แค่เอ่ยถึง ‘บางโพ’ หลายคนคงอดไม่ได้ที่จะร้อง ‘สาวบางโพนั้นโก้จริง ๆ’ ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ซึ่งบทเพลงสุดฮิตยุค 90s จาก ‘ตู้-ดิเรก อมาตยกุล’ ได้พูดถึงความงามของหญิงสาวย่านนี้ ผ่านภาพจำอย่าง ‘คิ้วโก้ หน้ากลม ผมงาม ต้องตา’ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ผูกติดประจำย่านที่ใครต่อใครต่างนึกถึง
แต่นอกจากเสน่ห์ในบทเพลงแล้ว บางโพยังเป็นอีกหนึ่งย่าน Creative ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเฉพาะในฐานะถนนสายไม้สุดคราฟต์ของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของช่างฝีมือหลากหลายแขนง เรียงรายไปด้วยร้านไม้ โรงเลื่อย และร้านเฟอร์นิเจอร์ที่สืบทอดกิจการกันจากรุ่นสู่รุ่น ขณะเดียวกันก็ยังซ่อนกลิ่นอายชุมชนดั้งเดิมเอาไว้ ผ่านตึกรามบ้านช่อง ร้านอาหารเก่าแก่ และวิถีชีวิตเรียบง่ายของผู้คนในย่าน ที่ยังคงมีชีวิตชีวาท่ามกลางไลฟ์สไตล์ใหม่ ๆ อย่างคาเฟ่สุดฮิป ไปจนถึงอาร์ตสเปซโดยคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาช่วยเติมสีสันให้บางโพเป็นอีกหนึ่งย่านที่น่าจับตามองของกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้ก็ทำให้ย่านบางโพกลายเป็นย่านสร้างสรรค์ที่น่าอยู่และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในย่าน
คอลัมน์ Neighborsgood ครั้งนี้ Neighbors and Friends จึงอยากพาทุกคนไปเดินเล่นย่านบางโพ เพื่อค้นหาคำตอบว่าย่านเก่าแก่ริมเจ้าพระยาแห่งนี้มีเสน่ห์อะไรที่ซุกซ่อนเอาไว้บ้าง โดยไกด์เพื่อนบ้านอย่างสองสาวดูโอ้สายอาร์ต ‘คุณสายป่าน-ชื่นใจ’ และ ‘คุณชมพู่-ณัฏฐา วศะล้ำเลิศ’ จาก POLL.Projects ที่เพิ่งเปิดพื้นที่ Creative Space เล็ก ๆ ในย่าน ด้วยความตั้งใจที่อยากจุดประกายและผลักดัน ‘ความโก้’ ของบางโพ และชวนเรามาสัมผัสเสน่ห์ของย่านในมุมมองใหม่ ๆ ไปด้วยกัน

ลิสต์สถานที่ในแพลนของเราวันนี้มีครบทุกอารมณ์ ตั้งแต่อาร์ตสเปซเก๋ ๆ ร้านแกะสลักไม้ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของย่าน ร้านของอร่อยที่คนพื้นที่บอกต่อ ไปจนถึงคาเฟ่สุดเท่ที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกแถวระหว่างทาง เรายังได้สำรวจการเดินทางที่สะดวกสบายด้วย MRT ซึ่งเชื่อมต่อกับท่าเรือบางโพ ก่อนปิดท้ายทริปที่ ‘Reference 𝗕𝗔𝗜𝗘 𝗥𝗶𝘃𝗲𝗿 𝗕𝗮𝗻𝗴𝗽𝗵𝗼 by @scasset @sc.condo’
แรงบันดาลใจจากคำว่า BAIE หรือ “อ่าว” ในภาษาฝรั่งเศส ถ่ายทอดความรู้สึกของพื้นที่ที่ผืนน้ำสงบนิ่ง เป็นจุดที่เรือทอดสมอเพื่อหยุดพัก ก่อนออกเดินทางต่ออีกครั้ง เช่นเดียวกับโลเคชันริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชวนให้ทุกวันได้ผ่อนจังหวะชีวิต โอบรับความสงบ และเติมพลังท่ามกลางบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ
ที่นี่จึงไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นเหมือนอ่าวส่วนตัวที่ให้เราได้พักใจ ก่อนกลับไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง พร้อมเอนจอยกับเสน่ห์ของย่านบางโพที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ผู้คน และไลฟ์สไตล์ที่น่าค้นหา
ถ้าพร้อมแล้ว ก็สะพายกระเป๋าออกไปเดินเล่นย่านนี้ด้วยกันเลย!

