ซึ่งบางอย่างก็เป็นของที่เรา DIY ขึ้นมาเอง”

“คำว่า ‘Sestra’ มาจากคำว่า ‘Sister’ ในภาษารัสเซีย ด้วยความที่เพิ่งไปเที่ยวรัสเซียกลับมาก็โควิดพอดี แล้วเรายังอินกับรัสเซียอยู่เลยใช้คำนี้แล้วเติม ‘Room’ เข้าไป เหมือนเป็นพื้นที่เล็ก ๆ ของพี่สาวน้องสาว”

หากยังจำกันได้ในช่วงโควิด หลายคนหันมาอินกับการปลูกต้นไม้ เพราะการเพิ่มมุมสีเขียวในบ้านเป็นสิ่งที่ช่วยชุบชูใจในวันที่ชีวิตไม่แน่ไม่นอน เช่นเดียวกับสองพี่น้อง Sestraroom ที่เริ่มจากการซื้อต้นไม้มาแต่งบ้านไม่กี่ต้น จนทุกวันนี้ก็ยังคงแฮปปี้กับการทำสวนและสุขใจที่ได้อยู่ในบ้านที่เต็มไปด้วยต้นไม้

“ตอนแรกเรามีแค่ต้นไม้ในบ้าน พวกต้นไม้ฟอกอากาศที่ตอนนั้นฮิต ๆ พอเราเริ่มชอบก็ลองหาไม้ด่าง แล้วพอเทรนด์เริ่มเปลี่ยนเราก็เข้าสู่วงการไม้ดอก ปลูกกุหลาบเป็นอย่างแรก ตอนแรกก็ปลูกสายพันธุ์ง่าย ๆ แล้วมันรอด เราก็ลองปลูกสายพันธุ์ที่ยากขึ้นก็มีตายบ้างรอดบ้าง”

“พอเข้าวงการไม้ดอกมาเรื่อย ๆ ก็เริ่มหันมาปลูกไฮเดรนเยีย คามิเลีย เป็นไม้เมืองนอกมากขึ้น แล้วเราก็อยากชาเลนจ์ตัวเองเลยซื้อต้นที่เป็นหัวมาลองปลูกดู อย่างทิวลิป แดฟโฟดิล ไฮยาซิน ตอนแรกก็ไม่รู้ว่ามันปลูกยังไง ลองเอาไปเพาะในตู้เย็น กลายเป็นว่าไม้เมืองหนาวที่เขาว่ามันปลูกบ้านเราไม่ได้ เราก็ลองผิดลองถูกกันจนได้” 

สวน DIY จากไอเดียของสองสาว

พอเข้าเรื่องต้นไม้เราก็อดไม่ได้ที่จะขอออกไปเดินชมสวนข้างบ้าน คุณพลอยและคุณมีนเดินนำเราออกประตูหน้าบ้านไป ส่วนเจ้าหมาสองตัวก็สะบัดหางระริกระรี้ ตื้นเต้นที่จะได้ตามเราไปเดินเล่นสำรวจสวน

“เราเปลี่ยนมาปลูกผักสวนครัว เพราะไม้ดอกมันอยู่ได้ไม่นาน แล้วอีกอย่างเราก็ใช้สารเคมีไม่ได้ เพราะน้องหมาที่บ้านชอบเข้าไปในสวน มีครั้งหนึ่งที่ดอลนี่มาใหม่ ๆ เขาแอบไปกินใบไฮเดรนเยียแล้วท้องเสียเข้าโรงพยาบาล เราเลยเปลี่ยนต้นไม้ที่อยู่ในระดับที่เขายืนถึงเป็นพืชผักสวนครัว แต่ไม้ดอกก็ยังมีบ้างที่ปลูกไม่ได้ยากมาก ไม่ต้องดูแลเยอะ แล้วก็ทน ๆ หน่อย”

ภายในสวนมีต้นไม้หลายชนิดที่เจ้าของบ้านปลูกเอาไว้ปะปนกัน โดยเฉพาะพืชผักกินได้และสมุนไพรต่าง ๆ เช่น แตงกวาญี่ปุ่น มันหวาน ต้นฟิกส์ (มะเดื่อฝรั่ง) โรสแมรี เถาองุ่น แบล็กเบอร์รี และมัลเบอร์รี (ลูกหม่อน) ที่กำลังออกลูกเต็มต้น รวมไปถึงสมุนไพรไทย เช่น พริกขี้หนูสวน กะเพรา มะนาว หัวหอม มะระ ถั่วพลู ใบเตย เป็นต้น