POLL.Projects
เราปักหมุดกันที่ ‘POLL.Projects’ สเปซเล็ก ๆ แต่คาแรกเตอร์โดดเด่นสะดุดตา จนใครผ่านไปผ่านมาแถว MRT บางโพก็ต้องหยุดแวะ ด้วยหน้าร้านสีแดงที่มีป้ายฟอนต์ไทยขนาดใหญ่แบบตะโกนว่า ‘โพโปรเจ็กสส์’ ที่ประกาศตัวตนออกมาอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น
ภายในร้านอัดแน่นไปด้วยไอเท็มสุดน่ารักจากหลากหลายแบรนด์ให้เดินดูเดินช้อปกัน ส่วนตรงเคาน์เตอร์ก็เปิดเป็นมุมมัทฉะเล็ก ๆ ‘ชม-ชง-ชา’ ที่นอกจากมัทฉะอร่อย ๆ แล้วก็ยังเสิร์ฟเครื่องดื่มหลากหลายรสชาติ พอขึ้นมาชั้นสองก็จะเจอสเปซที่ถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่ง สำหรับจัดเวิร์กช็อปและเป็นอาร์ตแกลเลอรีที่หมุนเวียนนิทรรศการใหม่ ๆ อยู่เสมอ

ภายในชั้นสองของโพโปรเจ็กสส์ถูกแต่งเติมไปด้วยของตกแต่งและของใช้หลากสีสัน สะท้อนความน่ารักสดใสของคุณสายป่านและคุณชมพู่ ผู้เนรมิตตึกแห่งนี้ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของย่านบางโพที่มีชีวิตชีวา


คุณสายป่าน : “ตอนแรกที่เรามีไอเดียอยากจะทำแค่ร้านที่เป็นพื้นที่ครีเอทีฟ แล้วชมพู่ก็เจอว่ามันมีตึกว่างย่านบางโพพอดี พอเราได้มาดูก็เห็นว่าบางโพอยู่ในตัวเมือง การคมนาคมก็ดีเพราะทำเลติด MRT ป่านก็เลยเลือกปักหมุดที่นี่ มันเหมือนเราเลือกย่าน ย่านก็เลือกเรา มันเป็นจังหวะที่ดีมาก ๆ เลย”
เสน่ห์ของย่านบางโพ
คุณชมพู่ : “เสน่ห์ของบางโพคือเราสองคนค่ะ”
คุณสายป่าน : “ชมพู่ตอบแบบนี้ทุกคนจริง ๆ นะคะ (หัวเราะ) แต่ถ้าเอาจริง ๆ บางโพก่อนจะมีโพโปรเจ็กสส์เนี่ย ป่านมองว่าในกรุงเทพฯ ไม่มีที่ไหนเลยที่มีเพลงประจำถิ่น ขนาดสยามโก้ ๆ ยังไม่มีเลย แต่บางโพมันมีนะ เลยกลายเป็นว่าเราก็ค่อย ๆ เรียนรู้ถึงความน่ารักของย่านนี้”
คุณชมพู่ : “เพื่อนบ้านน่ารักด้วยค่ะ ตอนแรกเขาก็ไม่กล้าเข้ามาเพราะไม่รู้ว่าพวกเราทำอะไร แต่พอเขาแวะมาก็เอาไปบอกต่อคนอื่นในย่าน”
คุณสายป่าน : “สุดท้ายการตลาดปัจจุบันอย่างการยิงโฆษณามันสำคัญก็จริง แต่เราว่าคนพื้นที่นี่แหละที่คอยช่วยเหลือ มันน่ารักมาก ตอนแรกย้ายมาเราก็กลัวนะ เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับย่านนี้เลย แต่พอป่านได้ใช้ชีวิตอยู่จริง ๆ การใช้ชีวิตประจำวันของคนที่นี่มันน่ารักมาก ทุกคนคือเวียนมาเจอกัน อย่างร้านเราปิดสองทุ่มครึ่ง ป้าเพ็ญร้านข้าง ๆ ก็ปิดพร้อมกัน สี่ทุ่มป้าเพ็ญไปตลาด เที่ยงคืนป้าเพ็ญเอาของมาลง ตีสามรถขยะมา พอตีห้าพี่วินก็มาแล้ว คือมันเหมือนมียามตลอดเวลา เป็นการช่วยดูแลกันและกัน เรายังเคยเผลอเสียบกุญแจคาไว้ แต่พี่วินก็เป็นคนเก็บไว้ให้ (หัวเราะ)”
แม้หลายคนจะจดจำบางโพผ่านภาพของถนนสายไม้และร้านเฟอร์นิเจอร์เก่าแก่ แต่สำหรับคุณชมพู่และคุณสายป่าน เสน่ห์ของย่านนี้กลับอยู่ในรายละเอียดเล็ก ๆ ของผู้คนและวิถีชีวิตที่ค่อย ๆ ผูกพันกันผ่านความคุ้นเคย ตั้งแต่เพื่อนบ้านร้านข้าง ๆ ไปจนถึงพี่วิน ทุกจังหวะของบางโพจึงเหมือนช่วยประกอบให้ย่านนี้มีชีวิตชีวา และทำให้ทั้งสองได้สัมผัสถึงการได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่โดยไม่รู้ตัว

Magnetic Creative Space
ท่ามกลางภาพจำที่ทำให้ศิลปะดูเป็นเรื่องไกลตัว โพโปรเจ็กสส์กลับเลือกตั้งต้นจากความธรรมดาในชีวิตประจำวัน พวกเขาอยากสร้างพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเข้ามาสัมผัสศิลปะได้อย่างสบายใจ โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานหรือความรู้เฉพาะทาง เพราะสำหรับโพโปรเจ็กสส์ ศิลปะไม่ใช่แค่สิ่งที่อยู่ในแกลลอรีหรือภาพวาดบนผนัง แต่คือรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่งานออกแบบข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงสิ่งรอบตัวที่เราเจออยู่ทุกวัน
คุณสายป่าน : “เรามีจุดยืนจากไอเดียของป่านตอนเรียนอยู่ลาดกระบัง ป่านดูศิลปะยากมาก เวลาไปดูงานศิลปะมันเหมือนเราต้องเท่ตลอดเวลา เราเลยรู้สึกว่าโพโปรเจ็กสส์อยากเป็นพื้นที่ที่ทุกคนเข้ามาเรียนรู้งานศิลปะที่มันเรียบง่าย โลคอล ๆ เพราะเรามองว่าศิลปะมันคือทุกอย่างตั้งแต่ลืมตา ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์ปลอกหมอน ที่นอน แต่คนไม่ได้มองถึงจุดนั้นแล้วทำให้มันเป็นเรื่องยาก ต้องเป็นภาพวาด ต้องเดินเข้าหอศิลป์เท่านั้น”
หลังจากค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับย่านบางโพ พวกเขานิยามพื้นที่แห่งนี้ว่าเป็น ‘Magnetic Creative Space’ หรือพื้นที่ที่ดึงดูดผู้คนผ่านความรู้สึก ความชอบ และพลังงานบางอย่างร่วมกัน มากกว่าจะจำกัดตัวเองอยู่แค่วงการศิลปะ โพโปรเจ็กสส์จึงกลายเป็นเหมือนพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ค้นพบตัวเอง เชื่อมต่อกัน และทิ้งพลังงานดี ๆ ไว้ให้กันเสมอ