ส่วนไม้ดอกที่ปลูกแซม ๆ ก็มีตั้งแต่กุหลาบ ดอกแก้ว กาหลง พวงวิวาห์ สนเกรวิลเรีย ไปจนถึงไม้ยืนต้นอย่างยูคาลิปตัสและโอลีฟที่ขนาดต้นกำลังโต ซึ่งต้นไม้ทุกต้นในสวนนี้ล้วนเป็นต้นไม้ที่ทั้งสองสาวชื่นชอบ

“เวลาออกมารดน้ำตอนเช้า ๆ กลิ่นจากต้นสมุนไพรจะหอมมาก เช้านี้ตื่นมาก็ฟีลกู้ดแล้ว วันไหนลูกฟิกส์สุกก็เด็ดมากิน แต่ต้องแย่งกับกระรอกหน่อยนะ เพราะว่าเขาจะจ้องเลย กลิ่นมันหอมไง แล้วที่เด็ดกินได้เลยเพราะเราปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีก็น้องหมาเล่นกินขนาดนั้น (หัวเราะ)”

คุณพลอยเล่าเรื่องราวน่ารัก ๆ ให้เราฟัง ขณะที่เรากำลังเดินชมต้นไม้มุมนั้นมุมนี้ เจ้าหมาดอลนี่ก็เดินไปเล็มต้นกะเพราหน้าตาเฉย

เห็นต้นไม้ในสวนงอกงามและออกดอกออกผลดีขนาดนี้ เราจึงขอเทคนิคในการดูแลต้นไม้จากสองสาวบ้าน Sestraroom มาบอกต่อชาว Neighbors and Friends สักหน่อย ทั้งคู่พูดถ่อมตัวว่าไม่ได้เก่งขนาดนั้น แค่อาศัยการลองผิดลองถูก ใช้เวลากับต้นไม้เยอะ ๆ และสังเกตดูต้นไม้บ่อย ๆ

“เราก็ลองผิดลองถูกไม่ได้มีเทคนิคตายตัว ใช้วิธีสังเกตเอา แล้วมักจะมีลูกเพจหลาย ๆ คนแนะนำมาเราก็ลองทำดู อย่างเวลาเราไปซื้อต้นไม้เราก็จะชอบคุยชอบถาม บ้านเราปลูกผักจะมีพวกแมลง เขาบอกให้ลองวิธีนี้ ลองผสมสูตรนี้ดู เราก็จะได้เทคนิคที่ตามสวนเขาใช้กัน”

“ส่วนปุ๋ยเราก็ใช้เป็นออร์แกนิกหรือไม่ก็หมักเองเพราะเรามีน้องหมาด้วย อย่างที่บ้านเรามีเครื่องย่อยเศษอาหารที่สามารถเอาไปทำเป็นปุ๋ยได้ ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตมันเยอะมาก เราก็จะทดลองว่าสูตรนี้เวิร์คไม่เวิร์ค เช่น ปุ๋ยกากกาแฟที่ทำบ่อยเพราะเรากินกาแฟทุกวันเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องซื้อ หรือเป็นพวกเปลือกผลไม้ที่เรากินอยู่แล้ว เศษผักที่เราปลูกแล้วเรากินไม่ทันหรือแก่เกินกิน เราก็จะเอามาทำเป็นปุ๋ย”

“อีกอย่างไม้ดอกส่วนมากจะชอบแดด เราก็จะดูว่าจุดไหนที่มันพอจะมีแดด อย่างพวงวิวาห์นี้ปลูกรอบสองนะ รอบแรกตายเพราะอยู่ในจุดที่แดดไม่พอ เราก็เปลี่ยนต้นใหม่แล้วย้ายไปไว้หน้าบ้านเลยอยู่รอดปลอดภัย ต้นไม้ตายเราก็แค่ซื้อต้นใหม่ อย่าเครียดไปกับมันมาก เพราะเราปลูกต้นไม้เพื่อให้ไม่เครียด”