POLL.Project
วันอังคาร-วันศุกร์ เวลา 11.00 – 19.00 น. และวันเสาร์ เวลา 11.00 – 18.00 น
Facebook : POLL.Projects
Instagram : POLL.Projects
โทร. 096-649-7852
Google Maps
โตเป็ดย่าง
หลังนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวกันอยู่พักใหญ่ เสียงท้องของพวกเราก็เริ่มประท้วงเบา ๆ คุณสายป่านกับคุณชมพู่เลยอาสาพาเดินลัดเลาะออกจากร้าน มุ่งหน้าไปฝากท้องกันที่ร้านประจำของย่านอย่าง ‘โตเป็ดย่าง’ ร้านเป็ดย่างในตำนานแห่งบางโพที่เปิดมานานกว่า 40 ปี ส่งต่อความอร่อยจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก

เดินไม่ไกลจากสี่แยกบางโพก็มาถึงจุดหมาย เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้คงหนีไม่พ้น ‘เป็ดย่าง’ เนื้อนุ่มชิ้นโตหนังกรอบ ราดน้ำรสชาติหวานเค็มกลมกล่อม
ส่วนคุณสายป่านและคุณชมพู่ก็แนะนำจานโปรดของทั้งสองคนอย่าง ‘ข้าวหน้าเป็ด’ เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาร้านนี้ต้องห้ามพลาดและ ‘กะเพราบะหมี่เป็ด’ บูสต์ความจัดจ้านด้วยรสชาติเผ็ดร้อนของกะเพรา คลุกเคล้ากับเนื้อเป็ดนุ่มสูตรเด็ด ทานคู่กับบะหมี่หยกเส้นเหนียวนุ่ม มัดรวมความอร่อยไว้ในจานเดียว


หรือหากใครอยากลองเมนูอื่นที่นี่ก็ดังเรื่องหมูกรอบไม่แพ้กัน เราเลยจิ้มเมนู ‘กะเพราบะหมี่หมูกรอบ’ มาลองชิม บอกเลยว่าหมูกรอบเลิฟเวอร์ต้องตกหลุมรัก รสเข้มข้นของกะเพราผสานกับหมูกรอบเคี้ยวกรุบสู้ฟัน เป็นอีกหนึ่งจานอร่อยที่ต้องยกนิ้ว

โตเป็ดย่าง
เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 19.00 น.
Facebook : โตเป็ดย่าง
โทร. 02-91-6395
Google Maps
หลังจากอิ่มท้องเราก็พากันเดินไปยังจุดหมายต่อไป เมื่อถึงต้นซอยสายตาเราสะดุดเข้ากับป้ายไม้แกะสลักชื่อ ‘ชุมชนประชานฤมิตร’ ที่มาพร้อมลวดลายประณีตงดงาม ราวกับเป็นประตูต้อนรับผู้คนที่มาเยือนให้ค่อย ๆ ทำความรู้จักกับ ‘ถนนสายไม้’ แห่งนี้
ตลอดทางเดินซ้ายขวาเต็มไปด้วยร้านรวงเกี่ยวกับกิจการค้าไม้ ไม่ว่าจะเป็นร้านประตู ร้านเฟอร์นิเจอร์ หรือร้านไม้แปรรูป ผสมดีไซน์หลากหลายทั้งเก่าและใหม่ พร้อมให้ผู้คนได้เข้ามาติดต่อซื้อขาย พูดคุย และสัมผัสเสน่ห์ของงานไม้ที่ยังมีชีวิต

บ้านอินคำ
เราหยุดเช็กอินกันที่ ‘บ้านอินคำ’ ร้านแกะสลักงานไม้ที่อัดแน่นไปด้วยไอเทมคราฟต์น่าซื้อ ยิ่งเดินเข้ามาด้านในสุดเราก็ยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม เพราะเขาเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้เข้ามาเรียนรู้และสัมผัสเสน่ห์ของงานไม้ผ่านเวิร์กชอป อีกทั้งเจ้าของอย่าง ‘คุณกล้วย-สมคิด กอบประเสริฐศรี’ ยังเป็นอีกหนึ่งแรงสำคัญที่พยายามผลักดันและรักษาอัตลักษณ์ของถนนสายไม้เอาไว้ ผ่านการชวนคนรุ่นใหม่เข้ามาทำความรู้จักงานช่างและภูมิปัญญาที่อยู่คู่ย่านบางโพมาอย่างยาวนาน


คุณกล้วย : “ในนี้เรามีทุกอย่างเรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมค้าไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มีทั้งขายอุปกรณ์ มีทั้งผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป มีบริการงานช่างครบวงจร แล้วที่นี่ยังมีช่างฝีมือมากกว่า 10 แขนง ซึ่งแต่ละแขนงก็จะมีฝีมือหรือความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน”
“อย่างถ้าพี่จะทำเก้าอี้ขากลึงกลม พี่ไม่ได้กลึงขาเอง แต่พี่จะเจาะรูเดือยแล้วส่งแบบต่อไปให้ช่างกลึงทำ แล้วเราค่อยเอามาประกอบ”
เบื้องหลังเฟอร์นิเจอร์หรือของใช้หนึ่งชิ้น จึงไม่ได้มีเพียงช่างไม้เท่านั้น แต่ยังอาศัยเครือข่ายของช่างฝีมืออีกหลากหลายแขนง ทั้งช่างกลึง ช่างแกะสลัก ช่างสี ช่างหุ้มเบาะ ช่างฉลุ รวมไปถึงช่างกระจก ช่างสแตนเลส และช่างเหล็ก ที่ต่างเข้ามาเติมรายละเอียดในแต่ละขั้นตอน
คุณกล้วย : “แต่งานที่นี่ไม่แมสนะ เราเป็นงานคราฟต์ ตลาดเรานิชมาก ๆ อัตลักษณ์งานช่างของเราเลยสำคัญ เพราะมันต้องอาศัยฝีมือ เราคงสู้ราคาเหมือนงานแมสไม่ได้”

แม้จะไม่ใช่งานที่ผลิตออกมาได้ครั้งละจำนวนมาก หรือแข่งขันกับตลาดแมสในเรื่องราคา แต่สิ่งที่ทำให้งานไม้ของย่านบางโพยังคงมีคุณค่า คือรายละเอียดและฝีมือเฉพาะตัวของช่างแต่ละคน เพราะทุกชิ้นล้วนผ่านกระบวนการทำงานที่อาศัยทั้งประสบการณ์ ความชำนาญ และเวลาที่ค่อย ๆ สั่งสม จนกลายเป็นเสน่ห์ของงานคราฟต์ที่แตกต่างจากงานอุตสาหกรรมทั่วไปอย่างชัดเจน


คุณกล้วยพูดอย่างอารมณ์ดีตลอดทั้งบทสนทนาที่ได้พูดคุยกัน ว่าตัวเขาเองก็พยายามผลักดันย่านให้คนภายนอกได้เห็นถึงอัตลักษณ์ของงานไม้ หรือเข้ามาซึมซับและทำความรู้จักบางโพ โดยคุณกล้วยได้พูดทิ้งท้ายถึงโพโปรเจ็กสส์ไว้ว่า
คุณกล้วย : “ระหว่างที่พยายามผลักดัน ก็มีสายป่านและชมพู่มาช่วยเติมเต็มในเชิงของการโปรโมต เราก็ดีใจที่ย่านนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เพราะตรงนี้มันเป็นความชอบเฉพาะ แต่พอมีงานอาร์ตเข้ามา เด็กรุ่นใหม่เขาจะได้เดินมาสำรวจดูต่อว่าบางโพยังมีอะไรอีกบ้าง ตรงนี้มันเป็นวัฒนธรรมเชิงธุรกิจ เราเลยอยากให้คนรุ่นใหม่เข้ามา อะไรก็ตามที่ดึงให้คนมีโอกาสมาเห็นชุมชนเราล้วนแล้วแต่สร้างโอกาส”
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะสะท้อนถึงความสนิทสนมของคนต่างวัยที่มาร่วมใจกัน พร้อมขับเคลื่อนพื้นที่เดียวกันอย่างจริงจัง แม้จะมาจากบทบาทและมุมมองที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองต่างมีเป้าหมายร่วมกันคือการผลักดันบางโพให้ถูกมองเห็นในวงกว้างมากขึ้น ผ่านพลังของความสร้างสรรค์และงานศิลปะที่ค่อย ๆ เชื่อมผู้คนเข้าหากันอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาสำรวจและค้นพบคุณค่าของย่านนี้ในมุมใหม่ ๆ ที่กว้างขึ้นกว่าเดิม