“หลายคนอาจมองว่าเราไม่สงสารต้นไม้หรอ จริง ๆ พอเราอยู่กับต้นไม้เยอะ มันต้องเห็นต้นไม้ตายอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ ต่อให้เป็นต้นเดียวกันเลี้ยงไว้ 2 ต้น อยู่ที่เดียวกันเลย อีกต้นหนึ่งตายแต่อีกต้นมันเติบโตดี เราก็ต้องเรียนรู้ บางทีเราไปบังคับเขาไม่ได้ เขาอาจจะไม่อยากอยู่ก็ได้เลยตายไป หรือมันอาจจะไปโดนแมลงที่อยู่ในดินแล้วเราไม่เห็น มันก็เป็นสัจธรรม มีพบก็มีจาก (หัวเราะ)”

นอกจากปุ๋ยออร์แกนิกที่ทำเองแล้ว ยังมีหลายมุมในสวนที่ DIY ขึ้นมาเอง เช่น การปูพื้นอิฐในสวนหรือก่ออิฐเป็นแปลงปลูกต้นไม้ รวมไปถึงการติดตั้งระแนงไม้ริมกำแพงให้ต้นไม้เลื้อยขึ้นไป ซึ่งทั้งคู่บอกกับเราว่าถึงมันจะไม่ได้ออกมาสวยเท่าฝีมือช่าง แต่ก็เป็นความภูมิใจและความสุขที่ได้ลงมือทำด้วยตัวเอง

“มีนจบอินทีเรียมาก็จะเป็นคนลงแรง ส่วนพลอยจะชอบเล่นโซเชียลก็ไปได้ไอเดียสวนน่ารัก ๆ จาก Instagram ของชาวต่างชาติที่เขาชอบ DIY เอง ถ้าถามว่าช่างกับเราใครทำสวยกว่าก็ต้องเป็นช่างแน่นอน แต่ทำเองมันภูมิใจกว่า”

“มันก็ไม่ได้เนี้ยบหรอก แค่เราพอใจว่ามันสวยสำหรับเรา ถ้าให้ช่างมาดูช่างก็คงบอกว่ามันเบี้ยวนะ มันไม่ได้ระดับน้ำ แต่ด้วยความที่เราทำเอง เราว่ามันก็สวยแล้วรู้สึกว่าเราได้ทำมันจริง ๆ”

เมื่อเราให้คุณมีนและคุณพลอยเลือกมุมโปรดในบ้านกันมาคนละหนึ่งมุม เราก็เดาไม่ผิดว่าคุณมีนจะต้องเลือกมุม DIY ซึ่งเป็นผลงานที่น่าภูมิใจที่สุด

“มีนชอบซุ้มองุ่นมาก รู้สึกว่าเป็นมุมที่เราอยู่ตรงนั้นได้นาน มีเก้าอี้ให้นั่ง ถ้าไม่ใช่วันที่ฝนตก ตอนเย็น ๆ จะนั่งสบาย ลมโกรกมาก ไปนั่งอ่านหนังสือหรือเล่นโซเชียลได้”

ส่วนมุมโปรดของคุณพลอยเป็นมุมที่ต่อเติมใหม่ โดยได้ไอเดียมาจากเพื่อนบ้านแล้วปรับให้เข้ากับการใช้ชีวิตของคนในบ้านจนลงตัวที่สุด

“พลอยชอบห้องกระจกเพราะเป็นโซนในบ้านที่เรายังสามารถมองเห็นสวน ยังชื่นชมธรรมชาติได้ แล้วในห้องกระจกก็มีต้นไม้และมีโซฟาให้นั่งสบาย ๆ เราเห็นเพื่อนบ้านเขาทำก่อนแล้วรู้สึกว่าเป็นไอเดียที่ดี เพราะมันเพิ่มพื้นที่ Indoor ในบ้านให้กว้างขึ้น ทำให้เรามีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น”

บ้านของทุกคนในครอบครัว

การมีมุมสีเขียวในบ้านไม่เพียงให้ความรู้สึกสบายตาสบายใจ แต่การทำสวนและการแชร์เรื่องราวผ่าน Sestraroom ยังเป็นกิจกรรมครอบครัวที่ทำให้สองพี่น้องได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น

“ส่วนใหญ่วันอาทิตย์ทุกคนจะว่างตรงกันจึงเป็นวันที่เราจะมาทำสวน เราก็จะแพลนไว้ก่อนว่าอาทิตย์นี้เราจะทำอะไร ถ่ายคอนเทนต์อะไร หรือสวนวันนี้มีอะไรต้องปรับปรุงเพิ่มเติมบ้าง บางทีเบื่อมุมนี้แล้วอยากตกแต่งใหม่ เราก็ขับรถออกไปดูต้นไม้ ดูกระถาง บางทีเจอต้นไม้หรืออะไรที่ชอบก็ซื้อมาก่อน ไม่ได้มีการวัดใด ๆ วางตรงไหนเดี๋ยวว่ากันอีกที ค่อยมาปรับให้มันอยู่ในบ้านเราได้”