บ้านอินคำ
เปิดทุกวัน เวลา 07.30 – 18.00 น.
Facebook : บ้านอินคำ
Instagram : บ้านอินคำ
โทร. 02-912-8049
Google Maps
ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์
ตามไปเติมแรงบันดาลใจกันต่อในโรงละครอิสระแห่งแรกของย่านบางโพ ‘ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์’ ที่เปลี่ยนโรงเลื่อยไม้เก่าของครอบครัวให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของคนรักละครโรงเล็ก เปิดพื้นที่ให้ทั้งศิลปิน นักแสดง และคนเบื้องหลังได้มาปล่อยของ และแลกเปลี่ยนไอเดียกันในบรรยากาศที่เปิดกว้างทางความคิด

โดยโรงละครแห่งนี้ยังคงเก็บกลิ่นอายดั้งเดิมของโรงเลื่อยไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของย่านบางโพไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยโครงสร้างของโกดังเก็บไม้ที่กว้างขวางและโปร่งโล่ง เหมาะกับการดัดแปลงเป็นโรงละคร Black Box ทั้งยังจุคนดูได้ถึง 200 – 220 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังมีสเปซสำหรับการแสดงเล็ก ๆ สเตจกลางแจ้ง ไปจนถึงห้องเวิร์กช็อป ห้องประชุม ห้องพักศิลปิน และพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับงานสร้างสรรค์อื่น ๆ อีกด้วย

ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์
จองบัตรได้ทาง Line OA: https://lin.ee/uIYtq9V
Facebook : ต.นำเจริญ เพลย์เฮ้าส์
Instagram : t.namcharoen.playhouse
โทร. 064-564-2961
Google Maps
หลังจากเพลิดเพลินกับการดูละครเวทีโรงเล็กรู้ตัวอีกทีท้องก็เริ่มหิว เราจึงพากันกลับมาฝากท้องมื้อเย็นไว้ที่ ‘จั๊กหน่อย’ ร้านอาหารอีสานเพื่อนบ้านคนสนิทของโพโปรเจ็กสส์ โดยระหว่างทางคุณสายป่านก็นำเสนอให้หยุดแวะดื่มน้ำจับเลี้ยงเจ้าประจำ ซึ่งคงความคลาสสิกอย่างการใช้ตู้แช่เย็นสุดวินเทจที่ใครโตมากับร้านขายของชำจะเห็นจนชินตา ช่วยเติมบรรยากาศระหว่างทางชวนให้นึกถึงวันเก่า ๆ ได้อย่างดี


จั๊กหน่อย
ร้านอาหารอีสานที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโพโปรเจ็กสส์ เป็นอีกร้านเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 2519 ซึ่ง ‘คุณเบ๊นซ์’ เจ้าของรุ่นหลานได้เล่าให้เราฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีรุ่นคุณตาคุณยายเคยเปิดร้านอยู่ที่สามแยกพิชัย ก่อนจะย้ายมาอยู่บางโพหลังจากคุณแม่เรียนจบแล้วมารับช่วงต่อ
เรารับรู้ถึงความอร่อยผ่านเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดอยู่บนผนัง จากข่าวหนังสือพิมพ์เก่าที่ถูกตัดมาแขวนเรียงราย กลายเป็นหลักฐานของเวลาและความตั้งใจที่สั่งสมมายาวนาน ยิ่งมองก็ยิ่งชวนให้อยากลิ้มลองความแซ่บสูตรเด็ดที่สืบต่อกันมากว่า 50 ปี ทั้งรสชาติและเรื่องเล่าดูจะผสมอยู่ในพื้นที่เดียวกันอย่างพอดิบพอดี

คุณสายป่านและคุณชมพู่ได้แนะนำ ‘ส้มตำจั๊กหน่อย’ เมนูซิกเนเจอร์ที่ใครมาก็ต้องสั่ง และ ‘แกงลาวเห็ดรวมเพิ่มไข่มดแดง’ โดยสูตรเฉพาะของคุณสายป่านต้องใส่กระเจี๊ยบหั่นบางลงไปในซุปเพิ่มความอร่อย


นอกจากนี้ยังมี ‘คอหมูย่างจิ้มแจ่ว’ คอหมูหมักจนเข้าเนื้อ สัมผัสเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำหอมกลิ่นเตาย่าง หรือสองเมนูแนะนำจากทางร้านอย่าง ‘ลาบปลาตะเพียน’ เนื้อปลาตะเพียนสับไร้ก้าง รสชาติจัดจ้าน เมนูที่อยู่คู่กับร้านมาแล้ว 50 ปี และ ‘ไข่คั่วอีสาน’ ไข่ไก่ที่นำไปคั่วกับเครื่องสมุนไพร โดดเด่นด้วยกลิ่นผักชีลาว เครื่องแน่นเต็มคำ

พวกเราอิ่มท้องไปกับหลากหลายเมนูอาหารสูตรยโสธรแท้ ๆ ที่เลือกใช้ทั้งวัตถุดิบคุณภาพและของท้องถิ่น ถ่ายทอดรสชาติบ้านเกิดผ่านทุกจานอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราว ตั้งแต่ความจัดจ้านแบบอีสานแท้ ไปจนถึงความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น จนเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าทำไมจั๊กหน่อย ถึงครองใจลูกค้ามายาวนานกว่า 50 ปี
จั๊กหน่อย
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 10.30 – 22.00 น.
Facebook : จั๊กหน่อย
Instagram : จั๊กหน่อย
โทร. 097-293-2684
Google Maps
Noise.BKK
ท่ามกลางอากาศร้อนกว่า 40 องศา พวกเราเลยแวะมาหลบร้อนกันที่ ‘Noise’ คาเฟ่ที่ซ่อนตัวอยู่บนตึกแถว ตัวร้านตั้งอยู่บนอาคารหัวมุมสี่แยกบางโพ ภายในตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจตัดกับความดิบของปูนเปลือยอย่างลงตัว เมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุดก็จะได้กลิ่นกาแฟหอมอบอวลไปทั่วพื้นที่ พร้อมแสงสีส้มยามเย็นที่สาดผ่านกระจกเข้ามา

เครื่องดื่มดับร้อนในครั้งนี้ เราเลือกเมนูซิกเนเจอร์ที่ทางร้านแนะนำมาอย่าง ‘Vacation (coconut cloud with matcha creamy)’ มัทฉะน้ำมะพร้าวอัญชัน ท็อปด้วยมัทฉะครีมเนียนนุ่ม ที่ให้ความรู้สึกสดชื่นแต่ยังคงความหอมของมัทฉะ และ ‘Paradise (yuzu with espresso)’ ความเปรี้ยวอมหวานของยูซุตัดกับความเข้มของเอสเปรสโซ่อย่างลงตัว


กินคาวแล้วต้องกินหวาน เราเลือกเป็น ‘ครัวซองต์นูเทลลา’ ที่ให้ความหวานเข้มข้นของช็อกโกแลตเฮเซลนัตตัดกับความกรอบนอกนุ่มในของครัวซองต์เป็นเมนูช่วยปิดจบมื้ออร่อยได้เป็นอย่างดี