“ไอเดียมันมาทุก 2 วีค เปลี่ยนไม่ทันเหมือนกัน คนทำก็หลังจะหัก (หัวเราะ) มีไอเดียเต็มไปหมดแต่ก็ค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้าเราจะขยับเยอะมันก็ต้องใช้ต้นทุนเยอะ เราก็เลยค่อย ๆ ทำทีละนิดละหน่อย”

เสร็จจากการทำสวนเหนื่อย ๆ คุณพลอยก็หายเข้าไปหลังม่านสีชมพู ซึ่งเป็นห้องครัวขนาดกะทัดรัดเพื่อชงมัทฉะให้เรา แล้วจึงเดินถือแก้วเซรามิกมานั่งพูดคุยกันต่อบนโต๊ะทานข้าว ซึ่งเชื่อมต่อกับโซนนั่งเล่นที่ทั้งครอบครัวมักจะใช้เวลาด้วยกันตรงนี้

“มุมโซฟาจะเป็นที่ที่คุณแม่นั่งประจำ ตอนเช้าเราลงมาจากบนห้องก็จะนั่งอยู่กับเขาตรงนี้ แม่ก็นั่งดูทีวีดูข่าวไป ส่วนเราก็จะเล่นกับน้องหมาหรือนั่งทำงานที่โต๊ะกินข้าว บางทีเราอยากนั่งทำงานเงียบ ๆ ก็จะย้ายมาที่ห้องกระจก ซึ่งเป็นสเปซที่เงียบหน่อยแต่ก็ยังได้อยู่ใกล้คุณแม่ เขาก็จะเห็นเราอยู่ในระยะสายตา ด้วยความที่บ้านไม่ได้กว้างมากเราก็จะอยู่กันอบอุ่น ๆ แบบนี้”

ภายในบ้านที่เรียบง่ายและอบอุ่น ยังมีสมาชิกอีก 2 ตัวที่ช่วยมาเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้กับบ้าน นั่นคือ ‘น้องดอลนี่’ และ ‘พี่ข้าวสวย’ น้องหมาสุดเฟรนด์ลี่ที่ส่งเสียงทักทายตั้งแต่เรามาถึง แถมยังตามติดเจ้าของบ้านอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่าง

“ ‘ดอลนี่’ เป็นน้องหมาไซบีเรียน อายุ 3 ขวบ สายลุย เอเนอร์จีเยอะ ส่วน ‘ข้าวสวย’ เป็นสายพันธุ์สปิตซ์ อายุ 7 ขวบ มีนิสัยเหมือนคุณหนู ข้าวสวยจะชอบนั่งมองนั่นมองนี่ในสวนแต่จะไม่ค่อยวิ่งไล่ตัวอะไร ส่วนตัวที่ชอบไล่คือดอลนี่เป็นหมาช่างสังเกต เรารู้สึกว่าเขาคือคนในครอบครัว เขาทำให้เราอยากกลับบ้านเพราะไม่อยากให้เขาต้องมานั่งรอเหงา ๆ”

ความสุขที่อยากแบ่งปัน

เราใช้เวลาอยู่ที่บ้าน Sestraroom จนถึงเย็น เพื่อซึมซับมวลความสุขที่สองพี่น้องคู่นี้ร่วมกันปลูกและคอยรดน้ำพรวนดินอย่างเอาใจใส่ จนกลายเป็นบ้านหลังเล็กที่กระชับความสัมพันธ์ให้ทุกคนในบ้านได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น

“เมื่อก่อนกิจกรรมที่เราจะได้ทำร่วมกันคือไปคาเฟ่ทุกเสาร์-อาทิตย์ เพราะอยากไปเจอมุมสวย ๆ น่ารัก ๆ แต่ตอนนี้เราออกไปคาเฟ่น้อยมากเพราะบ้านเรามีทุกอย่าง เลยรู้สึกว่าเราไม่จำเป็นต้องขวนขวายไปหาความสุขข้างนอก มันอาจจะไม่ได้ดีที่สุด แต่มันคือสิ่งที่เราพอใจ แล้วมันพอดีสำหรับเรา”