NOISE.BKK
เปิดทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 10.00 – 18.00 น.
Instagram : NOISE.BKK
โทร. 082-233-5218
Google Maps
ท่าเรือบางโพ
ถัดจากร้านโพโปรเจ็กสส์ไปไม่ไกล คือท่าเรือบางโพ ท่าเรือเล็ก ๆ ที่ผู้คนในย่านยังคงใช้สัญจรกันในชีวิตประจำวัน สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังคงมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ครั้งนี้คุณสายป่านและคุณชมพู่ขออาสาพาพวกเราเดินเล่นรับลมเย็น ๆ ไปชมบรรยากาศพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดยาวตรงหน้า


สำหรับทั้งคู่ ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่จุดชมวิวหรือท่าเรือสำหรับสัญจรเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้อีกมาก ด้วยตัวอาคารท่าเรือที่ถูกปรับปรุงใหม่ให้เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นไทยประยุกต์ สูง 2 ชั้น ดูโปร่งสบายและร่วมสมัย อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับสถานี MRT บางโพที่เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพมากกว่าการเป็นแค่ทางผ่านของผู้คน
คุณสายป่านและคุณชมพู่เล่าว่า ทั้งคู่กำลังมองเห็นความเป็นไปได้ของการต่อยอดพื้นที่นี้ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้งานหรือทำกิจกรรมร่วมกันได้มากขึ้น และตอนนี้ก็เริ่มมีโปรเจ็กต์ใหม่ ๆ ที่กำลังค่อย ๆ ปั้นขึ้นมา โดยตั้งใจอยากใช้พื้นที่ท่าเรือแห่งนี้ให้เกิดประโยชน์และมีชีวิตชีวามากที่สุด เท่าที่พื้นที่หนึ่งจะเป็นได้

หลังจากได้รู้จักกับย่านบางโพอย่างลึกซึ้ง เราก็สัมผัสได้ว่าบางโพเป็นย่านอยู่อาศัยริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่น่าอยู่ ด้วยวิถีชีวิตของผู้คนในย่าน ท่ามกลางเสน่ห์ของงานคราฟต์แบบดั้งเดิมที่ถูกเติมด้วยความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเติมแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตให้กับเรา
หากคุณหลงสเน่ห์ในความคราฟต์และความสร้างสรรค์ของย่านนี้ เราก็อยากชวนมาใช้ชีวิตที่ย่านบางโพกับ ‘Reference 𝗕𝗔𝗜𝗘 𝗥𝗶𝘃𝗲𝗿 𝗕𝗮𝗻𝗴𝗽𝗵𝗼 by @scasset @sc.condo’ Vacation Condo ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจาก SC ที่ออกแบบให้ทุกวัน…รู้สึกเหมือนได้พักผ่อนพร้อมวิวโค้งน้ำบนพื้นที่ขนาดใหญ่ย่านบางโพที่เดินทางสะดวก เพียง 10 นาที* ถึงย่านอารีย์ ใกล้ MRT บางโพ เพียง 450 เมตร แถมยังห่างจากโรงพยาบาลศิริราชใหม่เพียง 100 เมตร โลเคชันที่ใกล้ชิดกับความสะดวกสบาย แถมยังได้ใช้ชีวิตท่ามกลางความสงบ ผ่อนคลาย และวิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบแต่มีชีวิตชีวา ให้เราได้พักใจและเติมพลังงานดี ๆ ในทุกวัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการได้ที่ https://bit.ly/4hpE4wv

ตลอดหนึ่งวันที่เราได้ออกเดินสำรวจย่านบางโพไปกับ POLL.Projects ทำให้เราได้ค้นพบว่าบางโพไม่ได้มีดีแค่ภาพจำสุดโก้จากเนื้อเพลง หรือเป็นเพียงย่านเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อเรื่องงานไม้เท่านั้น แต่ความ ‘โก้’ ของบางโพในวันนี้ คือผู้คนและบรรยากาศของความเป็นชุมชนที่ยังคงอบอุ่น ในขณะเดียวกันบางโพก็เป็นย่านที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างอบอุ่นและสดใสไปพร้อมกับผู้คนทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่รักในพื้นที่แห่งนี้จริง ๆ