“ถ้าให้มีนนิยามบ้านหลังนี้ก็ตามความหมายของ Sestraroom เลย มันคือที่ที่เราอยู่ด้วยกัน เรามีความสุขด้วยกัน เราสร้างไอเดียด้วยกัน เราอาจจะไม่ใช่พี่น้องที่อายุไล่ ๆ กัน เราห่างกัน 6 ปี แต่แม้อายุเราจะห่างกันขนาดนี้ก็รู้สึกว่าเรายังมีมุมมองที่เหมือนกัน หรือเราอาจจะไปเสริมไปเติมซึ่งกันและกันได้”

“พลอยรู้สึกบ้านนี้คือทุกอย่างในชีวิต เพราะมันมีหลายความทรงจำเกิดขึ้นที่นี่ วันที่เราเศร้าที่สุด เราก็อยู่บ้านหลังนี้ วันที่เราค่อย ๆ เติบโต เราก็อยู่บ้านหลังนี้ วันที่เราลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง เราก็อยู่ที่นี่ เราเลยอยากทำให้ที่นี่มีแต่ความสุข ใครเข้ามาก็อยากให้ได้แต่พลังบวก ข้างบ้านเรามีสวน วันนี้อยากกินน้ำพริกก็เดินไปเด็ด วันนี้อยากมีดอกไม้ไปไหว้พระ ดอกแก้วของคุณแม่ก็บานพอดี เราหาความสุขได้จากรอบตัวเลย ความสุขลอยอยู่ในอากาศ เราจะไปคว้าเอามาเมื่อไหร่ก็ได้ (หัวเราะ)”

ความสุขที่เกิดขึ้นในบ้าน Sestraroom ไม่เพียงสร้างความอบอุ่นให้อบอวลไปทั้งบ้าน แต่ยังแบ่งปันไปถึงคนที่แค่ได้เห็นหรือได้ฟังเรื่องราวเหล่านี้รู้สึกสบายใจไปด้วย

Sestraroom คือแหล่งสร้างไอเดีย เพราะเราได้ไอเดียนี้มาก็ไม่ได้ทำแบบเขาเป๊ะ ๆ แต่เราเอามาอะแดปต์ให้เข้ากับบ้านของเรา ซึ่งไอเดียที่เราทำมันอาจจะไปสร้างไอเดียให้กับคนอื่น ๆ บ้างก็ได้”

“การทำคอนเทนต์ของ Sestraroom มันไม่ได้เป็นการบังคับตัวเองว่าจะต้องทำเพื่อเอาใจใคร มันคือการทำเอาใจตัวเองล้วน ๆ เพราะนี่คือสิ่งที่เราอยากทำ แล้วที่เรายังมีแพสชันกับมันเพราะมันเป็นสิ่งที่เรารัก เราอยากเอาธรรมชาติเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้น”

“เรามองออกไปที่สวนของเราแล้วมีความสุข นั่นคือสิ่งที่ทำให้มีแรงทำสวนทุกวัน น้องหมาออกไปที่สวนก็เอนจอย ได้ดูนก ได้ดูกระรอก หรือแค่วันนี้เราได้เห็นผีเสื้อก็ดีใจแล้ว พอเราได้เห็นแบบนี้เราก็อยากให้คนอื่นได้เห็นในสิ่งที่เราเห็นด้วย”

เราเองก็หวังว่าคอลัมน์ Neighbors Place จะช่วยให้ทุกคนได้พักสายตาไปกับธรรมชาติสีเขียว และพักใจไปกับเรื่องราวชวนอบอุ่นของพี่สาวน้องสาว Sestraroom พร้อมกับได้แรงบันดาลใจที่อาจจะทำให้เพื่อน ๆ อยากกลับไปมองหาพื้นที่เล็ก ๆ ที่ดีกับใจตัวเองดู

IT MIGHT INSPIRE YOU

Pause-Breathe-Balance

พักกายและใจที่บูติกดีไซน์สวยในสเปซใจกลางเมืองโดย PAÑPURI

Clayceracera Studio

ฝึกใจให้อยู่กับปัจจุบันด้วยการปั้นเซรามิก

Terrarium House

บ้านที่ก้าวข้ามข้อจำกัด และเปิดพื้นที่ให้ไอเดียนอกกรอบ

The Pawse Club

พักวางจากความเหนื่อยล้า แล้วมาโฟกัสกับความรู้สึกตัวเองในพื้นที่ของการเยียวยาจิตใจ